ค้นหา
About 296 results
-
การพบปะนักธุรกิจและแสวงหาลูกค้า
การพบปะนักธุรกิจ หรือคู่ค้ารายเก่าเพื่อกระชับความสัมพันธ์และนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และการแสวงหาลูกค้ารายใหม่Modified:22/10/2014 15:49:26
-
ลู่ทางการทำธุรกิจในอินเดีย
ช่วงนี้มีแต่คนกล่าวถึงประเทศอินเดียในฐานะของตลาดที่มีศักยภาพ ไม่ว่าจะด้วยประชากรราว 1,200 ล้านคน ที่มีอายุเฉลี่ย 24-25 ปี ซึ่งกำลังเป็นวัยทำงานหนุ่นสาว อีกทั้งความมุ่งมั่นของประเทศในการพัฒนาความเจริญด้านต่างๆ เห็นได้ชัดจากโครงการรถไฟฟ้าที่กำลังผุดขึ้นในหลายๆ เมืองใหญ่ ตลอดจนนโยบายสร้างเมืองอัจฉริยะ (Smart City) อีก 100 เมืองทั่วประเทศ
Modified:08/10/2014 10:30:50
-
ค้าขายอินเดีย อย่าพลาดสิทธิประโยชน์ด้านภาษี
การทำธุรกิจบนพื้นฐานที่คู่ค้าได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ย่อมมีความยั่งยืนกว่าการที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ได้เปรียบ เช่นเดียวกันกับความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจการค้าที่ไทยกับอินเดียมีข้อตกลงร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นกรอบความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย (Thailand-India Free Trade Agreement: TIFA) หรือกรอบความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-อินเดีย (ASEAN-India Free Trade Agreement: AIFTA) ล้วนเกิดขึ้นเพื่ออำนวยประโยชน์ต่อผู้ประกอบการทั้งสองประเทศModified:08/10/2014 10:55:30
-
ศุลกากรกว่างซี ’เข้ม’ จับลักลอบนำเข้าข้าวจากเวียดนาม เลี่ยงภาษีกว่า 127 ล้านหยวน
ศุลกากรกว่างซี ’เข้ม’ จับลักลอบนำเข้าข้าวจากเวียดนาม เลี่ยงภาษีกว่า 127 ล้านหยวนสำนักข่าวซินหัว-เขตฯ กว่างซีจ้วง : เจ้าหน้าที่ศุลกากรของกว่างซีเพิ่มระดับความเข้มงวดในการตรวจสอบและจับกุมผู้เข้าข่ายกระทำความผิดฐานลักลอบนำเข้าสินค้าตามแนวชายแดน โดยเฉพาะ “กองทัพมด” ต้องระวังModified:03/10/2014 15:18:04
-
รัฐบาลปากีสถานกำลังเปิดรับสมัครยื่นข้อเสนอโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ที่รัฐไคเบอร์ปักตุงคัว
นอกจากอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ อุตสาหกรรมอาหารฮาลาล อุตสาหกรรมประมง และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการเกษตร ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพของปากีสถานแล้ว อีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพไม่แพ้กัน และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกและโอกาสในการทำธุรกิจที่กำลังมาแรงในปากีสถานสำหรับผู้ประกอบการไทย คือ อุตสาหกรรมพลังงานปากีสถาน เป็นประเทศที่กำลังประสบวิกฤตการณ์การขาดแคลนกระแสไฟฟ้าภายในประเทศอย่างรุนแรง รัฐบาลปากีสถานจึงต้องเร่งดำเนินการรับมือ แก้ไขปัญหาการขาดแคลนที่เกิดขึ้นโดยการออกนโยบายพลังงานแห่งชาติปากีสถาน ซึ่งมีการส่งเสริมให้นักลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศเข้ามาลงทุนด้านพลังงานในปากีสถาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าทุกประเภทสำหรับนักธุรกิจหรือผู้ประกอบการท่านใดที่กำลังมองหาโอกาสเข้าไปลงทุนในภาคอุตสาหกรรมพลังงานที่ประเทศปากีสถาน โอกาสเช่นนั้นเดินทางมาถึงท่านแล้ว!!เพราะขณะนี้ กระทรวงน้ำและไฟฟ้าของปากีสถานกำลังเปิดรับสมัครภาคเอกชนจากประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศไทยที่สนใจ ยื่นข้อเสนอเข้าร่วมโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ จำนวน 2 โครงการ คือ 1) โครงการ Neckeherdim-Paur กำลัง 80 เมกกะวัตต์ บนแม่น้ำ Yarkun และ 2)โครงการ Turtonas-Uzghor กำลัง 58 เมกกะวัตต์ บนแม่น้ำ Golen Gol ในหุบเขา Chitral ที่รัฐไคเบอร์ปักตุงคัว สาธารณรัฐอิสลามปากีสถานกระทรวงน้ำและไฟฟ้าของปากีสถานให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำในครั้งนี้ ว่า โครงการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายโครงการผลิตไฟฟ้า ปี ค.ศ. 2002 ของรัฐบาลปากีสถานซึ่งมีการเสนอสิทธิประโยชน์ที่น่าดึงดูดและจูงใจให้นักลงทุนจากต่างชาติเข้ามาลงทุนในภาคอุตสาหกรรมพลังงานในปากีสถานเกี่ยวกับเรื่องนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอิสลามาบัด ให้คำแนะนำว่า “ปากีสถานเป็นประเทศคู่ค้าของไทย อันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียใต้ จุดแข็งด้านทำเลที่ตั้งที่เป็นประตูการค้าไปสู่ภูมิภาคเอเชียกลางและการมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ซึ่งเอื้อต่อการทำธุรกิจในอุตสาหกรรมพลังงานภายในประเทศ ทำให้ปากีสถานกลายเป็นตลาดใหม่ที่น่าจับตามองในแง่การค้าและการลงทุนของไทย ผู้ประกอบการไทยควรใช้จุดแข็งดังกล่าว เข้าร่วมโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำในครั้งนี้”หากสนใจ ท่านสามารถยื่นข้อเสนอโครงการเพียง 1 โครงการ หรือทั้ง 2 โครงการ โดยส่งเอกสาร Expression of Interest (EOI) ที่กรอกข้อมูลครบถ้วน และข้อเสนอโครงการของท่าน ไปที่ Private Power & Infrastructure Board (PPIB) กระทรวงน้ำและไฟฟ้าปากีสถาน ที่อยู่: 50 Nazimuddin Road, F-7/4, Islamabad, Pakistan ภายในวันที่ 13 ตุลาคม 2557 เวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของปากีสถานทั้งนี้ ท่านสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว ได้ที่เว็บไซต์ www.ppib.gov.pk หรือสอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ของ PPIB โดยตรง โทรศัพท์ +92 51 9100118-29 โทรสาร +92 51 9100131-32 อี-เมล์: [email protected]
Modified:11/09/2014 15:12:36
-
งานแสดงสินค้าในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ “China-ASEAN Automobiles, Constructions, Equipment, Components and Parts Expo” ครั้งที่ 4 19-23 ก.ย.ศกนี้ ที่เมืองหลิ่วโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน
ระหว่างวันที่ 19-23 กันยายน นี้ จะมีการจัดงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ “China-ASEAN Automobiles, Constructions, Equipment, Components and Parts Expo” ครั้งที่ 4 ณ Liuzhou International Exhibition Center เมืองหลิ่วโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยผู้จัดงานขอเชิญชวนผู้ประกอบการไทยในสาขาอุตสาหกรรมดังกล่าว เข้าร่วมงานแสดงสินค้าในครั้งนี้งานแสดงสินค้าในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ “China-ASEAN Automobiles, Constructions, Equipment, Components and Parts Expo” จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2554 โดยจัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี มีกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมงานหลักๆ คือ ผู้ประกอบการจีนแผ่นดินใหญ่และประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน รวมถึง ไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย อิหร่าน ตะวันออกกลาง อเมริกาใต้ และยุโรปผู้จัดงานนิทรรศการฯ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดงานว่า ตั้งเป้าให้งานดังกล่าวเป็นเวทีการค้าการลงทุนเฉพาะสาขาที่มีชื่อเสียงด้านยานยนต์ เครื่องจักรก่อสร้าง และชิ้นส่วนอะไหล่ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญของเมืองหลิ่วโจว นอกจากนี้ การจัดงานยังมีเป้าหมาย เพื่อเผยแพร่นโยบายและศักยภาพด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนและอาเซียน และเป็นการสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจสำหรับนักธุรกิจและนักลงทุนที่ต้องการหาคู่ค้า/ตลาดใหม่อีกด้วยกิจกรรมภายในงานนิทรรศการ จะประกอบด้วย โซนรถยนต์สำเร็จรูป โซนอะไหล่ชิ้นส่วน โซนงานบริการที่เกี่ยวข้อง (รถยนต์มือสอง ลีสซิ่งรถยนต์ ประกันภัยรถยนต์และสินเชื่อยานยนต์) โซนนิทรรศการเชิงวัฒนธรรม และโซนเครื่องจักรก่อสร้าง (กลางแจ้ง)เกี่ยวกับการจัดงานในครั้งนี้ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง มีความเห็นว่า หากผู้ประกอบการจากไทยตัดสินใจเข้าร่วมงาน จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการเพิ่มโอกาสขยายช่องทางทางธุรกิจ การแสวงหาความร่วมมือทางธุรกิจกับผู้ประกอบการจีนทั้งนี้ สถานกงสุลใหญ่ฯ ให้ข้อมูลว่า จีนเป็นตลาดยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีอัตราขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 20 จากข้อมูลปี 2555 มียอดจำหน่าย 19.5 ล้านคัน และในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2556 มียอดจำหน่ายทะลุ 10.75 ล้านคัน ส่วนเมืองหลิ่วโจว เป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของพื้นที่จีนตอนใต้ และเป็นฐานการส่งออกยานยนต์และชิ้นส่วนอะไหล่ที่สำคัญของประเทศจีน มีโรงงานผลิตรถยนต์และเครื่องจักรที่สำคัญ ได้แก่ SAIC-GM-Wuling Automobile/ Liuzhou Yanlong Motor/ Dongfeng Liuzhou Motor/ Sinotruck Liuzhou Yunli Special Vehicle/ Liuzhou Wuling Motors และ FAW Jiefeng Liuzhou Special Vehicle ซึ่งบางแห่งได้ส่งออกมายังประเทศไทยด้วย โดยจากสถิติ รถยนต์ที่ผลิตในจีน 1 ใน 8 คัน ผลิตที่เมืองหลิ่วโจวModified:28/08/2014 15:12:31
-
ไทย-แอฟริกาใต้ เดินหน้ากระชับการค้าการลงทุนหวังแตะเป้าการค้า 9,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2560
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) ไทย-แอฟริกาใต้ ระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2557 ณ กระทรวงพาณิชย์ นนทบุรี...Modified:27/08/2014 11:36:08
-
ไทยรุกค้าแอฟริกาใต้ จี้นำเข้าข้าว-ยางพารา
ไทย-แอฟริกาใต้ ตั้งเป้าเพิ่มการค้าเป็น 9,500 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 60 “พาณิชย์” จี้นำเข้าข้าว-ยาง-ชิ้นส่วนยานยนต์เพิ่ม...Modified:07/08/2014 11:17:31
-
โปร่งใส ไร้กังวล!!! ธุรกิจ(ไทย)เช็คสถานะและเครดิตของบริษัทกว่างซี(จีน)ง่ายแค่ปลายนิ้วสัมผัส
ว็บไซต์ข่าวกว่างซี : สำนักงานบริหารอุตสาหกรรมและการค้าเขตฯกว่างซีจ้วง (Administion for Industry and Commerce of Guangxi, 广西工商行政管理局) เปิดใช้ระบบเปิดเผยข้อมูลและเครดิตผู้ประกอบการวิสาหกิจของกว่างซี เพื่อพัฒนาบรรยากาศการค้าการลงทุนและป้องกันปัญหาฉ้อโกงModified:06/08/2014 17:43:44
-
บราซิลโดดปกป้องอาร์เจนติน่า ชี้ไม่ได้ผิดนัดชำระหนี้ แค่ไม่มีทางเลือกอื่น
เว็บไซต์ข่าว G1 news ของบราซิลรายงานว่า นายกุยโด แมนเตกา รมว.คลังบราซิลระบุว่า การผิดนัดชำระหนี้ในทางเทคนิคของอาร์เจนติน่าถ้าจะให้ถูกควรเรียกว่าเป็นการ "ไม่มีทางเลือกอื่น"
"ผมคิดว่าอาร์เจนตินาไม่ได้ผิดนัดชำระหนี้ เพราะนี่เขาก็กำลังจ่ายหนี้อยู่" นายแมนเตกาเปิดเผยว่า "สถานการณ์นี้ต้องเว้นไว้ เพราะการตัดสินสหรัฐกำลังขัดขวางการจ่ายหนี้ของเขา"...Modified:01/08/2014 15:18:22
-
ไทยเตรียมเปิดบ้านต้อนรับผู้นำหมู่เกาะแปซิฟิก 14 ประเทศ ระหว่างการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 วันที่ 9 – 10 สิงหาคม 2557
ไทยเตรียมเปิดบ้านต้อนรับผู้นำหมู่เกาะแปซิฟิก 14 ประเทศ ระหว่างการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 วันที่ 9 – 10 สิงหาคม 2557เวทีประวัติศาสตร์เพื่อความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างวันที่ 9 -10 สิงหาคม 2557 นี้ ไทยจะได้มีโอกาสเปิดบ้านต้อนรับแขกต่างชาติระดับสูงอีกครั้ง ในเวทีการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 ที่กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ณ โรงแรมสุโกศล กรุงเทพมหานคร กระทรวงการต่างประเทศคาดว่าจะมีผู้แทนระดับรัฐมนตรี และระดับสูงจาก 14 ประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิก ได้แก่ หมู่เกาะคุก สาธารณรัฐฟิจิ สาธารณรัฐคิริบาส สาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลส์ สหพันธรัฐไมโครนีเซีย สาธารณัฐนาอูรู นีอูเอ สาธารณรัฐปาเลา รัฐเอกราชปาปัวนิวกินี รัฐเอกราชซามัว หมู่เกาะโซโลมอน ราชอาณาจักรตองกา ตูวาลู และสาธารณรัฐวานูอาตู ตอบรับเข้าร่วมการประชุมการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 หรือเรียกย่อ ๆ ว่า TPIF ถือเป็น การประชุมนานาชาติในรูปแบบดังกล่าวครั้งแรก และมีหัวข้อหลักการประชุมว่า “ส่งเสริมความร่วมมือเพื่อ การพัฒนาเพื่อบรรลุเป้าหมายความมั่งคั่งร่วมกัน” (Strengthening Development Cooperation towards Common Prosperity) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในด้านการพัฒนาและการค้าการลงทุนของไทยกับประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก ทั้งนี้ ไทยได้เชิญผู้แทนขององค์การระหว่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญในด้านความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาในภูมิภาคเข้าร่วมสังเกตการณ์ อาทิ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) โครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาของสหประชาชาติ (UNDP) องค์การอนามัยโลก (WHO) รวมถึงผู้แทนของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ไทยกับประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า ตั้งแต่ปี 2547 ไทยมีฐานะเป็นคู่เจรจา (Dialogue partner) ขององค์กรการประชุมหมู่เกาะแปซิฟิก (Pacific Islands Forum - PIF) และมีบทบาทนำในฐานะเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนา (Emerging Donor) ต่าง ๆ ที่สำคัญแก่ประเทศเหล่านี้ โดยได้ให้ความช่วยเหลือทางวิชาการกับทั้ง 14 ประเทศ มาอย่างต่อเนื่องกว่า 18 ปี โดยเฉพาะการให้ทุนฝึกอบรม เพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรผ่านการถ่ายทอดประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ ที่ผ่านมา มีการจัดสรรทุนให้กับประเทศเหล่านี้แล้วกว่า 124 ทุน เป็นมูลค่าการรวมกว่า 25.75 ล้านบาท โดยเป็นรูปแบบหลักสูตรฝึกอบรมนานาชาติประจำปี ทุนศึกษานานาชาติระดับปริญญาโท ในสาขาอันได้แก่ การเกษตร ประมง สาธารณสุข ท่องเที่ยว และเศรษฐกิจพอเพียงปี 2557 นับเป็นโอกาสครบรอบ 10 ปี ที่ไทยมีฐานะเป็นคู่เจรจาของ PIF กระทรวงการต่างประเทศจึงมีดำริจะจัดกิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมบทบาทเชิงรุก และช่วยประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ไทยในด้านการพัฒนา ที่สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนา หรือที่สหประชาชาติให้คำนิยามว่าความร่วมมือแบบใต้-ใต้ (South-South Cooperation) เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาสหัสวรรษของสหประชาชาติไปพร้อม ๆ กัน (Millennium Development Goals)
ไทยกับหมู่เกาะแปซิฟิก: มิตรใกล้ตัวประเทศหมู่เกาะ 14 ประเทศ มีประชากรรวมราว 10 ล้านคน และถือว่ามีความใกล้ชิดสนิทสนมกันกับประเทศไทย โดยในระดับพระราชวงศ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เคยเสด็จเยือนตองกาและฟิจิอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2539 และพระราชวงศ์ตองกาทรงเป็นพระราชอาคันตุกะในพระราชพิธี ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในปี 2549 ด้วย นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นสถานที่ที่ผู้นำของหลายประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิกเลือกเป็นสถานที่พักผ่อนและรักษาพยาบาลด้วยในด้านการค้าการลงทุน ต้องนับว่าเป็นผลสำเร็จของนโยบายการเปิดประตูเพื่อกระชับมิตรกับประเทศ หมู่เกาะแปซิฟิก และผลจากการแลกเปลี่ยนการเยือนของผู้นำและผู้แทนระดับสูงระหว่างกันในช่วงปี 2555 – 2556 บทบาทของไทยในการเป็นคู่ค้าและผู้ลงทุนในกลุ่มประเทศหมู่เกาะจึงทวีความสำคัญมากขึ้นตามลำดับ โดยในปี 2555 ไทยมีมูลค่าการค้ารวมกับกลุ่มหมู่เกาะแปซิฟิกกว่า 39 ล้านบาท และมูลค่าการค้า ในปี 2556 เพิ่มขึ้นจากเมื่อสองปีก่อน (2554) ราวร้อยละ 19 คิดเป็นมูลค่าราว 26 ล้านบาท ประเทศหมู่เกาะ มีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งด้านป่าไม้และทรัพยากรทางทะเล เป็นแหล่งพลังงาน ก๊าซธรรมชาติ และแร่ธาตุมีค่า จึงมีศักยภาพเป็นตลาดใหม่ให้กับสินค้าและบริการจากไทย ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งวัตถุดิบปลาทูน่าที่สำคัญของไทยแล้ว ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกทั้ง 14 ประเทศ ยังเป็นลูกค้ารายสำคัญที่นำเข้าสินค้าข้าว น้ำตาล และเวชภัณฑ์ของไทย ประเทศที่มีขนาดใหญ่และมีความสำคัญด้านการค้าการลงทุนกับไทยมากที่สุด 3 ลำดับ ได้แก่ ปาปัวนิกินี วานูอาตู และฟิจิ และปัจจุบันมีภาคเอกชนไทยเข้าไปเปิดร้านอาหารไทย ธุรกิจสปา และตั้งบริษัทกระจายสินค้าและบริโภค อาทิ ข้าวและเวชภัณฑ์ในปาปัวนิวกินี และวานูอาตูแล้ว นอกจากนั้น ประเทศไทยและประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกยังสนับสนุนบทบาทซึ่งกันและกันในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ร่วม อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการจัดการภัยพิบัติ
ย้ำความมุ่งมั่นและบทบาทของไทยเวทีการประชุม TPIF ที่กำลังจะมาถึงจึงเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะได้แสดงศักยภาพในด้านการค้า การลงทุน การเป็นประตูสู่อาเซียน และประชาสัมพันธ์ทักษะความเชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาของไทยให้ นานาประเทศได้เห็น เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น และสร้างเสริมมิตรภาพกับกลุ่มประเทศในแปซิฟิก ซึ่งนอกเหนือจากการประชุมที่เน้นหัวข้อหลักในประเด็นการพัฒนาแล้ว กระทรวงการต่างประเทศยังจัดกิจกรรมศึกษาดูงานโครงการตัวอย่าง และโครงการในพระราชดำริ และกิจกรรมทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างความประทับใจในฐานะเจ้าภาพให้แก่คณะผู้แทนจากทั้ง 14 ประเทศด้วย ในการนี้ สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมสามารถติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ทั้งจากเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ www.mfa.go.th และเว็บไซต์ของกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ aspa.mfa.go.th
ที่มา: กองแปซิฟิกใต้กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้กระทรวงการต่างประเทศModified:24/07/2014 14:41:51
-
ญี่ปุ่น-ออสเตรเลียร่วมมือทหารและการค้า
"อาเบะ"และ"แอบบอตต์"ลงนามกระชับความสัมพันธ์ทางทหารและการค้าระหว่างสองประเทศวันนี้(8ก.ค.)...Modified:09/07/2014 12:01:18
-
จับตาต่างชาติลงทุนในแดนภารตะ: ตอน ใครลงทุนในอินเดีย และทำไม?
อินเดียเป็นประเทศยักษ์ใหญ่ที่ถูกจับตามองควบคู่ไปกับจีนและตะวันออกกลาง ว่าจะเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของโลกใหม่ในอนาคต ในช่วงการผงาดของเอเชีย อินเดียนั้นมีประชากรราว 1.27 พันล้านคน มีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็...
Modified:12/05/2014 18:11:32
-
สรุปสถานการณ์เศรษฐกิจของ EU ในปี๕๖ และประเด็นสำคัญในความสัมพันธ์เศรษฐกิจไทย –อียู
กระทรวงการต่างประเทศได้สรุปสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของ EU ในปี ๒๕๕๖ และช่วงไตรมาสแรกของปี ๒๕๕๗ ดังนี้ ๑. สถานการณ์เศรษฐกิจใน EU ในเดือนมีนาคม ๒๕๕๖ ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของไซปรัสส่งผลให้ EU ต้องดำเนินมาตรการเสริมสภาพคล่องให้แก่ไซปรัสด้วยเม็ดเงินมูลค่า ๑ หมื่นล้านยูโร อย่างไรก็ดี ในภาพรวม มาตรการต่าง ๆ ที่…Modified:23/05/2014 09:19:54
-
“ซีอาน” อีกหนึ่งตัวเลือกของผู้ประกอบการไทยในการเจาะตลาดจีนตะวันตกเฉียงเหนือ
งานมหกรรมส่งเสริมความร่วมมือทางด้านการค้าและการลงทุนระหว่างภูมิภาคตะวันออกและตะวันตกของจีนบนความร่วมมือบนเส้นทางสายไหม” ครั้งที่ 18 อีกหนึ่งงานใหญ่ของนครซีอาน อีกแนวทางหนึ่ง สำหรับนักธุรกิจไทยที่อยากจะเปิดตลาดในประเทศจีน หรือจีนตอนใน ที่เริ่มมีศักยภาพมากขึ้นเรื่อยๆ คลอบคลุมถึงการจับหาคู่ค้าทางธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการลงทุนหรือต่อยอดทางธุรกิจต่อไป โดยในงานนี้ บีไอซีซีอานได้มีโอกาส เดินชมงาน และเก็บภาพบรรยากาศในงาน รวมถึงได้สัมภาษณ์ผู้ประกอบการไทยที่มาจัดแสดงสินค้าในงานนี้มาฝากท่านผู้อ่านทุกท่านด้วยค่ะModified:18/06/2014 09:34:59
-
สินค้าไทยเจาะตลาดจีน แข่งถูก...เรื่องยาก แข่งคุณภาพ...สู้ได้ชัวร์
“ความปลอดภัยด้านอาหาร” เป็นประเด็นที่ชาวจีนให้ความสนใจอย่างมากในระยะหลายปีมานี้ โดยเฉพาะภายหลังจากมีการตีแผ่กระบวนการผลิตอาหารปลอมหรือไม่ได้มาตรฐาน อาทิ นมผงปนเปื้อนสารเมลามีน ไข่ไก่ปลอม น้ำมันพืชปลอม กุนเชียงปลอม ซีอิ๊วปลอม และสินค้าอีกหลากหลายประเภทที่ยังไม่ได้ถูกเปิดโปงModified:12/06/2014 12:41:26
-
เฟดเอ็กซ์เปิดฮับภูมิภาคแปซิฟิกเหนือที่สนามบินนานาชาติคันไซ มอบความสามารถที่มากขึ้นกว่าเคยในการขนส่งระหว่างเอเชียและสหรัฐอเมริกา
เฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (เฟดเอ็กซ์) บริษัทในเครือเฟดเอ็กซ์ คอร์ป (ชื่อในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก: FDX) และหนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้เริ่มให้บริการ ณ ฮับประจำภูมิภาคแปซิฟิกเหนือแห่งใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ที่ท่าอากาศยานนานาชาติคันไซ เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่นแล้ว เมื่อเร็วๆ นี้...Modified:03/07/2014 16:02:57
-
China International SMEs Fair (CISMEF) ครั้งที่ 11 วันที่ 10-13 ตุลาคม 2557
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว ร่วมกับศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ขอเชิญผู้ประกอบการไทยร่วมออกบูธประชาสัมพันธ์และจำหน่ายสินค้าในงานแสดงสินค้า China International SMEs Fair (CISMEF) ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 10-13 ตุลาคม 2557 ณ ศูนย์แสดงสินค้า Polyworld นครกว่างโจว ภายใต้แนวคิด "เส้นทางสายไหม สินค้าไทยสู่กว่างโจว" ภายในงานเป็นโอกาสอันดีที่ธุรกิจ SMEs ไทยจะได้ร่วมจำหน่ายสินค้าและเจรจาจับคู่ธุรกิจกับธุรกิจ SMEs จากทั่วประเทศจีนที่เข้าร่วมงาน ตลอดจนพบคู่ค้าตัวแทนจำหน่ายจีนและผู้บริโภคจีนทั่วไปกว่า 2 แสนคน รายละเอียดเพ่ิมเติม http://cismef.com.cn ผู้ประกอบการไทยที่สนใจร่วมออกบูธในโซนของไทยภายในงานสามารถดาวน์โหลดใบสมัครและเอกสารแนะนำงานได้ที่ http://www.thaiembassy.org/guangzhou หรือ http://www.thaiembassy.org/guangzhou/contents/files/news-20140610-091536-187642.zip
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน สถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจวModified:14/06/2014 14:31:10
-
สินค้าไทยเจาะตลาดจีน แข่งถูก...เรื่องยาก แข่งคุณภาพ...สู้ได้ชัวร์
“ความปลอดภัยด้านอาหาร” เป็นประเด็นที่ชาวจีนให้ความสนใจอย่างมากในระยะหลายปีมานี้ โดยเฉพาะภายหลังจากมีการตีแผ่กระบวนการผลิตอาหารปลอมหรือไม่ได้มาตรฐาน อาทิ นมผงปนเปื้อนสารเมลามีน ไข่ไก่ปลอม น้ำมันพืชปลอม กุนเชียงปลอม ซีอิ๊วปลอม และสินค้าอีกหลากหลายประเภทที่ยังไม่ได้ถูกเปิดโปง ซึ่งล้วนมีส่วนผสมเป็นสารเคมีมีพิษ และวัตถุดิบหมดอายุ โดยผ่านกระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง สามารถส่งผลให้เกิดผลเสียอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของผู้บริโภคModified:13/06/2014 11:43:37
-
อุตสาหกรรมยานยนต์ โอกาสการค้าการลงทุนระหว่างไทย – เม็กซิโก
แม้ประเทศไทยและเม็กซิโกจะตั้งอยู่ห่างไกลกัน แต่ก็มีการค้าระหว่างกันที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน เนื่องจากทั้งไทยและเม็กซิโกต่างเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก โดยเม็กซิโกถูกจัดอยู่ในอันดับ 8 และไทยในอันดับ 9 ของประเทศผู้ผลิตรถยนต์มากที่สุดในโลก ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา อุตสาหกรรมรถยนต์ของเม็กซิโกมีการเติบโตอย่างรวดเร็วและมีแนวโน้มที่จะมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นต่อไป โดยคาดว่าในอีก 2-3 ปี เม็กซิโกอาจแซงหน้าบราซิลขึ้นไปเป็นผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 7 ของโลกได้...
Modified:04/06/2014 16:55:16
Sorted by relevance | Sort by date
