ค้นหา
-
อาร์เจนตินา
สาธารณรัฐอาร์เจนตินา (Argentine Republic) ได้รับประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ประชากรมีการศึกษาดี มีฐานด้านอุตสาหกรรมที่หลากหลาย มีภาคบริการที่ก้าวหน้า และเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลก อย่างไรก็ตาม อาร์เจนตินาก็หนีวิกฤตเศรษฐกิจที่หนักหน่วงในช่วงปี 2544-2545 ไม่พ้น แต่เมื่อฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว อาร์เจนตินาก็มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับสูง มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) มากกว่าร้อยละ 8.5 ต่อปี ส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาสินค้าธัญพืช (grains) มีการปรับตัวสูงขึ้นในตลาดโลก ซึ่งอาร์เจนตินาเป็น 1 ใน 5 ประเทศผู้ส่งออกสินค้าธัญพืชรายใหญ่ของโลก
อย่างไรก็ดี ในปี 2552 การขยายตัวทางเศรษฐกิจของอาร์เจนตินายังคงชะลอตัว ซึ่งเป็นผลจากปัญหาเศรษฐกิจโลกทำให้ราคาสินค้าและความต้องการในตลาดโลกยังมีไม่มาก เศรษฐกิจของอาร์เจนตินามีการขยายตัวประมาณร้อยละ 4.2 อันเป็นผลจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ได้แก่ ปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ยังคงรุมเร้าทำให้ราคาสินค้าและความต้องการสินค้า
Modified:16/03/2015 13:26:37
-
ชิลี
ชิลี มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “สาธารณรัฐชิลี” เป็นประเทศที่ได้รับการจัดอันดับจากธนาคารโลก ให้เป็นประเทศที่มีความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ (Doing Business 2013) เป็นอันดับ 37 ของโลก โดยมีข้อได้เปรียบสำคัญคือ ความสะดวกในการจัดตั้งบริษัทหรือเริ่มต้นดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ ในปี 2554 ยังได้รับการจัดอันดับจากนิตยสาร Forbes ให้เป็นประเทศที่น่าลงทุนที่สุด เป็นอันดับที่ 24 ของโลกด้วย
ทั้งนี้ เป็นผลมาจากเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงทางการเมืองของชิลี รวมถึงกฎระเบียบที่เอื้อต่อการลงทุน ความตกลงการค้าที่ชิลีลงนามกับหลายประเทศทั่วโลก ระบบการคมนาคมที่เชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคลาตินอเมริกา ประกอบกับลักษณะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของชิลี และการจัดตั้งเขตปลอดภาษีในเมืองอิกิเก (Iquique) ทางภาคเหนือ และ เมืองปุนตา อาเรนัส (Punta Arenas) ทางภาคใต้ ทำให้ชิลีสามารถเป็นประตูการค้าสำหรับสินค้าไทยในการขยายเข้าสู่ตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคลาตินอเมริกาได้
Modified:16/03/2015 13:25:46
-
ตุรกี
สาธารณรัฐตุรกี (Republic of Turkey) ถือเป็นประเทศที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศมุสลิมอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่อยู่ในดินแดนตะวันออกกลาง ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งคือหลักการแบ่งแยกศาสนาออกจากการเมืองอย่างเด็ดขาด ตุรกีมีนโยบายการเมืองใกล้ชิดกับชาติตะวันตก โดยเป็นสมาชิก NATO, OECD และสหภาพศุลกากร (Customs Union) ของยุโรป รัฐบาลตุรกีมีเสถียรภาพสูง พรรครัฐบาลได้รับความนิยมอย่างมากจากประชาชนเนื่องจากได้ฟื้นฟูการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ลดภาวะเงินเฟ้อ และเปิดให้ประชาชนมีเสรีภาพมากขึ้น อีกทั้งยังส่งเสริมบทบาทของประเทศในการเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงของรัฐบาลตุรกีได้แก่ ปัญหาผู้ก่อการร้ายชาวเคิร์ด (PKK) และปัญหาไซปรัส
Modified:16/03/2015 13:09:19
-
มัลดีฟส์
สาธารณรัฐมัลดีฟส์ เป็นประเทศที่มีประชากรเพียง 3 แสนกว่าคน แต่มีนักท่องเที่ยวถึง 5 ล้านคนต่อปี การท่องเที่ยวจึงมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของมัลดีฟส์เป็นอย่างยิ่ง ขณะที่มัลดีฟส์มีรายได้สูงจากการท่องเที่ยวแต่กลับไม่มีการผลิตสินค้าเอง ทุกอย่างต้องนำเข้า จึงเป็นโอกาสสำหรับนักธุรกิจไทยที่จะส่งสินค้า/บริการไปขายในแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกแห่งนี้ รวมทั้งเข้าไปลงทุนในสาขาท่องเที่ยวและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
มัลดีฟส์ต้องพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยมีรายได้มากกว่าร้อยละ 70 ของรายได้หลักของประเทศ แต่เหตุการณ์สึนามิเมื่อปี 2549 และวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาทำให้มัลดีฟส์ได้รับผลกระทบอย่างมาก มัลดีฟส์จึงพยายามจัดกิจกรรมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาสู่ประเทศ อย่างไรก็ดี มัลดีฟส์มีสาขาประมงที่เข้มแข็งและเป็นรายได้สำคัญรองจากการท่องเที่ยว โดยมีปลาทูน่าเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ
Modified:16/03/2015 13:08:28
-
บังกลาเทศ
บังกลาเทศ (Bangladesh) เป็นประเทศที่น่าลงทุนสำหรับนักลงทุนไทย เนื่องจากไทยและบังกลาเทศมีความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนภายใต้กรอบความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทั้งทางวิชาการและเศรษฐกิจ ขณะที่รัฐบาลบังกลาเทศมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ อาทิ สิทธิประโยชน์ด้านภาษี รวมถึงการอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติเป็นเจ้าของกิจการได้ในอุตสาหกรรมและบริการเกือบทุกประเภท นักลงทุนที่กำลังมองหาช่องทางการลงทุนในต่างแดนจึงไม่ควรพลาดโอกาสนี้
Modified:16/03/2015 13:06:23
-
ซาอุดิอาระเบีย
ราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย (The Kingdom of Saudi Arabia) หรือ ซาอุดิอาระเบีย เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรอาหรับ หรือตะวันออกกลาง มีความมั่งคั่งจากการเป็นผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ซาอุฯ จึงเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง นอกจากนี้ รัฐบาลซาอุฯ ยังตระหนักถึงภาวะเศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกน้ำมันมากเกินไป จึงมีนโยบายที่จะกระจายการผลิตด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมโรงงานและการเกษตร และส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจมากขึ้น นับเป็นโอกาสที่เปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการไทยในการเสาะหาลู่ทางการค้าการลงทุนในราชอาณาจักรแห่งนี้
Modified:16/03/2015 13:05:35
-
บรูไน
บรูไน (Brunei) เป็นประเทศที่มีความมั่นคงสูง ทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ซึ่งรายได้หลักของบรูไนมาจากการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ ที่สามารถผลิตได้มากเป็นอันดับ 4 ของโลก ทั้งนี้ บรูไนส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติกว่า 90 % ของการส่งออกทั้งหมด รายได้จากการส่งออกน้ำมันดังกล่าว มีหน่วยงานที่เรียกว่า Brunei Investment Agency (BIA) นำไปลงทุนในต่างประเทศ หรือร่วมทุนกับต่างประเทศ ทั้งในรูปการถือหุ้น การซื้อพันธบัตรในประเทศต่าง ๆ ด้วยเหตุนี้ทำให้บรูไนมีดุลการค้าเกินดุลมาโดยตลอด อย่างไรก็ตามรัฐบาลของบูรไนยังมีความกังวลเกี่ยวกับทรัพยากรในประเทศที่อาจหมดลงในอนาคต จึงมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนในประเทศอย่างต่อเนื่อง จุดนี้เป็นช่องทางและโอกาสของนักลงทุนที่มีศักยภาพในตลาดบูรไน ซึ่งเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนรองจากสิงคโปร์
Modified:16/03/2015 13:04:41
-
ติมอร์ตะวันออก
เดิมที ติมอร์ตะวันออก (East Timor) ถูกปกครองโดยอินโดนีเซีย แต่ได้รับเอกราชมาในปี 2545 และเข้าร่วมองค์กรสหประชาชาติในปีเดียวกัน พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น ติมอร์-เลสเต(Timor-Leste) ซึ่งเป็นชื่อในภาษาโปรตุเกสด้วยความที่เป็นประเทศเกิดใหม่เพิ่งได้รับเอกราชและสงครามเพิ่งจบลง ติมอร์-เลสเตจึงขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐาน และบ้านเมืองยังไม่ได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ ส่งผลให้นักลงทุนขาดความมั่นใจที่จะเข้ามาลงทุน รัฐบาลติมอร์ตะวันออกจึงพยายามอย่างยิ่งที่จะเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจจุดนี้คือโอกาสที่ไม่ควรพลาด สำหรับของนักลงทุนที่ต้องการเข้าไปแจ้งเกิดในตลาดเกิดใหม่
Modified:16/03/2015 13:02:18
-
สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้)
สาธารณรัฐเกาหลี (The Republic of Korea) หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า เกาหลีใต้ (South Korea) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของคาบสมุทรเกาหลี เกาหลีใต้พัฒนาประเทศจนสามารถผงาดขึ้นมาเป็นประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจจากประเทศที่ยากจนในช่วงสงครามเกาหลี โดยใช้เวลาเพียง 60 ปี ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของเกาหลีใต้สูงเป็นอันดับ 4 ในทวีปเอเชีย และอันดับ 15 ของโลก นอกจากนี้ยังเป็นสมาชิกเขตเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น OECD APEC และมี FTA กับประเทศคู่ค้าหลายประเทศ ในแง่การลงทุนและการดำเนินธุรกิจ เกาหลีใต้เป็นฐานการลงทุนที่น่าสนใจ ทั้งเพื่อสนองตอบต่อผู้บริโภคภายในประเทศกว่า 50 ล้านคนที่ประกอบด้วยกำลังแรงงานที่มีพื้นฐานความรู้และมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย อุตสาหกรรมที่ก้าวหน้า และระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมทั้งประเทศ รวมทั้งเป็นฐานการลงทุนเพื่อการส่งออกไปยังประเทศใกล้เคียงที่สำคัญ เช่น จีน ญี่ปุ่น ได้สะดวกในราคาต้นทุนที่สมเหตุผล
Modified:16/03/2015 12:59:53
-
อินโดนีเซีย
สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia) เป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มอาเซียน ประชากรเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศอยู่ในกำลังแรงงาน และมีแนวโน้มว่ากลุ่มชนชั้นกลาง จะมีการขยายตัวอันจะนำไปสู่ความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคในด้านสินค้าและบริการ นอกจากนี้อินโดนีเซียยังอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมากที่ดึงดูดความสนใจของนักลงทุนทั่วโลก แม้โดยภาพรวมแล้วอินโดนีเซียยังต้องการการพัฒนาอีกมาก ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน และเทคโนโลยีต่างๆ แต่เศรษฐกิจและการลงทุนในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้มีการพัฒนาที่ดีขึ้นมาก อีกทั้งผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนยังสูงอีกด้วย
ประเทศอินโดนีเซียมีการเจริญเติบโตทางธุรกิจที่มั่นคงมาโดยตลอด โดยแรงสนับสนุนจากรัฐบาลในการปฏิรูปประเทศให้เป็นแหล่งดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ในอดีตการจ้างงานและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ล้วนมาจากภาคเกษตรกรรมทั้งสิ้น แต่ภายหลังภาคอุตสาหกรรม ภาคการผลิต และภาคบริการเริ่มมีบทบาทมากขึ้น ในส่วนของภาคบริการนั้นจะเน้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การค้าปลีกและส่ง ซึ่งคิดเป็น 20% ของ GDP
Modified:16/03/2015 12:01:20
-
บาห์เรน
บาห์เรน (Bahrain) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ราชอาณาจักรบาห์เรน (Kingdom of Bahrain) มีการส่งออกน้ำมันเป็นรายได้หลักมาตั้งแต่ปี 2475 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปริมาณสำรองน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของบาห์เรนมีไม่มากนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ใน GCC รัฐบาลบาห์เรนจึงเร่งทำการสำรวจหาแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติม อีกทั้งยังมีนโยบายสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจ (Economic Diversification) เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันและลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก โดยส่งเสริมอุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมันและอุตสาหกรรมอะลูมิเนียม รวมทั้งพัฒนาประเทศให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นศูนย์กลางด้านการเงินการธนาคารของภูมิภาค
Modified:16/03/2015 11:58:47
-
ฟิลิปปินส์
ฟิลิปปินส์ (Philippines) มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในประเทศเพื่อนบ้าน และพันธมิตรอาเซียน ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับไทยมายาวนาน สังคมฟิลิปปินส์มีความเป็นมิตรกับชาวต่างชาติ บุคลากรมีการศึกษาสูง และใช้ภาษาอังกฤษได้ดี ยิ่งกว่านั้นฟิลิปปินส์ยังมีทรัพยากรทางธรรมชาติอยู่ไม่น้อย ทั้งบนผืนดิน ใต้ดิน และในท้องทะเล อีกทั้งรัฐบาลยังมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ จึงเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงนักลงทุนไทย อย่างไรก็ตาม การศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด และการเดินทางไปสำรวจลู่ทางการลงทุนในพื้นที่ด้วยตนเองก็ถือเป็นสิ่งจำเป็น
Modified:16/03/2015 11:44:45
-
อินเดีย
อินเดียเป็นอีกประเทศหนึ่งในเอเชียที่ได้รับความสนใจไม่น้อยกว่าจีน ทั้งในมิติของการเมืองระหว่างประเทศ ความมั่นคง และเศรษฐกิจ เนื่องจากเศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็วเฉลี่ยปีละ 8% ส่งผลให้ประชากรมีรายได้เพิ่มขึ้นและกลายเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อตั้งแต่ระดับจนถึงระดับสูง ทั้งยังเป็นผู้นำด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์และการบริการทางธุรกิจสำหรับการส่งออก ประกอบกับบทบาทเด่นชัดในการพัฒนาด้านการเงิน วิศวกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ ยาและเวชภัณฑ์ที่ทันสมัย ภาคการเกษตรพัฒนาและผันผวนน้อยลง พร้อมกับเปิดเสรีทางเศรษฐกิจและเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติเพิ่มขึ้น
Modified:16/03/2015 11:43:42
-
ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจที่ต้องจับตามองของสวิสเซอร์แลนด์
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์นรายงานความเคลื่อนไหวด้านเศรษฐกิจที่สำคัญในสวิตเซอร์แลนด์ในช่วงที่ผ่านมา ดังนี้
การยกเลิกการตรึงอัตราแลกเปลี่ยนเงินฟรังก์สวิส – ยูโร เมื่อ 7 ก.พ. 2558 นาย Thomas Jordan ปธ.ธนาคารแห่งชาติสวิส (Swiss National Bank: SNB) ได้ให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกภายหลังการยกเลิกการตรึงอัตราแลกเปลี่ยนเงินฟรังก์สวิส – ยูโร เมื่อ 15 ม.ค. 2558 โดยยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสวิตฯ ไม่เช่นนั้นจะทำให้ SNB ต้องใช้เงินถึงกว่า 6 แสนล้านฟรังก์สวิส (เท่ากับมูลค่า GDP ของสวิตฯ) ภายใน 6 เดือนในการแทรกแซงค่าเงินเพื่อรักษาอัตราแลกเปลี่ยน โดย SNB ได้พิจารณาแล้วว่าช่วงกลางเดือน ม.ค. ดังกล่าว ตลาดมีสภาพคล่อง โดยแม้ขณะนี้ค่าเงินฟรังก์สวิสจะยังคงสูง แต่เชื่อว่าจะปรับตัวสู่อัตราที่มั่นคงต่อไป นอกจากนี้ นาย Jordan กล่าวด้วยว่า มีเพียง ครม.สวิสเท่านั้นที่ทราบล่วงหน้าเพียงเล็กน้อยก่อนการประกาศมาตรการดังกล่าว จึงไม่มี insider trading โดย IMF และธนาคารกลางยุโรปทราบภายหลังเริ่มใช้มาตรการ แต่ก็เข้าใจการตัดสินใจของ สวิตฯ อย่างไรก็ดี มาตรการดังกล่าวเริ่มปรากฏผลกระทบ โดยสหภาพแรงงานในสวิตฯ เริ่มแสดงความห่วงกังวลต่อแผนของบริษัทต่าง ๆ ที่จะลดค่าแรงหรือจ่ายค่าแรงเป็นเงินยูโรสำหรับแรงงานชายแดนที่มีถิ่นพำนักนอกสวิตฯ และ เพิ่มจำนวนชั่วโมงในการทำงาน เพื่อบริหารจัดการต้นทุนที่สูงขึ้นจากการยกเลิกการตรึงอัตราแลกเปลี่ยน...
Modified:13/03/2015 10:18:07
-
ปฏิกิริยาจากภาคธุรกิจสวิสต่อมาตรการยกเลิกการตรึงค่าเงินฟรังก์-ยูโร
ภาคธนาคารสวิส นักวิเคราะห์และนักการธนาคารสวิสเห็นว่าการปรับนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารกลางสวิสส่งผลกระทบและเสียหายอย่างมากต่อธนาคารเอกชนกลุ่มธนบดีธนกิจ (private banks) รวมถึงกิจการบริหารสินทรัพย์ต่างๆ เพราะหลังจากนี้จะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นขณะที่ผลกำไรหรือรายได้จากเงินตราต่างประเทศลดลงขณะที่สถาบันจัดอันดับการเงิน ชี้ว่า ธนาคารสวิสเช่น ธนาคาร Julius Baer ธนาคาร Zuercher Kantonalbank ธนาคาร Credit Suisse ธนาคาร UBS เป็นกลุ่มธนาคารที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากนโยบายนี้ โฆษกของธนาคาร Julius…Modified:06/02/2015 11:03:14
-
รายงานสภาวะเศรษฐกิจยูโรโซนและสหภาพยุโรป
ในที่สุดภาวะเงินฝืด (Deflation) ก็เกิดขึ้นในยูโรโซน (EA18) และสหภาพยุโรปทั้งหมด (EU28) เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อติดลบร้อยละ -0.2 และ -0.1 ตามลาดับ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ เดือน ต.ค.52 EA28 มีอัตราเงินเฟ้อติดลบหรือเกิดภาวะเงินฝืดใน 16 ประเทศ โดยอัตราเงินเฟ้อลดลงใน 26 ประเทศจากจำนวนสมาชิก 28…Modified:22/01/2015 09:04:24
-
รายงานภาวะเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรประจำ เดือนสิงหาคม 2557
ภาพรวมเศรษฐกิจ เศรษฐกิจยังมีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้ดี ตัวเลข GDP Growth (Second Estimate) ไตรมาสที่ 2/57 เท่ากับ Preliminary Estimate และเท่ากับไตรมาสที่ 1 ที่ขยายตัวร้อยละ 0.8 เป็นผลจากการขยายตัวของภาคบริการซึ่งมีสัดส่วนถึงร้อยละ 78 ของ GDP ภาคการผลิต การก่อสร้าง…Modified:16/09/2014 09:41:02
-
นครเซี่ยงไฮ้ ภายหลังการเปิดประเทศและปฎิรูปเศรษฐกิจจีน ปี 2521” ตอนที่ 1 (พัฒนาการทางเศรษฐกิจและการลงทุน)
ในโอกาสครบรอบ 30 ปี การเปิดประเทศของจีน ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้ ขอนำเสนอบทความพิเศษ เรื่อง “นครเซี่ยงไฮ้ ภายหลังการเปิดประเทศและปฎิรูปเศรษฐกิจของจีนตั้งแต่ปี 2521” ตอนที่ 1 (พัฒนาการทางเศรษฐกิจและการลงทุน)Modified:27/02/2015 13:49:28
-
ความคืบหน้าการใช้เงินหยวนเป็นสกุลเงินทำการค้าระหว่างประเทศ
ผู้ที่อยู่ในวงการธุรกิจนำเข้า-ส่งออกกับประเทศจีนคงจะทราบข่าวที่ทางการจีนทดลองใช้เงินหยวนเป็นสกุลเงินในการชำระบัญชีการค้าระหว่างประเทศ โดยเริ่มทดลองใช้นโยบายดังกล่าวในการทำการค้าระหว่าง 5 เมืองของจีน ได้แก่ นครเซี่ยงไฮ้ นครกวางโจว เมืองเซินเจิ้น เมืองจูไห่ และเมืองตงกว่น กับเมืองฮ่องกง และมาเก๊า รวมถึงการค้าระหว่างมณฑลกวางสีและมณฑลยูนยานกับประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งรวมถึงไทย แต่เนื่องจากนโยบายดังกล่าวเพิ่งเริ่มประกาศใช้ จึงยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้ ได้รวบรวมข้อมูลจากผู้ที่อยู่ในวงการสถาบันการเงินทั้งไทยและจีนเกี่ยวกับการใช้มาตรการดังกล่าว ทั้งในเชิงนโยบาย แนวทางปฏิบัติ และความคืบหน้าทั้งในไทยและในจีน เพื่อให้ผู้ที่ยังไม่เข้าใจนโยบายดังกล่าวได้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการทำการค้ากับจีนของผู้ประกอบการไทยModified:26/02/2015 14:16:31
-
ความฝันที่ (น่าจะ) เป็นจริงของเซี่ยงไฮ้ : เป้าหมายศูนย์กลางการเงินโลกภายใน ค.ศ. 2020 (ตอนที่ 1 : ก้าวแรกก่อนเดินหน้าต่อไป.. กับการดันเงินหยวนก้าวไกลสู่เวทีโลก)
ท่านเคยทราบหรือไม่ว่า“นครเซี่ยงไฮ้” ได้เคยครองอันดับ 1 การเป็นผู้นำศูนย์กลางการเงินในภูมิภาคเอเชียเมื่อปี ค.ศ. 1949 เหนือกว่าโตเกียว สิงคโปร์ และฮ่องกงเสียอีก แต่ด้วยการดำเนินนโยบายปิดประเทศของจีน ทำให้บทบาทด้านการเงินของนครเซี่ยงไฮ้ลดน้อยลงจนได้สูญเสียแชมป์ไปให้กับเมืองทั้ง 3 ดังกล่าวไปในเวลาต่อมา....Modified:26/02/2015 13:46:39
Sorted by relevance | Sort by date
