ค้นหา
-
จับตาต่างชาติลงทุนในแดนภารตะ ตอน บทเรียนจากนักลงทุนเมืองเบียร์
นักลงทุนจากเมืองเบียร์มีประวัติการเข้ามาลงทุนในแดนภารตะมาอย่างยาวนาน ย้อนหลังไปถึงศตวรรษที่ 16 จนถึงปัจจุบัน ถือเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่เป็นลำดับสามจากยุโรปที่ลงทุนในอินเดีย
จากสถิติ การลงทุนของนักลงทุนเมืองเบียร์ในอินเดียช่วงปี 2547 จนถึงปี 2556 มียอดรวม 757 โครงการ มูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนประเภท Greenfield คือ มาตั้งโรงงานผลิตและจำหน่ายในตลาด โดยมีถึง 564 โครงการ มูลค่ารวมเหนาะๆ 22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และส่วนใหญ่อยู่ในสาขาอุตสาหกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์และวิศวกรรมเครื่องกล และชิ้นส่วนยานยนต์
Modified:14/08/2014 14:38:03
-
ข้อมูลเศรษฐกิจและนโยบายส่งเสริมการลงทุนของรัฐเบงกอลตะวันตก
สภาพแวดล้อมของรัฐเบงกอลตะวันตกเอื้ออำนวยต่อโครงการลงทุนต่างๆ ปัจจุบัน มูลค่าธุรกิจอุตสาหกรรมเท่ากับประมาณ 10% ของ GDP ของรัฐ และรัฐบาลท้องถิ่นมีเป้าหมายที่จะพัฒนาให้สัดส่วนมูลค่าดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวภายในระยะเวลา 5 ปีModified:08/08/2014 13:53:34
-
โปร่งใส ไร้กังวล!!! ธุรกิจ(ไทย)เช็คสถานะและเครดิตของบริษัทกว่างซี(จีน)ง่ายแค่ปลายนิ้วสัมผัส
ว็บไซต์ข่าวกว่างซี : สำนักงานบริหารอุตสาหกรรมและการค้าเขตฯกว่างซีจ้วง (Administion for Industry and Commerce of Guangxi, 广西工商行政管理局) เปิดใช้ระบบเปิดเผยข้อมูลและเครดิตผู้ประกอบการวิสาหกิจของกว่างซี เพื่อพัฒนาบรรยากาศการค้าการลงทุนและป้องกันปัญหาฉ้อโกงModified:06/08/2014 17:43:44
-
ไทยเตรียมเปิดบ้านต้อนรับผู้นำหมู่เกาะแปซิฟิก 14 ประเทศ ระหว่างการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 วันที่ 9 – 10 สิงหาคม 2557
ไทยเตรียมเปิดบ้านต้อนรับผู้นำหมู่เกาะแปซิฟิก 14 ประเทศ ระหว่างการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 วันที่ 9 – 10 สิงหาคม 2557เวทีประวัติศาสตร์เพื่อความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างวันที่ 9 -10 สิงหาคม 2557 นี้ ไทยจะได้มีโอกาสเปิดบ้านต้อนรับแขกต่างชาติระดับสูงอีกครั้ง ในเวทีการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 ที่กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ณ โรงแรมสุโกศล กรุงเทพมหานคร กระทรวงการต่างประเทศคาดว่าจะมีผู้แทนระดับรัฐมนตรี และระดับสูงจาก 14 ประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิก ได้แก่ หมู่เกาะคุก สาธารณรัฐฟิจิ สาธารณรัฐคิริบาส สาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลส์ สหพันธรัฐไมโครนีเซีย สาธารณัฐนาอูรู นีอูเอ สาธารณรัฐปาเลา รัฐเอกราชปาปัวนิวกินี รัฐเอกราชซามัว หมู่เกาะโซโลมอน ราชอาณาจักรตองกา ตูวาลู และสาธารณรัฐวานูอาตู ตอบรับเข้าร่วมการประชุมการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 หรือเรียกย่อ ๆ ว่า TPIF ถือเป็น การประชุมนานาชาติในรูปแบบดังกล่าวครั้งแรก และมีหัวข้อหลักการประชุมว่า “ส่งเสริมความร่วมมือเพื่อ การพัฒนาเพื่อบรรลุเป้าหมายความมั่งคั่งร่วมกัน” (Strengthening Development Cooperation towards Common Prosperity) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในด้านการพัฒนาและการค้าการลงทุนของไทยกับประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก ทั้งนี้ ไทยได้เชิญผู้แทนขององค์การระหว่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญในด้านความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาในภูมิภาคเข้าร่วมสังเกตการณ์ อาทิ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) โครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาของสหประชาชาติ (UNDP) องค์การอนามัยโลก (WHO) รวมถึงผู้แทนของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ไทยกับประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า ตั้งแต่ปี 2547 ไทยมีฐานะเป็นคู่เจรจา (Dialogue partner) ขององค์กรการประชุมหมู่เกาะแปซิฟิก (Pacific Islands Forum - PIF) และมีบทบาทนำในฐานะเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนา (Emerging Donor) ต่าง ๆ ที่สำคัญแก่ประเทศเหล่านี้ โดยได้ให้ความช่วยเหลือทางวิชาการกับทั้ง 14 ประเทศ มาอย่างต่อเนื่องกว่า 18 ปี โดยเฉพาะการให้ทุนฝึกอบรม เพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรผ่านการถ่ายทอดประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ ที่ผ่านมา มีการจัดสรรทุนให้กับประเทศเหล่านี้แล้วกว่า 124 ทุน เป็นมูลค่าการรวมกว่า 25.75 ล้านบาท โดยเป็นรูปแบบหลักสูตรฝึกอบรมนานาชาติประจำปี ทุนศึกษานานาชาติระดับปริญญาโท ในสาขาอันได้แก่ การเกษตร ประมง สาธารณสุข ท่องเที่ยว และเศรษฐกิจพอเพียงปี 2557 นับเป็นโอกาสครบรอบ 10 ปี ที่ไทยมีฐานะเป็นคู่เจรจาของ PIF กระทรวงการต่างประเทศจึงมีดำริจะจัดกิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมบทบาทเชิงรุก และช่วยประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ไทยในด้านการพัฒนา ที่สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนา หรือที่สหประชาชาติให้คำนิยามว่าความร่วมมือแบบใต้-ใต้ (South-South Cooperation) เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาสหัสวรรษของสหประชาชาติไปพร้อม ๆ กัน (Millennium Development Goals)
ไทยกับหมู่เกาะแปซิฟิก: มิตรใกล้ตัวประเทศหมู่เกาะ 14 ประเทศ มีประชากรรวมราว 10 ล้านคน และถือว่ามีความใกล้ชิดสนิทสนมกันกับประเทศไทย โดยในระดับพระราชวงศ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เคยเสด็จเยือนตองกาและฟิจิอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2539 และพระราชวงศ์ตองกาทรงเป็นพระราชอาคันตุกะในพระราชพิธี ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในปี 2549 ด้วย นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นสถานที่ที่ผู้นำของหลายประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิกเลือกเป็นสถานที่พักผ่อนและรักษาพยาบาลด้วยในด้านการค้าการลงทุน ต้องนับว่าเป็นผลสำเร็จของนโยบายการเปิดประตูเพื่อกระชับมิตรกับประเทศ หมู่เกาะแปซิฟิก และผลจากการแลกเปลี่ยนการเยือนของผู้นำและผู้แทนระดับสูงระหว่างกันในช่วงปี 2555 – 2556 บทบาทของไทยในการเป็นคู่ค้าและผู้ลงทุนในกลุ่มประเทศหมู่เกาะจึงทวีความสำคัญมากขึ้นตามลำดับ โดยในปี 2555 ไทยมีมูลค่าการค้ารวมกับกลุ่มหมู่เกาะแปซิฟิกกว่า 39 ล้านบาท และมูลค่าการค้า ในปี 2556 เพิ่มขึ้นจากเมื่อสองปีก่อน (2554) ราวร้อยละ 19 คิดเป็นมูลค่าราว 26 ล้านบาท ประเทศหมู่เกาะ มีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งด้านป่าไม้และทรัพยากรทางทะเล เป็นแหล่งพลังงาน ก๊าซธรรมชาติ และแร่ธาตุมีค่า จึงมีศักยภาพเป็นตลาดใหม่ให้กับสินค้าและบริการจากไทย ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งวัตถุดิบปลาทูน่าที่สำคัญของไทยแล้ว ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกทั้ง 14 ประเทศ ยังเป็นลูกค้ารายสำคัญที่นำเข้าสินค้าข้าว น้ำตาล และเวชภัณฑ์ของไทย ประเทศที่มีขนาดใหญ่และมีความสำคัญด้านการค้าการลงทุนกับไทยมากที่สุด 3 ลำดับ ได้แก่ ปาปัวนิกินี วานูอาตู และฟิจิ และปัจจุบันมีภาคเอกชนไทยเข้าไปเปิดร้านอาหารไทย ธุรกิจสปา และตั้งบริษัทกระจายสินค้าและบริโภค อาทิ ข้าวและเวชภัณฑ์ในปาปัวนิวกินี และวานูอาตูแล้ว นอกจากนั้น ประเทศไทยและประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกยังสนับสนุนบทบาทซึ่งกันและกันในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ร่วม อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการจัดการภัยพิบัติ
ย้ำความมุ่งมั่นและบทบาทของไทยเวทีการประชุม TPIF ที่กำลังจะมาถึงจึงเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะได้แสดงศักยภาพในด้านการค้า การลงทุน การเป็นประตูสู่อาเซียน และประชาสัมพันธ์ทักษะความเชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาของไทยให้ นานาประเทศได้เห็น เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น และสร้างเสริมมิตรภาพกับกลุ่มประเทศในแปซิฟิก ซึ่งนอกเหนือจากการประชุมที่เน้นหัวข้อหลักในประเด็นการพัฒนาแล้ว กระทรวงการต่างประเทศยังจัดกิจกรรมศึกษาดูงานโครงการตัวอย่าง และโครงการในพระราชดำริ และกิจกรรมทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างความประทับใจในฐานะเจ้าภาพให้แก่คณะผู้แทนจากทั้ง 14 ประเทศด้วย ในการนี้ สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมสามารถติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ทั้งจากเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ www.mfa.go.th และเว็บไซต์ของกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ aspa.mfa.go.th
ที่มา: กองแปซิฟิกใต้กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้กระทรวงการต่างประเทศModified:24/07/2014 14:41:51
-
เวทีความร่วมมือระหว่างเอเชียตะวันออกกับลาตินอเมริกา (FEALAC)
เวทีความร่วมมือระหว่างเอเชียตะวันออกกับลาตินอเมริกา (FEALAC)
การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่บราซิลในปี 2557 ที่เพิ่งจบลงไปไม่นาน ทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยได้รู้จักประเทศในลาตินอเมริกามากขึ้น เนื่องจากมีประเทศจากลาตินอเมริกาถึง 9 ประเทศที่ได้เข้าแข่งขันในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่บราซิล
ลาตินอเมริกาตั้งอยู่ห่างไกลจากประเทศไทย แต่ไทยก็มีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศในลาตินอเมริกา การค้าการลงทุนระหว่างไทยกับภูมิภาคลาตินอเมริกามีแนวโน้มสูงขึ้นมาโดยตลอด ในปี 2556 การค้าระหว่างไทยกับลาตินอเมริกามีมูลค่ารวมประมาณ 16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีศักยภาพที่จะส่งเสริมให้มีปริมาณและมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นได้อีกมาก เนื่องจากเศรษฐกิจของไทยกับลาตินอเมริกาสามารถส่งเสริมซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดี และในปีนี้ ไทยกำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมของกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีไทยกับประเทศในลาตินอเมริกาเป็นสมาชิก คือ FEALAC
เวทีความร่วมมือระหว่างเอเชียตะวันออกกับลาตินอเมริกา (Forum for East Asia-Latin America Cooperation - FEALAC) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2542 มีชื่อเดิมว่า เวทีหารือระหว่างเอเชียตะวันออกกับลาตินอเมริกา (East Asia - Latin America Forum - EALAF) ปัจจุบันมีประเทศสมาชิก 36 ประเทศ (ฝ่ายเอเชียตะวันออก 16 ประเทศ ได้แก่ อาเซียน 10 ประเทศ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และมองโกเลีย และฝ่ายลาตินอเมริกา 20 ประเทศ ได้แก่ อาร์เจนตินา บราซิล โบลิเวีย โคลอมเบีย ชิลี สาธารณรัฐโดมินิกัน เอกวาดอร์ เม็กซิโก ปารากวัย เปรู ปานามา เอลซัลวาดอร์ คอสตาริกา คิวบา อุรุกวัย เวเนซุเอลา นิการากัว กัวเตมาลา ฮอนดูรัส และซูรินาเม) มีประชากรรวมกันเท่ากับประมาณร้อยละ 39 ของประชากรทั้งโลก มีผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) รวมกันเท่ากับประมาณร้อยละ 33 ของทั้งโลก และมีมูลค่าการค้ารวมกันเท่ากับประมาณร้อยละ 33 ของการค้าทั้งโลก จึงเป็นกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศที่สำคัญมากเวทีหนึ่ง
ในฐานะที่ไทยเป็นประเทศผู้ประสานงานประจำเอเชียตะวันออกของ FEALAC ในปัจจุบัน ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส FEALAC ครั้งที่ 15 ที่ Bangkok Convention Centre at CentralWorld ระหว่างวันที่ 19 - 22 สิงหาคม 2557 โดยไทยจะผลักดันให้มีความร่วมมือในด้านต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์โดยรวมของประเทศสมาชิก
นอกจากการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสแล้ว จะมีการจัดการประชุมคณะทำงานของ FEALAC จำนวน 4 คณะ
และไทยจะจัดกิจกรรมคู่ขนานเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างเอเชียตะวันออกกับลาตินอเมริกาอีก 4 กิจกรรม
ได้แก่ การประชุมสัมมนาด้านการท่องเที่ยว (Tourism Seminar) เวทีทางธุรกิจของ FEALAC (FEALAC Business Forum) การประชุมโต๊ะกลมด้านวิชาการ และวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (Academic/STI Roundtable) และกิจกรรม FEALAC Showcase ซึ่งจะมีนิทรรศการและการออกร้านจากประเทศสมาชิก
กิจกรรมทั้งหมดนี้จะช่วยสร้างและขยายเครือข่ายของภาคส่วนต่างๆ ของไทยกับประเทศในลาตินอเมริกา และทำให้ประเทศในลาตินอเมริกาได้รับรู้ถึงศักยภาพของประเทศไทยและบทบาทในเวทีระหว่างประเทศของไทยได้ดียิ่งขึ้น
และมีส่วนช่วยให้เกิดความร่วมมือและเพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับลาตินอเมริกาด้วย
สำหรับเวทีทางธุรกิจของ FEALAC (FEALAC Business Forum) นั้น คณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) จะร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ จัดขึ้นในวันที่ 20 สิงหาคม 2557 โดยมี theme คือ “Connecting the Two Engines of Global Growth” ซึ่งนอกเหนือจากจะเป็นการสร้างบทบาทนำของภาคเอกชนไทยแล้ว ยังจะช่วยส่งเสริมการสร้างเครือข่ายของการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับลาตินอเมริกาเป็นอย่างดี
ผู้เข้าร่วมของ FEALAC Business Forum คือผู้แทนหอการค้าและสภาอุตสาหกรรม รวมถึงนักธุรกิจชั้นนำของประเทศสมาชิก FEALAC โดยฝ่ายไทยได้เชิญบุคคลสำคัญจากประเทศต่างๆ มาบรรยายให้ข้อมูลเกี่ยวกับศักยภาพของความร่วมมือทางการค้าการลงทุนระหว่างภาคเอกชนในเอเชียตะวันออกและลาตินอเมริกา รวมถึงจะมีการบรรยายโดยผู้ทรงคุณวุฒิของไทย ได้แก่ ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ และ ดร. ณรงค์ชัย อัครเศรณี อีกด้วย
Modified:22/07/2014 17:39:53
-
งานเทศกาลไทย “Thailand Roadshow” โอกาสด้านการค้าและการลงทุนของผู้ประกอบการไทยในประเทศบราซิล ดินแดนบนทวีปอเมริกาใต้!! พบกันสิงหาคมและกันยายนศกนี้!!
ในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายนนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย มีกำหนดจะจัดงาน Thailand Roadshow ไปยัง 3 รัฐในบราซิล ได้แก่
1) เมือง Belohorizonte รัฐ Minas Gerais ระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคม 2557
2) เมือง Goiania รัฐ Goias ระหว่างวันที่ 27-29 สิงหาคม 2557 (รอยืนยัน)
3) เมือง Curitiba รัฐ Parana สัปดาห์ที่ 1 ของเดือนกันยายน 2557 (รอยืนยัน)
โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ขอเชิญชวนผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงานที่จะจัดขึ้นดังกล่าว
ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ แจ้งว่า ธุรกิจไทยที่เห็นสมควรเข้าร่วมงาน Thailand Roadshow ที่ เมือง Belohorizonte รัฐ Minas Gerais ระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคม 2557 ได้แก่ ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม อะไหล่ยานยนต์ การประกอบเหมืองแร่ เครื่องสำอางและสมุนไพร สำหรับธุรกิจที่ เห็นสมควรเข้าร่วมในรัฐอื่นๆ ทางสถานเอกอัครราชทูตฯจะแจ้งให้ทราบเร็วๆ นี้
ผู้จัด: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย ร่วมกับสภาหอการค้าและ/หรือสภาอุตสาหกรรมประจำรัฐต่างๆ ที่จัดงานในสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล
ลักษณะของงาน: งานสัมมนาด้านการค้าการลงทุนแก่นักธุรกิจบราซิลที่สนใจจะทำธุรกิจร่วมกับไทย/ งานแสดงนิทรรศการย่อยพร้อมแสดงสินค้าตัวอย่างของไทย/การพบปะบริษัทเป้าหมายในแต่ละรัฐที่มีศักยภาพค้าขายกับไทย/การให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนท้องถิ่น/การส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในบราซิล
จุดเน้น (theme) ของงาน: สถานเอกอัครราชทูตฯ แจ้งว่า จะจัดให้นักธุรกิจไทยได้พบปะกับนักธุรกิจบราซิล (Business Matching) การเข้าร่วมการสัมมนาทางธุรกิจกับนักธุรกิจบราซิล และการจัดพื้นที่เผยแพร่ผลิตภัณฑ์สินค้าไทยในงานและการประชาสัมพันธ์แก่นักธุรกิจไทยที่เข้าร่วมงาน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ยกเว้น ค่าเดินทาง ค่าที่พักและค่าใช้จ่ายที่จำเป็น
จำนวนผู้เข้าร่วมชมงานที่คาดการณ์หรือในปีที่ผ่านๆมา: สถานเอกอัครราชทูตฯ คาดว่าในแต่ละเมืองจะมีนักธุรกิจในรัฐนั้นเข้าร่วม ประมาณ 30-50 บริษัท
ชื่อ (ผู้ประสานงาน): นายวิทิต เภาวัฒนาสุข
เบอร์โทรศัพท์ (ผู้ประสานงาน): 55 61 9988 8477
อีเมล์ (ผู้ประสานงาน): [email protected]
ผู้สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ผู้ประสานงานของกระทรวงการต่างประเทศ โทรศัพท์ 02 203 5000 ต่อ 14243 และ 14245 โทรสาร 02 643 5236 อี-เมล์: [email protected]
รายละเอียดของการทำธุรกิจในบราซิล สามารถค้นหาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.thaiembassybrazil.com
Modified:29/07/2014 17:20:32
-
จับตาต่างชาติลงทุนในแดนภารตะ: ตอน เมื่อเจ้าอาณานิคมเดิมสยายปีกการลงทุน และบทเรียนราคาแพง
อังกฤษในฐานะอดีตเจ้าอาณานิคมเดิมของอินเดียถือเป็นประเทศจากยุโรปที่ลงทุนทางตรงมากที่สุดในอินเดีย โดยนับตั้งแต่อินเดียได้รับเอกราชเมื่อปี 2490 จนถึงวันนี้ เวลาได้ผ่านล่วงเลยมากว่า 67 ปีแล้ว บริษัทของอั...
Modified:03/06/2014 16:07:00
-
กระทรวงการต่างประเทศสำรวจรัฐอัสสัม เตรียมเส้นทางเชื่อมโยงไทย-อินเดีย
เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศส่งคณะผู้แทนไปสำรวจพื้นที่ภาคอีสานของอินเดีย เพื่อศึกษาความพร้อมของอินเดียตะวันออกเฉียงเหนือในการเป็นสะพานเชื่อด้านการค้าการลงทุน ระหว่างอินเดียกับอ...
Modified:18/06/2014 14:06:42
-
รัฐพร้อม เอกชนพร้อม จับมือลุยอินเดียอีกระลอก
ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา คลื่นความตื่นตัวในการตะลุยทำธุรกิจในอินเดียของภาคเอกชนไทยที่ทีมประเทศไทยในอินเดียได้ร่วมกันผลักดันมาตลอด 2-3 ปี ดูจะนิ่งสงบไปเล็กน้อย ด้วยปัญหาการเมืองของบ้านเราบวกกับการเมืองอิ...
Modified:23/05/2014 20:48:50
-
สรุปสถานการณ์เศรษฐกิจของ EU ในปี๕๖ และประเด็นสำคัญในความสัมพันธ์เศรษฐกิจไทย –อียู
กระทรวงการต่างประเทศได้สรุปสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของ EU ในปี ๒๕๕๖ และช่วงไตรมาสแรกของปี ๒๕๕๗ ดังนี้ ๑. สถานการณ์เศรษฐกิจใน EU ในเดือนมีนาคม ๒๕๕๖ ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของไซปรัสส่งผลให้ EU ต้องดำเนินมาตรการเสริมสภาพคล่องให้แก่ไซปรัสด้วยเม็ดเงินมูลค่า ๑ หมื่นล้านยูโร อย่างไรก็ดี ในภาพรวม มาตรการต่าง ๆ ที่…Modified:23/05/2014 09:19:54
-
ซอกแซกเวินโจว : รู้จัก “แม่ทัพเศรษฐกิจ” อันดับ 3 ของมณฑลเจ้อเจียง
หากพูดถึงพื้นที่เขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีเกียงแล้ว หลายท่านคงต้องเอ่ยถึงนครเซี่ยงไฮ้ มณฑลเจียงซู และมณฑลเจ้อเจียง และหากพูดถึงมณฑลเจ้อเจียงแล้ว นครหางโจว เมืองหนิงโป หรือเมืองอี้อู มักจะเป็นชื่อเมืองแรกๆ ที่ถูกกล่าวถึง ทว่า จะมีสักกี่คนที่นึกถึงชื่อของ "เมืองเวินโจว (温州)" ในฐานะที่เป็นอีกหนึ่งเมืองสำคัญในพื้นที่เขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีเกียงModified:12/06/2014 14:54:50
-
มณฑลกุ้ยโจว “ยืมแรง” ท่าเรือรอบอ่าวเป่ยปู้ พลิกโฉม Land Lock สู่ Land Link
ท่าเรือเมืองเป๋ยไห่ของกว่างซีเป็นกุญแจปลดล็อคมณฑลกุ้ยโจวจากการเป็นพื้นที่ปิดไม่ติดทะเล (Land Lock) สู่การเป็นพื้นที่เชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันตกModified:04/06/2014 15:03:38
-
น่ายินดี! เฉิงตูรับรางวัล “เมืองน่าอยู่” อันดับหนึ่งแดนมังกรประจำปี 2557
ไม่นานมานี้ ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank) ได้ประกาศการจัดอันดับเมืองน่าอยู่ของจีนประจำปี 2557 จากทั้งหมด 33 เมือง และเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ นครเฉิงตู ศูนย์กลางทางสังคมและเศรษฐกิจแห่งภูมิภาคจีนตะวันตกถูกยกให้เป็นเมืองน่าอยู่อันดับหนึ่งแห่งแดนมังกรModified:07/07/2014 10:28:30
-
รวยรับบอลโลก! อานิสงส์ฟุตบอลโลกเพิ่มรายได้แก่ธุรกิจร้านอาหารในฉงชิ่ง
เป็นที่ทราบกันว่าฟุตบอลบอลปี 2014 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยประเทศบราซิลเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ในขณะที่ผู้ชมตั้งหน้าตั้งตารอดูการแข่งขันของทีมต่างๆ อย่างใจจดใจจ่อน้อยคนนักจะรู้ว่าฟุตบอลโลกแต่ละครั้งไม่เพียงแต่เป็นกีฬาที่ให้ความบันเทิงแก่ผู้ชม แต่ยังเป็นโอกาสในการเพิ่มผลประกอบการให้แก่ธุรกิจร้านอาหารในเมืองต่างๆ โดยเฉพาะนครฉงชิ่ง อีกทั้งยังช่วยเพิ่มตัวเลขภาคการส่งออกอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศจีนด้วยModified:04/07/2014 14:01:55
-
กว่างซีคุ้มครองนักลงทุนต่างชาติ ปฏิรูปงานบริการ เปิดหน้าเว็บไซต์รับเรื่องร้องเรียน
กรมพาณิชย์เขตฯ กว่างซีจ้วงเร่งพัฒนา “งานบริการภาครัฐ”สำหรับนักลงทุนต่างชาติ พร้อมเปิดตัวเว็บไซต์ให้บริการข้อมูลสาระด้านการลงทุน ให้คำปรึกษา และรับเรื่องร้องเรียนModified:07/07/2014 09:02:51
-
เมืองชินโจวรุกพัฒนาฟังก์ชั่นความร่วมมือทางทะเล เร่งเปิดเส้นทางเรือขนส่งกับอาเซียน
เว็บไซต์ข่าว CATTC : เมืองชินโจวของกว่างซีเร่งกระชับความร่วมมือด้านกิจการทางทะเลกับอาเซียน หวังชิงบัลลังก์เมืองท่าต้นทางบนเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21
Modified:07/07/2014 09:36:49
-
ส่อง "รัฐอัสสัม" แดนภารตะ โอกาสทางธุรกิจที่ไทยยังไม่รู้
หากพูดถึง "รัฐอัสสัม" ในประเทศอินเดีย ไทยและโลกน่าจะนึกถึงเพียง "ชาอัสสัม" ที่มีชื่อเสียงระดับโลกเท่านั้น และเหตุที่ชาอัสสัมโด่งดังก็เพราะเป็นภูมิภาคที่ปลูกชาจีนใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากตอนใต้ของจีนเท่านั้น แต่นอกเหนือจากชาแล้ว อัสสัมยังมีทรัพยากรอื่นๆ ที่น่าสนใจ และมีช่องทางให้ธุรกิจไทยเข้ามาเจาะตลาดModified:08/07/2014 10:07:58
-
งานแสดงสินค้า “Abuja International Trade Fair” กำลังจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 23 กันยายน – 6 ตุลาคมนี้ ที่ J.T. Useni International Trade Fair กรุงอาบูจา สหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย
ในยุคที่ "ตลาดเก่า" ในโลกหลายแห่ง กำลังมีปัญหาหรือเติบโตได้ไม่ดีนัก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ ยุโรป หรือญี่ปุ่น "ตลาดใหม่" หลายแห่ง เป็นสิ่งที่ได้รับการจับจ้อง โดยเฉพาะใน ประเทศที่ "ก้าวขึ้นมาใหม่" “ไนจีเรีย” ถือเป็นหนึ่งในประเทศเหล่านั้น เพราะมีหลายปัจจัยที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ อาทิ ขนาดของประเทศและจำนวนประชากร ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ทำเลที่ตั้งและนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนการลงทุนของต่างชาติ แม้ว่าจะยังคงมีปัญหาด้านความปลอดภัยอยู่บ้าง นอกจาก ธุรกิจสาขาพลังงาน น้ำมันและก๊าซ และสาขาอัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพของไนจีเรียแล้ว อุตสาหกรรมการเกษตร การแปรรูปอาหาร การก่อสร้างและธุรกิจสาขาพลังงานไฟฟ้า ก็ถือเป็นโอกาสทองช่องทางใหม่ที่น่าท้าทายสำหรับนักธุรกิจต่างชาติ รวมถึงผู้ประกอบการไทยที่สนใจจะเข้าไปเปิดตลาดการค้าการลงทุนที่นั่น ปัจจุบัน ไนจีเรียยังไม่สามารถผลิตสินค้าและบริการเพื่อการบริโภคภายในประเทศได้เพียงพอ ต่อความต้องการของประชากรในประเทศ จึงจำเป็นต้องนำเข้าสินค้าจำนวนมากจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าในอุตสาหกรรมการเกษตร การแปรรูปอาหาร พลังงานไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ท่านที่กำลังหาโอกาสจะเข้าไปลองตลาดไนจีเรีย โอกาสนั้นมาถึงแล้ว เพราะงานแสดงสินค้า “Abuja International Trade Fair” กำลังจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 23 กันยายน – 6 ตุลาคมนี้ ที่ J.T. Useni International Trade Fair กรุงอาบูจา สหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย
Modified:20/02/2015 14:43:51
-
จับตาต่างชาติลงทุนในแดนภารตะ ตอน เมื่อเจ้าอาณานิคมเดิมสยายปีกการลงทุน และบทเรียนราคาแพง
อังกฤษในฐานะอดีตเจ้า อาณานิคมเดิมของอินเดียถือเป็นประเทศจากยุโรปที่ลงทุนทางตรงมากที่สุดใน อินเดีย โดยนับตั้งแต่อินเดียได้รับเอกราชเมื่อปี 2490 จนถึงวันนี้ เวลาได้ผ่านล่วงเลยมากว่า 67 ปีแล้ว บริษัทของอังกฤษในแดนภารตะก็ยังคงมีการดำเนินงานและขยายตัวมาอย่างต่อเนื่องModified:05/06/2014 15:53:37
-
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์นำทัพเอกชนบุกเบิกตลาดลาตินอเมริกาผ่านเปรูและชิลี โอกาสที่รอให้นักธุรกิจไทยไปฉกฉวย
“การแปรรูปสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมประมง การก่อสร้าง/โครงสร้างพื้นฐาน เหมืองแร่ โรงแรม สปาและร้านอาหารไทย เป็นสาขาธุรกิจที่ภาคเอกชนไทยมีโอกาสเป็นอย่างมากในชิลีและเปรู”Modified:03/06/2014 16:28:31
Sorted by relevance | Sort by date
