ค้นหา
About 661 results
-
รัฐบาลไทยและ สปป. ลาวอนุมัติแบบก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 6
รัฐบาลไทยและ สปป. ลาวได้สำรวจและออกแบบโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 6 (อุบลราชธานี – สาละวัน) แล้วเสร็จ และได้อนุมัติแบบสะพานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2566 และแล้วเสร็จในปี 2568Modified:26/01/2021 09:17:42
-
รัฐบาล สปป. ลาวก่อตั้งกองทุนส่งเสริมและพัฒนาพลังงานทดแทน
เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2563 นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ได้ลงนามดำรัสว่าด้วยกองทุนส่งเสริมและพัฒนาพลังงาน เพื่อกำหนดหลักการและระเบียบสำหรับการก่อตั้งและการดำเนินงานของกองทุนส่งเสริม และพัฒนาพลังงาน เพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงานและส่งเสริมธุรกิจด้านพลังงานตามยุทธศาสตร์ สีเขียวของประเทศModified:26/01/2021 09:01:04
-
เขตพัฒนากวมรวมไซเสดถาสามารถสร้างงานให้แรงงาน 1,500 คน
โครงการเขตพัฒนากวมรวมไซเสดถาเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาล สปป. ลาวกับจีน โดยกลุ่มบริษัท China Yunnan Construction and Investment Holding กับนครหลวงเวียงจันทน์ บนเนื้อที่ทั้งหมด 1,149 เฮกตาร์ มีแผนการลงทุนทั้งหมด 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และนับเป็นเขตเศรษฐกิจการค้าต่างประเทศของจีนแห่งเดียวใน สปป. ลาว ปัจจุบันมีการลงทุนในโครงการดังกล่าวแล้ว 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีเงินลงทุนสะสมในระบบจำนวน 670 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สามารถสร้างมูลค่าการผลิตประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และคาดว่าหากบริษัทที่ลงทุนในเขตพัฒนาฯ สามารถดำเนินการผลิตได้ทั้งหมดจะมีมูลค่าการผลิตประมาณ 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีModified:25/01/2021 16:50:19
-
สายการบินลาวได้รับรางวัล Tripadvisor Travelers’ Choice Awards 2020
สายการบินลาว (Lao Airlines) ได้รับการจัดอันดับจากเว็บไซต์ท่องเที่ยว Tripadvisor ให้เป็นหนึ่งใน สายการบินชั้นนำของเอเชียเป็นครั้งแรกภายใต้รางวัล Tripadvisor Travelers’ Choice Awards 2020 โดยแต่ละปี Tripadvisor จะจัดอันดับความพึงพอใจในการใช้บริการสายการบินจากทั่วโลกโดยรวบรวมคะแนนรีวิวและการสำรวจความพึงพอใจของผู้โดยสาร ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 18Modified:25/01/2021 12:11:21
-
พิธีวางศิลาฤกษ์และลงนามสัมปทานโครงการพัฒนาท่าบก – ท่านาแล้งและเขตโลจิสติกส์นครหลวงเวียงจันทน์
เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2563 นางคำจัน วงแสนบูน รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว กับนายจันทอน สิดทิไซ ประธานบริษัท Vientiane Logistics Park จำกัด ร่วมลงนามสัญญาสัมปทานและวางศิลาฤกษ์โครงการพัฒนาท่าบก – ท่านาแล้งและเขตโลจิสติกส์นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีนายไซสมพอน พมวิหาน ประธานศูนย์กลางแนวลาวสร้างชาติ ดร. บุนจัน สินนะวง รัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป. ลาว นายพูขง บันนะวง รองเจ้าครองนครหลวงเวียงจันทน์ ศ.ดร. อ๊อด พงสะหวัน ผู้ก่อตั้งและประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์กลุ่มบริษัทพงสะหวัน เป็นสักขีพยาน และมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:25/01/2021 10:38:52
-
ผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19 ต่อโรงงานอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมและการค้าเวียงจันทน์ – โนนทอง
การระบาดของโรคโควิด 19 ได้ส่งผลกระทบต่อการผลิตและส่งออกของโรงงานอุตสาหกรรมในเขตนิคมอุตสาหกรรมและการค้าเวียงจันทน์ – โนนทอง (VITA) สถาบันค้นคว้าเศรษฐกิจอุตสาหกรรมและการค้า กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาวสำรวจผลกระทบต่อโรงงานอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมฯ โดยมีผู้ตอบแบบสอบถาม/สัมภาษณ์จำนวน 24 บริษัท ผลการสำรวจมีดังนี้Modified:25/01/2021 10:26:19
-
นักธุรกิจจีนศึกษาความเป็นไปได้ 3 โครงการใหญ่ที่แขวงไซสมบูน
เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2563 นายจันทะหนอม วงสมจิด หัวหน้าแผนกแผนการและการลงทุน แขวงไซสมบูน สปป. ลาว ในฐานะผู้แทนองค์การปกครองแขวงไซสมบูน และนาย Ying Jin Xiang ประธานบริษัท HB Trading Import - Export จำกัด ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจจำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ โครงการศึกษาและสำรวจข้อมูล ทางด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โครงการศึกษาและสำรวจความเป็นไปได้ในการลงทุนปลูกพืชแบบอินทรีย์ใน 5 เมือง ของแขวงไซสมบูน และโครงการศึกษาและสำรวจความเป็นไปได้ในการลงทุนส่งเสริมการปลูก การอนุรักษ์ และการแปรรูปใบชาป่า (ชาเหมี้ยง) ที่บ้านหนองพูนไซ เมืองล่องแจ้ง แขวงไซสมบูน โดยมี พล.ต. คำเลียง อุทะไกสอน เจ้าแขวงไซสมบูน นายจันทะบูน ลัดตะนะวง รองหัวหน้าห้องว่าการศูนย์กลางพรรค ในฐานะหัวหน้าคณะช่วยงานพัฒนาพื้นที่เป้าหมายส่วนกลาง นายคำบุนนัด ไซยะนน รองรัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป. ลาว และผู้บริหารแขวงไซสมบูน เข้าร่วมModified:25/01/2021 10:08:41
-
SMEs ด้านความมั่นคงทางอาหารจะได้รับประโยชน์จากการปล่อยเงินทุนวงเงิน 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
กองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สปป. ลาว (SMEs) มีแผนปล่อยเงินทุนวงเงิน 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุน SMEs ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตสินค้าเกษตร เพื่อส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โดยการสนับสนุนเงินทุนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้ง่ายขึ้น และส่งเสริมความมั่นคงด้านอาหารModified:22/01/2021 13:31:47
-
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ส่งผลกระทบต่อภาคการธนาคาร
เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2563 สถาบันค้นคว้าเศรษฐกิจแห่งชาติได้ออกรายงานผลการศึกษาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ต่อเศรษฐกิจลาว ข้อเสนอแนะในการจัดทำมาตรการระยะสั้น กลาง และยาว ประจำเดือน เม.ย. 2563 โดยผลการศึกษาพบว่า สภาพคล่องของระบบธนาคารอาจได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจและการฟื้นตัวช้าของภาคเอกชน โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและบริการ โดยธนาคารพาณิชย์มีความเสี่ยงที่จะมีหนี้เสีย (NPLs) เพิ่มขึ้นภายหลังระยะผ่อนผันการชำระดอกเบี้ยและเงินต้น จากการกู้ยืมเงินของธุรกิจในกลุ่มท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุดModified:22/01/2021 13:27:12
-
เศรษฐกิจลาว ปี 2563 คาดว่าจะเติบโตเพียงร้อยละ 3.3
เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2563 สถาบันค้นคว้าเศรษฐกิจแห่งชาติได้ออกรายงานผลการศึกษาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ต่อเศรษฐกิจลาว ข้อเสนอแนะในการจัดทำมาตรการระยะสั้น กลาง และยาว ประจำเดือน เม.ย. 2563 โดยผลการศึกษาพบว่า โรคโควิด 19 ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน ซึ่งคาดการณ์ว่า การเติบโตของเศรษฐกิจ (GDP) สปป. ลาวจะขยายตัวลดลงจากร้อยละ 6.1 ในปี 2562 เหลือร้อยละ 3.3 ในปี 2563 ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนมีนาคม 2563 ที่ร้อยละ 4.5Modified:22/01/2021 13:21:23
-
ธนาคารแห่ง สปป. ลาวออกนโยบายช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2563 ผู้ว่าการธนาคารแห่ง สปป. ลาว ได้ออกข้อตกลงว่าด้วยนโยบายสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือ ผู้ที่ได้ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงิน และธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่ง สปป. ลาว ให้สามารถดำเนินธุรกิจ ได้อย่างต่อเนื่อง ดังนี้Modified:22/01/2021 11:26:12
-
โครงการขยายท่าอากาศยานห้วยซาย แขวงบ่อแก้วมีความคืบหน้าร้อยละ 50
รัฐบาล สปป. ลาวได้จัดสรรงบประมาณ 16.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการปรับปรุงท่าอากาศยานห้วยซาย แขวงบ่อแก้ว เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการทำการบินตามมาตรฐานจากกรมการบินพลเรือน กระทรวงโยธาธิการ และขนส่ง สปป. ลาว และมาตรฐานความปลอดภัยสากล โดยได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือน ก.ย. 2561 และมีกำหนด ให้แล้วเสร็จเดือน พ.ย. นี้Modified:22/01/2021 11:18:04
-
สถานการณ์อุตสาหกรรมเหมืองแร่ใน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 4 – 5 ก.พ. 2563 ดร. คำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานตามแผนพัฒนาระยะ 5 ปี ครั้งที่ 8 และการกำหนดทิศทางแผนพัฒนา 5 ปี ครั้งที่ 9 ณ หอประชุมแห่งชาติ นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:20/01/2021 14:36:38
-
44 ปี การพัฒนาด้านพลังงานและเหมืองแร่ของ สปป. ลาว
ดร. คำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว ได้กล่าวย้อนไปถึงการดำเนินงานด้านพลังงานและบ่อแร่เมื่อสมัยก่อนปี 2518 ว่า งานด้านดังกล่าวไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร ขณะนั้น สปป. ลาวมีแหล่งผลิตไฟฟ้าน้ำตกขนาดใหญ่ 1 แห่ง คือ เขื่อนไฟฟ้าน้ำงึม 1 กำลังการผลิตติดตั้งเพียง 30 เมกกะวัตต์ และเขื่อนไฟฟ้าขนาดเล็ก 2 แห่ง คือ เขื่อนน้ำดง แขวงหลวงพระบาง กำลังการผลิตติดตั้ง 1 เมกกะวัตต์ และเขื่อนเซละบำ แขวงจำปาสัก กำลังการผลิตติดตั้ง 1 เมกกะวัตต์ นอกจากนี้ มีการใช้เครื่องปั่นไฟที่ใช้น้ำมันในตัวเมืองใหญ่บางแห่ง โดยรวมทั้งประเทศประชาชนมีไฟฟ้าใช้เพียง 19,000 ครัวเรือน หรือร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด ใน 5 เมืองใหญ่ ได้แก่ นครหลวงเวียงจันทน์ หลวงพระบาง คำม่วน สะหวันนะเขต และจำปาสักModified:19/01/2021 08:58:00
-
โครงการไฟฟ้าพลังความร้อนหงสาคาดว่าจะมีรายรับประมาณ 2,079 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ที่ประชุมคณะกรรมการโครงการไฟฟ้าพลังความร้อนหงสา ครั้งที่ 11 เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2562 ณ แขวงไซยะบูลี ได้รับฟังรายงานผลการดำเนินโครงการไฟฟ้าพลังความร้อนหงสา โดยคาดว่าในช่วงระยะเวลาสัมปทาน 25 ปี (2559 - 2584) โครงการฯ จะมีรายรับประมาณ 2,079 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วยรายรับจากโรงงานไฟฟ้า 1,360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าภาคหลวง 269 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาษีกำไร 319 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเงินปันผล 773 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) รายรับจากเหมืองถ่านหิน 719 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าภาคหลวง 212 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาษีกำไร 127 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเงินปันผล 95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และรายได้จากการขายขี้เถ้าลอยประมาณ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ รัฐบาล สปป. ลาวจะมีรายได้จากการเก็บภาษีเงินได้จากพนักงานและลูกจ้างโครงการฯ ในช่วงการก่อสร้างประมาณ 8,000 คน และในช่วงดำเนินงานประมาณ 2,000 – 4,000 คนModified:31/10/2019 18:06:45
-
ปิโตรเลียมเทรดดิ้งลาวได้รับสิทธิ์จากรัฐบาล สปป. ลาวเป็นผู้พัฒนาโครงการทางรถไฟลาว – เวียดนาม
เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2562 นางคำจัน วงแสนบุน รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว ในฐานะผู้แทนรัฐบาล สปป. ลาว และนายจันทอน สิดทิไซ ประธานบริษัท ปิโตรเลียมเทรดดิ้งลาว มหาชน (Petroleum Trading Lao Public Company) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อสำรวจและออกแบบรายละเอียดโครงการทางรถไฟลาว – เวียดนาม ณ โรงแรม Landmark Mekong Riverside นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีนายอาลุนแก้ว กิดติคุณ รัฐมนตรีประจำสำนักงานนายกรัฐมนตรี สปป. ลาว นายบุนจัน สิดทะวง รัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป. ลาว เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำ สปป. ลาว และนายโอได สุดาพอน เจ้าแขวงคำม่วน ร่วมเป็นสักขีพยานModified:31/10/2019 17:59:05
-
สปป. ลาวอยู่อันดับ 113 ความสามารถทางการแข่งขันระดับโลก (Global Competitiveness Index)
รายงานดัชนีความสามารถทางการแข่งขันระดับโลก (Global Competitiveness Index) ประจำปี 2562 ของ World Economic Forum ลดอันดับความสามารถทางการแข่งขันระดับโลกของ สปป. ลาว จากอันดับ 112 ในปี 2561 มาอยู่ที่อันดับ 113 จากจำนวน 141 ประเทศModified:31/10/2019 17:54:14
-
วางแผนสร้างสะพานมิตรภาพไทย – ลาวที่แขวงเวียงจันทน์
เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2562 นายคำพัน สิดทิดำพา เจ้าแขวงแขวงเวียงจันทน์ได้แถลงต่อสื่อมวลชนว่า ปัจจุบันแขวงเวียงจันทน์อยู่ระหว่างการสำรวจพื้นที่ก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 7 (เลย - แขวงเวียงจันทน์) ใน 2 เมือง ได้แก่ เมืองชะนะคามและเมืองหมื่น และแขวงเวียงจันทน์ได้เสนอให้รัฐบาลยกระดับด่านท้องถิ่นในแขวงเป็นด่านสากล อย่างไรก็ดี รัฐบาลลาวและไทยยังอยู่ระหว่างการหารือเกี่ยวกับกำหนดเวลาเริ่มก่อสร้างสะพานดังกล่าวModified:06/09/2019 21:34:32
-
โครงการก่อสร้างทางด่วนนครหลวงเวียงจันทน์ หมายเลข 1 มีอายุสัมปทาน 50 ปี
โครงการก่อสร้างทางด่วนนครหลวงเวียงจันทน์ หมายเลข 1 (เขตเศรษฐกิจเฉพาะบึงธาตุหลวง – ดงหมากคาย) จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างและมีกำหนดแล้วเสร็จ 30 เดือน (ปี 2564) รวมมูลค่าการก่อสร้างกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 1,716 พันล้านกีบ มีระยะเวลาสัมปทาน 50 ปี และสามารถต่ออายุสัมปทานได้ 20 ปีModified:13/05/2019 16:19:38
-
ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน ร้อยละ 55.69
โครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน ได้ดำเนินการจ่ายค่าชดเชยเป็นงวดที่ 4 จากจำนวน 7 งวด รวมมูลค่ากว่า 851 พันล้านกีบ (99.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งไม่รวมแขวงอุดมไซ เนื่องจากยังต้องรอเอกสารรับรองรายงานการเบิกจ่ายตามระเบียบ อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างโครงการดังกล่าว มีความคืบหน้าร้อยละ 55.69 และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมทั้งเปิดใช้งานตามแผนงานภายในปี 2564 หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆModified:22/03/2019 21:44:27
Sorted by relevance | Sort by date
