ค้นหา
-
“Localization -- ปรับตัวสู่ท้องถิ่น” กลยุทธ์สุดฮิต... ธุรกิจไทยบุกตลาดจีนไม่ควรมองข้าม!!
“เซี่ยงไฮ้” เมืองธุรกิจสำคัญของจีนที่มีประชากรราว 23 ล้านคน มี GDP per Capita (2011) ที่สูงถึง USD 12,911 (ไทย USD 5,112) และ CPI 5.2% (ไทย 3.8%) โดย Shanghai Wealth Report ได้ระบุว่า ชาวเซี่ยงไฮ้มากกว่า 140,000 คนเป็นผู้มีรายได้สูงกว่า 10 ล้านหยวน (ราว 48 ล้านบาท) นอกจากนี้ เซี่ยงไฮ้ยังเป็นเมืองที่มีบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนเปิดกิจการมากที่สุดในจีน โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากประชาชนในเซี่ยงไฮ้ส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง ผู้ประกอบการไทยจะฉวยโอกาสทองนี้อย่างไรในการที่จะมาลงทุนทำธุรกิจ?Modified:26/02/2015 14:28:15
-
ความฝันที่ (น่าจะ) เป็นจริงของเซี่ยงไฮ้ : เป้าหมายศูนย์กลางการเงินโลกภายใน ค.ศ. 2020 (ตอนที่ 2 : เปิดเสรีตลาดทุน.. แรงสนับสนุนสู่ฝันที่เป็นจริง)
หลายท่านคงทราบดีอยู่แล้วว่า แต่ไหนแต่ไรจีนเป็นประเทศที่“คุมเข้ม” ด้านการไหลเวียนของเงินทุนอย่างมาก ทั้งเงินทุนในรูปเงินหยวนและเงินสกุลหลักต่างๆ ด้วยการตั้ง“กำแพง” สกัดกั้นที่มีกฎระเบียบข้อกำหนดมากมายจนวิสาหกิจ/นักลงทุนชาวต่างชาติอยากจะส่ายหน้าหนีจากการลงทุนในตลาดทุนของจีน แต่หลังจากจีนเข้าเป็นสมาชิก WTO ในปี ค.ศ. 2001 การเปิดเสรีในด้านต่างๆ ได้บังเกิดขึ้นในแผ่นดินจีน ส่งผลให้ต่างชาติจำนวนมากเริ่มสนใจบุกเข้ามาในจีนมากขึ้น ทั้งการทำธุรกิจการค้า ลงทุนก่อสร้างโครงการสำคัญ หรือการลงทุนในตลาดทุน เป็นต้น ซึ่งล้วนมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจจีนมีสภาพการพัฒนาที่ดีขึ้นจวบจนทุกวันนี้Modified:26/02/2015 13:53:21
-
ความฝันที่ (น่าจะ) เป็นจริงของเซี่ยงไฮ้ : เป้าหมายศูนย์กลางการเงินโลกภายใน ค.ศ. 2020 (ตอนที่ 1 : ก้าวแรกก่อนเดินหน้าต่อไป.. กับการดันเงินหยวนก้าวไกลสู่เวทีโลก)
ท่านเคยทราบหรือไม่ว่า“นครเซี่ยงไฮ้” ได้เคยครองอันดับ 1 การเป็นผู้นำศูนย์กลางการเงินในภูมิภาคเอเชียเมื่อปี ค.ศ. 1949 เหนือกว่าโตเกียว สิงคโปร์ และฮ่องกงเสียอีก แต่ด้วยการดำเนินนโยบายปิดประเทศของจีน ทำให้บทบาทด้านการเงินของนครเซี่ยงไฮ้ลดน้อยลงจนได้สูญเสียแชมป์ไปให้กับเมืองทั้ง 3 ดังกล่าวไปในเวลาต่อมา....Modified:26/02/2015 13:46:39
-
ความฝันที่ (น่าจะ) เป็นจริงของเซี่ยงไฮ้ : เป้าหมายศูนย์กลางการเงินโลกภายใน ค.ศ. 2020 (ตอนที่ 1 : ก้าวแรกก่อนเดินหน้าต่อไป.. กับการดันเงินหยวนก้าวไกลสู่เวทีโลก)
ท่านเคยทราบหรือไม่ว่า“นครเซี่ยงไฮ้” ได้เคยครองอันดับ 1 การเป็นผู้นำศูนย์กลางการเงินในภูมิภาคเอเชียเมื่อปี ค.ศ. 1949 เหนือกว่าโตเกียว สิงคโปร์ และฮ่องกงเสียอีก แต่ด้วยการดำเนินนโยบายปิดประเทศของจีน ทำให้บทบาทด้านการเงินของนครเซี่ยงไฮ้ลดน้อยลงจนได้สูญเสียแชมป์ไปให้กับเมืองทั้ง 3 ดังกล่าวไปในเวลาต่อมา....Modified:26/02/2015 13:41:32
-
ท่าเรือน้ำลึกหยางซาน-เมืองใหม่หลินกั่ง...ยุทธศาสตร์สู่ศูนย์กลางการเดินเรือโลกของเซี่ยงไฮ้ (ตอนแรก)
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศจีนวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านโครงสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ ระบบการคมนาคมขนส่ง การบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตลอดจนการกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักในด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม นครเซี่ยงไฮ้ศูนย์กลางธุรกิจหลักของจีนจัดเป็นหนึ่งในเมืองยุทธศาสตร์หลักของการพัฒนาประเทศ จีนวางแผนให้นครเซี่ยงไฮ้เป็นศูนย์กลาง 4 ด้าน คือ ศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และการเดินเรือระหว่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลนครเซี่ยงไฮ้ได้สานต่อโครงการต่างๆ ตลอดจนออกนโยบายสนับสนุน เพื่อผลักดันส่งเสริมสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้
Modified:26/02/2015 11:51:21
-
เมื่อนานาประเทศชูกลยุทธ์ชิงนักท่องเที่ยวจีนกระเป๋าเงินหนา.. แล้วไทยจะยอมน้อยหน้าหรือ?
เปลี่ยนมุมมองเลิกความคิดทัวร์นักท่องเที่ยวจีนกระเป๋าบางได้แล้ว เดี๋ยวนี้นักท่องเที่ยวจีนคือนักท่องเที่ยวชั้นดี "กระเป๋าหนัก" ที่หลายประเทศกำลังแย่งชิงลูกค้าในฝันกลุ่มนี้
Modified:26/02/2015 11:56:42
-
เรียนรู้แนวทางพัฒนาชุมชนของเซี่ยงไฮ้ ด้วยการใช้ “ภูมิปัญญาชาวบ้าน” สู่พื้นฐานระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์แบบพอเพียง
หลายท่านคงคุ้นตากับภาพวาดพื้นบ้านสไตล์เหมือนกับภาพข้างต้นนี้ ซึ่งมีวางขายอยู่ทั่วไปในร้านค้าของที่ระลึกเกือบทั่วทุกแห่งในจีน และคงคิดว่าน่าจะมีที่มาจากพื้นที่ชนบทของมณฑลใดมณฑลหนึ่งของจีน แต่จะมีกี่ท่านที่รู้ว่า แท้จริงแล้วภาพวาดเหล่านี้มีต้นกำเนิดของความโด่งดังมาจากมหานครที่มีความมั่งคั่งเติบโตทางเศรษฐกิจระดับสูงและรุดหน้าไปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ----------- “เซี่ยงไฮ้”!!Modified:26/02/2015 11:58:44
-
ปรับความคิด เปลี่ยนมุมมองต่อจีนในวันนี้ ผ่านการลงทุนของธุรกิจต่างชาติ : จากยุค Made in China สู่ยุค Made for China
ที่พูดเช่นนี้เพราะในปัจจุบัน คนไทยเราหลายคนยังมองจีนด้วยความคิดเดิมๆ แบบที่ใช้มองจีนเมื่อสมัย 20-30 ปีที่แล้ว --- ประเทศแห่งของถูก ค่าแรงถูก และเจ้าแห่งการผลิตเพื่อส่งออก เป็นสิ่งแรกๆ ที่คนไทยทั่วๆ ไปมักพูดถึงจีนModified:26/02/2015 11:29:15
-
ท่าเรือน้ำลึกหยางซาน-เมืองใหม่หลินกั่ง...ยุทธศาสตร์สู่ศูนย์กลางการเดินเรือโลกของเซี่ยงไฮ้ (ตอนจบ)
จากบทความตอนแรกที่แนะนำให้ท่านผู้อ่านได้รู้จักการสร้างท่าเรือน้ำลึกหยางซานภายใต้แนวคิด“ท่าเรือและเมืองใหม่” ที่ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือ 1. ท่าเรือน้ำลึกหยางซาน (Yangshan Deep Water Port) 2. สะพานตงไห่ (Donghai Bridge) และ 3. เมืองใหม่หลินกั่ง (Lingang New City) ในตอนนี้จะกล่าวถึงรายละเอียดในแต่ละส่วน เพื่อให้ท่านได้รู้จักท่าเรือสำคัญแห่งนี้ ซึ่งรัฐบาลจีนตั้งใจให้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การสร้างศูนย์กลางการเดินเรือที่นครเซี่ยงไฮ้อย่างแท้จริง
Modified:26/02/2015 11:49:27
-
ระเบียงเศรษฐกิจหนานหนิง-สิงคโปร์กับบทบาทในการพัฒนาการค้าจีน-อาเซียน: ปัญหาอีกมากยังรอการแก้ไข
หากเอ่ยชื่อ “ระเบียงเศรษฐกิจหนานหนิง-สิงคโปร์” คนไทยหลายคนอาจไม่รู้จัก เพราะเราจะคุ้นเคยมากกว่ากับชื่อ “ถนน R8 R9 หรือ R12” ที่เชื่อมจากภาคอีสานของไทยกับจีนตอนใต้ โดยผ่านลาวและเวียดนามModified:25/02/2015 17:57:13
-
มุมมองนักวิเคราะห์เฉิงตูต่อการปฎิรูปการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีการค้าของจีน
กระทรวงการคลังจีนประกาศว่า จีนจะเริ่มทดลองเก็บ “ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT-增值税) แทนภาษีการค้า (营业税) ในภาคการขนส่งและภาคบริการบางประเภท” โดยจะลดอัตราการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม “ในภาคขนส่งจาก 17% เหลือ 11% และ ภาคบริการบางสาขาจาก 13% เหลือ 6%” การปฏิรูปการจัดเก็บภาษีดังกล่าว จะเริ่มต้นในวันที่ 1 ม.ค. 2555 โดยนครเซี่ยงไฮ้จะเป็นเมืองนำร่องใช้มาตรการดังกล่าว หลังจากนั้นจะขยายไปสู่ทั่วประเทศModified:25/02/2015 16:24:38
-
เขตเศรษฐกิจใหม่เหลี่ยงเจียง นครฉงชิ่ง แหล่งลงทุนแห่งใหม่ของโลก
“เขตเศรษฐกิจใหม่เหลี่ยงเจียง (两江新区)” ก่อตั้งในเดือน มิ.ย 2010 และอยู่ในแผนยุทธศาสตร์พัฒนาตะวันตกของจีน ต่อมาเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2011 การประชุมสภาประชาชนแห่งชาติว่าด้วยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (ค.ศ. 2011-2015) ฉบับที่ 12 ระบุถึงความสำคัญ ยก “เขตเศรษฐกิจใหม่เหลี่ยงเจียง” สู่พื้นที่นำร่องเพื่อปฏิรูปและพัฒนานครฉงชิ่ง เพื่อเป็นหัวจักรใหญ่ เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจภาคตะวันตกแถบต้นแม่น้ำแยงซีเกียง และเร่งกระจายความเจริญสู่ดินแดนจีนตอนในในอีกทศวรรษนับจากนี้ไปModified:24/02/2015 17:22:58
-
เส้นทางโลจิสติกส์ : เส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายเซี่ยงไฮ้-อู่ฮั่น-เฉิงตู
เมื่อ 44 ปีก่อน การเดินทางด้วยรถไฟจากนครเซียงไฮ้ถึงนครเฉิงตู มีความลำบากมาก ประชาชนต้องใช้เวลาเดินทางข้ามวันข้ามคืนนานถึง 77 ชม. กว่าจะถึงจุดหมายปลายทางด้วยความเหน็ดเหนื่อย ต่อมาได้มีการก่อสร้างขยายเส้นทางรถไฟเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพรถไฟให้ดีขึ้นจากอดีต ทำให้การเดินทางระหว่าง 2 นครใหญ่เมื่อ 15 ปีที่ผ่านมา ใช้เวลาลดลงครึ่งหนึ่งเหลือประมาณ 36 ชม. ปัจจุบัน การรถไฟจีนมีการพัฒนาเป็นอย่างมากจนก้าวเข้าสู่ยุคแห่งรถไฟความเร็วสูงอย่างเต็มตัว ในหลายเส้นทางสำคัญเริ่มมีการเดินรถไฟความเร็วสูงที่สามารถใช้ความเร็วได้ถึง 200-350 กม./ชม. รวมถึงเส้นทางสายเซี่ยงไฮ้-อู่ฮั่น-เฉิงตู ทำให้ลดเวลาเดินทางเหลือเพียง 15 ชม. ในขณะนี้ และจะเหลือเพียง 8 ชม. ในอนาคตอันใกล้Modified:24/02/2015 18:28:05
-
เปิดตัว 7-11 ครั้งแรกในเฉิงตูและจีนตะวันตก กับการรับมือของร้านสะดวกซื้อท้องถิ่น
บรรยากาศการแข่งขันในแวดวงธุรกิจร้านสะดวกซื้อเข้มข้นขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ “ร้าน 7-11” สัญชาติญี่ปุ่น ได้เปิดให้บริการ 2 สาขาแรกแล้วในนครเฉิงตูเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2554 ส่งผลต่อร้านสะดวกซื้อท้องถิ่นต้องรับมือและปรับกลยุทธ์การตลาดรับมือเพื่อให้สามารถแข่งขันและต่อสู่กับร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 ที่เต็มไปด้วยสินค้าที่ครบครันโดยเฉพาะของทานและการบริการที่อุ่น
Modified:24/02/2015 11:12:16
-
ตะลุยเส้นทางไปสนามบินนานาชาติฉางสุ่ย (สนามบินแห่งใหม่ของนครคุนหมิง)
สนามบินนาชาติฉางสุ่ย KUNMING CHANGSHUI INTERNATIONAL AIRPORT เป็นสนามบินแห่งใหม่ที่มาแทนสนามบินอูเจียป้า ซึ่งเปิดบริการมานานราว 90 ปี สนามบินแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองคุนหมิงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป็นระยะทางประมาณ 25 กม. เปิดให้บริการแก่พี่น้องชาวเมืองคุนหมิงอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2555 ที่ผ่านมาModified:23/02/2015 17:54:07
-
อุ่นเครื่องก่อนออกเดินทางกับการจัดระดับแหล่งท่องเที่ยวในประเทศจีน
การท่องเที่ยว เป็นกิจกรรมที่นักเดินทางทุกคนชื่นชอบ ซึ่งมีข้อดีมากมายหลายอย่างที่ทำให้นักเดินทางทุกคนไม่หยุดที่จะค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ มาเติมเต็มสิ่งดีๆ ให้กับชีวิต นอกจากจะได้พักผ่อนหย่อนใจแล้ว ยังได้สัมผัสกับสถานที่อันสวยงาม และยังได้เปิดโลกทัศน์ของตนเองให้กว้างขึ้นอีกด้วย ดังเช่นคำพูดที่ชาวจีนได้กล่าวไว้ว่า “อ่านหนังสือพันเล่ม ยังไม่เท่ากับการเดินทางหมื่นลี้”Modified:17/02/2015 14:27:51
-
ท่องเที่ยวฉงชิ่งปี 57 รายได้ทะลุ 2 แสนล้านหยวน ครองอันดับ 3 เมืองท่องเที่ยวของจีน
เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ นครฉงชิ่ง สามารถคว้ารางวัล “เมืองแหล่งท่องเที่ยวอันดับที่ 3 ของจีน”ประจำปี 2557 ไปครอง จากผลของการจัดอันดับเมืองแหล่งท่องเที่ยวของจีนของ “ฟอร์ป”(Forbes)นิตยสารเศรษฐกิจชื่อดังของสหรัฐฯ โดยเป็นรองแค่กรุงปักกิ่ง (อันดับ 1) และนครเซี่ยงไฮ้ (อันดับ 2)Modified:17/02/2015 15:13:58
-
GDP 31 มณฑล เติบโตลดลงในปี 2557
จากรายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจปี 2557 GDP ของ 31 มณฑลของจีนมีการเติบโตน้อยกว่าปี 2556 โดยมณฑลฉงชิ่งมีอัตราการเจริญเติบโตสูงสุดที่ร้อยละ 10.9 ส่วนมณฑลซานซีมีอัตราการเจริญเติบโตต่ำสุดที่ร้อยละ 4.9 นอกจากนี้ อัตราการเติบโตของแต่ละมณฑลทั่วประเทศลดลงในระดับที่แตกต่างกันModified:16/02/2015 13:55:12
-
นวัตกรรมใหม่เซี่ยงไฮ้พัฒนาไกล..ทดลองใช้อากาศยานไร้คนขับ “โดรน” (Drone) ส่งสินค้าออนไลน์
นวัตกรรมใหม่วันนี้อาลีบาบาทดลองใช้โดรน ในการส่งสินค้าให้ลูกค้าออนไลน์ในรายการที่กำหนด เพื่อลดปัญหาการส่งของล่าช้าเนื่องมาจากปริมาณการสั่งของออนไลน์ล้นมือในช่วงเทศกาล ก่อให้เกิดความไม่สะดวก และได้รับสินค้าไม่ทันตามที่กำหนดสร้างความเสียหายให้แก่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย
Modified:10/02/2015 10:42:05
-
ประเทศจีน นั่งแท็กซี่ลดราคา... บอกลาการปฏิเสธผู้โดยสาร
ท่ามกลางสภาพผู้ขับรถแท็กซี่ปฏิเสธลูกค้าในกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน แต่ทว่าในประเทศจีนแท็กซี่หลายคันกลับกำลังแข่งกันวิ่งไล่จับลูกค้า โดยพึ่งพาแอพพลิเคชั่น อย่าง ตีตีต่าเฉอและไคว่ตีต่าเฉอ ซึ่งเป็นผู้ช่วยในการหาลูกค้าให้ โดยทั้งผู้ขับและผู้โดยสารต่างได้ประโยชน์มากกว่าค่าโดยสารและความสะดวกของผู้โดยสาร?! ซึ่งข่าวล่าสุดเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์แจ้งว่า ทั้งสองบริษัทกำลังจะทำผนวกเป็นบริษัทเดียวกันโดยอัตราการถือหุ้น 52:48 การร่วมตัวดังกล่าวจะทำให้ตลาดธุรกิจแท็กซี่บนโลกดิจิตอลเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ยากที่จะคาดเดาModified:13/02/2015 14:25:40
Sorted by relevance | Sort by date
