ค้นหา
About 322 results
-
สปป. ลาวกับการเป็นสังคมเยาว์วัย: โอกาสและความท้าทายในการพัฒนาที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วModified:19/11/2024 11:20:45
-
สปป. ลาวกับการเป็นสังคมเยาว์วัย: โอกาสและความท้าทายในการพัฒนาที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วModified:19/11/2024 11:25:33
-
สปป. ลาว กับการเป็นสังคมเยาว์วัย: โอกาสและความท้าทายในการพัฒนาที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วModified:20/11/2024 13:09:41
-
สปป. ลาว กับการเป็นสังคมเยาว์วัย: โอกาสและความท้าทายในการพัฒนาที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วModified:09/12/2024 17:41:35
-
การประเมินความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ กรณีเปรียบเทียบระหว่าง สปป. ลาวและศรีลังกา
วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในศรีลังกาได้ก่อให้เกิดคำถามว่า สภาพเศรษฐกิจและการขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิง<br />
ที่เกิดขึ้นใน สปป. ลาว นั้น จะนำไปสู่สถานการณ์คล้ายคลึงเช่นที่เกิดขึ้นในศรีลังกาหรือไม่ เนื่องจากมีค่าดัชนี<br />
ชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายประการ อาทิ หนี้สาธารณะ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ อัตราเงินเฟ้อ ฯลฯ ที่บ่งชี้<br />
ไปในทิศทางดังกล่าว เป็นต้น<br />
<br />
ฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ได้รวบรวมข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายของทั้งสองประเทศ เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ ในการประเมินสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว <br />
โดยพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ 7 ประการ ประกอบด้วย (1) ภาพรวม (2) อัตราเงินเฟ้อ (3) เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ (4) หนี้สาธารณะ (5) นโยบายด้านการเงิน<br />
และการคลัง (6) แหล่งรายได้ใหม่ของประเทศ และ <br />
(7) ปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ที่จะช่วยให้<br />
ผู้อ่านสามารถเห็นภาพและพิจารณาในเบื้องต้นถึงปัจจัยและความแตกต่างของบริบททางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยมีรายละเอียด ดังนี้<br />
<br />
(1) ภาพรวม สปป. ลาว เป็นประเทศไม่มีทางออกทะเล (Land-locked Country) ตั้งอยู่ในภูมิภาคอาเซียน <br />
มีประชากรประมาณ 7 ล้านคน โดยประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร GDP ของ สปป. ลาว ในปี 2564 <br />
มีมูลค่าประมาณ 18,827 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 2.5) รายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร รวมเป็นร้อยละ 88 ของ GDP ขณะที่ศรีลังกา เป็นเกาะอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ มีประชากรประมาณ 21.92 ล้านคน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรเช่นเดียวกัน แต่รายได้ส่วนใหญ่ของประเทศพึ่งพาภาคบริการ และการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรไปยังต่างประเทศ โดย GDP ในปี 2564 มีมูลค่าประมาณ 84,518 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 1.8) <br />
<br />
วิกฤตเศรษฐกิจในศรีลังกามีสาเหตุหลักจากการบริหารจัดการของรัฐบาลด้านการเงิน การปรับลดภาษีอย่างกะทันหัน รวมถึงผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 รายรับส่วนใหญ่ของศรีลังกาพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวและเงินตราต่างประเทศอย่างมาก การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้รายได้ของประเทศลดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับหนี้ต่างประเทศจำนวนมากที่ไม่สามารถชำระได้ตามกำหนด เงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลง ค่าเงินอ่อน จึงนำไปสู่การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบกับปัญหาการเมืองและความเคลื่อนไหวของประชาชนภายในประเทศ จนนำไปสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจตามที่ปรากฏรายงานข่าว ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างศรีลังกากับ สปป. ลาว คือ สปป. ลาว มีเสถียรภาพทางการเมืองสูงและสถานการณ์ภายในประเทศสงบ รัฐบาลดำเนินนโยบายปรับโครงสร้างทางการเงินในประเทศผ่านการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารพาณิชย์ และร้านแลกเงินนอกระบบ มีการออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนจากธนาคารแห่ง สปป. ลาว (จำหน่ายแล้วร้อยละ 80) และกระทรวงการเงิน สปป. ลาว สปป. มีแหล่งรายได้ใหม่และแผนในการดำเนินการชำระหนี้ต่างประเทศ (ข้อมูลจากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (NEDA) ระบุว่า สปป. ลาวยังไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ต่อไทย) นอกจากนี้ สปป.ลาวยังมีรายได้จากการส่งสินค้าออก สามารถผลิตอาหารเพียงพอกับความต้องการในประเทศ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว การจับจ่ายซื้อขายสินค้า ยังดำเนินต่อเนื่อง <br />
<br />
Modified:16/09/2022 13:28:17
-
โอกาสการฟื้นฟูเศรษฐกิจของ สปป. ลาวจากภาคการท่องเที่ยว
สปป.ลาว เป็นพื้นที่ที่ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีวัฒนธรรมที่หลากหลายและน่าสนใจ ภาคบริการการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ สร้างโอกาสการจ้างงาน และส่งเสริมสาขาการบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ธุรกิจอาหาร โรงแรม สปา จัดประชุม การขายสินค้าท้องถิ่น การให้บริการรถเช่า ฯลฯ มีการขยายตัวควบคู่กันไปModified:22/08/2022 14:46:24
-
การอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนเพื่อการพัฒนา
เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2565 ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว <br />
เป็นประธานการประชุมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเนื่องในโอกาสการเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) <br />
ของ สปป. ลาว ครบรอบ 9 ปี ในหัวข้อความสำคัญของข้อริเริ่มเกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน<br />
เพื่อการพัฒนาในกรอบองค์การการค้าโลกต่อการฟื้นเศรษฐกิจในยุคโควิด-19 โดยมี ผู้แทนจากภาครัฐ <br />
และภาคเอกชนเข้าร่วม<br />
Modified:02/03/2022 15:25:31
-
สปป. ลาวเข้าเป็นภาคีความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าเทคโนโลยีสารสนเทศ
เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2564 ที่ประชุมคณะกรรมการความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Agreement - ITA) ภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก รอบพิเศษ ที่สวิตเซอร์แลนด์ <br />
ได้พิจารณารับรอง สปป. ลาวเข้าเป็นสมาชิกความตกลงดังกล่าว ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 83 ประเทศ <br />
โดย สปป. ลาวเป็นประเทศพัฒนาน้อยที่สุดประเทศแรกที่เข้าร่วมเป็นภาคีความตกลงดังกล่าว ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2564 กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว แจ้งว่า สปป. ลาวได้ดำเนินกระบวนการภายในสำหรับการลดหย่อนภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์ไอทีตามข้อผูกพันของข้อตกลงดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2565 เป็นต้นไป<br />
Modified:19/11/2024 11:18:57
-
ธนาคารแห่ง สปป. ลาวกำหนดนโยบายสินเชื่อส่งเสริมการผลิตและลดผลกระทบจากโควิด 19 และ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2564 นายสอนไซ สิดพะไซ ผู้ว่าธนาคารแห่ง สปป. ลาว รายงานผลการดำเนินแผนการเงิน ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 และแผนงานสำคัญในปลายปี 2564 ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 ของสมาชิก<br />
สภาแห่งชาติชุดที่ 9 ว่า การดำเนินแผนการเงินในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 มีความท้าทายหลายด้านทั้งภายใน<br />
และภายนอก โดยเฉพาะการแข็งค่าของเงินตราต่างประเทศในสกุลเงินหลักและราคาทองคำ น้ำมันดิบ และอาหาร<br />
ในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ความต้องการเงินตราต่างประเทศเพื่อใช้ชำระคืนให้แก่ต่างประเทศอยู่ในระดับสูง ในขณะที่แหล่งรายได้ของ สปป. ลาวลดลงเนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด 19 อย่างไรก็ตาม ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 สปป. ลาวได้ดุลการค้ากับต่างประเทศ แต่ยังขาดดุลบริการและดุลรายได้ปฐมภูมิกับต่างประเทศ ส่งผลให้มีกระแสเงินไหลออกสุทธิ (กระแสเงินไหลออกนอกประเทศมากกว่าไหลเข้าประเทศ) ประมาณ 303 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 34 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน <br />
Modified:21/12/2021 10:03:41
-
ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของ สปป. ลาวปี 2564 เป็นร้อยละ 2.2
ธนาคารโลกได้จัดทำรายงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกฉบับเดือน ต.ค. 2564 โดยปรับลดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของ สปป. ลาวปี 2564 จากที่คาดการณ์ในเดือน เม.ย. 2564 ไว้ที่ร้อยละ 4 เป็นร้อยละ 2.2 และคาดว่าในปี 2565 เศรษฐกิจ สปป. ลาวจะขยายตัวที่ร้อยละ 4.5Modified:29/10/2021 09:18:18
-
ภาคเอกชนลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษบึงธาตุหลวงแล้ว 39 บริษัท
เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2564 ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว <br />
และคณะ เดินทางไปเยี่ยมชมเขตเศรษฐกิจพิเศษบึงทาดหลวง โดยมีนายสอนปะเสิด ดาลาวง รักษาการหัวหน้า<br />
ห้องการส่งเสริมและคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษ กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว ให้การต้อนรับ<br />
Modified:18/10/2021 10:37:16
-
นายกรัฐมนตรี สปป. ลาวเสนอให้ภาคเอกชนร่วมมือทำธุรกิจกับต่างประเทศ
เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2564 ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว เป็นประธานการประชุม Lao Business Forum (LBF) ครั้งที่ 13 โดยมีนายพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว นายเวียงสะหวัด สีพันดอน รัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป. ลาว นายอุเดด สุวันนะวง ประธาน สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว และผู้แทนจากภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมModified:17/08/2021 09:12:45
-
หัวเหว่ยสนับสนุนการพัฒนาดิจิทัลใน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2564 ศ.ดร. บ่อเวียงคำ วงดาลา รัฐมนตรีกระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร สปป. ลาว และคณะ เดินทางเยี่ยมชม
<br />
บริษัท หัวเหว่ยลาว จำกัด โดยมีนาย Hu Weihua ประธานบริษัท หัวเหว่ยลาว จำกัด ให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินธุรกิจ
<br />
ของบริษัทฯ ทั่วโลกและใน สปป. ลาว และนำเสนอวิสัยทัศน์เกี่ยวกับ ICT ซึ่งมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมดิจิทัลลาว รวมถึง
<br />
E-Government นอกจากนี้ คณะยังได้เยี่ยมชมห้องจัดแสดงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่ตั้งอยู่เมืองเชินเจิ้น
<br />
ผ่านระบบการประชุมทางไกล
<br />
<br />
หัวเหว่ยดำเนินธุรกิจใน สปป. ลาวมากกว่า 20 ปี และได้พัฒนาด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยในอนาคตจะเพิ่ม
<br />
ความร่วมมือกับผู้ประกอบการลาวในการพัฒนาคุณภาพของเครือข่ายและการให้บริการ ด้านการสื่อสารให้ดียิ่งขึ้นผ่านการ
<br />
สนับสนุนการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้าน ICT และการพัฒนายุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัลของ สปป. ลาว อย่างต่อเนื่อง
<br />
พร้อมสานต่อการลงทุนในการพัฒนาขีดความสามารถด้าน ICT ให้ สปป. ลาว
<br />
<br />
ศ.ดร. บ่อเวียงคำฯ กล่าวว่า ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลและการแก้ไขปัญหา E-Government มีความสำคัญอย่างมาก
<br />
หัวเหว่ยเป็นผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีชั้นนำของโลกที่มีความเชี่ยวชาญ ความรู้ และประสบการณ์ จึงมั่นใจว่าหัวเหว่ยจะช่วย
<br />
สนับสนุนการพัฒนา ICT ของ สปป. ลาว รวมทั้งพัฒนาอุตสาหกรรม ทรัพยากรมนุษย์ ส่งเสริมการจ้างงานให้กับแรงงานท้องถิ่นอีกด้วย
<br />
<br />
เมื่อเดือน พ.ค. 2564 หัวเหว่ยได้ประกาศที่จะดำเนินโครงการ “In Laos For Laos” เพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยสนับสนุน
<br />
อุปกรณ์โทรคมนาคม การฝึกอบรมทักษะด้าน ICT และการให้คำปรึกษา ด้านการวางแผนเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อสร้างขีดความสามารถ
<div>ในยุคดิจิทัล 4.0 โดยร่วมมือกับกระทรวงเทคโนโลยี และการสื่อสาร สปป. ลาว
<br />
<br />
โครงการดังกล่าวจะช่วยปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานของภาครัฐ รวมทั้งการพัฒนาทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยจะยกระดับ
<br />
ระบบสำนักงานให้ทันสมัยมากขึ้นเพื่อช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ หัวเหว่ยจะให้ความช่วยเหลือ สปป. ลาว
<br />
ในการเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล โดยจัดฝึกอบรม ICT ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ และให้คำปรึกษาที่เกี่ยวข้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล
<br />
รวมทั้งพัฒนาการศึกษา โดยเฉพาะในวัยเด็ก และจัดหาอุปกรณ์ IT และสื่อการเรียนการสอนให้กับโรงเรียนประถมและมัธยมศึกษาอีกด้วย
<br />
<br />
ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 16 พ.ค. 2564 และ นสพ. เศรษฐกิจการค้า วันที่ 20 ก.ค. 2564
<br />
https://laoedaily.com.la/2021/07/20/99370/ </div>
Modified:19/11/2024 11:18:24
-
โครงการก่อสร้างทางด่วนบ่อเต็น - ห้วยซาย เริ่มสำรวจและออกแบบการสร้าง
เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2564 ดร. บัวคง นามมะวง เจ้าแขวงบ่อแก้ว ให้การต้อนรับนาย Liu Jingwei หัวหน้าคณะสำรวจและออกแบบโครงการก่อสร้างทางด่วนบ่อเต็น - ห้วยซาย และคณะ ในโอกาสการลงพื้นที่ สำรวจเส้นทางสำหรับการสร้างทางด่วนบ่อเต็น - ห้วยซายในแขวงบ่อแก้ว เพื่อออกแบบโครงการให้สอดคล้อง กับสภาพความเป็นจริง ประหยัดงบประมาณ และส่งผลกระทบด้านต่าง ๆ น้อยที่สุดModified:27/07/2021 09:23:33
-
นโยบายและมาตรการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโควิด 19 ของ สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2564 ห้องว่าการสำนักงานนายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ได้ออกแจ้งการเกี่ยวกับนโยบายและมาตรการลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรควิด 19 มีรายละเอียด ดังนี้ 1. ด้านนโยบายการเงิน 1.1 ยกเว้นการเก็บภาษีเงินได้สำหรับเจ้าหน้าที่/ลูกจ้างภาครัฐและภาคเอกชนที่มีรายได้ต่ำกว่า 5 ล้านกีบ และ MSMEs เป็นเวลา 3 เดือน (เม.ย. - มิ.ย. 2564) 1.2 ขยายเวลาการส่งรายงานทางการเงินและผลประกอบการปี 2563 ของวิสาหกิจไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2564Modified:04/06/2021 13:22:20
-
สปป. ลาวกำหนดนโยบายลดผลกระทบจากโควิด 19 ต่อเศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2564 นางพอนวัน อุทะวง รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับผลการประชุมเกี่ยวกับมาตรการลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจของคณะเฉพาะกิจด้านเศรษฐกิจ เพื่อแก้ไขผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19 สรุปได้ ดังนี้Modified:27/05/2021 10:31:38
-
รัฐบาล สปป. ลาวหารือแนวทางลดผลกระทบทางเศรษฐกิจในช่วงโควิด 19
เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการ และการลงทุน สปป. ลาว ในฐานะหัวหน้าคณะเฉพาะกิจด้านเศรษฐกิจเพื่อแก้ไขผลกระทบจากการระบาดของ โรคโควิด 19 เป็นประธานการประชุมเพื่อปรึกษาหารือในการเตรียมแก้ไขผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19 ระลอกใหม่ของคณะเฉพาะกิจด้านเศรษฐกิจฯ โดยมีรัฐมนตรี รองรัฐมนตรี และคณะเฉพาะกิจด้านเศรษฐกิจฯ ของกระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ที่ประชุมได้พิจารณาประเด็น ดังนี้ 1. นโยบายด้านการคลัง- พิจารณาเกี่ยวกับนโยบายผ่อนผันและขยายเวลาการชำระภาษีอากรและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของภาคธุรกิจและครัวเรือน 2. นโยบายด้านสินเชื่อ- ตรวจสอบภาคธุรกิจที่ยังคงได้รับผลกระทบจากการระบาด และพิจารณา ความช่วยเหลือด้านสินเชื่อเพิ่มเติมในหลายรูปแบบ พร้อมทั้งการสนับสนุนสินเชื่อในโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และโครงการส่งเสริม SMEs 3. นโยบายด้านแรงงาน- ทบทวนการประเมินความสามารถของกองทุนประกันสังคม และพิจารณา ความช่วยเหลือสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบที่อยู่ในระบบประกันสังคม ตลอดจนสำรวจข้อมูลแรงงานที่ได้รับผลกระทบที่อยู่นอกระบบประกันสังคม จัดทำแผนช่วยเหลือแบบประชาสงเคราะห์ และจัดให้ผู้ว่างงานเข้าสู่ระบบการจ้างงาน 4. นโยบายด้านการคุ้มครองการผลิต ราคาสินค้า และการขนส่งสินค้า- ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับ การติดตามและตรวจสอบสินค้าและราคาสินค้าทั่วประเทศ การอำนวยความสะดวก และแก้ไขอุปสรรคในการขนส่งสินค้าระหว่างแขวง และด่านสากลเพื่อไม่ให้แออัด รวมถึงแก้ไขปัญหาค่าบริการขนส่งที่สูงขึ้น 5. นโยบายด้านสังคมและประชาชน- การพิจารณาช่วยด้านราคาไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต และการจัดเก็บขยะ ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณานโยบายและมาตรการแก้ไขอย่างรอบด้าน และผลักดันให้การดำเนินนโยบายและมาตรการแก้ไขให้เป็นรูปธรรม เพื่อลดผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19 ต่อเศรษฐกิจ ที่มา: นสพ. ประชาชน 30 เม.ย. 2564Modified:20/05/2021 16:24:14
-
การพัฒนาด้านคมนาคมของ สปป. ลาวในรอบ 45 ปีที่ผ่านมา
นับตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค. 2518 (วันสถาปนา สปป. ลาว) เป็นต้นมา โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ได้รับการพัฒนาให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศภายใต้การดูแลของกระทรวงคมนาคม ขนส่ง ไปรษณีย์ และก่อสร้าง (ปัจจุบันกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง) ปัจจุบันมีถนนที่ตัดเข้าถึงทุกเมืองและแขวงทั่วประเทศ และมีก่อสร้างและบำรุงรักษาทางหลวงแห่งชาติ เช่น ถนนหมายเลข 13 เหนือ และ 13 ใต้ ที่เป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมโยงภาคเหนือไปยังภาคใต้ของ สปป. ลาว ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกการขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว และการสัญจรภายใน สปป. ลาวและเชื่อมโยงไปยังประเทศใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันโครงข่ายเส้นทางของ สปป. ลาว มีระยะทางทั้งสิ้น 58,255 กม. ประกอบด้วยทางลาดยางใน 148 เมือง เพิ่มขึ้นร้อยละ 687 หรือประมาณ 50,855 กม. เมื่อเทียบกับปี 2518 ที่มีเส้นทางทั้งหมด 7,400 กม. มีสะพานทั้งหมด 2,819 แห่ง ประกอบด้วยสะพานคอนกรีต 1,113 แห่ง และที่เหลือเป็นสะพานเหล็กและไม้ เพิ่มขึ้นร้อยละ 443 หรือประมาณ 2,300 แห่ง เมื่อเทียบกับปี 2529 ซึ่งมีสะพานเพียง 519 แห่ง โดยสะพานที่สำคัญ ได้แก่ สะพานสีทอง สะพานยูริกาการิน (สะพานปากกะดิง) สะพานน้ำเทิน สะพานเซโดนที่ปากเซ สะพานท่าง่อน สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1 (หนองคาย – เวียงจันทน์) สะพานข้ามแม่น้ำโขงปากเซ สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต) สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม – คำม่วน) และสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 4 (เชียงราย – บ่อแก้ว) นอกจากนี้ ยังมีสะพานที่สำคัญหลายแห่งตามถนนหมายเลข 13 2 4 7 8 9 12 15 และ 18BModified:26/01/2021 11:26:28
-
การพัฒนาด้านพลังงานและเหมืองแร่ของ สปป. ลาวในรอบ 45 ปีที่ผ่านมา
ดร. คำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ สปป. ลาว ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับ ผลการดำเนินงานด้านพลังงานและเหมืองแร่ในช่วง 45 ปีที่ผ่านมาว่า ในช่วงก่อนปี 2518 การลงทุนและการพัฒนาด้านพลังงานใน สปป. ลาวมีไม่มากเท่าที่ควร มีเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่เพียง 1 แห่ง คือ เขื่อนไฟฟ้าน้ำงึม 1 ซึ่งมีกำลังการผลิตติดตั้ง 30 เมกะวัตต์ เขื่อนไฟฟ้าขนาดเล็ก 2 แห่ง คือ เขื่อนน้ำดง แขวงหลวงพระบาง มีกำลังการผลิตติดตั้ง 1 เมกะวัตต์ และเขื่อนเซละบำ แขวงจำปาสัก มีกำลังการผลิตติดตั้ง 1 เมกะวัตต์ และมีเครื่องปั่นไฟที่ใช้น้ำมันสำหรับในเมืองใหญ่จำนวนหนึ่ง ขณะนั้น สปป. ลาวมีไฟฟ้าใช้ใน 5 เมืองใหญ่ ได้แก่ นครหลวงเวียงจันทน์ หลวงพระบาง คำม่วน สะหวันนะเขต และจำปาสัก 19,000 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 10 ของประชาชนทั้งประเทศModified:26/01/2021 11:19:19
-
ลาวส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศภายใต้แคมเปญ “ลาวเที่ยวลาว”
เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2563 สปป. ลาวได้เปิดตัวแคมเปญ “ลาวเที่ยวลาว” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ กับภาคเอกชนของ สปป. ลาว ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา กระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และท่องเที่ยว สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว และผู้ประกอบกิจการด้านการท่องเที่ยวและโรงแรมชั้นนำ โดยได้รับ การสนับสนุนจากรัฐบาล สปป. ลาว สวิตเซอร์แลนด์ และสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาของลักเซมเบิร์ก (Luxembourg Development Cooperation Agency) โดยตั้งเป้าหมายในการเพิ่มทุน สนับสนุนและส่งเสริม การท่องเที่ยวภายในประเทศ และลดผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19 ต่อภาคการท่องเที่ยว โดยมี สภาการค้าฯ เป็นหน่วยงานหลักในการจัดแคมเปญดังกล่าวModified:25/01/2021 17:05:18
Sort by relevance | Sorted by date
