ค้นหา
About 506 results
-
ภาคบริการยังมิได้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจลาว
เมื่อวันที่ 19 – 20 ธ.ค. 2562 นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ได้เป็นประธานการประชุมรัฐบาล ครั้งที่ 2
<div>ประจำปี 2562 ณ หอประชุมแห่งชาติ นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ เข้าร่วม</div>
Modified:20/01/2021 09:37:33
-
สปป. ลาวพัฒนาระบบชำระเงินให้มีความทันสมัย
นายสุลิสัก ทำมะวง หัวหน้ากรมคุ้มครองระบบชำระเงิน ธนาคารแห่ง สปป. ลาว กล่าวว่า ปัจจุบันเป็นยุคที่โลกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี อุปกรณ์สื่อสารต่าง ๆ สามารถเชื่อมโยงและทำงานร่วมกันได้โดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะด้านการเงินและการธนาคารที่ใช้เทคโนโลยีทางการเงิน FinTech ธุรกิจ Startup ในหลายประเทศได้เปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจโดยใช้นวัตกรรมในการต่อยอดธุรกิจบนพื้นฐานการแข่งขันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยก้าวไปสู่ระบบ High Value Service เพื่อความมั่นคงทางธุรกิจModified:19/01/2021 14:32:22
-
ธนาคารการค้าต่างประเทศลาวเริ่มจำหน่ายหุ้นให้แก่บุคคลทั่วไปปลายเดือนนี้
เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2562 ธนาคารการค้าต่างประเทศลาว มหาชน (ทคตล.) ในฐานะผู้แทนกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ร่วมกับบริษัท หลักทรัพย์ลาว – จีน จำกัด จัดงานนำเสนอข้อมูลการจำหน่ายหุ้นของ ทคตล. ณ โรงแรม Landmark Mekong Riverside นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีนายพูขง จันทะจัก ผู้อำนวยการใหญ่ ทคตล. นายลิน ลี ผู้อำนวยการบริษัทหลักทรัพย์ลาว – จีน จำกัด นางสายสะหมอน จันทะจัก หัวหน้าสำนักงานสภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว ผู้ถือหุ้น และนักลงทุนเข้าร่วมModified:05/11/2019 22:35:22
-
การเปิดใช้ระบบแจ้งภาษีประตูเดียวแห่งชาติลาว
สปป. ลาว ได้เปิดใช้ระบบการแจ้งภาษีประตูเดียวแห่งแรกอย่างเป็นทางการที่ท่านาแล้ง เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าให้มีความสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำ โดยคาดว่าในอนาคตจะสามารถขยายผลการใช้ระบบดังกล่าวตามด่านสากลและสนามบินนานาชาติในทั่วประเทศModified:12/07/2019 21:33:21
-
การค้าลาวตั้งเป้ามูลค่าส่งออก 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้
ในปี 2562 กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง สปป. ลาว ตั้งเป้ามูลค่าการส่งออกกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมทั้งผลักดันมูลค่าการผลิตของภาคอุตสาหกรรมแปรรูปและหัตถกรรมให้ได้ 12 พันล้านกีบ (1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)Modified:22/04/2019 21:35:22
-
ธนาคารโลกประเมินความสะดวกในการประกอบธุรกิจใน สปป. ลาว ประจำปี 2562
ธนาคารโลกประเมินความสะดวกในการประกอบธุรกิจใน สปป. ลาว ลดลงจากลำดับ 141 ในปี 2561 มาอยู่ที่ลำดับ 154 ในปี 2562 จากจำนวน 190 ประเทศทั่วโลก ซึ่งสถาบันค้นคว้าเศรษฐกิจแห่งชาติลาว ระบุว่า ส่วนสำคัญที่ทำให้ผลการประเมินลดลงคือ การให้บริการและการประสานงานของแต่ละกระทรวงไม่มีเอกภาพ หากไม่เร่งแก้ไขอาจทำให้นักธุรกิจตัดสินใจไปลงทุนในประเทศอื่นที่มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่ดีกว่าModified:07/12/2018 20:39:18
-
ภาครัฐและภาคธุรกิจร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจของ สปป. ลาว
ทิศทางเศรษฐกิจของ สปป. ลาว ในปีนี้ เผชิญกับความยุ่งยากหลายด้าน อาทิ เกษตรกรรม ไฟฟ้า เหมืองแร่ ซึ่งขยายตัวลดลง สถาบันค้นคว้าเศรษฐกิจแห่งชาติจึงได้เสนอแนะให้รัฐบาล สปป. ลาว กำหนดมาตรการเพื่อ กระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อรองรับการพัฒนาอย่างยั่งยืนModified:07/12/2018 20:30:23
-
3 ปี การค้าลาวบรรลุ 23,487 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การประชุมคณะบริหารพรรค กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว จัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 – 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยมีนางเข็มมะนี พนเสนา กรรมการศูนย์กลางพรรค เลขาคณะพรรค รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง สปป. ลาว เป็นประธานการประชุม ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เปิดเผยตัวเลขมูลค่าการค้าของสปป. ลาว ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีมูลค่ากว่า 23,487 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการส่งออกมีมูลค่ากว่า 11,727 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่านำเข้า 11,761 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดดุลการค้า 34 ล้านดอลลาร์สหรัฐModified:02/10/2018 11:14:26
-
สปป. ลาว ทางผ่านสู่ประเทศที่สาม
นายสมหวัง สมจินดา หัวหน้าด่านภาษีสากลสะพานมิตรภาพลาว – ไทย แห่งที่ 3 (คำม่วน – นครพนม) ระบุว่า ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา สามารถจัดเก็บรายรับได้ 127 พันล้านกีบ (15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็นร้อยละ 46.84 ของแผนการ โดยมีรายรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.74 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งรายรับส่วนใหญ่ ได้มาจากการนำเข้าสินค้าแล้วส่งออกต่อไปยังประเทศที่สาม อาทิ น้ำมันเชื้อเพลิง ร้อยละ 20 ค่าธรรมเนียมรถเข้า – ออกด่าน ร้อยละ 17 เครื่องวัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่นๆ รวมร้อยละ 5.4 อย่างไรก็ตาม มีบางกลุ่มสินค้าที่ได้ยุติการนำเข้า อาทิ น้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากไม่มีคลังน้ำมันเป็นของตนเอง และมีบางบริษัทที่หันไปนำเข้าผ่านช่องทางอื่น และสินค้าบางประเภทปรับลดอัตราภาษีเหลือร้อยละ 0 ตามอัตราภาษีอาเซียนModified:10/08/2018 10:26:57
-
รัฐบาล สปป. ลาว อนุมัติโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจใหม่สีพันดอน เมืองโขง แขวงจำปาสัก
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา มีพิธีลงนามสัญญาโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจใหม่สีพันดอน เมืองโขง แขวงจำปาสัก โดยนายสุพัน แก้วมีไช รัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุนแห่ง สปป. ลาว นายเส็ง กว่าง ฟาย ประธานบริษัท ลาวมหานที สีพันดอน (ฮ่องกง) อินเวสเมนท์ จำกัด และนายลาตี สีสุพันนะวง ประธานบริษัท แอลทีวี ก่อสร้างสะพาน ถนน และชลประทาน จำกัด โดยมีนายสอนชัย สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีแห่ง สปป. ลาว ตลอดจนแขกที่เข้าร่วมพิธีได้ร่วมเป็นสักขีพยานModified:16/07/2018 11:04:21
-
รัฐบาล สปป. ลาว คาดโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน จะเสร็จเร็วกว่ากำหนด
โครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว - จีน เป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาล สปป. ลาวและรัฐบาลจีน โดยรัฐบาล สปป. ลาว ได้ถือหุ้นในโครงการฯ ร้อยละ 30 และรัฐบาลจีนถือหุ้นร้อยละ 70 โครงการดังกล่าวจะดำเนินการก่อสร้างทางรถในแขวงบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา แขวงอุดมไซย แขวงหลวงพระบาง แขวงเวียงจันทน์ และนครหลวงเวียงจันทน์ รวมระยะทางทั้งสิ้น 414,332 กิโลเมตร และมีสถานีรถไฟทั้งหมด32 สถานี โดยทางรถไฟดังกล่าวจะรองรับรถไฟฟ้าความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การลงทุนโครงการดังกล่าวมีมูลค่าทั้งหมด 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน มีความคืบหน้าร้อยละ 33.7 ซึ่งเร็วกว่าแผนที่คาดไว้ร้อยละ 4 และคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการได้ภายในปี 2021Modified:06/07/2018 10:39:54
-
รัฐบาล สปป. ลาว คาดโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน จะเสร็จเร็วกว่ากำหนด
โครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว - จีน เป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาล สปป. ลาวและรัฐบาลจีน โดยรัฐบาล สปป. ลาว ได้ถือหุ้นในโครงการฯ ร้อยละ 30 และรัฐบาลจีนถือหุ้นร้อยละ 70 โครงการดังกล่าวจะดำเนินการก่อสร้างทางรถในแขวงบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา แขวงอุดมไซย แขวงหลวงพระบาง แขวงเวียงจันทน์ และนครหลวงเวียงจันทน์ รวมระยะทางทั้งสิ้น 414,332 กิโลเมตร และมีสถานีรถไฟทั้งหมด32 สถานี โดยทางรถไฟดังกล่าวจะรองรับรถไฟฟ้าความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การลงทุนโครงการดังกล่าวมีมูลค่าทั้งหมด 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน มีความคืบหน้าร้อยละ 33.7 ซึ่งเร็วกว่าแผนที่คาดไว้ร้อยละ 4 และคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการได้ภายในปี 2021Modified:06/07/2018 10:36:06
-
ลาว – จีน ร่วมมือภายใต้กรอบ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง”
เพื่อสานต่อยุทธศาสตร์ของ สปป.ลาว จากประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ให้เป็นประเทศที่สามารถเชื่อมโยงทางบกกับนานาประเทศได้ และข้อริ่เริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง”Modified:13/02/2018 13:36:48
-
ลาว - จีน ส่งเสริมความร่วมมือด้านกสิกรรม
เพื่อเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่เป็นรากฐานจิตใจ ของคู่ร่วมมือแบบเพื่อนมิตรยุทธศาสตร์ รอบด้านอย่างยาวนาน และ การรับประกัน 4 ดีคือ เพื่อนบ้านที่ดี เพื่อนมิตรที่ดี สหายที่ดี และความร่วมมือยุทธศาสตร์ที่ดี ระหว่างรัฐบาล สปป.ลาว และ รัฐบาลจีนModified:06/02/2018 11:24:06
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดการสัมมนาเพื่อส่งเสริมหุ้นส่วนทางธุรกิจดิจิทัลกับเยอรมนี
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ร่วมกับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดการสัมมนา Green and Innovative Economy ในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในเชิงนโยบายและมาตรการที่รัฐจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ประสบการณ์และแนวคิดการประกอบธุรกิจดิจิทัลให้สำเร็จ ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับ SMEs และ start-ups ซึ่งรวมถึง start-ups ที่เป็นผู้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการประกอบธุรกิจและ tech start-ups อาทิ การสร้าง platform ออนไลน์ การบริหารและวิเคราะห์ big data การสร้าง digital marketplace สำหรับ SMEs <br />
ในการสัมมนาในครั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน จากภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ start-ups รายใหม่ ๆ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร. ขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Ms. Atsuko Okuda ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) นาย Carl van der Elst ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน ธนาคาร Deutsche Bank และ อ. ดนัยรัตน์ ธนบดีธรรมจารี ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ด้าน digital transformation บริษัท SAP (Thailand) จำกัด มาร่วมเป็นวิทยากรและร่วมการเสวนาด้วย<br />
ในโอกาสนี้ นายรัชดา จิวาลัย รองอธิบดีกรมยุโรป ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด Thailand 4.0 โดยนอกจากจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการไทยในทุกขนาดแล้ว ยังสามารถที่จะกระจายโอกาสและรายได้ไปสู่กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและวิสาหกิจชุมชนในชนบทไดhด้วยการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุข (telemedicine) การให้การศึกษาทางไกล การให้บริการภาครัฐออนไลน์ (e-government) การพัฒนา e-commerce เชิ่มโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับตลาด การส่งเสริม digital and smart farming เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตร เป็นต้น ในขณะที่ไทยและเยอรมนีต่างก็เผชิญความท้าทายร่วมกันในโลกยุคดิจิทัล และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายต่างมีความเข้มแข็งและความพร้อมที่จะร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะระหว่างผู้ประกอบการไทยในระดับต่าง ๆ กับ tech start-up เยอรมัน ที่มีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่น่าสนใจ ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับเยอรมนีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของนาย Peter Prügel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ที่ย้ำว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่อีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายเยอรมันพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่าย<br />
การสัมมนาดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งที่เป็น start-ups และ tech start-ups ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กร และตัวแทนภาครัฐมากกว่า 100 คน โดยใช้เวลาในช่วงถามตอบมากกว่า 1 ชม. ในการนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีทั้ง 2 คน ได้แสดงความเชื่อมั่นถึงศักยภาพและโอกาสของภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยที่มีความตื่นตัวในการสร้างและปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ และได้เสนอแนะให้ภาครัฐและเอกชนไทยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า และระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อให้รัฐสามารถออกมาตรการสนับสนุนเอกชนได้อย่างทันท่วงที เพราะในยุคดิจิทัลผู้ที่จะได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแต่จะเป็นผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ควบคู่ไปกับการหารูปแบบในการประกอบการ (business model) ที่ทันสมัยอยู่เสมอ<br />
Modified:10/12/2017 00:58:44
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดการสัมมนาเพื่อส่งเสริมหุ้นส่วนทางธุรกิจดิจิทัลกับเยอรมนี
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ร่วมกับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดการสัมมนา Green and Innovative Economy ในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในเชิงนโยบายและมาตรการที่รัฐจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ประสบการณ์และแนวคิดการประกอบธุรกิจดิจิทัลให้สำเร็จ ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับ SMEs และ start-ups ซึ่งรวมถึง start-ups ที่เป็นผู้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการประกอบธุรกิจและ tech start-ups อาทิ การสร้าง platform ออนไลน์ การบริหารและวิเคราะห์ big data การสร้าง digital marketplace สำหรับ SMEs <br />
ในการสัมมนาในครั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน จากภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ start-ups รายใหม่ ๆ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร. ขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Ms. Atsuko Okuda ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) นาย Carl van der Elst ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน ธนาคาร Deutsche Bank และ อ. ดนัยรัตน์ ธนบดีธรรมจารี ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ด้าน digital transformation บริษัท SAP (Thailand) จำกัด มาร่วมเป็นวิทยากรและร่วมการเสวนาด้วย<br />
ในโอกาสนี้ นายรัชดา จิวาลัย รองอธิบดีกรมยุโรป ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด Thailand 4.0 โดยนอกจากจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการไทยในทุกขนาดแล้ว ยังสามารถที่จะกระจายโอกาสและรายได้ไปสู่กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและวิสาหกิจชุมชนในชนบทไดhด้วยการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุข (telemedicine) การให้การศึกษาทางไกล การให้บริการภาครัฐออนไลน์ (e-government) การพัฒนา e-commerce เชิ่มโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับตลาด การส่งเสริม digital and smart farming เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตร เป็นต้น ในขณะที่ไทยและเยอรมนีต่างก็เผชิญความท้าทายร่วมกันในโลกยุคดิจิทัล และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายต่างมีความเข้มแข็งและความพร้อมที่จะร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะระหว่างผู้ประกอบการไทยในระดับต่าง ๆ กับ tech start-up เยอรมัน ที่มีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่น่าสนใจ ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับเยอรมนีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของนาย Peter Prügel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ที่ย้ำว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่อีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายเยอรมันพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่าย<br />
การสัมมนาดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งที่เป็น start-ups และ tech start-ups ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กร และตัวแทนภาครัฐมากกว่า 100 คน โดยใช้เวลาในช่วงถามตอบมากกว่า 1 ชม. ในการนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีทั้ง 2 คน ได้แสดงความเชื่อมั่นถึงศักยภาพและโอกาสของภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยที่มีความตื่นตัวในการสร้างและปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ และได้เสนอแนะให้ภาครัฐและเอกชนไทยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า และระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อให้รัฐสามารถออกมาตรการสนับสนุนเอกชนได้อย่างทันท่วงที เพราะในยุคดิจิทัลผู้ที่จะได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแต่จะเป็นผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ควบคู่ไปกับการหารูปแบบในการประกอบการ (business model) ที่ทันสมัยอยู่เสมอ<br />
Modified:10/12/2017 00:58:44
-
นายกฯทองลุน สีสุลิด เข้าร่วมการประชุมนักธุรกิจลาว ครั้งที่ 10
เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2560 ได้มีการจัดการประชุม “กองประชุมนักธุรกิจลาว ครั้งที่ 10” ณ โรงแรมดอนจั่น พาเลซ โดยนายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีแห่ง สปป. ลาว เป็นประธานในที่ประชุมModified:09/05/2017 09:41:56
-
เดินหน้าก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน อย่างเป็นทางการ
เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2559 ได้มีพิธีเปิดการก่อสร้างทางรถไฟลาว - จีน อย่างเป็นทางการ ณ จุดก่อสร้างบ้านพอนไซ แขวงหลวงพระบาง <br />
Modified:23/01/2017 09:41:51
-
เดินหน้าก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน
เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2559 ได้มีพิธีเปิดการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน อย่างเป็นทางการ ณ จุดก่อสร้างบ้านพอนไซ แขวงหลวงพระบาง ซึ่งรัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง ดร.บุญจัน สินทะวง ได้กล่าวว่า หลังจากที่ได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์เส้นทางรถไฟลาว – จีน เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2558 แล้วนั้น ในวันนี้ได้มีพิธีลั่นฆ้องการทำงานอย่างจริงจัง สาเหตุที่เลือกทำพิธีในจุดก่อสร้างแขวงหลวงพระบาง เป็นเพราะจุดก่อสร้างดังกล่าวเป็นบ้านเกิดของ ท่านสมสะหวาด เล็งสะหวัด อดีตรองนายกฯ ผู้ริเริ่มให้เกิดโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน พร้อมกันนี้ วันที่ 2 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา บริษัทก่อสร้างจากจีนทั้ง 6 บริษัท ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างในส่วนที่ 6 ตามเส้นทางรถไฟทั้ง 417 กม. ซึ่งคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างทางรถไฟฯ ประมาณ 5.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยจะสร้างในพื้นที่ชายแดนเมืองบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทาไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างทางรถไฟรางเดี่ยวแล้วเสร็จใน 5 ปีข้างหน้า และโครงการการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน จะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2564 นอกจากนี้ ดร. บุญจัน ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้เข้าร่วมพิธีเปิดการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน ประกอบด้วย นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี, ท่านสมสะหวาด เล็งสะหวัด คณะกรรมการกลาง และที่ปรึกษาพรรคประชาชนปฏิวัติลาว, นาย กวน หัวบิ่ง อัครราชทูตจีนใน สปป.ลาว และเจ้าหน้าที่จากจีนและ สปป.ลาว <br />
<br />
การดำเนินโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน เป็นส่วนหนึ่งของแผนการเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟในภูมิภาคจากจีนไปยังสิงคโปร์ ผ่าน สปป.ลาว, ไทย และมาเลเซีย ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนใน สปป.ลาว นอกจากนี้ ดร.บุนจัน ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า เส้นทางรถไฟจะเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งที่จะพลิกวิกฤตของ สปป.ลาว จากประเทศที่ไม่มีทางออกทะเลให้เป็นโอกาสในการเชื่อมต่อไปยังประเทศอื่น ตลอดจนทำให้เกิดความรวดเร็วในการขนส่งสินค้า ประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง และกระตุ้นการพัฒนาด้านการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว ทางการลาวได้เปิดเผยข้อมูลการศึกษาก่อนหน้าที่จะมีการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน นี้ว่า ได้ประมาณจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางภายในประเทศโดยรถไฟลาว – จีน คาดว่าจะสูงถึง 3.98 ล้านคนต่อปี หากมีการเดินรถไฟแล้วนั้นคาดว่าตัวเลขผู้โดยสารในระยะสั้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 6.11 ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 8.62 ล้านคนในระยะยาว ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากเวียงจันทน์ไปยังชายแดนจีน คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 161,850 กีบ ซึ่งมีราคาถูกกว่าค่าใช้จ่ายรถโดยสารสาธารณะ ที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 285,000 กีบ <br />
<br />
การใช้รถไฟขนส่งสินค้าจากนครหลวงเวียงจันทน์ไปยังชายแดนจีน คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพียง 269,750 กีบต่อตัน ซึ่งมีราคาถูกกว่าการขนส่งสินค้าทางถนนที่มีค่าใช้จ่าย 833,340 กีบต่อตัน การสร้างทางรถไฟเป็นส่วนสำคัญของการผสมผสานมติของพรรคทั้ง 10 ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม นอกจากนี้การศึกษายังพบว่าเมื่อเส้นทางรถไฟในภูมิภาคเสร็จสมบูรณ์จะทำให้ระบบการขนส่งสาธารณะมีขนาดใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะจำนวนผู้โดยสารที่โดยสารรถไฟในห้าประเทศที่รถไฟแล่นผ่าน ได้แก่ จีน ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งคาดว่าตัวเลขเริ่มต้นของผู้โดยสารจะถึง 9.65 ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 11.98 ล้านคนในระยะสั้น และจะเพิ่มเป็น 16.5 ล้านคนในปีต่อมา ขณะที่การขนส่งสินค้าโดยรถไฟระหว่างจีนและประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 4 ประเทศ จะมีปริมาณการขนส่งสินค้า 2.59 ล้านตันต่อปี และในระยะสั้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.62 ล้านตัน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 5.46 ล้านตันในระยะยาว<br />
<br />
ทั้งนี้รัฐบาล สปป.ลาว และจีน ได้ลงนามร่วมกันในโครงการรถไฟลาว – จีน เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2558 โดยเส้นทางรถไฟนี้จะมีสะพานข้ามทางรถไฟ จำนวน 167 สะพาน มีความยาวทั้งหมด 61.81 กิโลเมตร และมีอุโมงค์ 75 อุโมงค์ ความยาวทั้งหมด 197.83 กม. นอกจากนี้ยังมีสถานีทั้งหมด 32 สถานี และ 21 สถานีที่รถไฟสองขบวนสามารถแล่นผ่านได้ อีกทั้งมีความเร็วเต็มที่บนภูเขา 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และความเร็วบนพื้นราบ 200 กม. ต่อชั่วโมง หากใช้ขนส่งสินค้าจะวิ่งด้วยความเร็ว 120 กม.ต่อชั่วโมง<br />
<br />
ข้อมูล : หนังสือพิมพ์ Vientiane Times, ฉบับวันที่ 26 ธันวาคม 2559<br />
รูปภาพ : Bangkokbiznews<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
Modified:27/12/2016 11:23:37
-
รู้จักเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียน GMS Economic Corridors (ตอนที่ 1)
ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้นModified:20/10/2016 15:37:23
Sorted by relevance | Sort by date
