ค้นหา
About 171 results
-
"จีน-ญี่ปุ่น"รุมจีบ"เมียนมาร์" ธุรกิจท้องถิ่นกังวลถูกแย่งทรัพยากร
ตลาดอาเซียนถือเป็นตลาดใหม่ที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูงและรวดเร็ว โดยเฉพาะชาติที่เพิ่งเปิดประเทศอย่าง "เมียนมาร์" ซึ่งเป็นที่จับตามองของนักลงทุนทั่วโลก เพราะเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพซึ่งนักลงทุนที่เข้าไปในเมียนมาร์มากที่สุด คือ จีน รองลงมาเป็นญี่ปุ่น และไทยที่มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน
Modified:11/02/2015 11:20:38
-
โอกาสอุตสาหกรรมไทยในตลาดใหม่
เป็นการลงนามความร่วมมือระหว่างรัสเซีย เบลารุส และคาซัคสถาน เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2557 และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2558 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดเก็บอัตราภาษีศุลกากรนอกกลุ่มสมาชิกให้เป็นหนึ่งเดียวModified:21/09/2015 17:38:21
-
ก๊าซธรรมชาติ: เปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจอิสราเอล
Modified:05/02/2015 17:19:54
-
เก็บตกจากต่างแดน: สำรวจพื้นที่ลงทุนโรงงานชิ้นส่วนยานยนต์ในแอฟริกาใต้
“เก็บตกจากต่างแดน” ฉบับนี้ จะนำท่านผู้อ่านไปไกลถึงประเทศแอฟริกาใต้ หนึ่งในประเทศกลุ่ม BRICS ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่ถูกหมายตาว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจใหม่ของโลกเทียบชั้นกลุ่ม G3 (สหรัฐฯ EU และญี่ปุ่น) เนื่องจากเศรษฐกิจมีโอกาสเติบโตได้อีกมากจากความพร้อมของทรัพยากรธรรมชาติและตลาดที่มีขนาดใหญ่ รวมทั้งการเป็นฐานที่มั่น ทางเศรษฐกิจและแหล่งกระจายสินค้าสำคัญของทวีปแอฟริกาโดยในครั้งนี้จะนำท่านผู้อ่านไปสำรวจพื้นที่ลงทุนในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์หลังจากเริ่มมีผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยหลายรายให้ความสนใจที่จะเข้าไปลงทุนในแอฟริกาใต้ เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์ของแอฟริกาใต้เติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านอุปสงค์จากการขยายตัวของตลาดภายในประเทศและตลาดแอฟริกา (แอฟริกาใต้เป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกรถยนต์ไปทั่วทวีปแอฟริกา) รวมถึงด้านอุปทานที่บริษัทรถยนต์ขนาดใหญ่ของโลก โดยเฉพาะจากยุโรปได้เข้าไปลงทุนตั้งโรงงานประกอบรถยนต์สำเร็จรูป ส่งผลให้แอฟริกาใต้มีความต้องการใช้ชิ้นส่วนยานยนต์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่จากข้อจำกัดของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศที่ยังผลิตได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์เป็นจำนวนมาก โดยไทยถือเป็นแหล่งนำ เข้าชิ้นส่วนยานยนต์สำคัญอันดับ 3 ของแอฟริกาใต้ รองจากเยอรมนีและญี่ปุ่น สอดคล้องกับข้อมูลมูลค่าส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยไปแอฟริกาใต้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ขยายตัวเฉลี่ยสูงถึงเกือบร้อยละ 30ต่อปี ส่งผลให้ผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ไทยมองเห็นโอกาสในการขยายการลงทุนในแอฟริกาใต้ ทั้งนี้ จะขอพาท่านผู้อ่านไปสำรวจ 3 จังหวัดที่เป็นพื้นที่ลงทุนและคลัสเตอร์สำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ของแอฟริกาใต้ ได้แก่ Gauteng,Eastern Cape และ Kwazulu-Natal...Modified:16/01/2015 10:32:13
-
รัฐเกรละ ตอน 1 โอกาสงามท่ามกลางรัฐตอนใต้ของอินเดีย
อย่างที่ทราบกันดีว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยหลายรายที่ตบเท้าเข้าสู่ประเทศอินเดีย และสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงก็ด้วยการวางแผนที่ดี มองเห็นเป้าหมายชัดเจน และที่สำคัญไม่กลัวที่จะเข้าไปเรียนรู้วิธีการทำธุรกิจท่ามกลางวัฒนธรรมที่แตกต่าง คำถามที่ผู้ประกอบการสนใจเสมอก็คือ ไปตรงไหนดี รัฐไหนดี เมืองไหนดี วันนี้ เรามาลองมาทำความรู้จักกับรัฐเกรละ (Kerala) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศอินเดียทางฝั่งตะวันตก ติดกับทะเลอาระเบียนกันดูบ้าง ว่ารัฐนี้มีดีอย่างไรModified:03/12/2014 11:55:00
-
โอกาสทองลงทุน "กัมพูชา" ค่างานถูก ทรัพยากรหลากหลาย
นับตั้งแต่กัมพูชาได้เข้าเป็นสมาชิกอาเซียนในปี 2542 และองค์การการค้าโลกในปี 2547 บรรยากาศการลงทุนในกัมพูชาก็พัฒนาขึ้นตามลำดับ กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดเม็ดเงินจากต่างชาติได้เป็นอย่างดี ภายใต้กระแสการค้าโลกในยุคโลกาภิวัตน์ที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศModified:01/12/2014 15:35:19
-
ความรับผิดชอบต่อสังคมเชิงบรรษัท (Corporate Social Responsibilities – CSR)
อินเดีย - กฎหมาย Companies Act 2013 มาตรา 135 ซึ่งจะบังคับใช้ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2558 กำหนดให้บริษัทที่ประกอบกิจการในอินเดีย ซึ่งมีส่วนของผู้ถือหุ้น (net worth) 5,000 ล้านรูปี (INR 500 crore) ขึ้นไป หรือมี turnover 10,000 ล้านรูปีขึ้นไป (INR 1,000 crore) หรือมี ผลกำไรสุทธิ 50 ล้านรูปี (INR 5 crore) ขึ้นไป ใน 1 รอบปีบัญชี (financial year) ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับ CSR ดังนี้...Modified:24/10/2014 14:34:58
-
รัฐกรณาฏกะ เสือเศรษฐกิจซ่อนเล็บ ตอนที่ 1
รัฐกรณาฏกะเป็นรัฐที่มีบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนอยู่เป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุที่รัฐนี้มีนโยบายสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรมก่อนรัฐอื่นๆ ในประเทศอินเดียModified:08/10/2014 10:45:47
-
อานธรประเทศ อัญมณีแห่งอ่าวเบงกอลตอนที่ 3
การขยายโครงการของ CPF Group โดยการลงทุน 10,000 ล้านรูปีที่รัฐอานธรประเทศนั้นไม่เป็นข่าวในสื่อไทย หากได้รับการตีพิมพ์ในเว็บไซต์สื่อชื่อดังของอินเดียหลายสำนัก อย่างเช่น The Hindu และ NDTV.com นั้น แสดงให้เห็นว่ารัฐอานธรประเทศมีอนาคตสดใส มั่นใจได้สำหรับนักลงทุน และคนอินเดียก็อ้าแขนรับคนไทยอย่างเต็มที่Modified:08/10/2014 11:13:48
-
อานธรประเทศ อัญมณีแห่งอ่าวเบงกอลตอนที่ 2 - “หม้อข้าวของอินเดีย”
หากตัดภาพความเจริญทางเทคโนโลยีและศูนย์กลางแห่งโลกไอทีออกไปจากรัฐอานธรประเทศ เราจะเห็นว่า รัฐอานธรประเทศคือรัฐกสิกรรมแถวหน้าของประเทศอินเดีย ซึ่งอุดมสมบูรณ์ที่สุดถึงขนาดได้รับการสมญานามว่า “หม้อข้าวของประเทศอินเดีย” ทีเดียว
Modified:17/09/2014 15:02:11
-
รัฐบาลปากีสถานกำลังเปิดรับสมัครยื่นข้อเสนอโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ที่รัฐไคเบอร์ปักตุงคัว
นอกจากอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ อุตสาหกรรมอาหารฮาลาล อุตสาหกรรมประมง และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการเกษตร ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพของปากีสถานแล้ว อีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพไม่แพ้กัน และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกและโอกาสในการทำธุรกิจที่กำลังมาแรงในปากีสถานสำหรับผู้ประกอบการไทย คือ อุตสาหกรรมพลังงานปากีสถาน เป็นประเทศที่กำลังประสบวิกฤตการณ์การขาดแคลนกระแสไฟฟ้าภายในประเทศอย่างรุนแรง รัฐบาลปากีสถานจึงต้องเร่งดำเนินการรับมือ แก้ไขปัญหาการขาดแคลนที่เกิดขึ้นโดยการออกนโยบายพลังงานแห่งชาติปากีสถาน ซึ่งมีการส่งเสริมให้นักลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศเข้ามาลงทุนด้านพลังงานในปากีสถาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าทุกประเภทสำหรับนักธุรกิจหรือผู้ประกอบการท่านใดที่กำลังมองหาโอกาสเข้าไปลงทุนในภาคอุตสาหกรรมพลังงานที่ประเทศปากีสถาน โอกาสเช่นนั้นเดินทางมาถึงท่านแล้ว!!เพราะขณะนี้ กระทรวงน้ำและไฟฟ้าของปากีสถานกำลังเปิดรับสมัครภาคเอกชนจากประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศไทยที่สนใจ ยื่นข้อเสนอเข้าร่วมโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ จำนวน 2 โครงการ คือ 1) โครงการ Neckeherdim-Paur กำลัง 80 เมกกะวัตต์ บนแม่น้ำ Yarkun และ 2)โครงการ Turtonas-Uzghor กำลัง 58 เมกกะวัตต์ บนแม่น้ำ Golen Gol ในหุบเขา Chitral ที่รัฐไคเบอร์ปักตุงคัว สาธารณรัฐอิสลามปากีสถานกระทรวงน้ำและไฟฟ้าของปากีสถานให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำในครั้งนี้ ว่า โครงการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายโครงการผลิตไฟฟ้า ปี ค.ศ. 2002 ของรัฐบาลปากีสถานซึ่งมีการเสนอสิทธิประโยชน์ที่น่าดึงดูดและจูงใจให้นักลงทุนจากต่างชาติเข้ามาลงทุนในภาคอุตสาหกรรมพลังงานในปากีสถานเกี่ยวกับเรื่องนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอิสลามาบัด ให้คำแนะนำว่า “ปากีสถานเป็นประเทศคู่ค้าของไทย อันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียใต้ จุดแข็งด้านทำเลที่ตั้งที่เป็นประตูการค้าไปสู่ภูมิภาคเอเชียกลางและการมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ซึ่งเอื้อต่อการทำธุรกิจในอุตสาหกรรมพลังงานภายในประเทศ ทำให้ปากีสถานกลายเป็นตลาดใหม่ที่น่าจับตามองในแง่การค้าและการลงทุนของไทย ผู้ประกอบการไทยควรใช้จุดแข็งดังกล่าว เข้าร่วมโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำในครั้งนี้”หากสนใจ ท่านสามารถยื่นข้อเสนอโครงการเพียง 1 โครงการ หรือทั้ง 2 โครงการ โดยส่งเอกสาร Expression of Interest (EOI) ที่กรอกข้อมูลครบถ้วน และข้อเสนอโครงการของท่าน ไปที่ Private Power & Infrastructure Board (PPIB) กระทรวงน้ำและไฟฟ้าปากีสถาน ที่อยู่: 50 Nazimuddin Road, F-7/4, Islamabad, Pakistan ภายในวันที่ 13 ตุลาคม 2557 เวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของปากีสถานทั้งนี้ ท่านสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว ได้ที่เว็บไซต์ www.ppib.gov.pk หรือสอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ของ PPIB โดยตรง โทรศัพท์ +92 51 9100118-29 โทรสาร +92 51 9100131-32 อี-เมล์: [email protected]
Modified:11/09/2014 15:12:36
-
บีโอไอหนุนลงทุนแอฟริกา - อเมริกาใต้ ชี้ช่องทางนักธุรกิจไทยแสวงหาฐานการผลิตใหม่ใน 4 ประเทศ
บีโอไอเปิดผลศึกษาและข้อมูลการลงทุนเชิงลึกในกลุ่มประเทศแถบแอฟริกา และอเมริกาใต้ รวม 4 ประเทศ ได้แก่ เคนยา กานา แทนซาเนีย และเปรู หลังแนวโน้มอุตสาหกรรมของทั้ง 4 ประเทศขยายตัวต่อเนื่อง และพร้อมเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศ เป็นโอกาสไทยเข้าไปแสวงหาฐานการผลิตทั้งอุตสาหกรรมจากทรัพยากรธรรมชาติ และเกษตรแปรรูป...
Modified:04/09/2014 17:22:48
-
ยูนนาน อาณาจักรดอกไม้และแหล่งประมูลดอกไม้สดนานาชนิด ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
มณฑลยูนนานมีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ จนได้รับสมญานามว่า "อาณาจักรแห่งพันธุ์ไม้”ขณะเดียวกัน นครคุนหมิง ซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑลยูนนาน ก็ได้รับฉายาว่าเป็น “เมืองดอกไม้แห่งเอเชีย” น้อยคนที่จะรู้ว่า ยูนนานยังเป็นแหล่งของดอกไม้ติด 1 ใน 4 ผกามีชื่อของจีนอีกด้วModified:14/08/2014 14:49:50
-
ข้อมูลเศรษฐกิจและนโยบายส่งเสริมการลงทุนของรัฐเบงกอลตะวันตก
สภาพแวดล้อมของรัฐเบงกอลตะวันตกเอื้ออำนวยต่อโครงการลงทุนต่างๆ ปัจจุบัน มูลค่าธุรกิจอุตสาหกรรมเท่ากับประมาณ 10% ของ GDP ของรัฐ และรัฐบาลท้องถิ่นมีเป้าหมายที่จะพัฒนาให้สัดส่วนมูลค่าดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวภายในระยะเวลา 5 ปีModified:08/08/2014 13:53:34
-
สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกเปิดตัวอุทยานธุรกิจการเกษตรแห่งแรกในประเทศ
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2557 นาย Joseph Kabila ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (Democratic Republic of Congo - DRC) ได้เข้าร่วมพิธีเปิดอุทยานธุรกิจการเกษตรแห่งแรกของ DRC คือ อุทยาน Bukanga Lonzo ซึ่งมีขนาดพื้นที่ 75,000 เฮกตาร์ ตั้งอยู่ห่างจากกรุงกินชาซา เมืองหลวงของ DRC ไปทางทิศตะวันออก 240 กิโลเมตร นับเป็นการดำเนินการก้าวแรกตามแผนงานเพื่อการใช้พื้นดินที่เหมาะสมที่กว้างใหญ่ของประเทศModified:05/08/2014 16:40:46
-
ตลาดใหม่ โอกาสใหม่
ราช ซูบรามาเนียม รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์ การตลาดและการสื่อสารทั่วโลก เฟดเอ็กซ์ เซอร์วิส
ประเทศในกลุ่ม MINT ที่ประกอบด้วย เม็กซิโก อินโดนีเซีย ไนจีเรีย ตุรกี หรือกลุ่มประเทศ CIVETS ที่มีประเทศโคลัมเบีย อินโดนีเซีย เวียดนาม อียิปต์ ตุรกี แอฟริกาใต้ ซึ่งไม่ว่าจะมองไปทางไหน สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจระหว่างประเทศแล้ว กลุ่มประเทศทั้งสองนี้นับวันยิ่งจะมีความน่าสนใจเพิ่มมากขึ้น และควรค่าแก่การจับตาดูในระยะยาว เนื่องจากประเทศเหล่านี้ ซึ่งเป็นเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่มีโอกาสและความเป็นไปได้สูงมาก ทั้งยังมีเศรษฐกิจที่คึกคัก เพียงแต่ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างยืดเส้นยืดสายเท่านั้น แต่ว่าภายในปี 2050 มีการคาดการณ์ว่าประเทศเหล่านี้จะมีขนาดเศรษฐกิจรวมกันใหญ่ติดอันดับ 20 ประเทศที่มีความสำคัญต่อจีดีพีของโลกเลยทีเดียว...Modified:24/07/2014 11:43:39
-
ไทยเตรียมเปิดบ้านต้อนรับผู้นำหมู่เกาะแปซิฟิก 14 ประเทศ ระหว่างการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 วันที่ 9 – 10 สิงหาคม 2557
ไทยเตรียมเปิดบ้านต้อนรับผู้นำหมู่เกาะแปซิฟิก 14 ประเทศ ระหว่างการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 วันที่ 9 – 10 สิงหาคม 2557เวทีประวัติศาสตร์เพื่อความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างวันที่ 9 -10 สิงหาคม 2557 นี้ ไทยจะได้มีโอกาสเปิดบ้านต้อนรับแขกต่างชาติระดับสูงอีกครั้ง ในเวทีการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 ที่กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ณ โรงแรมสุโกศล กรุงเทพมหานคร กระทรวงการต่างประเทศคาดว่าจะมีผู้แทนระดับรัฐมนตรี และระดับสูงจาก 14 ประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิก ได้แก่ หมู่เกาะคุก สาธารณรัฐฟิจิ สาธารณรัฐคิริบาส สาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลส์ สหพันธรัฐไมโครนีเซีย สาธารณัฐนาอูรู นีอูเอ สาธารณรัฐปาเลา รัฐเอกราชปาปัวนิวกินี รัฐเอกราชซามัว หมู่เกาะโซโลมอน ราชอาณาจักรตองกา ตูวาลู และสาธารณรัฐวานูอาตู ตอบรับเข้าร่วมการประชุมการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 หรือเรียกย่อ ๆ ว่า TPIF ถือเป็น การประชุมนานาชาติในรูปแบบดังกล่าวครั้งแรก และมีหัวข้อหลักการประชุมว่า “ส่งเสริมความร่วมมือเพื่อ การพัฒนาเพื่อบรรลุเป้าหมายความมั่งคั่งร่วมกัน” (Strengthening Development Cooperation towards Common Prosperity) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในด้านการพัฒนาและการค้าการลงทุนของไทยกับประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก ทั้งนี้ ไทยได้เชิญผู้แทนขององค์การระหว่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญในด้านความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาในภูมิภาคเข้าร่วมสังเกตการณ์ อาทิ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) โครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาของสหประชาชาติ (UNDP) องค์การอนามัยโลก (WHO) รวมถึงผู้แทนของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ไทยกับประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า ตั้งแต่ปี 2547 ไทยมีฐานะเป็นคู่เจรจา (Dialogue partner) ขององค์กรการประชุมหมู่เกาะแปซิฟิก (Pacific Islands Forum - PIF) และมีบทบาทนำในฐานะเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนา (Emerging Donor) ต่าง ๆ ที่สำคัญแก่ประเทศเหล่านี้ โดยได้ให้ความช่วยเหลือทางวิชาการกับทั้ง 14 ประเทศ มาอย่างต่อเนื่องกว่า 18 ปี โดยเฉพาะการให้ทุนฝึกอบรม เพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรผ่านการถ่ายทอดประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ ที่ผ่านมา มีการจัดสรรทุนให้กับประเทศเหล่านี้แล้วกว่า 124 ทุน เป็นมูลค่าการรวมกว่า 25.75 ล้านบาท โดยเป็นรูปแบบหลักสูตรฝึกอบรมนานาชาติประจำปี ทุนศึกษานานาชาติระดับปริญญาโท ในสาขาอันได้แก่ การเกษตร ประมง สาธารณสุข ท่องเที่ยว และเศรษฐกิจพอเพียงปี 2557 นับเป็นโอกาสครบรอบ 10 ปี ที่ไทยมีฐานะเป็นคู่เจรจาของ PIF กระทรวงการต่างประเทศจึงมีดำริจะจัดกิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมบทบาทเชิงรุก และช่วยประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ไทยในด้านการพัฒนา ที่สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนา หรือที่สหประชาชาติให้คำนิยามว่าความร่วมมือแบบใต้-ใต้ (South-South Cooperation) เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาสหัสวรรษของสหประชาชาติไปพร้อม ๆ กัน (Millennium Development Goals)
ไทยกับหมู่เกาะแปซิฟิก: มิตรใกล้ตัวประเทศหมู่เกาะ 14 ประเทศ มีประชากรรวมราว 10 ล้านคน และถือว่ามีความใกล้ชิดสนิทสนมกันกับประเทศไทย โดยในระดับพระราชวงศ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เคยเสด็จเยือนตองกาและฟิจิอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2539 และพระราชวงศ์ตองกาทรงเป็นพระราชอาคันตุกะในพระราชพิธี ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในปี 2549 ด้วย นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นสถานที่ที่ผู้นำของหลายประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิกเลือกเป็นสถานที่พักผ่อนและรักษาพยาบาลด้วยในด้านการค้าการลงทุน ต้องนับว่าเป็นผลสำเร็จของนโยบายการเปิดประตูเพื่อกระชับมิตรกับประเทศ หมู่เกาะแปซิฟิก และผลจากการแลกเปลี่ยนการเยือนของผู้นำและผู้แทนระดับสูงระหว่างกันในช่วงปี 2555 – 2556 บทบาทของไทยในการเป็นคู่ค้าและผู้ลงทุนในกลุ่มประเทศหมู่เกาะจึงทวีความสำคัญมากขึ้นตามลำดับ โดยในปี 2555 ไทยมีมูลค่าการค้ารวมกับกลุ่มหมู่เกาะแปซิฟิกกว่า 39 ล้านบาท และมูลค่าการค้า ในปี 2556 เพิ่มขึ้นจากเมื่อสองปีก่อน (2554) ราวร้อยละ 19 คิดเป็นมูลค่าราว 26 ล้านบาท ประเทศหมู่เกาะ มีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งด้านป่าไม้และทรัพยากรทางทะเล เป็นแหล่งพลังงาน ก๊าซธรรมชาติ และแร่ธาตุมีค่า จึงมีศักยภาพเป็นตลาดใหม่ให้กับสินค้าและบริการจากไทย ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งวัตถุดิบปลาทูน่าที่สำคัญของไทยแล้ว ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกทั้ง 14 ประเทศ ยังเป็นลูกค้ารายสำคัญที่นำเข้าสินค้าข้าว น้ำตาล และเวชภัณฑ์ของไทย ประเทศที่มีขนาดใหญ่และมีความสำคัญด้านการค้าการลงทุนกับไทยมากที่สุด 3 ลำดับ ได้แก่ ปาปัวนิกินี วานูอาตู และฟิจิ และปัจจุบันมีภาคเอกชนไทยเข้าไปเปิดร้านอาหารไทย ธุรกิจสปา และตั้งบริษัทกระจายสินค้าและบริโภค อาทิ ข้าวและเวชภัณฑ์ในปาปัวนิวกินี และวานูอาตูแล้ว นอกจากนั้น ประเทศไทยและประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกยังสนับสนุนบทบาทซึ่งกันและกันในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ร่วม อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการจัดการภัยพิบัติ
ย้ำความมุ่งมั่นและบทบาทของไทยเวทีการประชุม TPIF ที่กำลังจะมาถึงจึงเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะได้แสดงศักยภาพในด้านการค้า การลงทุน การเป็นประตูสู่อาเซียน และประชาสัมพันธ์ทักษะความเชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาของไทยให้ นานาประเทศได้เห็น เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น และสร้างเสริมมิตรภาพกับกลุ่มประเทศในแปซิฟิก ซึ่งนอกเหนือจากการประชุมที่เน้นหัวข้อหลักในประเด็นการพัฒนาแล้ว กระทรวงการต่างประเทศยังจัดกิจกรรมศึกษาดูงานโครงการตัวอย่าง และโครงการในพระราชดำริ และกิจกรรมทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างความประทับใจในฐานะเจ้าภาพให้แก่คณะผู้แทนจากทั้ง 14 ประเทศด้วย ในการนี้ สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมสามารถติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ทั้งจากเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ www.mfa.go.th และเว็บไซต์ของกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ aspa.mfa.go.th
ที่มา: กองแปซิฟิกใต้กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้กระทรวงการต่างประเทศModified:24/07/2014 14:41:51
-
งานแสดงสินค้า “Abuja International Trade Fair” กำลังจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 23 กันยายน – 6 ตุลาคมนี้ ที่ J.T. Useni International Trade Fair กรุงอาบูจา สหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย
ในยุคที่ "ตลาดเก่า" ในโลกหลายแห่ง กำลังมีปัญหาหรือเติบโตได้ไม่ดีนัก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ ยุโรป หรือญี่ปุ่น "ตลาดใหม่" หลายแห่ง เป็นสิ่งที่ได้รับการจับจ้อง โดยเฉพาะใน ประเทศที่ "ก้าวขึ้นมาใหม่" “ไนจีเรีย” ถือเป็นหนึ่งในประเทศเหล่านั้น เพราะมีหลายปัจจัยที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ อาทิ ขนาดของประเทศและจำนวนประชากร ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ทำเลที่ตั้งและนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนการลงทุนของต่างชาติ แม้ว่าจะยังคงมีปัญหาด้านความปลอดภัยอยู่บ้าง นอกจาก ธุรกิจสาขาพลังงาน น้ำมันและก๊าซ และสาขาอัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพของไนจีเรียแล้ว อุตสาหกรรมการเกษตร การแปรรูปอาหาร การก่อสร้างและธุรกิจสาขาพลังงานไฟฟ้า ก็ถือเป็นโอกาสทองช่องทางใหม่ที่น่าท้าทายสำหรับนักธุรกิจต่างชาติ รวมถึงผู้ประกอบการไทยที่สนใจจะเข้าไปเปิดตลาดการค้าการลงทุนที่นั่น ปัจจุบัน ไนจีเรียยังไม่สามารถผลิตสินค้าและบริการเพื่อการบริโภคภายในประเทศได้เพียงพอ ต่อความต้องการของประชากรในประเทศ จึงจำเป็นต้องนำเข้าสินค้าจำนวนมากจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าในอุตสาหกรรมการเกษตร การแปรรูปอาหาร พลังงานไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ท่านที่กำลังหาโอกาสจะเข้าไปลองตลาดไนจีเรีย โอกาสนั้นมาถึงแล้ว เพราะงานแสดงสินค้า “Abuja International Trade Fair” กำลังจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 23 กันยายน – 6 ตุลาคมนี้ ที่ J.T. Useni International Trade Fair กรุงอาบูจา สหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย
Modified:20/02/2015 14:43:51
-
เตรียมตัวให้พร้อม รัฐบาลคองโกเตรียมเปิดประมูลเพื่อสำรวจแก็สในทะเลสาบ Kivu
รัฐบาลของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (Democratic Republic of Congo : DRC) มีแผนจะเปิดประมูลเพื่อการสำรวจแก็สในทะเลสาบ Kivu ในบริเวณด้านทิศตะวันออกซึ่งติดกับชายแดนรวันดา โดยจะเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติที่สนใจ รวมถึงไทย เข้าร่วมการประมูลModified:13/06/2014 16:34:48
-
สรุปประเด็นสำคัญของรายงานผลการดำเนินงานของรัฐบาลจีน ประจำปี 2557
เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2557 นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ได้รายงานผลการดำเนินงานของรัฐบาลประจำปี 2556 ต่อที่ประชุมสภาผู้แผนประชาชนจีนแห่งชาติ ชุดที่ 12 ครั้งที่ 2 โดยสำหรับปี 2557 นายกรัฐมนตรีจีนได้ตั้งเป้าหมายอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ที่ร้อยละ 7.5 รวมถึงการประกาศตั้งเป้าหมายอื่นๆ ที่สำคัญModified:11/03/2014 09:53:17
Sorted by relevance | Sort by date
