ค้นหา
-
เดนมาร์กเตรียมลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ
ไม่นานมานี้ Reuters เผยแพร่ข่าวเรื่อง “Denmark to join shale gas quest in Europe” เพื่อรายงานความคืบหน้าของการสำรวจก๊าซธรรมชาติในชั้นหินดินดาน (shale gas) ของเดนมาร์ก ซึ่งถือเป็นแหล่งพลังงานใหม่ของโลกที่หากพัฒนาสำเร็จModified:23/03/2015 11:27:59
-
ดัชนีความรุ่งเรืองประจำปี 2014
สถาบัน Legatum ของอังกฤษได้เปิดเผยว่า เดนมาร์กได้คะแนนดัชนีความรุ่งเรืองของชาติประจำปี 2014 อยู่ในอันดับ 4 ของโลกรองจาก นอร์เวย์ สวิสเซอร์แลนด์ และนิวซีแลนด์ โดยสถาบันได้เปรียบเทียบข้อมูลจาก 142ประเทศ โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆModified:23/03/2015 11:27:44
-
การส่งออกองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้าน SME ของเนเธอร์แลนด์
ประเทศเนเธอร์แลนด์ตระหนักและให้ความสำคัญกับ SME ในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยิ่งโดยได้มีการกำหนด top sectors ที่ประเทศมีความเชี่ยวชาญและศักยภาพสูง 9 สาขา ได้แก่ (1) อาหารและการเกษตร (2) เคมีภัณฑ์ (3) อุตสาหกรรมที่สร้างสรรค์ (4) พลังงาน (5) เทคโนโลยีระดับสูง (6) พืชสวน (7) วิทยาศาสตร์และสุขภาพ (8) ลอจิสติกส์ และ (9) น้ำ ซึ่งเนเธอร์แลนด์ส่งเสริมทั้งด้านวิชาการและเชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจในภาพรวมของเนเธอร์แลนด์ ดำเนินได้อย่างยั่งยืน โดยแต่ละภาคส่วนจะมีความร่วมมือและแลกเปลี่ยนระหว่างภาคธุรกิจ ภาควิชาการและภาครัฐอย่างบูรณาการ กล่าวคือ สถาบันทางวิชาการและการวิจัย เช่น NWO (The Netherlands Organisation for Scientific Research), KNAW (The Royal Netherlands Academy of Arts and Sciences) และ TNO (Neherlands Organisation for Applied Scientific Research) จะปรับโปรแกรมการเรียนการสอนและแผนการวิจัยบนพื้นฐานของ top sectors ดังกล่าว ในขณะเดียวกันรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ก็พยายามสนับสนุนโดยผ่านนโยบายการทูตทางเศรษฐกิจ โดยการมุ่งหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสำหรับภาคธุรกิจทั้งในด้านการค้าและการลงทุน ด้วยมาตรการสนับสนุนทางการเงินสำหรับการลงทุนหรือการส่งออก อาทิ กองทุน Dutch Good Growth Fund (DGGF) ซึ่ง SME สามารถยื่นขอกู้เงินได้สำหรับการเข้าไปลงทุนใหม่ๆ ในต่างประเทศ หรือการให้บริการคำปรึกษาของหน่วยงาน Netherlands Enterprise Agency (RVO) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงกิจการเศรษฐกิจของเนเธอร์แลนด์...Modified:23/03/2015 10:02:55
-
ฟิลิปปินส์ ร่วมมือ EU ชูสโลแกน การประมงอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558 นาง Lowri Evans, Director-General กรรมาธิการยุโรปด้านประมงและทะเล (DG-MARE) ได้เข้าร่วมสัมมนาแนวทางการทำประมงอย่างยั่งยืน ซึ่งจัดขึ้นที่ Institute for Maritime Affairs and Law of the Sea of University of the Philippines ณ กรุงมานิลา ประเทศฟิลิปปินส์Modified:23/03/2015 16:52:36
-
กวางตุ้งหวัง “เขตการค้าเสรี” เร่งผลักดันการลงทุน
Modified:20/03/2015 10:48:21
-
บราซิล
สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล เป็นประเทศใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดในอเมริกาใต้ เคยมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงถึงร้อยละ 7.3 แต่ช่วงทศวรรษที่ 1980 ได้เกิดวิกฤตการณ์เสถียรภาพทางการเงิน มีปัญหาเงินเฟ้อและขาดดุลการชำระเงิน รัฐบาลจึงดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเงินด้วยการสร้างวินัยการเงิน ปล่อยค่าเงินลอยตัวและลดภาวะเงินเฟ้อ รวมถึงทบทวนนโยบายการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า มากว่า 35 ปี ทำให้เศรษฐกิจบราซิลมีลักษณะปิดและปกป้องตัวเอง
ในเวลาต่อมารัฐบาลได้แสดงเจตจำนงในการใช้หนี้ต่างประเทศ ทำให้หนี้ต่างประเทศของบราซิลลดเหลือร้อยละ 11.6 ของ GDP ในปี 2552 นอกจากนี้ การตัดสินใจให้กู้เงินจำนวน 14 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และในปี 2555 บราซิลมีอัตราการขยายตัวของ GDP อยู่ที่ประมาณร้อยละ 3
Modified:19/03/2015 16:54:07
-
นิวซีแลนด์
นิวซีแลนด์ แม้จะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีประชากรน้อยนิดเพียง 4 ล้านคนเศษ แต่จัดว่าเป็นประเทศที่มีความล้ำหน้าทางด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์สร้างสรรค์และเทคโนโลยีที่ก้าวไกลในระดับสากล ซึ่งอุตสาหกรรมหลักๆ คือ การแปรรูปอาหาร ไม้ สิ่งทอ เครื่องจักร ปุ๋ย ซีเมนต์ แผ่นเหล็ก อะลูมิเนียม และกษตรกรรม แต่อุตสาหกรรมที่ทำรายได้เป็นอันแรกของนิวซีแลนด์คืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้านิวซีแลนด์ประมาณปีละ 2-3 ล้านคน ด้วยระบบการรักษาความปลอดภัยและดูแลสิ่งแวดล้อมได้ดี ประกอบกับภูมิประเทศที่สวยงามตามแบบธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในนิวซีแลนด์ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ
ทั้งนี้ จากการปฏิรูประบบเศรษฐกิจแบบครอบคลุมในปลายทศวรรษที่ 1980 และต้นทศวรรษที่ 1990 ทำให้นิวซีแลนด์มีระบบเศรษฐกิจแบบเปิด และได้พัฒนาเป็นประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก
Modified:19/03/2015 16:38:09
-
ออสเตรเลีย
ออสเตรเลียมีเศรษฐกิจเติบโตอย่างสม่ำเสมอ และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 13 ของโลกถือเป็นประเทศพัฒนาประเทศแรกๆ ที่สามารถฟื้นตัวจากวิกฤตการเงินของสหรัฐและของโลกเมื่อปี 2008 และจากการฟื้นตัวจากอุทกภัยเมื่อปลายปี 2010 และกระตุ้นให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชนในธุรกิจเหมืองแร่และการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ ได้แก่ เหล็ก และเหมืองแร่ ซึ่งส่งเสริมให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศออสเตรเลียขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าการบริการการค้าปลีก (Retail services) อุตสาหกรรมการผลิตและการท่องเที่ยวยังคงกำลังฟื้นตัว
โดยรัฐบาลออสเตรเลียให้ความสนับสนุนในการเจรจาเรื่องความตกลงการค้าเสรี ซึ่งมีความสอดคล้องกับกฎระเบียบของ WTO และส่งเสริมให้เกิดระบบการค้าหลายทางความตกลงการค้าเสรีจะช่วยส่งเสริมให้การค้าระหว่างประเทศมีความแข็งแกร่งมากขึ้น เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ส่งออกและนักลงทุนขยายกิจการเข้าสู่ตลาดในหลายประเทศได้ ซึ่งทำให้ได้รับผลประโยชน์รวดเร็วกว่าผ่านการค้าแบบภูมิภาค
Modified:19/03/2015 16:23:40
-
สหรัฐอเมริกา
สหรัฐอเมริกา (United States of America) เป็นประเทศอยู่ในกลุ่ม G8 โดยมีเศรษฐกิจเป็นระบบเศรษฐกิจเสรี ซึ่งชาวอเมริกันส่วนใหญ่มีฐานะในระดับชนชั้นกลางขึ้นไป จึงมีความเจริญค่อนข้างมาก และยังเป็นผู้นำในธุรกิจต่าง ๆ มากมาย ที่สำคัญคือมี GDP สูงเป็นอันดับ1ของโลก มูลค่าการส่งออกอันดับ 3 ของโลก จึงได้ชื่อว่าเป็นมหาอำนาจทาง เศรษฐกิจอันดับ 1 ของโลก นักลงทุนทั่วโลกจึงสนใจเข้าไปแสวงหาช่องทางและโอกาสการลงทุนในสหรัฐฯ กันเป็นจำนวนมาก
Modified:19/03/2015 16:19:36
-
เบลเยียม
ราชอาณาจักรเบลเยียม (Kingdom of Belgium) เป็นประเทศที่มีจุดเด่นทางด้านภูมิศาสตร์ เป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุน เป็นประตูเข้าสู่ยุโรปภาคพื้นทวีป และเป็นจุดเชื่อมต่อไปสู่เมืองใหญ่หลายเมืองในยุโรป มีความพร้อมด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่ทำให้สามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติได้ในหลากหลายสาขา ทั้งยังเป็นศูนย์กลางการเงินการธนาคาร เป็นที่ตั้งขององค์การระหว่างประเทศหลายองค์กรอีกด้วย
เบลเยียมเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่มีนโยบายเศรษฐกิจแบบเสรี โดยเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับภาคบริการและการค้าระหว่างประเทศ อาศัยการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด จากการจัดอันดับประเทศที่น่าลงทุนโดย World Economic Forum ในรายงานปี 2011-2012 ระบุว่า เบลเยียมเป็นประเทศที่มี competitiveness ด้านการค้าการลงทุนเป็นอันดับที่ 15 ของโลก (จาก 142 ประเทศ)
Modified:19/03/2015 16:18:55
-
อุซเบกิสถาน
สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน (Republic of Uzbekistan) ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นเชื้อชาติเดี่ยวได้มากกว่าประเทศอื่นๆ ในกลุ่ม CIS (The Commonwealth of Independent States) หรือกลุ่มประเทศที่เกิดจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตนั่นเอง ซึ่งกลุ่มอดีตประเทศในปกครองสหภาพโซเวียตนี้จะเป็นเขตปลอดภาษีซึ่งกันและกัน (Free Trade Zone) สำหรับอุซเบกิสถานปริมาณการค้าขายกับประเทศในกลุ่ม CIS มีถึงร้อยละ 43 ของการค้าทั้งหมด ข้อตกลงดังกล่าวจึงมีผลงดเว้นการเก็บภาษีนำเข้าและส่งออกในสินค้าทุกชนิดที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศสมาชิก
ภายหลังได้รับอิสรภาพอุซเบกิสถานก้าวหน้าอย่างมั่นคงในทุกๆ ด้านโดยได้มีการดำเนินการประกันความมั่นคงทางเศรษฐกิจไปพร้อมกับความก้าวหน้าทางสังคม ความพยายามดังกล่าวได้รับการยืนยันความสำเร็จจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เช่น ตัวเลขความเติบโตทางเศรษฐกิจมีถึงร้อยละ 45 การเพิ่มผลผลิตทางอุตสาหกรรม 1.6 เท่า การเพิ่มผลผลิตทางเกษตรกรรม 1.5 เท่า การค้าขายระหว่างประเทศ 1.7 เท่า ทองคำและเงินตราต่างประเทศ 3.7 เท่า ความเติบโต GDP เติบโตร้อยละ 7-8 และอัตราเฟ้อลดลงร้อยละ 26-29
Modified:19/03/2015 16:18:00
-
จีน
จีน (china) เริ่มก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีฐานะเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภครายใหญ่ ประกอบกับมีนโยบายพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดด และด้วยความที่จีนเป็นตลาดที่ใหญ่มากในเอเชีย มีประชากรและกำลังซื้อที่สูง โอกาสที่ผู้ลงทุนรวมถึงนักธุรกิจไทยจะเติบโตไปพร้อมกับตลาดจีน จึงมีโอกาสค่อนข้างสูง นอกจากนั้นยังมีปัจจัยหนุนอีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นความคล้ายคลึงทางวัฒนธรรม การมีเส้นทางขนส่งที่เชื่อมถึงกัน และความสัมพันธ์ทั้งทางด้านเชื้อชาติ การค้าและการทูตที่มีต่อกันมายาวนาน
Modified:19/03/2015 16:17:15
-
เวียดนาม
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam) นับว่าเป็นอีกประเทศหนึ่งในคาบสมุทรอินโดจีนที่กำลังเป็นที่น่าจับตามองของเหล่านักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากเวียดนามมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ดีและปรับตัวในทิศทางที่สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจโลก ซึ่งรัฐบาลเวียดนามมีนโยบายสนับสนุนให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศโดยการให้สิทธิประโยชน์หลายประการอีกด้วย
นอกจากนี้ การที่เวียดนามเข้ามาเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) เมื่อปี 2550 ทำให้รัฐบาลเวียดนามต้องเร่งเปิดเสรีการลงทุนให้เป็นไปตามเกณฑ์ของ WTO ยิ่งส่งผลให้เวียดนามน่าสนใจในสายตานักลงทุนต่างชาติ รวมถึงนักลงทุนไทยมากขึ้น
Modified:19/03/2015 16:16:39
-
สิงคโปร์
เกาะเล็กๆ ที่อยู่ทางตอนใต้ของไทยที่ชื่อว่า สิงคโปร์ (Singapore) นับเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นทางเศรษฐกิจและมีธุรกิจน่าสนใจผิดกับขนาดของประเทศ เนื่องจากมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจค่อนข้างสูง ที่สำคัญยังเป็นเพื่อนบ้านกับไทย ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันทั้งการลงทุน การค้า และการท่องเที่ยวมาอย่างยาวนาน
อย่างไรก็ตาม การที่ไทยกับสิงคโปร์มีความชำนาญในสาขาต่างกัน ย่อมสามารถช่วยเหลือเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนของทั้ง 2 ประเทศได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในปี 2558 จะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ขึ้น การเชื่อมโยงกันระหว่างเศรษฐกิจของทั้งภูมิภาค ก็เป็นช่องทางและโอกาสใหม่ๆ ให้กับนักลงทุนที่กำลังสนใจเข้าไปลงทุนในสิงคโปร์ได้เป็นอย่างดี
Modified:19/03/2015 16:16:02
-
เมียนมาร์
ปัจจุบันพม่าหรือเมียนมาร์ มีผลิตภัณฑ์มวลรวมประมาณ 26.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (พฤษภาคม 2555) โครงสร้างทางเศรษฐกิจของพม่าขึ้นอยู่กับภาคเกษตรกรรมเป็นหลัก สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ ถั่วแขก ผ้าผืน ต้นสัก ไม้เนื้อแข็ง ปลา ข้าว ถั่ว ยางดิบ โดยมีตลาดส่งออกหลักคือ ไทย ฮ่องกง จีน และประเทศในกลุ่มอาเซียนอื่นๆ
Modified:19/03/2015 16:15:13
-
มาเลเซีย
มาเลเซีย (Malaysia) ประเทศที่มีพรมแดนติดกับทางใต้ของประเทศไทย มีความสัมพันธ์กับไทยมาอย่างยาวนาน ทั้งด้านการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ทั้ง 2 ประเทศ ยังเป็นสมาชิกในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน (ASEAN) มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งกลุ่มอีกด้วย ที่สำคัญ ในปี 2558 ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ประเทศสมาชิกต้องเปิดเสรีทางการค้า สินค้า บริการ การลงทุน รวมถึงการเคลื่อนย้ายแรงงาน ซึ่งก่อนที่ AEC จะเริ่มต้นขึ้น นักลงทุนควรทำความเข้าใจกับประเทศมาเลเซีย เสียก่อน
Modified:19/03/2015 16:14:29
-
กัมพูชา
แม้ว่ากัมพูชาจะเป็นตลาดที่ไม่ใหญ่นัก เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆของไทย แต่ก็เป็นประเทศที่มีความสำคัญอย่างมากในแง่การค้าชายแดน และเริ่มที่จะก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะฐานการผลิตใหม่ของกลุ่มประเทศอาเซียนซึ่งมีต้นทุนแรงงานยังไม่สูงนัก และอุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนี้ กัมพูชายังมีเส้นทางโลจิสติกส์ทั้งทางบก และทางน้ำที่เชื่อมโยงการค้าไปยังเวียดนาม จีน และประเทศอื่นๆ อีกด้วย ดังนั้น กัมพูชาจึงนับเป็นอีกตลาดหนึ่งที่จะสร้างโอกาสการค้า และการลงทุนให้กับนักธุรกิจไทย
Modified:19/03/2015 16:13:15
-
ลาว
ลาว (Laos) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมีอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้าเป็นตัวสร้างรายได้ให้กับประเทศ หากพูดถึงในแง่การค้าการลงทุน ด้วยสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ ทำให้ลาวร่ำรวยด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติทั้งบนดินและใต้ดิน มีพื้นที่ป่าไม้จำนวนมาก หลากหลายทางชีวภาพ มีพื้นที่เกษตรที่ยังอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเพาะปลูกข้าว ข้าวโพด ยาสูบ มันสำปะหลัง ใต้ดินมีแร่ธาตุประเภท ดีบุก ยิปซัม ตะกั่ว หินเกลือ เหล็ก ถ่านหิน แบไรต์ ลิกไนต์ โปแตส สังกะสี ทองคำ ทองแดง พลอย อัญมณี หินอ่อน น้ำมัน (ในภาคกลางและภาคใต้) และถ่านหินคุณภาพเยี่ยม ลาวจึงเป็นอีกหนึ่งแหล่งลงทุนใกล้ไทยที่มีความน่าสนใจไม่น้อย
Modified:19/03/2015 16:12:23
-
โปแลนด์
สาธารณรัฐโปแลนด์ (Republic of Poland) เป็นประเทศที่ระบบเศรษฐกิจมีความเข้มแข็ง ซึ่งโปแลนด์เป็นประเทศเดียวในสหภาพยุโรปที่ไม่ประสบภาวะเศรษฐกิจถดถอยในช่วงวิกฤติเศษฐกิจที่ผ่านมาในปี 2008 จนถึงปัจจุบัน แม้ในด้านการคลังโปแลนด์ยังมีปัญหาด้านการขาดดุลส่งผลต่อการเปลี่ยนอัตราค่าเงินมาใช้เงินยูโร แต่ขณะนี้คาดว่าจะสามารถลดการขาดดุลให้อยู่ในอัตราร้อยละ 3 ตามที่สหภาพยุโรปกำหนดได้ในปี 2015
ทั้งนี้ ความต้องการของตลาดในประเทศมีการขยายตัวมาก ภาคธุรกิจขนาดกลางมีการขยายตัว แต่การจับจ่ายของครัวเรือนคงที่ เนื่องจากอัตราการว่างงานยังคงสูงอยู่ ซึ่งเป็นผลมาจากชาวโปแลนด์ที่เคยไปทำงานในต่างประเทศต้องกลับมาอยู่ในประเทศด้วยปัญหาเศรษฐกิจในประเทศที่จ้างงาน ในปัจจุบันผู้บริโภคชาวโปแลนด์เริ่มมีรายได้สูงขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นกลางมีมากขึ้น ทำให้สินค้าที่มีตรายี่ห้อและคุณภาพดีเป็นที่ต้องการของตลาด การลงทุนโดยตรงในโปแลนด์นับว่าประสบความสำเร็จด้วยดีในการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ เนื่องจากอยู่ในที่ตั้งที่ดีใจกลางยุโรป มีกำลังแรงงานมาก เป็นสมาชิกอียู มีเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจที่มั่นคง รวมทั้งการมีภาระหนี้สินภาครัฐที่ไม่สูงทำให้โปแลนด์เป็นเป้าหมายของการลงทุน
Modified:19/03/2015 14:38:20
-
ไนจีเรีย
สหพันธสาธารณรัฐไนจีเรีย (Federal Republic of Nigeria) เป็นประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับการค้าน้ำมัน แต่การค้าน้ำมันของประเทศได้รับผลกระทบเป็นเวลานานจากความไร้เสถียรภาพทางการเมือง การฉ้อราษฎร์บังหลวง และระบบเศรษฐกิจที่ไม่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งประเทศยังอยู่ในช่วงของการปฏิรูประบบเศรษฐกิจจากการที่ต้องพึ่งพาแต่ภาคน้ำมันซึ่งเน้นการใช้เงินทุนเป็นสำคัญ ในขณะที่ภาคการเกษตรเติบโตไม่ทันกับจำนวนประชากรซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ไนจีเรียซึ่งเคยเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ต้องกลายเป็นประเทศผู้นำเข้าอาหาร และจำเป็นต้องขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ
Modified:19/03/2015 14:35:28
Sorted by relevance | Sort by date
