ค้นหา
About 3144 results
-
โอบามาเตรียมประชุมร่วมกับผู้นำแอฟริกา
ประธานาธิบดีบารัค โอบามา เตรียมจัดการประชุมสุดยอดร่วมกับผู้นำในทวีปแอฟริกา เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการค้า นับเป็นครั้งแรกที่มีการประชุมแบบนี้ ขณะที่ จีน ยุโรปและญี่ปุ่นเอง ก็เตรียมจัดการประชุมเช่นนี้เหมือนกัน...Modified:04/08/2014 11:01:50
-
บราซิลโดดปกป้องอาร์เจนติน่า ชี้ไม่ได้ผิดนัดชำระหนี้ แค่ไม่มีทางเลือกอื่น
เว็บไซต์ข่าว G1 news ของบราซิลรายงานว่า นายกุยโด แมนเตกา รมว.คลังบราซิลระบุว่า การผิดนัดชำระหนี้ในทางเทคนิคของอาร์เจนติน่าถ้าจะให้ถูกควรเรียกว่าเป็นการ "ไม่มีทางเลือกอื่น"
"ผมคิดว่าอาร์เจนตินาไม่ได้ผิดนัดชำระหนี้ เพราะนี่เขาก็กำลังจ่ายหนี้อยู่" นายแมนเตกาเปิดเผยว่า "สถานการณ์นี้ต้องเว้นไว้ เพราะการตัดสินสหรัฐกำลังขัดขวางการจ่ายหนี้ของเขา"...Modified:01/08/2014 15:18:22
-
'เซเว่นซีส์' แตกไลน์ ดันยอดขายโต 20%
"เซเว่นซีส์ กัมมี่" ขยายฐาน เจาะตลาดเด็กโต เตรียมดันยอดโต 20% มั่นใจเศรษฐกิจไทยครึ่งปีคึกคัก...Modified:31/07/2014 13:26:22
-
ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ประกาศขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงเพิ่มอีก 0.25% เป็น 3.5% ในการประชุมวันนี้ โดยระบุว่า เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องควบคุมการคาดการณ์เกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อ ถึงแม้ว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอาจจะชะลอตัวลง...Modified:31/07/2014 13:56:52
-
อาร์เจนตินาถกเจ้าหนี้แก้ข้อพิพาทหนี้ค้างชำระ
อาร์เจนตินา ถกเจ้าหนี้สหรัฐ เจรจาแก้ปัญหาพิพาทเรื่องหนี้ค้างชำระ ซึ่งศาลกำลังให้อาร์เจนตินาต้องชำระภายในกำหนดเส้นตาย 30 ก.ค.นี้...Modified:30/07/2014 14:55:24
-
จัดการปัญหาเร่งด่วน! รัฐบาลโมดีต้องรีบแก้
ปัญหาการว่างงาน และสภาวะเงินเฟ้อ สองปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีโมดี ควรเร่งแก้ไข เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ข้อคิดเห็นจากบทความของนาย R N Bhaskar ในหนังสือพิมพ์ชั้นนำของอินเดีย DNA ฉบับประจำวันที่ 21 กรกฎาคม 2557...Modified:29/07/2014 10:55:20
-
แบงก์ชาติรัสเซียหวั่นเงินเฟ้อขึ้นดอกเบี้ย 0.5%
ธนาคารกลางรัสเซียตัดสินใจปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น 0.50% สู่ระดับ 8% เพื่อควบคุมความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ...Modified:29/07/2014 11:02:59
-
แดนจิงโจ้ตั้งเป้า "กรีนสแควร์" มั่นใจอีก 6 ปีดึงเม็ดเงินต่างชาติ
เมื่อไม่นานมานี้ วุฒิสภาแดนจิงโจ้เพิ่งบรรลุการลงมติ 39 ต่อ 32 ให้ยกเลิกนโยบายเก็บ "ภาษีคาร์บอน" เพื่อเร่งสร้างเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งขึ้น ลดค่าครองชีพ หวังฟื้นฟูอนาคตทางเศรษฐกิจของออสเตรเลีย ทว่าโครงการการพัฒนายักษ์ใหญ่ "พื้นที่สีเขียว" หรือ "กรีนสแควร์" กลับสะท้อนเสียงตอบรับที่สวนทางกัน...Modified:29/07/2014 11:23:19
-
ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาในหัวข้อ “SMEs ไต้หวันแนะแนวทางผู้ประกอบการไทยเพื่อก้าวไกลในตลาดโลก” วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคมนี้ 8.30-15.30 น. ณ ห้องหอวัง 2-3 ชั้น M โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลลาดพร้าว
การสัมมนาในหัวข้อ “SMEs ไต้หวันแนะแนวทางผู้ประกอบการไทยเพื่อก้าวไกลในตลาดโลก” จะเป็นการสัมมนาที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่เข้าร่วมงานได้เรียนรู้องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี การพัฒนาธุรกิจและเศรษฐกิจของไต้หวันที่ก้าวหน้าและเหมาะสม เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของไทย ภายในงานสัมมนาจะมีกิจกรรมจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการ SMEs ของไต้หวัน โดยมีผู้ประกอบการไต้หวันในหลากหลายสาขาธุรกิจให้เลือกจับคู่ อาทิ อุปกรณ์เสริมยานยนต์/ สารประกอบสำหรับผลิตภัณฑ์ยา/ สิ่งทอคุณภาพสูงจากวัสดุรีไซเคิล/ อุปกรณ์ประหยัดพลังงานแก่เครือข่ายผู้ให้บริการระบบสื่อสาร/ ตู้สีข้าวและจำหน่ายข้าวสารในตัว
ผู้สนใจเข้าร่วมงาน สามารถส่งใบลงทะเบียนเข้าร่วมงานสัมมนา ไปยัง ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ อี-เมล: [email protected] โทรสาร 02 643 5236
02 643 5236 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 203 5000
02 203 5000 ต่อ 14245 ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมงานฯ จะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น!! ด่วน!! รับจำนวนจำกัดเพียง 80 ท่าน เท่านั้น
Modified:01/08/2014 11:41:31
-
โอกาสการลงทุนของไทยในเยอรมนี
เยอรมนีเป็นประเทศที่มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งรวมทั้งเป็นแหล่งนวัตกรรม มีจุดเด่นในเรื่ององค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะสาขาโครงสร้างพื้นฐาน/โลจิสติกส์ การศึกษา พลังงาน อุตสาหกรรมเกษตร ตลอดจนการบริการจัดการเครือข่าย R&DModified:28/07/2014 17:21:11
-
นโยบายการบริหารประเทศของนายกรัฐมนตรีฮังการี
รัฐบาลฮังการีจะเป็นฮังการีจะเป็นรัฐบาลที่ทำงานเพื่อประชาชนและยึดถือผลประโยชน์แห่งชาติเป็นหลักรวมทั้งจะต่อสู้กับแนวคิดสุดโต่งทุกประเภทModified:25/07/2014 16:57:11
-
ตลาดใหม่ โอกาสใหม่
ราช ซูบรามาเนียม รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์ การตลาดและการสื่อสารทั่วโลก เฟดเอ็กซ์ เซอร์วิส
ประเทศในกลุ่ม MINT ที่ประกอบด้วย เม็กซิโก อินโดนีเซีย ไนจีเรีย ตุรกี หรือกลุ่มประเทศ CIVETS ที่มีประเทศโคลัมเบีย อินโดนีเซีย เวียดนาม อียิปต์ ตุรกี แอฟริกาใต้ ซึ่งไม่ว่าจะมองไปทางไหน สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจระหว่างประเทศแล้ว กลุ่มประเทศทั้งสองนี้นับวันยิ่งจะมีความน่าสนใจเพิ่มมากขึ้น และควรค่าแก่การจับตาดูในระยะยาว เนื่องจากประเทศเหล่านี้ ซึ่งเป็นเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่มีโอกาสและความเป็นไปได้สูงมาก ทั้งยังมีเศรษฐกิจที่คึกคัก เพียงแต่ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างยืดเส้นยืดสายเท่านั้น แต่ว่าภายในปี 2050 มีการคาดการณ์ว่าประเทศเหล่านี้จะมีขนาดเศรษฐกิจรวมกันใหญ่ติดอันดับ 20 ประเทศที่มีความสำคัญต่อจีดีพีของโลกเลยทีเดียว...Modified:24/07/2014 11:43:39
-
ภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกกับการค้นพบน้ำมันและแก๊สธรรมชาติ
ตามผลการวิเคราะห์ของธนาคาร Standard Chartered ภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกกำลังจะกลายเป็นภูมิภาคที่มีพื้นที่การสำรวจน้ำมันและแก๊สธรรมชาติที่ขยายตัวมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยการสำรวจพบแหล่งน้ำมันและแก๊สธรรมชาติในเคนยา ยูกันดา เซาท์ซูดาน เอธิโอเปีย แทนซาเนีย และโมซัมบิก เมื่อเร็วๆ นี้ มีศักยภาพที่จะปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้อย่างสำคัญยิ่ง ผ่านการลงทุนด้านการสร้าง ถนน ทางรถไฟ พลังงานไฟฟ้าและอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานModified:24/07/2014 12:03:07
-
ไทยเตรียมเปิดบ้านต้อนรับผู้นำหมู่เกาะแปซิฟิก 14 ประเทศ ระหว่างการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 วันที่ 9 – 10 สิงหาคม 2557
ไทยเตรียมเปิดบ้านต้อนรับผู้นำหมู่เกาะแปซิฟิก 14 ประเทศ ระหว่างการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 วันที่ 9 – 10 สิงหาคม 2557เวทีประวัติศาสตร์เพื่อความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างวันที่ 9 -10 สิงหาคม 2557 นี้ ไทยจะได้มีโอกาสเปิดบ้านต้อนรับแขกต่างชาติระดับสูงอีกครั้ง ในเวทีการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 ที่กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ณ โรงแรมสุโกศล กรุงเทพมหานคร กระทรวงการต่างประเทศคาดว่าจะมีผู้แทนระดับรัฐมนตรี และระดับสูงจาก 14 ประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิก ได้แก่ หมู่เกาะคุก สาธารณรัฐฟิจิ สาธารณรัฐคิริบาส สาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลส์ สหพันธรัฐไมโครนีเซีย สาธารณัฐนาอูรู นีอูเอ สาธารณรัฐปาเลา รัฐเอกราชปาปัวนิวกินี รัฐเอกราชซามัว หมู่เกาะโซโลมอน ราชอาณาจักรตองกา ตูวาลู และสาธารณรัฐวานูอาตู ตอบรับเข้าร่วมการประชุมการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 หรือเรียกย่อ ๆ ว่า TPIF ถือเป็น การประชุมนานาชาติในรูปแบบดังกล่าวครั้งแรก และมีหัวข้อหลักการประชุมว่า “ส่งเสริมความร่วมมือเพื่อ การพัฒนาเพื่อบรรลุเป้าหมายความมั่งคั่งร่วมกัน” (Strengthening Development Cooperation towards Common Prosperity) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในด้านการพัฒนาและการค้าการลงทุนของไทยกับประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก ทั้งนี้ ไทยได้เชิญผู้แทนขององค์การระหว่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญในด้านความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาในภูมิภาคเข้าร่วมสังเกตการณ์ อาทิ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) โครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาของสหประชาชาติ (UNDP) องค์การอนามัยโลก (WHO) รวมถึงผู้แทนของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ไทยกับประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า ตั้งแต่ปี 2547 ไทยมีฐานะเป็นคู่เจรจา (Dialogue partner) ขององค์กรการประชุมหมู่เกาะแปซิฟิก (Pacific Islands Forum - PIF) และมีบทบาทนำในฐานะเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนา (Emerging Donor) ต่าง ๆ ที่สำคัญแก่ประเทศเหล่านี้ โดยได้ให้ความช่วยเหลือทางวิชาการกับทั้ง 14 ประเทศ มาอย่างต่อเนื่องกว่า 18 ปี โดยเฉพาะการให้ทุนฝึกอบรม เพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรผ่านการถ่ายทอดประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ ที่ผ่านมา มีการจัดสรรทุนให้กับประเทศเหล่านี้แล้วกว่า 124 ทุน เป็นมูลค่าการรวมกว่า 25.75 ล้านบาท โดยเป็นรูปแบบหลักสูตรฝึกอบรมนานาชาติประจำปี ทุนศึกษานานาชาติระดับปริญญาโท ในสาขาอันได้แก่ การเกษตร ประมง สาธารณสุข ท่องเที่ยว และเศรษฐกิจพอเพียงปี 2557 นับเป็นโอกาสครบรอบ 10 ปี ที่ไทยมีฐานะเป็นคู่เจรจาของ PIF กระทรวงการต่างประเทศจึงมีดำริจะจัดกิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมบทบาทเชิงรุก และช่วยประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ไทยในด้านการพัฒนา ที่สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนา หรือที่สหประชาชาติให้คำนิยามว่าความร่วมมือแบบใต้-ใต้ (South-South Cooperation) เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาสหัสวรรษของสหประชาชาติไปพร้อม ๆ กัน (Millennium Development Goals)
ไทยกับหมู่เกาะแปซิฟิก: มิตรใกล้ตัวประเทศหมู่เกาะ 14 ประเทศ มีประชากรรวมราว 10 ล้านคน และถือว่ามีความใกล้ชิดสนิทสนมกันกับประเทศไทย โดยในระดับพระราชวงศ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เคยเสด็จเยือนตองกาและฟิจิอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2539 และพระราชวงศ์ตองกาทรงเป็นพระราชอาคันตุกะในพระราชพิธี ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในปี 2549 ด้วย นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นสถานที่ที่ผู้นำของหลายประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิกเลือกเป็นสถานที่พักผ่อนและรักษาพยาบาลด้วยในด้านการค้าการลงทุน ต้องนับว่าเป็นผลสำเร็จของนโยบายการเปิดประตูเพื่อกระชับมิตรกับประเทศ หมู่เกาะแปซิฟิก และผลจากการแลกเปลี่ยนการเยือนของผู้นำและผู้แทนระดับสูงระหว่างกันในช่วงปี 2555 – 2556 บทบาทของไทยในการเป็นคู่ค้าและผู้ลงทุนในกลุ่มประเทศหมู่เกาะจึงทวีความสำคัญมากขึ้นตามลำดับ โดยในปี 2555 ไทยมีมูลค่าการค้ารวมกับกลุ่มหมู่เกาะแปซิฟิกกว่า 39 ล้านบาท และมูลค่าการค้า ในปี 2556 เพิ่มขึ้นจากเมื่อสองปีก่อน (2554) ราวร้อยละ 19 คิดเป็นมูลค่าราว 26 ล้านบาท ประเทศหมู่เกาะ มีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งด้านป่าไม้และทรัพยากรทางทะเล เป็นแหล่งพลังงาน ก๊าซธรรมชาติ และแร่ธาตุมีค่า จึงมีศักยภาพเป็นตลาดใหม่ให้กับสินค้าและบริการจากไทย ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งวัตถุดิบปลาทูน่าที่สำคัญของไทยแล้ว ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกทั้ง 14 ประเทศ ยังเป็นลูกค้ารายสำคัญที่นำเข้าสินค้าข้าว น้ำตาล และเวชภัณฑ์ของไทย ประเทศที่มีขนาดใหญ่และมีความสำคัญด้านการค้าการลงทุนกับไทยมากที่สุด 3 ลำดับ ได้แก่ ปาปัวนิกินี วานูอาตู และฟิจิ และปัจจุบันมีภาคเอกชนไทยเข้าไปเปิดร้านอาหารไทย ธุรกิจสปา และตั้งบริษัทกระจายสินค้าและบริโภค อาทิ ข้าวและเวชภัณฑ์ในปาปัวนิวกินี และวานูอาตูแล้ว นอกจากนั้น ประเทศไทยและประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกยังสนับสนุนบทบาทซึ่งกันและกันในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ร่วม อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการจัดการภัยพิบัติ
ย้ำความมุ่งมั่นและบทบาทของไทยเวทีการประชุม TPIF ที่กำลังจะมาถึงจึงเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะได้แสดงศักยภาพในด้านการค้า การลงทุน การเป็นประตูสู่อาเซียน และประชาสัมพันธ์ทักษะความเชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาของไทยให้ นานาประเทศได้เห็น เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น และสร้างเสริมมิตรภาพกับกลุ่มประเทศในแปซิฟิก ซึ่งนอกเหนือจากการประชุมที่เน้นหัวข้อหลักในประเด็นการพัฒนาแล้ว กระทรวงการต่างประเทศยังจัดกิจกรรมศึกษาดูงานโครงการตัวอย่าง และโครงการในพระราชดำริ และกิจกรรมทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างความประทับใจในฐานะเจ้าภาพให้แก่คณะผู้แทนจากทั้ง 14 ประเทศด้วย ในการนี้ สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมสามารถติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ทั้งจากเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ www.mfa.go.th และเว็บไซต์ของกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ aspa.mfa.go.th
ที่มา: กองแปซิฟิกใต้กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้กระทรวงการต่างประเทศModified:24/07/2014 14:41:51
-
ขอเชิญร่วมเสวนา Morning Talk เรื่อง “โอกาสและอุปสรรคการขยายฐานการผลิตของอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายไทยไปเมียนมาร์”
การเสวนา Morning Talk เรื่อง “โอกาสและอุปสรรคการขยายฐานการผลิตของอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายไทยไปเมียนมาร์”
วันอังคารที่ 29 กรกฎาคมนี้ ระหว่างเวลา 10.30-12.00 น. สำนักวิจัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ร่วมกับศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมการเสวนา Morning Talk ในหัวข้อเรื่อง “โอกาสและอุปสรรคการขยายฐานการผลิตของอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายไทยไปเมียนมาร์” ณ ห้องประชุม 202 สำนักวิจัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม การเสวนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับโอกาสและอุปสรรคของการขยายฐานการผลิตและแนวทางการส่งเสริมการขยายฐานการผลิตของอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายไทยไปเมียนมาร์ผู้สนใจสามารถแจ้งชื่อลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02202 4333 โทรสาร 02644 8315 / 02644 8316 ภายในวันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม 2557Modified:24/07/2014 16:04:15
-
นายกฯ ญี่ปุ่นเตรียมทบทวนขึ้นภาษีรอบใหม่
"ชินโซ อาเบะ" เตรียมพิจารณาขั้นสุดท้าย ว่าจะดำเนินการปรับขึ้นภาษีการบริโภคระลอก 2 ในปีหน้าได้หรือไม่...Modified:23/07/2014 10:18:36
-
กระทรวงการต่างประเทศ หนุนนำกระพือฮาลาลไทย
ทุกวันนี้เราก็ส่งออกไปให้ประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย ความที่มีศักยภาพที่เราผลิตอาหารได้มากมาย และเราก็มีศักยภาพทางด้านวิทยาศาสตร์ เราก็สามารถต่อยอดไปทางด้านผลิตภัณฑ์อื่นๆอย่างที่เรียนไม่ว่าจะเป็นสปา การบริการ หรือเวชภัณฑ์ อย่างที่รัสเซียก็มีคนสนใจเรื่องเครื่องสำอาง เพราะว่าของเขาเองยังไม่ได้เริ่มที่จุดนี้เลย ก็เหมือนกับว่าเขาต้องการที่จะเรียนรู้จากเราModified:21/07/2015 17:37:01
-
ฟิทช์ปรับเพิ่มแนวโน้มความน่าเชื่อถือนิวซีแลนด์จากมีเสถียรภาพเป็นเชิงบวก
ฟิทช์ เรทติ้งส์ ได้ปรับเพิ่มแนวโน้มความน่าเชื่อของนิวซีแลนด์จากมีเสถียรภาพเป็นเชิงบวก เนื่องจากสถานการณฺ์ด้านการคลังที่ดัขึ้นของประเทศ และเศรษฐกิจที่ดีขึ้น...Modified:23/07/2014 16:15:55
-
เวทีความร่วมมือระหว่างเอเชียตะวันออกกับลาตินอเมริกา (FEALAC)
เวทีความร่วมมือระหว่างเอเชียตะวันออกกับลาตินอเมริกา (FEALAC)
การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่บราซิลในปี 2557 ที่เพิ่งจบลงไปไม่นาน ทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยได้รู้จักประเทศในลาตินอเมริกามากขึ้น เนื่องจากมีประเทศจากลาตินอเมริกาถึง 9 ประเทศที่ได้เข้าแข่งขันในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่บราซิล
ลาตินอเมริกาตั้งอยู่ห่างไกลจากประเทศไทย แต่ไทยก็มีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศในลาตินอเมริกา การค้าการลงทุนระหว่างไทยกับภูมิภาคลาตินอเมริกามีแนวโน้มสูงขึ้นมาโดยตลอด ในปี 2556 การค้าระหว่างไทยกับลาตินอเมริกามีมูลค่ารวมประมาณ 16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีศักยภาพที่จะส่งเสริมให้มีปริมาณและมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นได้อีกมาก เนื่องจากเศรษฐกิจของไทยกับลาตินอเมริกาสามารถส่งเสริมซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดี และในปีนี้ ไทยกำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมของกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีไทยกับประเทศในลาตินอเมริกาเป็นสมาชิก คือ FEALAC
เวทีความร่วมมือระหว่างเอเชียตะวันออกกับลาตินอเมริกา (Forum for East Asia-Latin America Cooperation - FEALAC) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2542 มีชื่อเดิมว่า เวทีหารือระหว่างเอเชียตะวันออกกับลาตินอเมริกา (East Asia - Latin America Forum - EALAF) ปัจจุบันมีประเทศสมาชิก 36 ประเทศ (ฝ่ายเอเชียตะวันออก 16 ประเทศ ได้แก่ อาเซียน 10 ประเทศ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และมองโกเลีย และฝ่ายลาตินอเมริกา 20 ประเทศ ได้แก่ อาร์เจนตินา บราซิล โบลิเวีย โคลอมเบีย ชิลี สาธารณรัฐโดมินิกัน เอกวาดอร์ เม็กซิโก ปารากวัย เปรู ปานามา เอลซัลวาดอร์ คอสตาริกา คิวบา อุรุกวัย เวเนซุเอลา นิการากัว กัวเตมาลา ฮอนดูรัส และซูรินาเม) มีประชากรรวมกันเท่ากับประมาณร้อยละ 39 ของประชากรทั้งโลก มีผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) รวมกันเท่ากับประมาณร้อยละ 33 ของทั้งโลก และมีมูลค่าการค้ารวมกันเท่ากับประมาณร้อยละ 33 ของการค้าทั้งโลก จึงเป็นกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศที่สำคัญมากเวทีหนึ่ง
ในฐานะที่ไทยเป็นประเทศผู้ประสานงานประจำเอเชียตะวันออกของ FEALAC ในปัจจุบัน ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส FEALAC ครั้งที่ 15 ที่ Bangkok Convention Centre at CentralWorld ระหว่างวันที่ 19 - 22 สิงหาคม 2557 โดยไทยจะผลักดันให้มีความร่วมมือในด้านต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์โดยรวมของประเทศสมาชิก
นอกจากการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสแล้ว จะมีการจัดการประชุมคณะทำงานของ FEALAC จำนวน 4 คณะ
และไทยจะจัดกิจกรรมคู่ขนานเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างเอเชียตะวันออกกับลาตินอเมริกาอีก 4 กิจกรรม
ได้แก่ การประชุมสัมมนาด้านการท่องเที่ยว (Tourism Seminar) เวทีทางธุรกิจของ FEALAC (FEALAC Business Forum) การประชุมโต๊ะกลมด้านวิชาการ และวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (Academic/STI Roundtable) และกิจกรรม FEALAC Showcase ซึ่งจะมีนิทรรศการและการออกร้านจากประเทศสมาชิก
กิจกรรมทั้งหมดนี้จะช่วยสร้างและขยายเครือข่ายของภาคส่วนต่างๆ ของไทยกับประเทศในลาตินอเมริกา และทำให้ประเทศในลาตินอเมริกาได้รับรู้ถึงศักยภาพของประเทศไทยและบทบาทในเวทีระหว่างประเทศของไทยได้ดียิ่งขึ้น
และมีส่วนช่วยให้เกิดความร่วมมือและเพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับลาตินอเมริกาด้วย
สำหรับเวทีทางธุรกิจของ FEALAC (FEALAC Business Forum) นั้น คณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) จะร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ จัดขึ้นในวันที่ 20 สิงหาคม 2557 โดยมี theme คือ “Connecting the Two Engines of Global Growth” ซึ่งนอกเหนือจากจะเป็นการสร้างบทบาทนำของภาคเอกชนไทยแล้ว ยังจะช่วยส่งเสริมการสร้างเครือข่ายของการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับลาตินอเมริกาเป็นอย่างดี
ผู้เข้าร่วมของ FEALAC Business Forum คือผู้แทนหอการค้าและสภาอุตสาหกรรม รวมถึงนักธุรกิจชั้นนำของประเทศสมาชิก FEALAC โดยฝ่ายไทยได้เชิญบุคคลสำคัญจากประเทศต่างๆ มาบรรยายให้ข้อมูลเกี่ยวกับศักยภาพของความร่วมมือทางการค้าการลงทุนระหว่างภาคเอกชนในเอเชียตะวันออกและลาตินอเมริกา รวมถึงจะมีการบรรยายโดยผู้ทรงคุณวุฒิของไทย ได้แก่ ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ และ ดร. ณรงค์ชัย อัครเศรณี อีกด้วย
Modified:22/07/2014 17:39:53
-
แซมบ้าเปิดตัวเว็บไซต์ให้บริการข้อมูลด้านการค้าการลงทุน
บราซิลเปิดตัวเว็บไซต์ www.brasilexport.gov.br เพื่อให้ข้อมูลด้านการค้า การลงทุน และสภาพเศรษฐกิจแก่นักลงทุนต่างชาติ...Modified:22/07/2014 16:13:30
Sorted by relevance | Sort by date
