ค้นหา
About 1061 results
-
สปป. ลาว จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียน ครั้งที่ 27 และ งาน ASEAN Tourism Forum (AFT) ประจำปี 2567
กระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และ การท่องเที่ยว ของ สปป. ลาว อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมการเป็นเจ้าภาพจัดงานการประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียน ครั้งที่ 27 และงาน ASEAN Tourism Forum (AFT) ประจำปี 2567 ในโอกาสที่ สปป. ลาวกำลังจะรับตำแหน่งเป็นประธานและเจ้าภาพจัดการประชุมอาเซียนในปี 2567Modified:13/11/2024 10:32:14
-
การส่งเสริมเลี้ยงโคและกระบือในสปป. ลาวเพื่อส่งออกไปจีน
สปป. ลาวกำหนดให้การผลิตสินค้าเกษตรเป็นแผนงานที่มีความสำคัญลำดับต้นเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยกำหนดเป้าหมายในการสร้างรายได้<br />
และปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนส่วนท้องถิ่นให้หลุดพ้น<br />
จากความยากจนและออกจากประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (LDCs) ภายในปี 2567 เพื่อเป็นประเทศที่พัฒนาอย่างยั่งยืนภายในปี 2573 โดยรัฐบาล สปป. ลาวส่งเสริมให้เกษตรกรทั่วประเทศเลี้ยงโคและกระบือเพื่อส่งออกไปจีน <br />
Modified:25/11/2022 12:14:52
-
ทำความรู้จักบ่อเต็นพื้นที่ด่านหน้าสำคัญของสปป. ลาว
สปป. ลาว เป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอาณาเขตชายแดนติดกับ 5 ประเทศ แบ่งการปกครองออกเป็น 17 แขวง 1 นครหลวงเวียงจันทน์ ดำเนินนโยบายเน้นเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศ ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กำหนดให้แผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใช้ศักยภาพและโอกาสเชิงพื้นที่ รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือ และความเชื่อมโยงกับประเทศในและนอกภูมิภาคเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) <br />
พื้นที่บ่อเต็นถือเป็นพื้นที่เชื่อมโยงทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การบริการและอื่น ๆ ของ สปป. ลาว โดยบ่อเต็น<br />
เป็นชื่อเรียกของหมู่บ้านในเขตเมืองหลวงน้ำทา แขวงหลวงน้ำทา ตั้งอยู่ใกล้เขตชายแดนลาว-จีน ตรงข้าม<br />
กับเมืองโม่ฮาน เขตสิบสองปันนาของจีน มีเส้นทาง R3A เป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้าหลักระหว่างไทย-<br />
สปป. ลาว-จีน ปัจจุบันเส้นทางนี้บางช่วงเริ่มชำรุด และช่วงฤดูฝนการสัญจรไปมายากลำบากเนื่องจากเป็นถนน <br />
2 เลน และคดเคี้ยวตามภูเขา<br />
นอกจากนี้ บ่อเต็นยังเป็นที่ตั้งด่านภาษีสากลบ่อเต็น ซึ่งมีความสำคัญในฐานะด่านที่ตั้งอยู่สถานีแรกของเส้นทางรถไฟลาว-จีน และเป็นจุดสำคัญในการเชื่อมต่อเส้นทางขนส่งสินค้า ภายในด่านมีเครื่องมือที่ทันสมัย อาทิ ระบบแจ้งภาษีอัตโนมัติ และระบบ Smart Tax เครื่องตรวจด้วยระบบแสง ระบบ Easy Pass และอื่น ๆ เพื่อ<br />
อำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าเพิ่มเติม ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.ค. 2565 มีการขนส่งสินค้าของไทยไปจีนผ่านด่านภาษีสากลบ่อเต็นทางรถบรรทุก จำนวน 21,538 ตู้ คิดเป็นมูลค่า 884.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีการขนส่งสินค้าไทยโดยใช้รถไฟลาว-จีน จากสถานีเวียงจันทน์ใต้ไปยังสถานีนาเตย หลังจากนั้น ขนส่งต่อด้วยรถบรรทุกมายังด่านภาษีสากลบ่อเต็นเพื่อส่งออกไปจีน จำนวน 503 ตู้ คิดเป็นมูลค่า 38.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ <br />
เมื่อปี 2546 รัฐบาล สปป. ลาวให้สัมปทานพื้นที่บ่อเต็นแก่บริษัท ฟุกฮิง ทราเวล จากฮ่องกงเพื่อก่อตั้ง<br />
เขตเศรษฐกิจเฉพาะบ่อเต็นแดนคำ ประกอบด้วย พื้นที่โรงงาน สำนักงาน ร้านค้าปลอดภาษี และอื่นๆ ต่อมาเมื่อปี 2555 เปลี่ยนผู้ถือสัมปทานเป็นกลุ่มบริษัท ไห่เฉิงยูนนาน และเปลี่ยนชื่อเป็น “เขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อเต็นแดนงาม” ประกอบด้วย 4 เขต ได้แก่ เขตการค้าและการเงิน <br />
เขตท่องเที่ยวและพักผ่อน เขตอุตสาหกรรมแปรรูป <br />
การขนส่งและโลจิสติกส์ และเขตการศึกษาและการแพทย์ <br />
ในขณะเดียวกัน สปป.ลาว-จีน เห็นถึงโอกาสการพัฒนาด้านการคมนาคมขนส่งทางบกในภูมิภาคจีน-อาเซียน<br />
จึงร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงระหว่างบ่อเต็นกับพื้นที่อื่นๆ อาทิ (1) โครงการทางด่วน<br />
นครหลวงเวียงจันทน์-ด่านภาษีสากลบ่อเต็น ระยะทาง 460 กิโลเมตร ซึ่งจะช่วยยกระดับโครงข่ายเส้นทางทางบกไปยังประเทศจีน ลดระยะเวลาในการขนส่งสินค้าขึ้นไปทางเหนือ ปัจจุบัน เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการช่วงแรก (นครหลวงเวียงจันทน์ - วังเวียง) เมื่อปี 2563 โดยสร้างเป็นทางคู่ขนานกับถนนหมายเลข 13 เหนือและทางรถไฟลาว - จีน มี 4 ช่องจราจร และอยู่ระหว่างการสำรวจเส้นทางเพื่อก่อสร้างช่วงที่ 4 (อุดมไซ – หลวงน้ำทา) ช่วงที่ 3 (หลวงพระบาง – อุดมไซ) และช่วงที่ 2 (วังเวียง – หลวงพระบาง) ตามลำดับ<br />
Modified:16/09/2022 13:50:50
-
การประเมินความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ กรณีเปรียบเทียบระหว่าง สปป. ลาวและศรีลังกา
วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในศรีลังกาได้ก่อให้เกิดคำถามว่า สภาพเศรษฐกิจและการขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิง<br />
ที่เกิดขึ้นใน สปป. ลาว นั้น จะนำไปสู่สถานการณ์คล้ายคลึงเช่นที่เกิดขึ้นในศรีลังกาหรือไม่ เนื่องจากมีค่าดัชนี<br />
ชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายประการ อาทิ หนี้สาธารณะ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ อัตราเงินเฟ้อ ฯลฯ ที่บ่งชี้<br />
ไปในทิศทางดังกล่าว เป็นต้น<br />
<br />
ฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ได้รวบรวมข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายของทั้งสองประเทศ เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ ในการประเมินสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว <br />
โดยพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ 7 ประการ ประกอบด้วย (1) ภาพรวม (2) อัตราเงินเฟ้อ (3) เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ (4) หนี้สาธารณะ (5) นโยบายด้านการเงิน<br />
และการคลัง (6) แหล่งรายได้ใหม่ของประเทศ และ <br />
(7) ปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ที่จะช่วยให้<br />
ผู้อ่านสามารถเห็นภาพและพิจารณาในเบื้องต้นถึงปัจจัยและความแตกต่างของบริบททางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยมีรายละเอียด ดังนี้<br />
<br />
(1) ภาพรวม สปป. ลาว เป็นประเทศไม่มีทางออกทะเล (Land-locked Country) ตั้งอยู่ในภูมิภาคอาเซียน <br />
มีประชากรประมาณ 7 ล้านคน โดยประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร GDP ของ สปป. ลาว ในปี 2564 <br />
มีมูลค่าประมาณ 18,827 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 2.5) รายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร รวมเป็นร้อยละ 88 ของ GDP ขณะที่ศรีลังกา เป็นเกาะอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ มีประชากรประมาณ 21.92 ล้านคน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรเช่นเดียวกัน แต่รายได้ส่วนใหญ่ของประเทศพึ่งพาภาคบริการ และการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรไปยังต่างประเทศ โดย GDP ในปี 2564 มีมูลค่าประมาณ 84,518 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 1.8) <br />
<br />
วิกฤตเศรษฐกิจในศรีลังกามีสาเหตุหลักจากการบริหารจัดการของรัฐบาลด้านการเงิน การปรับลดภาษีอย่างกะทันหัน รวมถึงผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 รายรับส่วนใหญ่ของศรีลังกาพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวและเงินตราต่างประเทศอย่างมาก การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้รายได้ของประเทศลดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับหนี้ต่างประเทศจำนวนมากที่ไม่สามารถชำระได้ตามกำหนด เงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลง ค่าเงินอ่อน จึงนำไปสู่การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบกับปัญหาการเมืองและความเคลื่อนไหวของประชาชนภายในประเทศ จนนำไปสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจตามที่ปรากฏรายงานข่าว ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างศรีลังกากับ สปป. ลาว คือ สปป. ลาว มีเสถียรภาพทางการเมืองสูงและสถานการณ์ภายในประเทศสงบ รัฐบาลดำเนินนโยบายปรับโครงสร้างทางการเงินในประเทศผ่านการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารพาณิชย์ และร้านแลกเงินนอกระบบ มีการออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนจากธนาคารแห่ง สปป. ลาว (จำหน่ายแล้วร้อยละ 80) และกระทรวงการเงิน สปป. ลาว สปป. มีแหล่งรายได้ใหม่และแผนในการดำเนินการชำระหนี้ต่างประเทศ (ข้อมูลจากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (NEDA) ระบุว่า สปป. ลาวยังไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ต่อไทย) นอกจากนี้ สปป.ลาวยังมีรายได้จากการส่งสินค้าออก สามารถผลิตอาหารเพียงพอกับความต้องการในประเทศ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว การจับจ่ายซื้อขายสินค้า ยังดำเนินต่อเนื่อง <br />
<br />
Modified:16/09/2022 13:28:17
-
พลังงานสะอาด กับโอกาสการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจแบบยั่งยืนของ สปป. ลาว
ท่ามกลางวิกฤติการณ์ขาดแคลนพลังงานในหลายพื้นที่ของอาเซียน ทั้งในเมียนมา กัมพูชา และ สปป. ลาว เนื่องจากน้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาสูงขึ้นทั่วโลก สปป. ลาว จึงได้ตั้งเป้าหมายในการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในการคมนาคม และขนส่ง เช่น การนำใช้รถไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) ให้มากขึ้นเพื่อ<br />
ลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง อีกทั้งยังเป็นการผลักดันการนำใช้ทรัพยากรที่มีภายในประเทศให้เกิดประโยชน์ และมุ่งเน้นการส่งออกเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์เงินเฟ้อ<br />
สปป. ลาว เป็นประเทศที่มีจุดเด่นด้านลักษณะภูมิศาสตร์และมีแม่น้ำหลายสายไหลผ่านทั้งประเทศ<br />
มีความเหมาะสมและเอื้ออำนวยต่อการก่อสร้างโครงการเกี่ยวกับการให้กำเนิดพลังงาน โดยเฉพาะการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ โดยการศึกษาพื้นที่ทั่วประเทศ พบว่ามีพื้นที่ที่สามารถสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำทั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็กได้มากกว่า 140 แห่ง<br />
ปัจจุบัน สปป. ลาว มีแหล่งผลิตไฟฟ้าที่สามารถผลิตไฟฟ้าแล้ว 90 แห่ง โดยแบ่งออกเป็น ไฟฟ้าพลังงานน้ำที่มีกำลังการผลิตติดตั้ง 1 เมกะวัตต์ขึ้นไป จำนวน 77 แห่ง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 81 ของพลังงานที่ผลิตทั้งหมด ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 8 แห่ง ไฟฟ้าพลังงานชีวมวลจำนวน 4 แห่ง และไฟฟ้าพลังงานความร้อนถ่านหินจำนวน 1 แห่ง รวมกำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมดกว่า 10,956 เมกะวัตต์ โดยร้อยละ 72 ที่พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ส่งออกจำหน่ายไปต่างประเทศ อาทิ ไทย เวียดนาม กัมพูชา สิงคโปร์ และเมียนมา<br />
ที่ผ่านมา สปป.ลาว ให้ความสำคัญกับการร่วมมือด้านพลังงานกับประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะไทย <br />
ซึ่งได้ลงนาม MOU ขยายกรอบความร่วมมือด้านพลังงานจาก 9,000 เมกะวัตต์ เป็น 10,500 เมกะวัตต์ ซึ่งช่วยในการขยายการผลิต และตอบสนองนโยบายด้านความมั่นคงทางพลังงานของไทย ที่ต้องการพลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้นในอนาคต <br />
สิงคโปร์ได้ลงนามขอซื้อไฟฟ้าเพิ่มจาก สปป.ลาว โดยจะจัดส่งกระแสไฟฟ้าผ่านระบบสายส่งข้ามประเทศ เบื้องต้นรัฐบาล สปป. ลาวจะส่งไฟฟ้าจำนวน 100 เมกะวัตต์ไปยังสิงคโปร์ เนื่องจากเมื่อปี 2557 สปป. ลาว ไทย มาเลเซียและสิงคโปร์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง “โครงการร่วมส่งพลังงาน สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์” หรือ Lao PDR, Thailand, Malaysia and Singapore Power Integration Project: LTMS-PIP ขึ้น โดยอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC และโครงการส่งกระแสไฟฟ้าแห่งอาเซียน หรือ ASEAN Power Grid ที่มีเป้าหมายเพื่อกระจายแหล่งพลังงานไฟฟ้าให้ทั่วถึงภายในอาเซียน โดย สปป.ลาว สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำได้จำนวนมากและประสงค์จะจำหน่ายไฟฟ้าเหล่านี้ให้ประเทศเพื่อนบ้าน โดยประกาศตัวเป็นแบตเตอรี่แห่งเอเชียและความร่วมมือของ 4 ประเทศนี้จะทำให้อาเซียนตอนบนมีโครงข่ายไฟฟ้าที่เข้มแข็ง <br />
เมื่อเดือน ก.ย. 2559 สปป. ลาว ไทย และมาเลเซีย ได้ลงนามจำหน่ายไฟฟ้าร่วมกัน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (Electricite du Laos: EDL) การไฟฟ้าแห่งประเทศไทย และบริษัท Tanaka Electric National มาเลเซีย นอกจากนี้ สปป. ลาวยังร่วมมือกับจีน ในรูปแบบการแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าแบบระบบสู่ระบบ (Grid to Grid) โดยบริษัท China Southern Power Grid หรือ CSG และ EDL ลงนามข้อตกลงการค้าไฟฟ้า 115 กิโลโวลต์เมื่อเดือน มี.ค. 2565 เพื่อใช้ไฟฟ้าพลังงานน้ำส่วนเกินใน สปป. ลาวช่วงฤดูฝน <br />
Modified:02/09/2022 09:01:33
-
จีนลงทุน 803 โครงการเป็นอันดับ 1 ของการลงทุนจากต่างประเทศของ สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2565 นายโพไซ ไขคำพิทูน รองรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ สปป. ลาว <br />
ผู้แทนรัฐบาล สปป. ลาวและนายเจียง จายตุง เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำ สปป. ลาว ผู้แทนฝ่ายจีนร่วมประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนและสรุปการเฉลิมฉลองวันก่อตั้งความสัมพันธ์<br />
ทางการทูตระหว่าง สปป. ลาว และจีน ครบรอบ 60 ปี และปีมิตรภาพลาว-จีน ผ่านระบบการประชุมทางไกล <br />
โดยมีผู้แทนจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม<br />
Modified:02/03/2022 14:12:36
-
โครงการพัฒนาเมืองทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเขตนาเตย
เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2565 บริษัท อมตะซิตี้ ลาว จำกัด (Amata City Lao Sole Company Limited) ได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการพัฒนาเมืองทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเขตนาเตย แขวงหลวงน้ำทา โดยมี นายคำไหล สีปะเสิด เจ้าแขวงหลวงน้ำทา นางคำจัน วงแสนบูน รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว พร้อมด้วยนายเจษฎา กตเวทิน เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมModified:28/02/2022 14:55:49
-
ข้อคิดเห็นของผู้ประกอบการลาวเกี่ยวกับ RCEP
ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2565 จะเป็นความตกลงสำคัญในการส่งเสริมการค้าเสรีและการลงทุน ภายในกลุ่มอาเซียน รวมถึง สปป. ลาวด้วยModified:24/01/2022 15:42:00
-
การประชุมปรึกษาหารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการส่งออกสินค้าไปจีน
เมื่อวันที่ 26-27 ธ.ค. 2564 ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมฯ รองรัฐมนตรีจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง กระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ กระทรวงพลังงานและบ่อแร่ กระทรวงป้องกันความสงบ รองประธานคณะกรรมการร่วมมือลาว-จีน เจ้าแขวงและรองเจ้าแขวงหลวงน้ำทา แผนกที่เกี่ยวข้องของแขวงหลวงน้ำทา สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว และภาคเอกชน เข้าร่วมการประชุมปรึกษาหารือ<br />
และลงพื้นที่ด่านสากลบ่อเต็นเพื่อร่วมแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการส่งออกสินค้าไปจีน<br />
Modified:17/01/2022 09:54:08
-
การประชุมสรุปแผนการ การลงทุน และการเงิน ประจำปี 2564 และแนวโน้มปี 2565
เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการ<br />
และการลงทุน สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมสรุปแผนการ การลงทุน และการเงิน ประจำปี 2564 และแนวโน้ม<br />
ปี 2565 โดยมี รองรัฐมนตรี หัวหน้ากรม รองหัวหน้ากรม และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงแผนการฯ เข้าร่วม<br />
Modified:28/12/2021 10:16:08
-
สปป. ลาวกู้เงิน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากเกาหลีใต้เพื่อสานต่อการพัฒนาระบบยื่นภาษีออนไลน์
เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2564 นายสุลิวัด สุวันนะจูมคำ หัวหน้ากรมเงินตราต่างประเทศและคุ้มครองหนี้สิน กระทรวงการเงิน สปป. ลาว นายทำมะลัด ราชะพน รักษาการหัวหน้ากรมส่วยสาอากร กระทรวงการเงิน สปป. ลาว และนาย Lee Dong Geon หัวหน้าผู้แทนกองทุนความร่วมมือเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ (Economic Development Cooperation Fund- EDCF) ประจำ สปป. ลาว ร่วมลงนามบันทึกช่วยจำ 3 ฝ่ายเพื่อกู้เงินสำหรับโครงการสร้างระบบข้อมูลข่าวสารคุ้มครองรายรับภาษีของ สปป. ลาว (Tax Revenue Information System- TaxRIS) ระยะที่ 2 ผ่านระบบทางไกล โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:28/12/2021 09:53:37
-
ขยายเวลาโครงการสร้างความเข้มแข็งระบบการขนส่งในตัวเมืองแบบยั่งยืนของ สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2564 ดร. อาดสะพังทอง สีพันดอน เจ้าครองนครหลวงเวียงจันทน์ และนายโทชิโอะ <br />
นากาเสะ หัวหน้าผู้แทนองค์กร JICA ประจำ สปป. ลาว เป็นประธานร่วมการประชุมคณะกรรมการความร่วมมือ<br />
ในโครงการสร้างความเข้มแข็งระบบการขนส่งในตัวเมืองแบบยั่งยืน ครั้งที่ 4 โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม <br />
<br />
<br />
ดร. อาดสะพังทองฯ กล่าวว่า เดิมทีโครงการดังกล่าวมีกำหนดจะเริ่มดำเนินการในปี 2561 และจะแล้วเสร็จในปี 2564 แต่เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงได้ระงับโครงการชั่วคราวและเลื่อนการดำเนินการเป็น ปี 2566 วัตถุประสงค์หลักของโครงการฯ คือ การปรับปรุงแผนแม่บทด้านระบบการขนส่งในเมืองของนครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งจัดทำขึ้นในปี 2551 และวางแผนจะดำเนินการทดลองเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในเมือง <br />
และฝึกอบรมเจ้าหน้าที่เพื่อให้สามารถปรับปรุงและพัฒนาแผนแม่บทให้ปฏิบัติได้ <br />
Modified:21/12/2021 11:45:24
-
พิธีเปิดโครงการทางรถไฟลาว - จีนอย่างเป็นทางการ
เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2564 นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศ สปป. ลาว และนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เป็นประธานร่วมในพิธีเปิดโครงการทางรถไฟลาว - จีนอย่างเป็นทางการ โดยมีผู้บริหารระดับสูง อดีตผู้บริหารระดับสูง คณะทูตานุทูต ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยพิธีดังกล่าวจัดขึ้น<br />
ในรูปแบบออนไลน์ที่หอประชุมแห่งชาติลาว สถานีรถไฟนครหลวงเวียงจันทน์ และสถานีรถไฟคุนหมิง <br />
Modified:21/12/2021 11:43:41
-
รัฐบาล สปป. ลาวกู้เงิน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากเกาหลีใต้
นายวันทอง บุดตะนะวง หัวหน้ากรมการขนส่งทางน้ำ กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป. ลาว กล่าวว่า รัฐบาล สปป. ลาวจะกู้เงินแบบดอกเบี้ยผ่อนปรนจากกองทุนความร่วมมือเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ (EDCF) จำนวน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้ในโครงการที่มีความสำคัญลำดับต้นของรัฐบาล 14 โครงการ อาทิ โครงการป้องกันดินถล่มในแขวงที่มีความจำเป็น 6 โครงการ มูลค่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการสนับสนุนการศึกษาความเป็นไปได้ทางการเงินสำหรับโครงการอื่น ๆ อีก 3 โครงการ ได้แก่ โครงการป้องกันดินถล่มตามริมฝั่งแม่น้ำโขงของแขวงจำปาสักเพิ่มเติม ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 โครงการสร้างระบบจัดเก็บภาษีแบบทันสมัยของกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ระยะที่ 2 และโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลทันสมัยในพื้นที่ภาคใต้ของกระทรวงสาธารณสุข สปป. ลาว ตามกรอบความร่วมมือในช่วงปี 2563 – 2566Modified:21/12/2021 11:39:54
-
สปป. ลาวพัฒนาการชำระภาษีอากร ค่าธรรมเนียม และการเบิกจ่ายงบประมาณรัฐผ่านระบบดิจิทัล
เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2564 ดร. บุนเหลือ สินไซวอระวง รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว และ<br />
นายสุพน จันทะวีไซ ผู้อำนวยการใหญ่กลุ่มบริษัท ลาว โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมลงนาม MOU <br />
ว่าด้วยการพัฒนาการชำระภาษีอากร ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ และการเบิกจ่ายงบประมาณรัฐผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ M-Money และระบบโทรคมนาคมอื่น ๆ โดยมีนายบุนโจม อุบนปะเสิด รัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ศ.ดร. บ่อเวียงคำ วงดาลา รัฐมนตรีกระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร สปป. ลาว และผู้บริหาร<br />
ของทั้งสองบริษัทร่วมเป็นสักขีพยาน<br />
Modified:21/12/2021 10:34:41
-
แผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้า ปี 2564 - 2573 และแผนพัฒนาพลังงานและบ่อแร่ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) ของ สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2564 นายดาววง พอนแก้ว รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว ได้นำเสนอแผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้า ปี 2564 - 2573 และแผนพัฒนาพลังงานและบ่อแร่ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) ของ <br />
สปป. ลาว ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ดังนี้<br />
Modified:21/12/2021 10:22:34
-
AIDC จะลงทุนสร้างโรงงานแป้งมันสำปะหลังที่แขวงจำปาสัก
เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2564 ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว ดร. วิไลวง บุดดาคำ เจ้าแขวงจำปาสัก นายเพ็ด พมพิพัก รัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป. ลาว นายพึดสะพา พูมมะสัก ประธานบริษัท AIDC การค้า จำกัดผู้เดียว และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมการประชุมสรุปผลการดำเนินโครงการด้านเกษตรกรรมของ AIDCModified:17/09/2021 16:22:54
-
สปป. ลาวสานต่อการพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารคุ้มครองเงินได้จากภาษีอากร
เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2564 นายบุนโจม อุบนปะเสิด รัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว และนาย Lee Dong - Geon ผู้แทนกองทุนความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ประจำ สปป. ลาว (Economic Development Cooperation Fund: EDCF) ได้หารือเกี่ยวกับโครงการสร้างระบบข้อมูลข่าวสารคุ้มครองเงินได้จากภาษีอากร ของ สปป. ลาว (TaxRIS หรือระบบบริการด้านภาษีอากรแบบออนไลน์) ระยะที่ 2 ซึ่งเป็นโครงการที่จะใช้เงินกู้ยืมแบบมีเงื่อนไขผ่อนปรนจาก EDCF ปี 2563 - 2566Modified:01/09/2021 09:38:09
-
สปป. ลาวเตรียมประกาศใช้นโยบายอุตสาหกรรมสีเขียวช่วงปี 2564 - 2565
เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2564 นายบัววัน วิละวง หัวหน้ากรมอุตสาหกรรมและหัตถกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว และนาย Christophe Assicot รองหัวหน้าสถาบันเพื่อการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโลก (Global Green Growth Institute: GGGI) ประจำ สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมเพื่อเตรียมประกาศใช้นโยบายอุตสาหกรรมสีเขียวของ สปป. ลาว โดยมีรองหัวหน้ากรม ผู้แทนจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม โดยการประชุมดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกรมอุตสาหกรรมและหัตถกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมฯ GGGI และกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund: GCF)Modified:17/08/2021 09:22:15
-
หัวเหว่ยสนับสนุนการพัฒนาดิจิทัลใน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2564 ศ.ดร. บ่อเวียงคำ วงดาลา รัฐมนตรีกระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร สปป. ลาว และคณะ เดินทางเยี่ยมชม
<br />
บริษัท หัวเหว่ยลาว จำกัด โดยมีนาย Hu Weihua ประธานบริษัท หัวเหว่ยลาว จำกัด ให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินธุรกิจ
<br />
ของบริษัทฯ ทั่วโลกและใน สปป. ลาว และนำเสนอวิสัยทัศน์เกี่ยวกับ ICT ซึ่งมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมดิจิทัลลาว รวมถึง
<br />
E-Government นอกจากนี้ คณะยังได้เยี่ยมชมห้องจัดแสดงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่ตั้งอยู่เมืองเชินเจิ้น
<br />
ผ่านระบบการประชุมทางไกล
<br />
<br />
หัวเหว่ยดำเนินธุรกิจใน สปป. ลาวมากกว่า 20 ปี และได้พัฒนาด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยในอนาคตจะเพิ่ม
<br />
ความร่วมมือกับผู้ประกอบการลาวในการพัฒนาคุณภาพของเครือข่ายและการให้บริการ ด้านการสื่อสารให้ดียิ่งขึ้นผ่านการ
<br />
สนับสนุนการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้าน ICT และการพัฒนายุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัลของ สปป. ลาว อย่างต่อเนื่อง
<br />
พร้อมสานต่อการลงทุนในการพัฒนาขีดความสามารถด้าน ICT ให้ สปป. ลาว
<br />
<br />
ศ.ดร. บ่อเวียงคำฯ กล่าวว่า ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลและการแก้ไขปัญหา E-Government มีความสำคัญอย่างมาก
<br />
หัวเหว่ยเป็นผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีชั้นนำของโลกที่มีความเชี่ยวชาญ ความรู้ และประสบการณ์ จึงมั่นใจว่าหัวเหว่ยจะช่วย
<br />
สนับสนุนการพัฒนา ICT ของ สปป. ลาว รวมทั้งพัฒนาอุตสาหกรรม ทรัพยากรมนุษย์ ส่งเสริมการจ้างงานให้กับแรงงานท้องถิ่นอีกด้วย
<br />
<br />
เมื่อเดือน พ.ค. 2564 หัวเหว่ยได้ประกาศที่จะดำเนินโครงการ “In Laos For Laos” เพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยสนับสนุน
<br />
อุปกรณ์โทรคมนาคม การฝึกอบรมทักษะด้าน ICT และการให้คำปรึกษา ด้านการวางแผนเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อสร้างขีดความสามารถ
<div>ในยุคดิจิทัล 4.0 โดยร่วมมือกับกระทรวงเทคโนโลยี และการสื่อสาร สปป. ลาว
<br />
<br />
โครงการดังกล่าวจะช่วยปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานของภาครัฐ รวมทั้งการพัฒนาทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยจะยกระดับ
<br />
ระบบสำนักงานให้ทันสมัยมากขึ้นเพื่อช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ หัวเหว่ยจะให้ความช่วยเหลือ สปป. ลาว
<br />
ในการเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล โดยจัดฝึกอบรม ICT ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ และให้คำปรึกษาที่เกี่ยวข้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล
<br />
รวมทั้งพัฒนาการศึกษา โดยเฉพาะในวัยเด็ก และจัดหาอุปกรณ์ IT และสื่อการเรียนการสอนให้กับโรงเรียนประถมและมัธยมศึกษาอีกด้วย
<br />
<br />
ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 16 พ.ค. 2564 และ นสพ. เศรษฐกิจการค้า วันที่ 20 ก.ค. 2564
<br />
https://laoedaily.com.la/2021/07/20/99370/ </div>
Modified:19/11/2024 11:18:24
Sorted by relevance | Sort by date
