ค้นหา
About 381 results
-
จีนลงทุน 803 โครงการเป็นอันดับ 1 ของการลงทุนจากต่างประเทศของ สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2565 นายโพไซ ไขคำพิทูน รองรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ สปป. ลาว <br />
ผู้แทนรัฐบาล สปป. ลาวและนายเจียง จายตุง เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำ สปป. ลาว ผู้แทนฝ่ายจีนร่วมประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนและสรุปการเฉลิมฉลองวันก่อตั้งความสัมพันธ์<br />
ทางการทูตระหว่าง สปป. ลาว และจีน ครบรอบ 60 ปี และปีมิตรภาพลาว-จีน ผ่านระบบการประชุมทางไกล <br />
โดยมีผู้แทนจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม<br />
Modified:02/03/2022 14:12:36
-
การประชุมปรึกษาหารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการส่งออกสินค้าไปจีน
เมื่อวันที่ 26-27 ธ.ค. 2564 ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมฯ รองรัฐมนตรีจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง กระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ กระทรวงพลังงานและบ่อแร่ กระทรวงป้องกันความสงบ รองประธานคณะกรรมการร่วมมือลาว-จีน เจ้าแขวงและรองเจ้าแขวงหลวงน้ำทา แผนกที่เกี่ยวข้องของแขวงหลวงน้ำทา สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว และภาคเอกชน เข้าร่วมการประชุมปรึกษาหารือ<br />
และลงพื้นที่ด่านสากลบ่อเต็นเพื่อร่วมแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการส่งออกสินค้าไปจีน<br />
Modified:17/01/2022 09:54:08
-
สปป. ลาวเตรียมเปิดทางรถไฟลาว - จีนอย่างเป็นทางการ
เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตีกระทรวงแผนการและ การลงทุน สปป. ลาว
<br />
ได้เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการเตรียมเปิดทางรถไฟลาว - จีน โดยในวันที่ 2 ธ.ค. 2564 จะเป็นพิธีทางศาสนา
<br />
หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรี สปป. ลาว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะร่วมเดินทางไปกับรถไฟเที่ยวปฐมฤกษ์
<br />
<br />
นายโพไซ ไขคำพิทูน รองรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ สปป. ลาว กล่าวกับสื่อมวลชนว่า ปัจจุบัน การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน
<br />
เสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงการเก็บรายละเอียดบางส่วน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ของฝ่ายลาวและบริษัททางรถไฟลาว - จีน จำกัด
<br />
จะเตรียมความพร้อมเพื่อให้แน่ใจว่างานทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ ก่อนพิธีเปิด รัฐบาล สปป. ลาวและจีนเห็นพ้องที่จะกำหนดให้วันที่
<br />
3 ธ.ค. 2564 เป็นพิธีเปิดทางรถไฟอย่างเป็นทางการ โดยนายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศ สปป. ลาวจะเข้าร่วมพิธีดังกล่าว
<br />
กระทรวงการต่างประเทศ สปป. ลาวจัดทำกำหนดการและเชิญคณะทูตานุทูตและองค์การระหว่างประเทศเข้าร่วมพิธีเปิด
<div>ซึ่งจะดำเนินการ ตามมาตรการควบคุมการระบาดของโรคโควิด 19 อย่างเข้มงวด นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะแจ้ง
<br />
ค่าโดยสารและค่าขนส่งให้ประชาชนทราบก่อนพิธีเปิด รวมทั้งจะประสานงานกับหน่วยงานส่วนท้องถิ่นในแขวงที่ทางรถไฟ
<br />
ผ่านเพื่อออกมาตรการป้องกันการขโมยชิ้นส่วนทางรถไฟและสายไฟฟ้า
<br />
<br />
โครงการทางรถไฟลาว - จีน เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือน ธ.ค. 2559 มีระยะทาง 422.4 โดยคาดว่าจะสามารถ ลดต้นทุนการขนส่ง</div>
<div>ผ่านลาวได้ร้อยละ 30 - 40 เมื่อเทียบกับการขนส่งทางถนน
<br />
<br />
ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 16 พ.ค. 2564
<br />
<a href="https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_PM_to_224.php" >https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_PM_to_224.php</a>
<br />
<a href="https://www.facebook.com/watch/?v=421538502764424" >https://www.facebook.com/watch/?v=421538502764424</a></div>
Modified:21/12/2021 11:05:23
-
สปป. ลาว ยังต้องการความช่วยเหลือด้านเทคนิคและการเงินเพื่อออกจากสถานะ LDC
นายสะเหลิมไซ กมมะสิด รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ สปป. ลาว และคณะ เข้าร่วมการประชุม High-level Asia-Pacific Regional Review Meeting on the Istanbul Programme of Action (IPoA) ระหว่างวันที่ 30 ส.ค. - 2 ก.ย. 2564 ผ่านระบบการประชุมทางไกล เพื่อทบทวนแผนปฏิบัติการอิสตันบูล แลกเปลี่ยนบทเรียนเกี่ยวกับผลสำเร็จ อุปสรรค และข้อเสนอแนะสำหรับการสร้างแผนปฏิบัติการฉบับใหม่ รวมถึงหารือเกี่ยวกับเอกสารต่าง ๆ เพื่อเตรียมการสำหรับการประชุม UN Conference on the LDCs ครั้งที่ 5 ที่จะจัดขึ้นในเดือน ม.ค. 2565 ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์Modified:07/10/2021 08:47:00
-
นโยบายและมาตรการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโควิด 19 ของ สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2564 ห้องว่าการสำนักงานนายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ได้ออกแจ้งการเกี่ยวกับนโยบายและมาตรการลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรควิด 19 มีรายละเอียด ดังนี้ 1. ด้านนโยบายการเงิน 1.1 ยกเว้นการเก็บภาษีเงินได้สำหรับเจ้าหน้าที่/ลูกจ้างภาครัฐและภาคเอกชนที่มีรายได้ต่ำกว่า 5 ล้านกีบ และ MSMEs เป็นเวลา 3 เดือน (เม.ย. - มิ.ย. 2564) 1.2 ขยายเวลาการส่งรายงานทางการเงินและผลประกอบการปี 2563 ของวิสาหกิจไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2564Modified:04/06/2021 13:22:20
-
สปป. ลาวคาดว่าจะพ้นจากสถานะ LDC ในปี 2569
เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2564 คณะกรรมการนโยบายการพัฒนา (CDP) ภายใต้คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ ได้เสนอให้ สปป. ลาวหลุดพ้นจากสถานะ LDC ในปี 2569 ซึ่งขยายช่วงเตรียมการหลุดพ้นออกไปอีก 5 ปี โดยรัฐบาล สปป. ลาวจะร่วมมือกับประเทศคู่ร่วมพัฒนาในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และเพื่อให้แน่ใจว่า สปป. ลาวจะหลุดพ้นจากสถานะ LDC ได้อย่างราบรื่นModified:17/03/2021 10:13:27
-
ธนาคารโลกอนุมัติเงินกู้ฉุกเฉิน 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อ สปป. ลาวรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19
เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2563 นายบุนโจม อุบนปะเสิด รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ในฐานะผู้แทนรัฐบาล สปป. ลาว และนาย Nicola Pontara ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำ สปป. ลาว ได้ร่วมลงนามสัญญาเงินกู้ฉุกเฉิน จำนวน 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับกรณีฉุกเฉินสืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 การควบคุมการติดเชื้อ การตรวจหาผู้ติดเชื้อ การค้นหาผู้ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ การคุ้มครองกรณีมีผู้ติดเชื้อ และการยกระดับความสามารถในการเฝ้าระวังและทักษะการรักษาของคณะแพทย์ สปป. ลาว โดยมีผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข สปป. ลาว กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว กระทรวงการต่างประเทศ สปป. ลาว เข้าร่วมModified:22/01/2021 11:42:33
-
พิธีเปิดด่านสากลปางมอนอย่างเป็นทางการ
เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2563 นายทองสะหวัน พมวิหาน รองรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ สปป. ลาว พร้อมด้วยรองเจ้าแขวงไซยะบูลี หลวงพระบาง และบ่อแก้ว ตลอดจนนายกมล เชียงวงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย น.ส. อุรวดี ศรีภิรมย์ อัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย และ สปป. ลาว ได้เข้าร่วมพิธีเปิดด่านสากลปางมอนอย่างเป็นทางการ ณ ด่านสากลปางมอน เมืองคอบ แขวงไซยะบูลีModified:20/01/2021 11:29:26
-
เอกอัครราชทูตไทยนำแม่ครัวสาธิตการทำอาหารไทยในเมือง Belo Horizonte รัฐ Minas Gerais บราซิล
เอกอัครราชทูตไทยนำแม่ครัวสาธิตการทำอาหารไทยในเมือง Belo Horizonte รัฐ Minas Gerais บราซิลModified:30/04/2018 16:44:00
-
การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมชายแดนลาว – ไทย ครั้งที่ 11
นายสะเหลิมไซ กมมะสิด รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศแห่ง สปป. ลาว ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการร่วมชายแดนลาว – ไทย และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ในฐานะผู้แทนฝ่ายไทยModified:26/01/2018 17:16:30
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดการสัมมนาเพื่อส่งเสริมหุ้นส่วนทางธุรกิจดิจิทัลกับเยอรมนี
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ร่วมกับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดการสัมมนา Green and Innovative Economy ในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในเชิงนโยบายและมาตรการที่รัฐจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ประสบการณ์และแนวคิดการประกอบธุรกิจดิจิทัลให้สำเร็จ ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับ SMEs และ start-ups ซึ่งรวมถึง start-ups ที่เป็นผู้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการประกอบธุรกิจและ tech start-ups อาทิ การสร้าง platform ออนไลน์ การบริหารและวิเคราะห์ big data การสร้าง digital marketplace สำหรับ SMEs <br />
ในการสัมมนาในครั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน จากภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ start-ups รายใหม่ ๆ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร. ขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Ms. Atsuko Okuda ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) นาย Carl van der Elst ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน ธนาคาร Deutsche Bank และ อ. ดนัยรัตน์ ธนบดีธรรมจารี ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ด้าน digital transformation บริษัท SAP (Thailand) จำกัด มาร่วมเป็นวิทยากรและร่วมการเสวนาด้วย<br />
ในโอกาสนี้ นายรัชดา จิวาลัย รองอธิบดีกรมยุโรป ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด Thailand 4.0 โดยนอกจากจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการไทยในทุกขนาดแล้ว ยังสามารถที่จะกระจายโอกาสและรายได้ไปสู่กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและวิสาหกิจชุมชนในชนบทไดhด้วยการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุข (telemedicine) การให้การศึกษาทางไกล การให้บริการภาครัฐออนไลน์ (e-government) การพัฒนา e-commerce เชิ่มโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับตลาด การส่งเสริม digital and smart farming เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตร เป็นต้น ในขณะที่ไทยและเยอรมนีต่างก็เผชิญความท้าทายร่วมกันในโลกยุคดิจิทัล และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายต่างมีความเข้มแข็งและความพร้อมที่จะร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะระหว่างผู้ประกอบการไทยในระดับต่าง ๆ กับ tech start-up เยอรมัน ที่มีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่น่าสนใจ ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับเยอรมนีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของนาย Peter Prügel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ที่ย้ำว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่อีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายเยอรมันพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่าย<br />
การสัมมนาดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งที่เป็น start-ups และ tech start-ups ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กร และตัวแทนภาครัฐมากกว่า 100 คน โดยใช้เวลาในช่วงถามตอบมากกว่า 1 ชม. ในการนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีทั้ง 2 คน ได้แสดงความเชื่อมั่นถึงศักยภาพและโอกาสของภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยที่มีความตื่นตัวในการสร้างและปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ และได้เสนอแนะให้ภาครัฐและเอกชนไทยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า และระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อให้รัฐสามารถออกมาตรการสนับสนุนเอกชนได้อย่างทันท่วงที เพราะในยุคดิจิทัลผู้ที่จะได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแต่จะเป็นผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ควบคู่ไปกับการหารูปแบบในการประกอบการ (business model) ที่ทันสมัยอยู่เสมอ<br />
Modified:10/12/2017 00:58:44
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดการสัมมนาเพื่อส่งเสริมหุ้นส่วนทางธุรกิจดิจิทัลกับเยอรมนี
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ร่วมกับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดการสัมมนา Green and Innovative Economy ในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในเชิงนโยบายและมาตรการที่รัฐจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ประสบการณ์และแนวคิดการประกอบธุรกิจดิจิทัลให้สำเร็จ ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับ SMEs และ start-ups ซึ่งรวมถึง start-ups ที่เป็นผู้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการประกอบธุรกิจและ tech start-ups อาทิ การสร้าง platform ออนไลน์ การบริหารและวิเคราะห์ big data การสร้าง digital marketplace สำหรับ SMEs <br />
ในการสัมมนาในครั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน จากภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ start-ups รายใหม่ ๆ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร. ขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Ms. Atsuko Okuda ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) นาย Carl van der Elst ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน ธนาคาร Deutsche Bank และ อ. ดนัยรัตน์ ธนบดีธรรมจารี ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ด้าน digital transformation บริษัท SAP (Thailand) จำกัด มาร่วมเป็นวิทยากรและร่วมการเสวนาด้วย<br />
ในโอกาสนี้ นายรัชดา จิวาลัย รองอธิบดีกรมยุโรป ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด Thailand 4.0 โดยนอกจากจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการไทยในทุกขนาดแล้ว ยังสามารถที่จะกระจายโอกาสและรายได้ไปสู่กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและวิสาหกิจชุมชนในชนบทไดhด้วยการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุข (telemedicine) การให้การศึกษาทางไกล การให้บริการภาครัฐออนไลน์ (e-government) การพัฒนา e-commerce เชิ่มโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับตลาด การส่งเสริม digital and smart farming เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตร เป็นต้น ในขณะที่ไทยและเยอรมนีต่างก็เผชิญความท้าทายร่วมกันในโลกยุคดิจิทัล และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายต่างมีความเข้มแข็งและความพร้อมที่จะร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะระหว่างผู้ประกอบการไทยในระดับต่าง ๆ กับ tech start-up เยอรมัน ที่มีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่น่าสนใจ ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับเยอรมนีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของนาย Peter Prügel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ที่ย้ำว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่อีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายเยอรมันพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่าย<br />
การสัมมนาดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งที่เป็น start-ups และ tech start-ups ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กร และตัวแทนภาครัฐมากกว่า 100 คน โดยใช้เวลาในช่วงถามตอบมากกว่า 1 ชม. ในการนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีทั้ง 2 คน ได้แสดงความเชื่อมั่นถึงศักยภาพและโอกาสของภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยที่มีความตื่นตัวในการสร้างและปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ และได้เสนอแนะให้ภาครัฐและเอกชนไทยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า และระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อให้รัฐสามารถออกมาตรการสนับสนุนเอกชนได้อย่างทันท่วงที เพราะในยุคดิจิทัลผู้ที่จะได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแต่จะเป็นผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ควบคู่ไปกับการหารูปแบบในการประกอบการ (business model) ที่ทันสมัยอยู่เสมอ<br />
Modified:10/12/2017 00:58:44
-
สรุปมาตรการสิทธิประโยชน์ทางธุรกิจ และมาตรการส่งเสริมการทำธุรกิจในเยอรมนี (สถานะเดือนสิงหาคม 2560)
สรุปมาตรการสิทธิประโยชน์ทางธุรกิจ และมาตรการส่งเสริมการทำธุรกิจในเยอรมนี (สถานะเดือนสิงหาคม 2560)<br />
1. เงินช่วยเหลือ และกองทุนร่วมลงทุน (Venture Capital: VC) ที่เป็นไปตามเงื่อนไข<br />
1.1 ประเภทธุรกิจข้ามภาคส่วน (Cross-sector)<br />
1.1.1 Start-ups / SMEs / Mittlestand<br />
- โครงการ EXIST – Existenzgründungen aus der Wissenschaft จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ เป็นโครงการสนับสนุนการก่อตั้งบริษัทภายใต้สภาพแวดล้อมมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย โดยให้เงินสนับสนุนตั้งแต่ด้านการพัฒนาแนวคิดทางธุรกิจเพื่อให้กลายมาเป็นแผนธุรกิจต่อไป ด้านงานวิจัยทั้งในด้านการพัฒนาทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อให้เกิดความคิดริเริ่มในการจัดตั้ง start-up และการเตรียมการที่จำเป็นเพื่อการดำเนินการทางธุรกิจ และการเตรียมความพร้อมในด้านนวัตกรรมจากพื้นฐานเทคโนโลยี<br />
- โครงการ "European Recovery Programme" หรือ ERP ของธนาคารเคเอฟดับเบิลยู (KREDITANSTALT FUR WIEDERAUFBAU: KfW) ที่จัดตั้งโดยรัฐบาล ให้การค้ำประกันสินเชื่อแก่ธุรกิจ Start-ups ในระหว่างการจัดตั้งและดำเนินการกิจการ (การลงทุน การจัดซื้อ และวัตถุดิบที่ใช้ในการดำเนินงาน) โดยในบางกรณี เคเอฟดับเบิลยู รับความเสี่ยงสูงสุดถึง 80% ของ Default risk หรือ ความเสี่ยงที่ผู้ออกตราสารหนี้ไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ย และ/หรือไม่อาจจ่ายคืนเงินต้นตามกำหนดได้ <br />
1.1.2 การพัฒนาทักษะด้านอาชีพ (Vocational Training)<br />
- เงินช่วยเหลือ และเงินอุดหนุน แก่ธุรกิจภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มจำนวนสถานที่ฝึกงานตามสำนักงานสาขาต่างๆ และมีการพัฒนาคุณภาพการฝึกทักษะอาชีพ โดยที่เงินช่วยเหลือดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ กระทรวงการศึกษาและวิจัย และกระทรวงการต่างประเทศ<br />
- กระทรวงการศึกษาและวิจัย ให้การสนับสนุนโครงการ intra-company ในการให้บุคคลพิการเข้ามามีส่วนร่วมในการฝึกทักษะอาชีพโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล<br />
1.1.3 กิจกรรมส่งเสริมการประหยัดพลังงาน<br />
- การให้เงินอุดหนุนแก่โรงงานผลิตที่มีการปรับปรุงขั้นตอนการผลิตเพื่อประหยัดพลังงาน (สนับสนุนโดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ)<br />
- การสนับสนุนด้านเงินช่วยเหลือเพื่อการลงทุนด้านการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงาน จากการใช้เทคโนโลยีข้ามภาคส่วนที่มีศักยภาพสูง (สนับสนุนโดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ)<br />
1.1.4 Child care service<br />
- กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (Federal Ministry for Family, Seniors, Women and Youth) ริเริ่มโครงการ Corporate Child Care โดยให้สนับสนุนด้านเงินอุดหนุนในการจัดตั้งส่วนบริการดูแลเด็กภายในบริษัท<br />
1.2 ประเภทเฉพาะกลุ่มธุรกิจ (Sector specific)<br />
1.2.1 เงินช่วยเหลือ พร้อมมาตรการสนับสนุนจำนวนมากถูกใช้ไปในการพัฒนานวัตกรรม ที่กระตุ้นให้เกิดกิจกรรมการค้า (Commercialization) ในกลุ่มธุรกิจต่อไปนี้<br />
- เทคโนโลยีเชิงนวัตกรรมเต็มรูปแบบ (Innovative port Technology): สนับสนุนโครงการที่มุ่งพัฒนา หรือปรับเทคโนโลยีเชิงนวัตกรรมแบบเต็มรูปแบบ การจัดการสินค้า ประเภทคาร์โก้ให้เหมาะสม และการพัฒนาเทคโนโลยีโลจิสติกส์ให้เป็นระบบดิจิทัล<br />
- โครงการพัฒนายานพาหนะไร้คนขับ ที่ควบคุมระบบควบคุมรถอัตโนมัติ (Automated and networked driving) นำโดยกระทรวงคมนาคม: ให้การสนับสนุนโครงการพัฒนานวัตกรรมระบบอัตโนมัติ การเชื่อมต่อ และสื่อสารระหว่างเครือข่ายการจราจรต่างๆ<br />
- BioEconomy 2030 ภายใต้การกำกับของกระทรวงการศึกษาและวิจัย: ให้การสนับสนุนด้านนวัตกรรม และการวิจัยภาคเกษตรกรรม และการพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ รวมทั้งการพัฒนาด้านเทคโนโลยีจีโนม (GENOME) เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงพิมพ์เขียว ดีเอ็นเอของเซลล์และยีนทั้ง ของมนุษย์และสัตว์<br />
- โครงการนวัตกรรมแห่งธรรมชาติ (Environmental Innovation Program): ภายใต้การกำกับของกระทรวงสิ่งแวดล้อม ได้มีการส่งเสริมการพัฒนาที่ครอบคลุมบริเวณกว้าง และการเริ่มผสมผสานกระบวนการทางเทคโนโลยีที่หลีกเลี่ยง หรือลดผลกระทบต่อธรรมชาติ<br />
- อุตสาหกรรมการบินพลเรือน (Civil aviation industry): กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ เสนอเงินช่วยเหลือสำหรับการพัฒนาเครื่องบินที่มีเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีระบบเครื่องที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อผู้โดยสาร<br />
- ธุรกิจด้านสุขภาพ (Health care and wellness business): กระทรวงการศึกษาและวิจัยเสนอเงินช่วยเหลือในส่วนของการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการบำบัดรักษาเชื้อแบคทีเรีย<br />
1.2.2 SMEs: การสนับสนุนด้านเงินช่วยเหลือด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) แก่ SMEs ในสาขา เทคโนโลยีชีวภาพ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีการวิจัยวัสดุ เทคโนโลยีทางการแพทย์ เทคโนโลยีเพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีการสื่อสาร<br />
1.2.3 ธุรกิจการบริการสร้างสรรค์: การศึกษา, การจัดงาน, การออกแบบ, สารสนเทศในรูปแบบดิจิตอล: รัฐบาลเยอรมันให้ส่งเสริมอุตสาหกรรมศิลปะสร้างสรรค์ของเยอรมัน ผ่านการให้เงินรางวัล หรือเงินสนับสนุนโครงการต่างๆ<br />
2. เงินกู้ผ่อนปรน (Soft loans)<br />
2.1 ประเภทธุรกิจข้ามภาคส่วน (Cross-sector)<br />
2.1.1 การลงทุนในพื้นที่ชนบทและในรัฐใหม่ของเยอรมนี<br />
- กองทุนสำหรับกิจกรรมทางธุรกิจ เพื่อการเติบโต และการแข่งขัน: เงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม เพิ่มอำนาจทางเศรษฐกิจ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว และสภาพความเป็นอยู่ในพื้นที่ชนบท<br />
- กองทุนสำหรับกิจกรรมทางธุรกิจ เพื่อการพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจของภูมิภาค: เงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรักการลงทุนที่สร้างงานเพื่อการแข่งขันอย่างถาวรในภูมิภาคที่โครงสร้างเศรษฐกิจอ่อนแอ และรัฐใหม่<br />
2.1.2 Start-ups / SMEs / Mittlestand<br />
- รัฐบาลมลรัฐ และรัฐบาลกลาง เสนอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้แก่ Start-ups<br />
- สำนักงานส่งเสริมการลงทุนของเยอรมนี (GTAI) ให้การสนับสนุน Start-ups ในการสร้างเครือข่ายและหาข้อมูลตลาด <br />
- โครงการ ERP ของธนาคารเคเอฟดับเบิลยู เสนอ เงินกู้ผ่อนปรนให้แก่ SMEs Start-ups และ Mittlestand จำนวนสูงสุดไม่เกิน 25 ล้านยูโร ด้วยดอกเบี้ย 1% p.a. สำหรับ 5 ปีแรก โดยที่โครงการนี้ครอบคลุมไปถึงการลงทุน และกิจกรรมทางธุรกิจในต่างประเทศด้วย<br />
2.2. ประเภทเฉพาะกลุ่มธุรกิจ (Sector specific) <br />
2.2.1 กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร: เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อเป็นเงินทุนช่วยเหลือในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจที่จำเป็นของธุรกิจกลุ่มดังกล่าว<br />
2.2.2 กลุ่มพลังงานทดแทน: “Energie aus dem Land” พลังงานจากพื้นที่ชนบท โดยให้การสนับสนุนผ่านเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับการลงทุนในขั้นตอนกรผลิต การเก็บ และการจัดจำหน่ายพลังงานทดแทนจากพื้นที่ชนบท<br />
3. ศูนย์ให้คำปรึกษา สร้างเครือข่าย และบริการข้อมูล<br />
3.1 ประเภทธุรกิจข้ามภาคส่วน (Cross-sector)<br />
3.1.1 สำหรับผู้อพยพ (refugee): บริการให้คำปรึกษาในด้านการบูรณาการด้านการดำเนินงานของผู้อพยพ โดยที่ผู้ให้บริการในแต่ละรัฐจะแตกต่างกัน<br />
3.1.2 สำหรับ SMEs: <br />
- Kompetenzzentrum Fachkräftesicherung (KOFA) เป็นศูนย์พัฒนาศักยภาพ สำหรับแรงงานมีฝีมือ (บริหารโดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ และกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม) ให้การสนับสนุน SMEs เพื่อให้คงความสามารถในการแข่งขัน ในขณะเดียวกัน สามารถจัดโปรแกรมการฝึกอบรม และพัฒนาทักษะ เพื่อใช้ดึงดูดแรงานมีฝีมือได้<br />
- กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ ช่วยจัดหาช่องทางการติดต่อธุรกิจในต่างประเทศ และจัดทำโครงการพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดให้แก่ SMEs ที่ต้องการหาช่องทางในตลาดต่างประเทศ<br />
- Innovation forum SMEs จัดโดย กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ ให้การสนับสนุนด้านการจัดตั้งและพัฒนา เครือข่ายสหสาขาวิชาชีพทั้งในระดับท้องถิ่น และระหว่างภูมิภาค ระหว่าง Start-ups / SMEs / Mittlestrand สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย และ หุ้นส่วนที่เหมาะสมในสาขานวัตกรรมต่างๆ <br />
3.1.3 Digitalization<br />
- กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ ได้จัดโครงการอย่าง “go-digital” เพื่อเป็นการสนับสนุน SMEs ให้ได้รับคำปรึกษาจากผู้เชียวชาญในด้านการสร้าง และขยายระบบอทีภายในบริษัท การรักษาความปลอดภัยด้านไอที การตลาดอินเตอร์เน็ต และกระบวนการทางธุรกิจดิจิตอล สำหรับกิจการทุกขนาด<br />
3.1.4 พลังงานทดแทน<br />
- Climate Protection Initiative โดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมให้การสนับสนุนด้านการให้คำปรึกษาที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นด้านการวางแผนเตรียมพร้อมและการนำคอนเซ็ปต์การปกป้องสภาพภูมิอากาศไปปฏิบัติ การดำเนินการตามโมเดลประหยัดพลังงงาน การลงทุนด้านการปกป้องสภาพภูมิอากาศสำหรับกิจการทุกขนาด<br />
3.2 ประเภทเฉพาะกลุ่มธุรกิจ (Sector specific)<br />
3.2.1 กลุ่มพลังงานทดแทน<br />
- รับให้คำปรึกษาเป็นไปตามข้อตกลง สำหรับนักลงทุนเยอรมันที่ต้องการไปลงทุนในโครงการด้านพลังงานทดแทนและการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในต่างประเทศ (โดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังานแห่งชาติ)<br />
3.2.2 กลุ่มการค้าระหว่างประเทศ<br />
- การให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ“entrepreneurial know-how”: คำแนะนำด้านเศรษฐกิจ การเงิน บุคลากร และปัญหาต่างๆเกี่ยวกับองค์กรจากการค้ากับต่างประเทศ (จัดโดย Bundesamtes für Wirtschaft und Ausfuhrkontrolle (BAFA) ซึ่งคล้ายกับสถาบันอบรมที่จัดโดยกรมการค้าต่างประเทศ)<br />
- ให้บริการด้านคำปรึกษาเกี่ยวกับศูนย์ฝึกทักษะอาชีพ โดยผู้เข้ารับการอบรมทั้งใน และต่างประเทศ (จัดโดย BAFA)<br />
3.2.3 กลุ่มธุรกิจดิจิทัล และเทคโนโลยีขั้นสูง<br />
- โปรแกรมการให้คำปรึกษาแบบเร่งรัด สำหรับนักลงทุนใหม่ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดในอเมริกา (จัดโดยกระทรวงเศรษฐกิจ และพลังงานแห่งชาติ)<br />
3.2.4 กลุ่มวิทยาศาสตร์ชีวภาพ<br />
- โปรแกรมการให้คำปรึกษาแบบเร่งรัด สำหรับนักลงทุนใหม่ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดในอเมริกา (จัดโดยกระทรวงเศรษฐกิจ และพลังงานแห่งชาติ)<br />
3.2.5 กลุ่มเกษตรกรรม<br />
- กระทรวงเกษตร มีบริการให้คำปรึกษา และข้อมูลหลักสูตรการเปลี่ยนพื้นที่เกษตรกรรมให้เป็นการทำเกษตรอินทรีย์ และกระบวนการผลิตสีเขียวให้แก่เกษตรกร และธุรกิจที่เกี่ยวกับการเกษตรโดยไม่คิดด่าใช้จ่าย<br />
- กระทรวงเกษตร เสนอการสนับสนุนด้านความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่างบริษัทต่างประเทศ ในด้านอุปทานอาหารของโลก เช่น การแลกเปลี่ยนนักวิทยาศาสตร์ แบบทวิภาคี เพื่อการสร้าง และคงความสัมพันธ์ทางด้านวิทยาศาสตร์ รวมทั้งความร่วมมือระหว่างประเทศบนพื้นฐานข้อตกลงทวิภาคีกับประเทศคู่ค้าที่ถูกเลือก<br />
Modified:10/12/2017 01:13:20
-
สรุปมาตรการสิทธิประโยชน์ทางธุรกิจ และมาตรการส่งเสริมการทำธุรกิจในเยอรมนี (สถานะเดือนสิงหาคม 2560)
สรุปมาตรการสิทธิประโยชน์ทางธุรกิจ และมาตรการส่งเสริมการทำธุรกิจในเยอรมนี (สถานะเดือนสิงหาคม 2560)<br />
1. เงินช่วยเหลือ และกองทุนร่วมลงทุน (Venture Capital: VC) ที่เป็นไปตามเงื่อนไข<br />
1.1 ประเภทธุรกิจข้ามภาคส่วน (Cross-sector)<br />
1.1.1 Start-ups / SMEs / Mittlestand<br />
- โครงการ EXIST – Existenzgründungen aus der Wissenschaft จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ เป็นโครงการสนับสนุนการก่อตั้งบริษัทภายใต้สภาพแวดล้อมมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย โดยให้เงินสนับสนุนตั้งแต่ด้านการพัฒนาแนวคิดทางธุรกิจเพื่อให้กลายมาเป็นแผนธุรกิจต่อไป ด้านงานวิจัยทั้งในด้านการพัฒนาทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อให้เกิดความคิดริเริ่มในการจัดตั้ง start-up และการเตรียมการที่จำเป็นเพื่อการดำเนินการทางธุรกิจ และการเตรียมความพร้อมในด้านนวัตกรรมจากพื้นฐานเทคโนโลยี<br />
- โครงการ "European Recovery Programme" หรือ ERP ของธนาคารเคเอฟดับเบิลยู (KREDITANSTALT FUR WIEDERAUFBAU: KfW) ที่จัดตั้งโดยรัฐบาล ให้การค้ำประกันสินเชื่อแก่ธุรกิจ Start-ups ในระหว่างการจัดตั้งและดำเนินการกิจการ (การลงทุน การจัดซื้อ และวัตถุดิบที่ใช้ในการดำเนินงาน) โดยในบางกรณี เคเอฟดับเบิลยู รับความเสี่ยงสูงสุดถึง 80% ของ Default risk หรือ ความเสี่ยงที่ผู้ออกตราสารหนี้ไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ย และ/หรือไม่อาจจ่ายคืนเงินต้นตามกำหนดได้ <br />
1.1.2 การพัฒนาทักษะด้านอาชีพ (Vocational Training)<br />
- เงินช่วยเหลือ และเงินอุดหนุน แก่ธุรกิจภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มจำนวนสถานที่ฝึกงานตามสำนักงานสาขาต่างๆ และมีการพัฒนาคุณภาพการฝึกทักษะอาชีพ โดยที่เงินช่วยเหลือดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ กระทรวงการศึกษาและวิจัย และกระทรวงการต่างประเทศ<br />
- กระทรวงการศึกษาและวิจัย ให้การสนับสนุนโครงการ intra-company ในการให้บุคคลพิการเข้ามามีส่วนร่วมในการฝึกทักษะอาชีพโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล<br />
1.1.3 กิจกรรมส่งเสริมการประหยัดพลังงาน<br />
- การให้เงินอุดหนุนแก่โรงงานผลิตที่มีการปรับปรุงขั้นตอนการผลิตเพื่อประหยัดพลังงาน (สนับสนุนโดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ)<br />
- การสนับสนุนด้านเงินช่วยเหลือเพื่อการลงทุนด้านการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงาน จากการใช้เทคโนโลยีข้ามภาคส่วนที่มีศักยภาพสูง (สนับสนุนโดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ)<br />
1.1.4 Child care service<br />
- กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (Federal Ministry for Family, Seniors, Women and Youth) ริเริ่มโครงการ Corporate Child Care โดยให้สนับสนุนด้านเงินอุดหนุนในการจัดตั้งส่วนบริการดูแลเด็กภายในบริษัท<br />
1.2 ประเภทเฉพาะกลุ่มธุรกิจ (Sector specific)<br />
1.2.1 เงินช่วยเหลือ พร้อมมาตรการสนับสนุนจำนวนมากถูกใช้ไปในการพัฒนานวัตกรรม ที่กระตุ้นให้เกิดกิจกรรมการค้า (Commercialization) ในกลุ่มธุรกิจต่อไปนี้<br />
- เทคโนโลยีเชิงนวัตกรรมเต็มรูปแบบ (Innovative port Technology): สนับสนุนโครงการที่มุ่งพัฒนา หรือปรับเทคโนโลยีเชิงนวัตกรรมแบบเต็มรูปแบบ การจัดการสินค้า ประเภทคาร์โก้ให้เหมาะสม และการพัฒนาเทคโนโลยีโลจิสติกส์ให้เป็นระบบดิจิทัล<br />
- โครงการพัฒนายานพาหนะไร้คนขับ ที่ควบคุมระบบควบคุมรถอัตโนมัติ (Automated and networked driving) นำโดยกระทรวงคมนาคม: ให้การสนับสนุนโครงการพัฒนานวัตกรรมระบบอัตโนมัติ การเชื่อมต่อ และสื่อสารระหว่างเครือข่ายการจราจรต่างๆ<br />
- BioEconomy 2030 ภายใต้การกำกับของกระทรวงการศึกษาและวิจัย: ให้การสนับสนุนด้านนวัตกรรม และการวิจัยภาคเกษตรกรรม และการพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ รวมทั้งการพัฒนาด้านเทคโนโลยีจีโนม (GENOME) เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงพิมพ์เขียว ดีเอ็นเอของเซลล์และยีนทั้ง ของมนุษย์และสัตว์<br />
- โครงการนวัตกรรมแห่งธรรมชาติ (Environmental Innovation Program): ภายใต้การกำกับของกระทรวงสิ่งแวดล้อม ได้มีการส่งเสริมการพัฒนาที่ครอบคลุมบริเวณกว้าง และการเริ่มผสมผสานกระบวนการทางเทคโนโลยีที่หลีกเลี่ยง หรือลดผลกระทบต่อธรรมชาติ<br />
- อุตสาหกรรมการบินพลเรือน (Civil aviation industry): กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ เสนอเงินช่วยเหลือสำหรับการพัฒนาเครื่องบินที่มีเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีระบบเครื่องที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อผู้โดยสาร<br />
- ธุรกิจด้านสุขภาพ (Health care and wellness business): กระทรวงการศึกษาและวิจัยเสนอเงินช่วยเหลือในส่วนของการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการบำบัดรักษาเชื้อแบคทีเรีย<br />
1.2.2 SMEs: การสนับสนุนด้านเงินช่วยเหลือด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) แก่ SMEs ในสาขา เทคโนโลยีชีวภาพ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีการวิจัยวัสดุ เทคโนโลยีทางการแพทย์ เทคโนโลยีเพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีการสื่อสาร<br />
1.2.3 ธุรกิจการบริการสร้างสรรค์: การศึกษา, การจัดงาน, การออกแบบ, สารสนเทศในรูปแบบดิจิตอล: รัฐบาลเยอรมันให้ส่งเสริมอุตสาหกรรมศิลปะสร้างสรรค์ของเยอรมัน ผ่านการให้เงินรางวัล หรือเงินสนับสนุนโครงการต่างๆ<br />
2. เงินกู้ผ่อนปรน (Soft loans)<br />
2.1 ประเภทธุรกิจข้ามภาคส่วน (Cross-sector)<br />
2.1.1 การลงทุนในพื้นที่ชนบทและในรัฐใหม่ของเยอรมนี<br />
- กองทุนสำหรับกิจกรรมทางธุรกิจ เพื่อการเติบโต และการแข่งขัน: เงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม เพิ่มอำนาจทางเศรษฐกิจ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว และสภาพความเป็นอยู่ในพื้นที่ชนบท<br />
- กองทุนสำหรับกิจกรรมทางธุรกิจ เพื่อการพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจของภูมิภาค: เงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรักการลงทุนที่สร้างงานเพื่อการแข่งขันอย่างถาวรในภูมิภาคที่โครงสร้างเศรษฐกิจอ่อนแอ และรัฐใหม่<br />
2.1.2 Start-ups / SMEs / Mittlestand<br />
- รัฐบาลมลรัฐ และรัฐบาลกลาง เสนอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้แก่ Start-ups<br />
- สำนักงานส่งเสริมการลงทุนของเยอรมนี (GTAI) ให้การสนับสนุน Start-ups ในการสร้างเครือข่ายและหาข้อมูลตลาด <br />
- โครงการ ERP ของธนาคารเคเอฟดับเบิลยู เสนอ เงินกู้ผ่อนปรนให้แก่ SMEs Start-ups และ Mittlestand จำนวนสูงสุดไม่เกิน 25 ล้านยูโร ด้วยดอกเบี้ย 1% p.a. สำหรับ 5 ปีแรก โดยที่โครงการนี้ครอบคลุมไปถึงการลงทุน และกิจกรรมทางธุรกิจในต่างประเทศด้วย<br />
2.2. ประเภทเฉพาะกลุ่มธุรกิจ (Sector specific) <br />
2.2.1 กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร: เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อเป็นเงินทุนช่วยเหลือในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจที่จำเป็นของธุรกิจกลุ่มดังกล่าว<br />
2.2.2 กลุ่มพลังงานทดแทน: “Energie aus dem Land” พลังงานจากพื้นที่ชนบท โดยให้การสนับสนุนผ่านเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับการลงทุนในขั้นตอนกรผลิต การเก็บ และการจัดจำหน่ายพลังงานทดแทนจากพื้นที่ชนบท<br />
3. ศูนย์ให้คำปรึกษา สร้างเครือข่าย และบริการข้อมูล<br />
3.1 ประเภทธุรกิจข้ามภาคส่วน (Cross-sector)<br />
3.1.1 สำหรับผู้อพยพ (refugee): บริการให้คำปรึกษาในด้านการบูรณาการด้านการดำเนินงานของผู้อพยพ โดยที่ผู้ให้บริการในแต่ละรัฐจะแตกต่างกัน<br />
3.1.2 สำหรับ SMEs: <br />
- Kompetenzzentrum Fachkräftesicherung (KOFA) เป็นศูนย์พัฒนาศักยภาพ สำหรับแรงงานมีฝีมือ (บริหารโดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ และกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม) ให้การสนับสนุน SMEs เพื่อให้คงความสามารถในการแข่งขัน ในขณะเดียวกัน สามารถจัดโปรแกรมการฝึกอบรม และพัฒนาทักษะ เพื่อใช้ดึงดูดแรงานมีฝีมือได้<br />
- กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ ช่วยจัดหาช่องทางการติดต่อธุรกิจในต่างประเทศ และจัดทำโครงการพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดให้แก่ SMEs ที่ต้องการหาช่องทางในตลาดต่างประเทศ<br />
- Innovation forum SMEs จัดโดย กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ ให้การสนับสนุนด้านการจัดตั้งและพัฒนา เครือข่ายสหสาขาวิชาชีพทั้งในระดับท้องถิ่น และระหว่างภูมิภาค ระหว่าง Start-ups / SMEs / Mittlestrand สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย และ หุ้นส่วนที่เหมาะสมในสาขานวัตกรรมต่างๆ <br />
3.1.3 Digitalization<br />
- กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ ได้จัดโครงการอย่าง “go-digital” เพื่อเป็นการสนับสนุน SMEs ให้ได้รับคำปรึกษาจากผู้เชียวชาญในด้านการสร้าง และขยายระบบอทีภายในบริษัท การรักษาความปลอดภัยด้านไอที การตลาดอินเตอร์เน็ต และกระบวนการทางธุรกิจดิจิตอล สำหรับกิจการทุกขนาด<br />
3.1.4 พลังงานทดแทน<br />
- Climate Protection Initiative โดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมให้การสนับสนุนด้านการให้คำปรึกษาที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นด้านการวางแผนเตรียมพร้อมและการนำคอนเซ็ปต์การปกป้องสภาพภูมิอากาศไปปฏิบัติ การดำเนินการตามโมเดลประหยัดพลังงงาน การลงทุนด้านการปกป้องสภาพภูมิอากาศสำหรับกิจการทุกขนาด<br />
3.2 ประเภทเฉพาะกลุ่มธุรกิจ (Sector specific)<br />
3.2.1 กลุ่มพลังงานทดแทน<br />
- รับให้คำปรึกษาเป็นไปตามข้อตกลง สำหรับนักลงทุนเยอรมันที่ต้องการไปลงทุนในโครงการด้านพลังงานทดแทนและการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในต่างประเทศ (โดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังานแห่งชาติ)<br />
3.2.2 กลุ่มการค้าระหว่างประเทศ<br />
- การให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ“entrepreneurial know-how”: คำแนะนำด้านเศรษฐกิจ การเงิน บุคลากร และปัญหาต่างๆเกี่ยวกับองค์กรจากการค้ากับต่างประเทศ (จัดโดย Bundesamtes für Wirtschaft und Ausfuhrkontrolle (BAFA) ซึ่งคล้ายกับสถาบันอบรมที่จัดโดยกรมการค้าต่างประเทศ)<br />
- ให้บริการด้านคำปรึกษาเกี่ยวกับศูนย์ฝึกทักษะอาชีพ โดยผู้เข้ารับการอบรมทั้งใน และต่างประเทศ (จัดโดย BAFA)<br />
3.2.3 กลุ่มธุรกิจดิจิทัล และเทคโนโลยีขั้นสูง<br />
- โปรแกรมการให้คำปรึกษาแบบเร่งรัด สำหรับนักลงทุนใหม่ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดในอเมริกา (จัดโดยกระทรวงเศรษฐกิจ และพลังงานแห่งชาติ)<br />
3.2.4 กลุ่มวิทยาศาสตร์ชีวภาพ<br />
- โปรแกรมการให้คำปรึกษาแบบเร่งรัด สำหรับนักลงทุนใหม่ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดในอเมริกา (จัดโดยกระทรวงเศรษฐกิจ และพลังงานแห่งชาติ)<br />
3.2.5 กลุ่มเกษตรกรรม<br />
- กระทรวงเกษตร มีบริการให้คำปรึกษา และข้อมูลหลักสูตรการเปลี่ยนพื้นที่เกษตรกรรมให้เป็นการทำเกษตรอินทรีย์ และกระบวนการผลิตสีเขียวให้แก่เกษตรกร และธุรกิจที่เกี่ยวกับการเกษตรโดยไม่คิดด่าใช้จ่าย<br />
- กระทรวงเกษตร เสนอการสนับสนุนด้านความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่างบริษัทต่างประเทศ ในด้านอุปทานอาหารของโลก เช่น การแลกเปลี่ยนนักวิทยาศาสตร์ แบบทวิภาคี เพื่อการสร้าง และคงความสัมพันธ์ทางด้านวิทยาศาสตร์ รวมทั้งความร่วมมือระหว่างประเทศบนพื้นฐานข้อตกลงทวิภาคีกับประเทศคู่ค้าที่ถูกเลือก<br />
Modified:10/12/2017 01:13:20
-
Thailand Presents ”มุมประเทศไทย” ผ่านสื่อดิจิทัล เพื่อเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการ
Modified:15/08/2017 23:49:25
-
Thailand Presents ”มุมประเทศไทย” ผ่านสื่อดิจิทัล
Modified:15/08/2017 23:51:43
-
ทูตไทย บุกรีโอฯ เพื่อขยายความร่วมมือด้านการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวไทย – บราซิล
Modified:20/08/2017 01:00:43
-
เดนมาร์กเป็นประเทศที่ง่ายต่อการประกอบธุรกิจที่สุดในยุโรปและเป็นอันดับ 3 ของโลก
นับเป็นปีที่ 6 ที่เดนมาร์กได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่ง่ายต่อการประกอบธุรกิจที่สุดในยุโรป<br />
<br />
ธนาคารโลกได้จัดทำรายงานผลการจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจประจำปี 2560 (Doing Business 2017) ซึ่งพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ อาทิ ความยากง่ายในการเริ่มต้นธุรกิจ การเริ่มดำเนินธุรกิจModified:19/03/2017 11:16:03
-
การแข่งขันกอล์ฟเชื่อมความสัมพันธ์ไทย - ลาว ครั้งที่ 3
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ เวียงจันทน์ ร่วมกับสภาธุรกิจไทย-ลาว, สมาคมไทย-ลาว เพื่อมิตรภาพ , จังหวัดหนองคาย และสมาพันธ์กอล์แห่ง สปป.ลาว ได้ร่วมกันจัดการแข่งขันกอล์ฟเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-ลาว ครั้งที่ 3 ณ สนามกอล์ฟวิคตอรี่ พาร์ค กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ จังหวัดหนองคายModified:27/02/2017 17:08:30
-
นักธุรกิจลาว - ไทย ร่วมหารือ 8 สาขาธุรกิจ
เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2560 สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติ สปป.ลาว ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ นครหลวงเวียงจันทน์ จัดการประชุมนักธุรกิจลาว – ไทย 2560 โดยมีนาย ทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีแห่ง สปป.ลาว พร้อมด้วยภาคธุรกิจจาก สปป.ลาวและไทย เข้าร่วมงานModified:30/01/2017 14:58:37
Sort by relevance | Sorted by date
