ค้นหา
About 236 results
-
การเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมใน สปป.ลาว
<div x14z9mp="" xat24cr="" x1lziwak="" x1vvkbs="" x126k92a"="">
<div dir="auto"> ในยุคของเศรษฐกิจดิจิทัลและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ใน สปป. ลาว</div>
</div>
<div xat24cr="" x1lziwak="" x1vvkbs="" xtlvy1s="" x126k92a"=""> </div>
Modified:11/08/2025 11:08:00
-
ภาพรวมเศรษฐกิจ ปี 2565 และภารกิจสำคัญด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว ปี 2566
เมื่อวันที่ 5-30 ธ.ค. 2565 สปป. ลาว จัดการประชุม<br />
สมัยสามัญครั้งที่ 4 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ณ ห้องประชุมใหญ่สภาแห่งชาติ เพื่อรายงานผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการคลังและการเงินของ สปป. ลาว ประจำปี 2565 และคาดการณ์ปี 2566 ให้แก่ผู้บริหารระดับสูงและประชาชนทั่วไปรับทราบ สอท. จึงรวบรวมข้อมูลที่สำคัญด้านเศรษฐกิจและสรุปสาระสำคัญจากการประชุม ดังนี้<br />
Modified:01/02/2023 09:33:59
-
ภาพรวมเศรษฐกิจ ปี 2565 และภารกิจสำคัญด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว ปี 2566
เมื่อวันที่ 5-30 ธ.ค. 2565 สปป. ลาว จัดการประชุม<br />
สมัยสามัญครั้งที่ 4 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ณ ห้องประชุมใหญ่สภาแห่งชาติ เพื่อรายงานผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการคลังและการเงินของ สปป. ลาว ประจำปี 2565 และคาดการณ์ปี 2566 ให้แก่ผู้บริหารระดับสูงและประชาชนทั่วไปรับทราบ สอท. จึงรวบรวมข้อมูลที่สำคัญด้านเศรษฐกิจและสรุปสาระสำคัญจากการประชุม ดังนี้<br />
Modified:13/11/2024 10:29:56
-
พัฒนาการอุตสาหกรรมตัดเย็บของ สปป. ลาว
อุตสาหกรรมตัดเย็บเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่รัฐบาล สปป.ลาว ให้การส่งเสริมเพื่อลดการพึ่งพาและสร้างรายได้
<br />
จากทรัพยากรธรรมชาติไปสู่ การผลิตสินค้าในอุตสาหกรรมเบา (Light Industry) เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย
<br />
สร้างงาน ให้แก่ประชาชน ลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และสามารถสร้างรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศอีกด้วย
<br />
<br />
ในปี 2564 ภาคอุตสาหกรรม สปป. ลาวมีอัตราการขยายตัวคิดเป็นร้อยละ 34 ของ GDP (ขยายตัวลดลงร้อยละ 2.65 เมื่อเทียบ
<br />
กับปีที่ผ่านมา) โดยอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้าและเครื่องหนัง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.10 ของภาคอุตสาหกรรม
<br />
ทั้งหมด และอยู่ในอันดับที่ 7 รองจากอุตสาหกรรมพลังงาน ก่อสร้าง การแปรรูปอื่น ๆ เหมืองแร่และการขุดค้น การแปรรูปอาหาร
<br />
และเครื่องดื่มและบุหรี่ ตามลำดับ
<br />
<br />
สปป. ลาวก่อตั้งโรงงานตัดเย็บเครื่องนุ่งห่มแห่งแรกในปี 2527 ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 77 แห่ง ตั้งอยู่ใน นครหลวงเวียงจันทน์ 72 แห่ง
<br />
แขวงเวียงจันทน์ 1 แห่ง แขวงจำปาสัก 2 แห่ง และแขวงสะหวันนะเขต 2 แห่ง แบ่งออกเป็นโรงงานที่ผลิตเครื่องนุ่งห่มเพื่อส่งออก
<br />
เป็นหลักจำนวน 50 แห่ง และโรงงานที่ผลิตเพื่อใช้ภายในประเทศ 27 แห่ง สร้างงานได้ 25,000 ตำแหน่ง สินค้าที่ผลิตส่วนใหญ่
<br />
ได้แก่ เครื่องแบบ เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต เสื้อโปโล เสื้อทำงานแจ๊คเก็ต ยีนส์ ชุดชั้นใน ชุดเครื่องนอน ถุงเท้า รองเท้าและอื่น ๆ
<br />
ตลาดส่งออกที่สำคัญของ สปป. ลาว ได้แก่ ยุโรปร้อยละ 80 ญี่ปุ่น ร้อยละ 9 สหรัฐอเมริกา ร้อยละ 4 และแคนาดา ร้อยละ 2
<br />
<br />
ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ผู้ประกอบการบางส่วนหยุดการผลิต และบางส่วนลดกำลังการผลิตชั่วคราวเพื่อปฏิบัติตาม
<br />
มาตรการป้องการการแพร่ระบาดของรัฐบาล สปป. ลาว อีกทั้งอุตสาหกรรมตัดเย็บของ สปป.ลาว ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
<br />
กับอุตสาหกรรมตัดเย็บทั่วโลก กล่าวคือ หลายบริษัทประสบปัญหาถูกยกเลิกคำสั่งซื้อจากบริษัทที่เป็นเจ้าของเครื่องหมาย
<br />
สินค้าต่าง ๆ การชะลอการผลิตวัสดุ อุปกรณ์ด้านการตัดเย็บจากผู้ผลิตในต่างประเทศอันเนื่องมาจากการ lockdown
<br />
ในหลายเมือง และปัญหาความล่าช้าในการจัดส่งและมอบสินค้า
<br />
<br />
ในปี 2563 การส่งออกเครื่องนุ่งห่มของ สปป. ลาวมีมูลค่า 188 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 11.32 เมื่อเทียบกับปี 2562
<br />
ส่วนในปี 2564 มูลค่าการส่งออกเครื่องนุ่งห่มเพิ่มขึ้นเป็น 189 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วงเดือน ม.ค. - มิ.ย. 2565 การส่งออก
<br />
เครื่องนุ่งห่มมีมูลค่า 99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากนโยบายผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19 โรงงานตัดเย็บหลายแห่ง
<br />
เริ่มเปิดดำเนินการผลิตตามปกติ และอยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากผลกระทบ สำหรับการนำเข้าสินค้าเครื่องนุ่งห่ม ช่วงเดือน
<br />
ม.ค. - มิ.ย. 2565 สปป. ลาวนำเข้าเครื่องนุ่งห่มประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยนำเข้าจากจีนมากที่สุดมูลค่า 8.04 ล้าน
<br />
ดอลลาร์สหรัฐ รองลงมาคือเวียดนาม 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทย 2.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
<br />
<br />
การพัฒนาอุตสาหกรรมตัดเย็บใน สปป. ลาว เผชิญกับข้อจำกัดหลายด้าน อาทิ จำนวนแรงงานที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม
<br />
การผลิตของ สปป. ลาวมีน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลให้สัดส่วนแรงงานในภาคการผลิต
<br />
เครื่องนุ่งห่มขาดแคลน แม้ว่า สปป. ลาวจะมีข้อได้เปรียบด้านอัตราค่าจ้างแรงานที่มีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่น
<br />
แต่ศักยภาพในการผลิตยังมีน้อย แรงงานเลือกจะทำงานในอุตสาหกรรมอื่นที่มีค่าตอบแทนสูงกว่า รวมถึงแรงงานลาวส่วนหนึ่ง
<br />
ย้ายไปทำงานต่างประเทศ สำหรับนักลงทุน ผู้ประกอบการระดับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็กยังประสบปัญหาในการเข้าถึง
<br />
แหล่งเงินทุน และปัญหาเงินกีบอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์และบาท ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบนำเข้าสำหรับการผลิต
<br />
เครื่องนุ่งห่มสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
<br />
<br />
เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมตัดเย็บใน สปป.ลาว สมาคมอุตสาหกรรมตัดเย็บ สปป. ลาวผลักดันนโยบาย
<br />
ส่งเสริมให้โรงงานตัดเย็บทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่สามารถดำเนินการได้มากขึ้น โดยส่งเสริมให้หนึ่งกลุ่มบ้าน มีหนึ่ง
<br />
ร้านตัดเย็บเพื่อสร้างรายรับให้ผู้ประกอบรายย่อย และทำให้ประชาชนได้ใช้สินค้าที่ผลิตภายในชุมชน ประชาสัมพันธ์เชิญชวน
<br />
ให้สนับสนุนและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ลาวที่ผลิตภายในประเทศเพื่อลดการรั่วไหลของเงินตราต่างประเทศอีกด้วย นอกจากนี้
<br />
รัฐบาล สปป.ลาว ยังได้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ผู้ประกอบการในวิสาหกิจขนาดกลางและเล็กสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้
<br />
จากสถาบันการเงินได้สะดวกยิ่งขึ้น
<br />
<br />
ข้อมูลอ้างอิง
<br />
https://eriit.moic.gov.la/researcheriitlao/
<br />
https://www.moic.gov.la/?page_id=6994
<br />
https://laoedaily.com.la/2022/10/03/117658/ file:///I:/downloads/Yearbook2021_Final%2022.04.2022%20(1).pdfModified:25/11/2022 12:32:06
-
การประเมินความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ กรณีเปรียบเทียบระหว่าง สปป. ลาวและศรีลังกา
วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในศรีลังกาได้ก่อให้เกิดคำถามว่า สภาพเศรษฐกิจและการขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิง<br />
ที่เกิดขึ้นใน สปป. ลาว นั้น จะนำไปสู่สถานการณ์คล้ายคลึงเช่นที่เกิดขึ้นในศรีลังกาหรือไม่ เนื่องจากมีค่าดัชนี<br />
ชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายประการ อาทิ หนี้สาธารณะ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ อัตราเงินเฟ้อ ฯลฯ ที่บ่งชี้<br />
ไปในทิศทางดังกล่าว เป็นต้น<br />
<br />
ฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ได้รวบรวมข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายของทั้งสองประเทศ เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ ในการประเมินสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว <br />
โดยพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ 7 ประการ ประกอบด้วย (1) ภาพรวม (2) อัตราเงินเฟ้อ (3) เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ (4) หนี้สาธารณะ (5) นโยบายด้านการเงิน<br />
และการคลัง (6) แหล่งรายได้ใหม่ของประเทศ และ <br />
(7) ปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ที่จะช่วยให้<br />
ผู้อ่านสามารถเห็นภาพและพิจารณาในเบื้องต้นถึงปัจจัยและความแตกต่างของบริบททางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยมีรายละเอียด ดังนี้<br />
<br />
(1) ภาพรวม สปป. ลาว เป็นประเทศไม่มีทางออกทะเล (Land-locked Country) ตั้งอยู่ในภูมิภาคอาเซียน <br />
มีประชากรประมาณ 7 ล้านคน โดยประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร GDP ของ สปป. ลาว ในปี 2564 <br />
มีมูลค่าประมาณ 18,827 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 2.5) รายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร รวมเป็นร้อยละ 88 ของ GDP ขณะที่ศรีลังกา เป็นเกาะอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ มีประชากรประมาณ 21.92 ล้านคน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรเช่นเดียวกัน แต่รายได้ส่วนใหญ่ของประเทศพึ่งพาภาคบริการ และการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรไปยังต่างประเทศ โดย GDP ในปี 2564 มีมูลค่าประมาณ 84,518 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 1.8) <br />
<br />
วิกฤตเศรษฐกิจในศรีลังกามีสาเหตุหลักจากการบริหารจัดการของรัฐบาลด้านการเงิน การปรับลดภาษีอย่างกะทันหัน รวมถึงผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 รายรับส่วนใหญ่ของศรีลังกาพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวและเงินตราต่างประเทศอย่างมาก การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้รายได้ของประเทศลดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับหนี้ต่างประเทศจำนวนมากที่ไม่สามารถชำระได้ตามกำหนด เงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลง ค่าเงินอ่อน จึงนำไปสู่การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบกับปัญหาการเมืองและความเคลื่อนไหวของประชาชนภายในประเทศ จนนำไปสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจตามที่ปรากฏรายงานข่าว ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างศรีลังกากับ สปป. ลาว คือ สปป. ลาว มีเสถียรภาพทางการเมืองสูงและสถานการณ์ภายในประเทศสงบ รัฐบาลดำเนินนโยบายปรับโครงสร้างทางการเงินในประเทศผ่านการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารพาณิชย์ และร้านแลกเงินนอกระบบ มีการออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนจากธนาคารแห่ง สปป. ลาว (จำหน่ายแล้วร้อยละ 80) และกระทรวงการเงิน สปป. ลาว สปป. มีแหล่งรายได้ใหม่และแผนในการดำเนินการชำระหนี้ต่างประเทศ (ข้อมูลจากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (NEDA) ระบุว่า สปป. ลาวยังไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ต่อไทย) นอกจากนี้ สปป.ลาวยังมีรายได้จากการส่งสินค้าออก สามารถผลิตอาหารเพียงพอกับความต้องการในประเทศ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว การจับจ่ายซื้อขายสินค้า ยังดำเนินต่อเนื่อง <br />
<br />
Modified:16/09/2022 13:28:17
-
พลังงานสะอาด กับโอกาสการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจแบบยั่งยืนของ สปป. ลาว
ท่ามกลางวิกฤติการณ์ขาดแคลนพลังงานในหลายพื้นที่ของอาเซียน ทั้งในเมียนมา กัมพูชา และ สปป. ลาว เนื่องจากน้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาสูงขึ้นทั่วโลก สปป. ลาว จึงได้ตั้งเป้าหมายในการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในการคมนาคม และขนส่ง เช่น การนำใช้รถไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) ให้มากขึ้นเพื่อ<br />
ลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง อีกทั้งยังเป็นการผลักดันการนำใช้ทรัพยากรที่มีภายในประเทศให้เกิดประโยชน์ และมุ่งเน้นการส่งออกเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์เงินเฟ้อ<br />
สปป. ลาว เป็นประเทศที่มีจุดเด่นด้านลักษณะภูมิศาสตร์และมีแม่น้ำหลายสายไหลผ่านทั้งประเทศ<br />
มีความเหมาะสมและเอื้ออำนวยต่อการก่อสร้างโครงการเกี่ยวกับการให้กำเนิดพลังงาน โดยเฉพาะการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ โดยการศึกษาพื้นที่ทั่วประเทศ พบว่ามีพื้นที่ที่สามารถสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำทั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็กได้มากกว่า 140 แห่ง<br />
ปัจจุบัน สปป. ลาว มีแหล่งผลิตไฟฟ้าที่สามารถผลิตไฟฟ้าแล้ว 90 แห่ง โดยแบ่งออกเป็น ไฟฟ้าพลังงานน้ำที่มีกำลังการผลิตติดตั้ง 1 เมกะวัตต์ขึ้นไป จำนวน 77 แห่ง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 81 ของพลังงานที่ผลิตทั้งหมด ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 8 แห่ง ไฟฟ้าพลังงานชีวมวลจำนวน 4 แห่ง และไฟฟ้าพลังงานความร้อนถ่านหินจำนวน 1 แห่ง รวมกำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมดกว่า 10,956 เมกะวัตต์ โดยร้อยละ 72 ที่พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ส่งออกจำหน่ายไปต่างประเทศ อาทิ ไทย เวียดนาม กัมพูชา สิงคโปร์ และเมียนมา<br />
ที่ผ่านมา สปป.ลาว ให้ความสำคัญกับการร่วมมือด้านพลังงานกับประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะไทย <br />
ซึ่งได้ลงนาม MOU ขยายกรอบความร่วมมือด้านพลังงานจาก 9,000 เมกะวัตต์ เป็น 10,500 เมกะวัตต์ ซึ่งช่วยในการขยายการผลิต และตอบสนองนโยบายด้านความมั่นคงทางพลังงานของไทย ที่ต้องการพลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้นในอนาคต <br />
สิงคโปร์ได้ลงนามขอซื้อไฟฟ้าเพิ่มจาก สปป.ลาว โดยจะจัดส่งกระแสไฟฟ้าผ่านระบบสายส่งข้ามประเทศ เบื้องต้นรัฐบาล สปป. ลาวจะส่งไฟฟ้าจำนวน 100 เมกะวัตต์ไปยังสิงคโปร์ เนื่องจากเมื่อปี 2557 สปป. ลาว ไทย มาเลเซียและสิงคโปร์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง “โครงการร่วมส่งพลังงาน สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์” หรือ Lao PDR, Thailand, Malaysia and Singapore Power Integration Project: LTMS-PIP ขึ้น โดยอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC และโครงการส่งกระแสไฟฟ้าแห่งอาเซียน หรือ ASEAN Power Grid ที่มีเป้าหมายเพื่อกระจายแหล่งพลังงานไฟฟ้าให้ทั่วถึงภายในอาเซียน โดย สปป.ลาว สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำได้จำนวนมากและประสงค์จะจำหน่ายไฟฟ้าเหล่านี้ให้ประเทศเพื่อนบ้าน โดยประกาศตัวเป็นแบตเตอรี่แห่งเอเชียและความร่วมมือของ 4 ประเทศนี้จะทำให้อาเซียนตอนบนมีโครงข่ายไฟฟ้าที่เข้มแข็ง <br />
เมื่อเดือน ก.ย. 2559 สปป. ลาว ไทย และมาเลเซีย ได้ลงนามจำหน่ายไฟฟ้าร่วมกัน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (Electricite du Laos: EDL) การไฟฟ้าแห่งประเทศไทย และบริษัท Tanaka Electric National มาเลเซีย นอกจากนี้ สปป. ลาวยังร่วมมือกับจีน ในรูปแบบการแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าแบบระบบสู่ระบบ (Grid to Grid) โดยบริษัท China Southern Power Grid หรือ CSG และ EDL ลงนามข้อตกลงการค้าไฟฟ้า 115 กิโลโวลต์เมื่อเดือน มี.ค. 2565 เพื่อใช้ไฟฟ้าพลังงานน้ำส่วนเกินใน สปป. ลาวช่วงฤดูฝน <br />
Modified:02/09/2022 09:01:33
-
โอกาสการฟื้นฟูเศรษฐกิจของ สปป. ลาวจากภาคการท่องเที่ยว
สปป.ลาว เป็นพื้นที่ที่ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีวัฒนธรรมที่หลากหลายและน่าสนใจ ภาคบริการการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ สร้างโอกาสการจ้างงาน และส่งเสริมสาขาการบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ธุรกิจอาหาร โรงแรม สปา จัดประชุม การขายสินค้าท้องถิ่น การให้บริการรถเช่า ฯลฯ มีการขยายตัวควบคู่กันไปModified:22/08/2022 14:46:24
-
ผลกระทบต่อ สปป. ลาวจากสภาพราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้น
เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2564 ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว <br />
เป็นประธานการประชุมหารือการปรับราคาน้ำมันภายในประเทศจากสภาพราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้น<br />
อย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้แทนจากกระทรวงการเงิน สปป. ลาว กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป. ลาว ธนาคาร<br />
แห่ง สปป. ลาว สมาคมน้ำมันเชื้อเพลิงและอายแก๊ส และบริษัทน้ำเข้าและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าร่วม<br />
ดร. คำแพงฯ กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมฯ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและบริษัทนำเข้าและส่งออกน้ำมันจัดการประชุมครั้งนี้ขึ้นเพื่อร่วมกันหาวิธีแก้ไขจากการปรับตัวของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การดำรงชีวิตของประชาชน การขนส่งสินค้า อัตราเงินเฟ้อ ค่าครองชีพ และราคาสินค้าและบริการ<br />
Modified:21/12/2021 11:37:53
-
ธนาคารโลกชี้เศรษฐกิจลาวได้รับผลกระทบจากโควิด 19
รายงานสภาพเศรษฐกิจลาวและการฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 (ฉบับเดือน ส.ค. 2564) ของธนาคารโลกระบุว่า จากการสำรวจบริษัทจำนวน 421 แห่ง ในเดือนเม.ย. – พ.ค. 2564 พบว่า การระบาด ของโควิด 19 ได้ส่งผลให้หลายธุรกิจต้องหยุดชะงักและส่งผลกระทบต่อยอดขายอย่างมาก ซึ่งลดลงร้อยละ 41 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ร้อยละ 31) โดยบริษัทและธุรกิจ SMEs ในนครหลวงเวียงจันทน์และ แขวงหลวงพระบางได้รับผลกระทบมากกว่าในแขวงอื่น และ 1 ใน 3 ของธุรกิจครอบครัวต้องปิดตัวลง ในขณะที่ ร้อยละ 50 ของบริษัทที่ทำการสำรวจยังคงเปิดอยู่แต่มีรายได้ลดลงModified:07/10/2021 09:33:10
-
ADB คาดเศรษฐกิจลาวจะฟื้นตัวช้าลง
เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2564 ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ได้เผยแพร่รายงานคาดการณ์การพัฒนาเอเชีย ประจำปี 2564 (ฉบับปรับปรุง) ซึ่งคาดการณ์เศรษฐกิจ สปป. ลาวในปี 2564 ว่า จะขยายตัวร้อยละ 2.3 ลดจาก<br />
ที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือน เม.ย. 2564 ที่ร้อยละ 4 อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจะช่วยกระตุ้น<br />
การขยายตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศในปี 2565 <br />
Modified:07/10/2021 09:29:58
-
ธนาคารโลกคาดเศรษฐกิจของ สปป. ลาวในปี 2564 จะเติบโตในระดับกลาง
เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2564 รายงาน Lao PDR Economic Monitor ฉบับเดือน ส.ค. 2564 ของธนาคารโลกประจำ สปป. ลาว ระบุว่า การระบาดของโรคโควิด 19 ระลอกใหม่คาดว่าจะส่งผลให้ GDP ลาวปี 2564 อยู่ที่ ร้อยละ 3.6 เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 0.5 และลดลงจากที่คาดการณ์ที่ร้อยละ 4 ในเดือน มี.ค. 2564เนื่องมาจากปัจจัยการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศใกล้เคียง การเร่งฉีดวัคซีนทั่วประทศ และการลดการระบาดในชุมชน อย่างไรก็ตาม การขยายตัวทางเศรษฐกิจอาจจะลดลงมากกว่าตัวเลขที่คาดการณ์ไว้หากการระบาด ของโรคโควิด 19 ยังรุนแรง รวมทั้งมาตรการ lock down ที่เข้มงวด หรือกรณี สปป. ลาว ได้รับผลกระทบ จากภัยธรรมชาติ หรือโรคระบาดในสัตว์เลี้ยงที่อาจเกิดช้ำ โดยภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมเป็นภาคขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเห็นได้จากการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น เช่น ไฟฟ้า แร่ธาตุ อุตสาหกรรมแปรรูปพบว่าฟื้นตัวเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม วิสาหกิจส่วนใหญ่ในภาคการท่องเที่ยว การบริการ และการขนส่งกำลังเผชิญกับความท้าทายในการฟื้นตัว เนื่องจากมาตรการ lock down และการคงการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ ซึ่งตัดโอกาสในการสร้างรายรับของประเทศModified:10/09/2021 16:19:16
-
ผลการสำรวจด้านเกษตรกรรมทั่วประเทศ ครั้งที่ 3 (2562 – 2563) ของ สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2564 นางคำจัน วงแสนบูน รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว นายคำพัด วงมะนี รองรัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป. ลาว และนางพอนสาลี สุกสะหวัด หัวหน้าศูนย์สถิติแห่งชาติ เป็นประธานร่วมการประชุมเผยแพร่ผลการสำรวจด้านเกษตรกรรมทั่วประเทศ ครั้งที่ 3 (2562 -2563) และเผยแพร่เว็บไซต์ตัวชี้วัดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ในหัวข้อ “บทบาทข้อมูลสถิติต่อการพัฒนา” โดยมีเจ้าหน้าที่จากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:27/07/2021 09:25:12
-
ภาคเอกชนเสนอให้รัฐบาล สปป. ลาวออกนโยบายเลื่อนชำระเงินกู้ธนาคารในช่วงโควิด 19
เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการ และการลงทุน สปป. ลาว ในฐานะหัวหน้าคณะเฉพาะกิจด้านเศรษฐกิจเพื่อแก้ไขผลกระทบจากการระบาดของ โรคโควิด 19 เป็นประธานการประชุมปรึกษาหารือในการเตรียมแก้ไขผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19 ระลอกใหม่ของคณะเฉพาะกิจด้านเศรษฐกิจฯ โดยมีรัฐมนตรี รองรัฐมนตรี และคณะเฉพาะกิจด้านเศรษฐกิจฯ ของกระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:21/05/2021 13:25:18
-
อัตราเงินเฟ้อของ สปป. ลาวเดือน ธ.ค. 2563 ปรับตัวเพิ่มขึ้น
ศูนย์สถิติแห่งชาติ กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อเดือน ธ.ค. 2563 อยู่ที่ร้อยละ 3.19 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. 2562 และเพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ย. 2563 ร้อยละ 0.35 เนื่องจาก การขาดแคลนสินค้าเกษตรสืบเนื่องจากความต้องการบริโภคอาหารที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและทองคำที่เพิ่มสูงขึ้นตามแนวโน้มของราคาในตลาดโลก หากเปรียบเทียบกับเดือน ธ.ค. 2562 ราคาสินค้าและบริการแต่ละหมวดปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ อาหาร และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.71 เครื่องนุ่งห่มและรองเท้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.17 โดยเครื่องนุ่งห่มเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.44 ของใช้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.84 โดยราคาสินค้าตกแต่งภายในเพิ่มขึ้น ร้อยละ 5.34 และสุขภาพและยาเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.93 โดยราคายาและอุปกรณ์ทางการแพทย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.57 หากเปรียบเทียบกับเดือน พ.ย. 2563 ราคาสินค้าและบริการในบางหมวดปรับตัวลดลง โดยอาหาร และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวลดลงร้อยละ 0.66 ได้แก่ ข้าวสารร้อยละ 2.03 สัตว์ปีกร้อยละ 0.14 ผลไม้ ร้อยละ 0.35 และผักสดร้อยละ 3.36 ในขณะที่ราคาเนื้อหมูเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.67 และเนื้อวัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.65 นอกจากนี้ ราคาสินค้าและบริการบางหมวดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ เครื่องนุ่งห่มและรองเท้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.54 ของใช้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.55 และสุขภาพและยาเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.29Modified:01/02/2021 15:20:12
-
ADB ประเมินเศรษฐกิจลาวติดลบครั้งแรกในรอบ 30 ปี
เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2563 ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ได้เผยแพร่รายงานการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจ ในภูมิภาคเอเชียปี 2563 (ฉบับปรับปรุงเดือน ก.ย. 2563) โดยคาดการณ์ว่า ในปี 2563 GDP สปป. ลาวจะติดลบ ร้อยละ 2.5 เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ตั้งแต่ปี 2529 – 2530 ทั้งนี้ คาดว่าในปี 2564 GDP สปป. ลาวจะขยายตัว ร้อยละ 4.5 ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการฟื้นตัวช้าเนื่องจากการระบาดของโรคโควิด 19Modified:25/01/2021 16:40:42
-
โครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีนมีความคืบหน้าเกือบร้อยละ 90
เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2563 ดร. บุนทอง จิดมะนี รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะตรวจตราศูนย์กลางพรรคและองค์การตรวจสอบรัฐบาล หัวหน้าองค์การต่อต้านการฉ้อราษฎร์บังหลวงขั้นศูนย์กลาง และในฐานะหัวหน้าคณะโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว - จีน และ ดร. บุนจัน สินทะวง รัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป. ลาว ได้ลงพื้นที่ ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน ช่วงนครหลวงเวียงจันทน์และแขวงเวียงจันทน์Modified:22/01/2021 14:58:15
-
พิธีเปิดเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเครื่องที่ 1 ของโครงการเขื่อนไฟฟ้าน้ำอู (ระยะที่ 2)
เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2562 กลุ่มบริษัทพลังงานไฟฟ้าจีนได้จัดพิธีเฉลิมฉลองผลสำเร็จการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเครื่องผลิตไฟฟ้าเครื่องที่ 1 ของโครงการเขื่อนไฟฟ้าน้ำอู (ระยะที่ 2) แขวงพงสาลี โดยมี ดร. คำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว นาย Jiang Zaidong เอกอัครราชทูตจีนประจำ สปป. ลาว นาย Li Yanming รองผู้อำนวยการกลุ่มบริษัทพลังงานไฟฟ้าจีน และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:20/01/2021 10:05:23
-
การหารือเพื่อวางแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของ สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2562 องค์การตรวจสอบแห่งรัฐ และกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว จัดการหารือเพื่อวางแผนด้านการลงทุนของประเทศ อาทิ การจัดทำงบประมาณภาครัฐ การจัดการทรัพย์สินภาครัฐ และการระดมทุนจากภาคเอกชนเพื่อการพัฒนาและการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยมีนายบุนปอน วันนะจิด รองหัวหน้าองค์กรตรวจสอบแห่งรัฐ และนางคำจัน วงแสนบูน รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว เป็นประธานร่วมModified:16/10/2019 16:59:28
-
มาตรการให้สัญชาติเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของรัสเซีย
มาตรการให้สัญชาติเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของรัสเซียModified:05/02/2018 23:59:25
-
สรุปสถานการณ์เศรษฐกิจฮังการีในปี 2559
สรุปสถานการณ์เศรษฐกิจฮังการีในปี 2560Modified:25/01/2017 21:13:29
Sort by relevance | Sorted by date
