ค้นหา
About 594 results
-
สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำ สปป.ลาว จัดพิธีมอบทุนสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนลาว
เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 นางสาวมรกต ศรีสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เป็นประธานในพิธีมอบเงินสนับสนุนModified:04/09/2025 17:39:43
-
งานเสวนาวิชาการด้านเศรษฐกิจครั้งที่ 2 เนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปีฯ
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2568 สอท. ณ เวียงจันทน์ และ สกญ. ณ แขวงสะหวันนะเขต ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า และแขวงจำปาสัก เModified:26/06/2025 10:58:27
-
ด่านสากลท่าบกท่านาแล้งเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ
เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2564 นายพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว เข้าร่วมพิธีเปิดใช้ด่านสากลท่าบก<br />
ท่านาแล้ง (สำหรับสินค้า) และเขตโลจิสติกส์ครบวงจร นครหลวงเวียงจันทน์อย่างเป็นทางการ โดยมีรัฐมนตรี <br />
รองรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยในพิธีฯ ได้มีการปล่อยขบวนรถขนส่งสินค้ารอบปฐมฤกษ์จำนวน 12 ตู้คอนเทนเนอร์ไปยังเวียดนาม ไทย และกัมพูชา<br />
Modified:28/12/2021 09:42:58
-
ไทย – ลาวร่วมเปิดตัว Flash Express Laos ก้าวสู่ธุรกิจ E-commerce ในกลุ่มประเทศ CLMV
บริษัท Flash Express จำกัด และกลุ่มบริษัท AIF ของ สปป. ลาวร่วมลงทุนเพื่อขยายสู่ตลาดประเทศ CLMV โดยเปิดตัว Flash Express Laos ใน สปป. ลาวอย่างเต็มรูปแบบเพื่อให้บริการรับ – ส่งพัสดุระหว่างไทย<br />
กับนครหลวงเวียงจันทน์ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ E-commerce และกระตุ้นเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ <br />
Modified:07/10/2021 09:05:18
-
ลาว - จีนลงนามสัญญาจัดซื้อสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อส่งออกไปจีน
เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2564 นายพึดสะพา พูมมะสัก ประธานบริษัท Asia Investment, Development & Construction จำกัด (AIDC) และนาย Dai Wei ประธานกรรมการบริหารบริษัท รัฐวิสาหกิจเสบียงอาหารจีน มณฑลเหอหนาน (Zhengzhou City Grain and Oil Industry มณฑลเหอหนาน) ร่วมลงนามสัญญาว่าด้วย ความร่วมมือในการจัดซื้อสินค้าเกษตรแปรรูปจาก สปป. ลาวไปจีน ผ่านระบบทางไกล โดยมีนายไซสมเพ็ด นอละสิง หัวหน้ากรมส่งเสริมการค้า กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว และนายสีปะไพ ไซสงคาม หัวหน้าห้องการกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป. ลาว เป็นผู้แทนของรัฐบาล สปป. ลาวร่วมลงนามเป็นสักขีพยาน และมี ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมฯ สปป. ลาว นายเพ็ด พมพิพัก รัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมฯ สปป. ลาว และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยานModified:28/06/2021 10:50:24
-
สปป. ลาวคาดว่าจะพ้นจากสถานะ LDC ในปี 2569
เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2564 คณะกรรมการนโยบายการพัฒนา (CDP) ภายใต้คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ ได้เสนอให้ สปป. ลาวหลุดพ้นจากสถานะ LDC ในปี 2569 ซึ่งขยายช่วงเตรียมการหลุดพ้นออกไปอีก 5 ปี โดยรัฐบาล สปป. ลาวจะร่วมมือกับประเทศคู่ร่วมพัฒนาในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และเพื่อให้แน่ใจว่า สปป. ลาวจะหลุดพ้นจากสถานะ LDC ได้อย่างราบรื่นModified:17/03/2021 10:13:27
-
ลาวคุ้มครองแบบลายผ้าพื้นเมืองจากการละเมิดลิขสิทธิ์
เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 ศูนย์ศิลปะและชนเผ่าวิทยา (Traditional Arts and Ethnology Center: TAEC) และสมาคมหัตถกรรมลาว ร่วมกันจัดงานเสวนาหัวข้อ “การปกป้องการออกแบบลายดั้งเดิมจากการละเมิดลิขสิทธิ์ ใน สปป. ลาว” ในงานมหกรรมฝีมือหัตถกรรมลาว ณ ศูนย์การค้า Lao Itecc ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก VOICE องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรของเนเธอร์แลนด์ โดยมีนาง Monmany Yaganagi ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญา และผู้อำนวยการบริหารบริษัท Lao Interconsult จำกัด นาง Monica Bota-Moisin ผู้ก่อตั้งโครงการริเริ่มสิทธิ์ ในทรัพย์สินทางปัญญาทางวัฒนธรรม นายไซบันดิด ไซยะวงคำดี หัวหน้าแผนกนโยบายและร่วมมือต่างประเทศ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สปป. ลาว และนางทองคูน สุดวิไล ผู้ร่วมก่อตั้ง และผู้อำนวยการศูนย์ Traditional Arts ร่วมวงเสวนาModified:26/01/2021 09:36:50
-
รัฐบาล สปป. ลาวเปิดจำหน่ายพันธบัตรงวดที่ 2 ปลายเดือน ธ.ค. นี้
เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2562 กระทรวงการเงินร่วมกับบริษัท หลักทรัพย์ล้านช้าง มหาชน บริษัท หลักทรัพย์ BCEL- KT จำกัด และบริษัท หลักทรัพย์ลาว – จีน จำกัด จัดงานแถลงข่าวความคืบหน้าการจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาลผ่านตลาดหลักทรัพย์ลาวและแผนการจำหน่ายในอนาคต ณ โรงแรม New Rose Boutique นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีนายพูวง จิดตะวง หัวหน้ากรมงบประมาณแห่งรัฐ กระทรวงการเงิน สปป. ลาว นายอานุกอน สุทำมะวง รักษาการผู้อำนวยการบริษัท หลักทรัพย์ล้านช้าง มหาชน นายเทบสะหวัน กิดติยะวง ผู้อำนวยการบริษัท หลักทรัพย์ BCEL – KT จำกัด นายลิน ลี ผู้อำนวยการบริษัท หลักทรัพย์ลาว – จีน จำกัด และนางเวียงดาลี สุพานุวง รองหัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองหลักทรัพย์ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:19/01/2021 14:22:12
-
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการท่องเที่ยวเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของ สปป. ลาว
ตามที่รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจเอเชียปี 2562 (ฉบับล่าสุด) ของ ADB คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของ สปป. ลาวจะขยายตัวในระดับปานกลางในปี 2562 และ 2563 เนื่องจากในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 การขยายตัว ของภาคอุตสาหกรรมและการบริการชะลอตัว เนื่องด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงModified:16/10/2019 16:50:16
-
ไทย – ลาวร่วมมือส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในอุตสาหกรรมและการเกษตร
เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2562 กรมเทคโนโลยีดิจิทัล กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สปป. ลาว ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในอุตสาหกรรมและการเกษตร ณ โรงแรมลาวพลาซ่า นครหลวงเวียงจันทน์Modified:17/09/2019 16:32:20
-
พิธีลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่าง JETRO ประจำ สปป. ลาว กับเขตเศรษฐกิจพิเศษของ สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2562 ห้องการส่งเสริมและคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษได้จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ประจำ สปป. ลาว กับเขตเศรษฐกิจพิเศษ 4 แห่ง ได้แก่ เขตเศรษฐกิจพิเศษปากเซ – ญี่ปุ่น SME เขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน – เซโน โซน C (สะหวันปาร์ค) เขตพัฒนาไซเสดถา และเขตนิคมอุตสาหกรรมและการค้าเวียงจันทน์ – โนนทอง ณ ห้องการส่งเสริมและคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษModified:09/09/2019 21:49:59
-
รัฐบาลลาวออกพันธบัตรมูลค่า 1,700 พันล้านกีบ (ประมาณ 194 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2562 นายสุลิวัด สุวันนะจูมคำ หัวหน้ากรมการเงินต่างประเทศและคุ้มครองหนี้สิน กระทรวงการเงิน สปป. ลาว ในฐานะผู้แทนรัฐบาลลาว กับนายอานุกอน สุทำมะวง รักษาการผู้อำนวยการบริษัท หลักทรัพย์ล้านช้าง มหาชน นายเทบสะหวัน กิติยะวง รักษาการผู้อำนวยการบริษัท หลักทรัพย์ BCEL-KT จำกัด และนายลิน ลี ผู้อำนวยการบริษัท หลักทรัพย์ลาว – จีน จำกัด ได้ลงนามสัญญาแต่งตั้งให้ 3 บริษัทหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินและเป็นตัวแทนจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาลลาวModified:09/09/2019 21:46:10
-
รัฐบาล สปป. ลาว กู้เงิน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อปรับปรุงการบริหารการเงินแห่งรัฐให้ทันสมัย
รัฐบาล สปป. ลาว ได้ลงนามสัญญากู้ยืมเงินจำนวน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากสมาคมเพื่อการพัฒนาสากล (IDA) ของธนาคารโลกเพื่อดำเนินโครงการปรับปรุงการบริหารระบบการเงินแห่งรัฐให้เป็นระบบทันสมัย (E-FITS) และสร้างความเข้มแข็งให้กับการบริหารการเงินแห่งรัฐ ทั้งนี้ จะช่วยให้ระบบเศรษฐกิจสามารถขยายตัวแบบยั่งยืนและมั่นคงModified:24/05/2019 18:56:43
-
ไทย – ลาว ร่วมกันส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งทางการเงินผ่านตลาดทุนลาว
เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2562 ตลาดหลักทรัพย์ลาวร่วมกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย จัดงานสัมมนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการพัฒนาตลาดหลักทรัพย์ การส่งเสริมสภาพคล่องในตลาดหลักทรัพย์ลาว และการเผยแพร่ประสบการณ์ของคณะผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยเกี่ยวกับบริษัทจดทะเบียนและบริษัทหลักทรัพย์ โดยมีนายวันคำ วอระวง ผู้อำนวยการใหญ่ตลาดหลักทรัพย์ลาว นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย รองประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานดังกล่าวModified:22/02/2019 17:28:09
-
การสอนการทำอาหารไทยแก่พ่อครัว / แม่ครัวชาวบราซิลและการจัดงานเทศกาลอาหารไทยในกรุงบราซิเลีย
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 นายสุรศักดิ์ สุภารัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย ได้เข้าร่วมการเปิดงานเทศกาลอาหารไทย ณ ร้านอาหารของสภาผู้แทนราษฎรบราซิล ในกรุงบราซิเลีย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่27 กุมภาพันธ์ –2 มีนาคม 2561<br />
<br />
งานเทศกาลอาหารไทยดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากกิจกรรมจัดการสอนการทำอาหารไทยแก่พ่อครัว / แม่ครัวชาวบราซิลเมื่อวันที่ 1 – 2 กุมภาพันธ์ 2561 โดยพ่อครัว / แม่ครัวชาวบราซิลของสถาบันอาหารNational Commercial Apprenticeship Service (SENAC) ได้ทำอาหารไทย ร่วมกับอาหารท้องถิ่นวางบนโต๊ะบุฟเฟต์บริการแก่ลูกค้าซึ่งมีประมาณ 300 คนต่อวันซึ่งถือว่าได้รับความสำเร็จสมตามเป้าประสงค์อย่างดียิ่งเพราะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และข้าราชการบราซิล นักการทูตต่างชาติ และชาวบราซิลเข้ารับประทานอาหารไทย อันเป็นการสร้างความตระหนักรู้อาหารไทยตามนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลกและการเพิ่มยอดการสั่งซื้อเครื่องปรุงและวัตถุดิบไทยในบราซิลModified:29/04/2018 22:10:58
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดการสัมมนาเพื่อส่งเสริมหุ้นส่วนทางธุรกิจดิจิทัลกับเยอรมนี
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ร่วมกับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดการสัมมนา Green and Innovative Economy ในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในเชิงนโยบายและมาตรการที่รัฐจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ประสบการณ์และแนวคิดการประกอบธุรกิจดิจิทัลให้สำเร็จ ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับ SMEs และ start-ups ซึ่งรวมถึง start-ups ที่เป็นผู้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการประกอบธุรกิจและ tech start-ups อาทิ การสร้าง platform ออนไลน์ การบริหารและวิเคราะห์ big data การสร้าง digital marketplace สำหรับ SMEs <br />
ในการสัมมนาในครั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน จากภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ start-ups รายใหม่ ๆ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร. ขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Ms. Atsuko Okuda ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) นาย Carl van der Elst ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน ธนาคาร Deutsche Bank และ อ. ดนัยรัตน์ ธนบดีธรรมจารี ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ด้าน digital transformation บริษัท SAP (Thailand) จำกัด มาร่วมเป็นวิทยากรและร่วมการเสวนาด้วย<br />
ในโอกาสนี้ นายรัชดา จิวาลัย รองอธิบดีกรมยุโรป ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด Thailand 4.0 โดยนอกจากจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการไทยในทุกขนาดแล้ว ยังสามารถที่จะกระจายโอกาสและรายได้ไปสู่กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและวิสาหกิจชุมชนในชนบทไดhด้วยการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุข (telemedicine) การให้การศึกษาทางไกล การให้บริการภาครัฐออนไลน์ (e-government) การพัฒนา e-commerce เชิ่มโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับตลาด การส่งเสริม digital and smart farming เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตร เป็นต้น ในขณะที่ไทยและเยอรมนีต่างก็เผชิญความท้าทายร่วมกันในโลกยุคดิจิทัล และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายต่างมีความเข้มแข็งและความพร้อมที่จะร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะระหว่างผู้ประกอบการไทยในระดับต่าง ๆ กับ tech start-up เยอรมัน ที่มีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่น่าสนใจ ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับเยอรมนีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของนาย Peter Prügel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ที่ย้ำว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่อีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายเยอรมันพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่าย<br />
การสัมมนาดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งที่เป็น start-ups และ tech start-ups ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กร และตัวแทนภาครัฐมากกว่า 100 คน โดยใช้เวลาในช่วงถามตอบมากกว่า 1 ชม. ในการนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีทั้ง 2 คน ได้แสดงความเชื่อมั่นถึงศักยภาพและโอกาสของภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยที่มีความตื่นตัวในการสร้างและปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ และได้เสนอแนะให้ภาครัฐและเอกชนไทยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า และระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อให้รัฐสามารถออกมาตรการสนับสนุนเอกชนได้อย่างทันท่วงที เพราะในยุคดิจิทัลผู้ที่จะได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแต่จะเป็นผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ควบคู่ไปกับการหารูปแบบในการประกอบการ (business model) ที่ทันสมัยอยู่เสมอ<br />
Modified:10/12/2017 00:58:44
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดการสัมมนาเพื่อส่งเสริมหุ้นส่วนทางธุรกิจดิจิทัลกับเยอรมนี
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ร่วมกับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดการสัมมนา Green and Innovative Economy ในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในเชิงนโยบายและมาตรการที่รัฐจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ประสบการณ์และแนวคิดการประกอบธุรกิจดิจิทัลให้สำเร็จ ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับ SMEs และ start-ups ซึ่งรวมถึง start-ups ที่เป็นผู้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการประกอบธุรกิจและ tech start-ups อาทิ การสร้าง platform ออนไลน์ การบริหารและวิเคราะห์ big data การสร้าง digital marketplace สำหรับ SMEs <br />
ในการสัมมนาในครั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน จากภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ start-ups รายใหม่ ๆ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร. ขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Ms. Atsuko Okuda ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) นาย Carl van der Elst ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน ธนาคาร Deutsche Bank และ อ. ดนัยรัตน์ ธนบดีธรรมจารี ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ด้าน digital transformation บริษัท SAP (Thailand) จำกัด มาร่วมเป็นวิทยากรและร่วมการเสวนาด้วย<br />
ในโอกาสนี้ นายรัชดา จิวาลัย รองอธิบดีกรมยุโรป ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด Thailand 4.0 โดยนอกจากจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการไทยในทุกขนาดแล้ว ยังสามารถที่จะกระจายโอกาสและรายได้ไปสู่กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและวิสาหกิจชุมชนในชนบทไดhด้วยการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุข (telemedicine) การให้การศึกษาทางไกล การให้บริการภาครัฐออนไลน์ (e-government) การพัฒนา e-commerce เชิ่มโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับตลาด การส่งเสริม digital and smart farming เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตร เป็นต้น ในขณะที่ไทยและเยอรมนีต่างก็เผชิญความท้าทายร่วมกันในโลกยุคดิจิทัล และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายต่างมีความเข้มแข็งและความพร้อมที่จะร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะระหว่างผู้ประกอบการไทยในระดับต่าง ๆ กับ tech start-up เยอรมัน ที่มีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่น่าสนใจ ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับเยอรมนีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของนาย Peter Prügel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ที่ย้ำว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่อีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายเยอรมันพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่าย<br />
การสัมมนาดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งที่เป็น start-ups และ tech start-ups ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กร และตัวแทนภาครัฐมากกว่า 100 คน โดยใช้เวลาในช่วงถามตอบมากกว่า 1 ชม. ในการนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีทั้ง 2 คน ได้แสดงความเชื่อมั่นถึงศักยภาพและโอกาสของภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยที่มีความตื่นตัวในการสร้างและปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ และได้เสนอแนะให้ภาครัฐและเอกชนไทยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า และระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อให้รัฐสามารถออกมาตรการสนับสนุนเอกชนได้อย่างทันท่วงที เพราะในยุคดิจิทัลผู้ที่จะได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแต่จะเป็นผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ควบคู่ไปกับการหารูปแบบในการประกอบการ (business model) ที่ทันสมัยอยู่เสมอ<br />
Modified:10/12/2017 00:58:44
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมันเยือนประเทศไทยและเข้าร่วมงาน Digital Thailand Big Bang 2017
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จ เดินทางเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 18 – 24 กันยายน 2560 เพื่อขยายหุ้นส่วนด้านเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างไทยกับเยอรมนี และร่วมเป็นวิทยากรในงานสัมมนา Green and Innovative Economy ซึ่งในปีนี้ จัดในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานครModified:10/12/2017 02:50:50
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมันเยือนประเทศไทยและเข้าร่วมงาน Digital Thailand Big Bang 2017
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จ เดินทางเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 18 – 24 กันยายน 2560 เพื่อขยายหุ้นส่วนด้านเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างไทยกับเยอรมนี และร่วมเป็นวิทยากรในงานสัมมนา Green and Innovative Economy ซึ่งในปีนี้ จัดในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานครModified:10/12/2017 02:50:50
-
Adlershof Science and Innovation Park – ต้นแบบอุทยานวิทยาศาสตร์ของเยอรมนี
Adlershof Science Park เป็นอุทยานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมต้นแบบชั้นนำของประเทศเยอรมนี ที่เป็นศูนย์รวมของหน่วยงานด้านวิจัยและนวัตกรรม ได้แก่ ที่มีทั้งศูนย์เทคโนโลยีและศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (Incubator) กว่า 90 แห่งกระจายไปตามสาขาต่าง ๆ สถาบันวิจัยมากมายทั้งที่ไม่ใช่มหาลัยและสถาบันในระดับมหาวิทยาลัย เช่น Humboldt University รวมแล้วกว่า 20 แห่ง และบริษัทต่าง ๆ มากกว่า 1,000 แห่ง ในนิคมอุตสาหกรรมย่อย ๆ กว่า 16 โครงการ โดยมีบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีขั้นสูง 460 แห่ง มีพนักงานทั้งหมด 16,000 คน <br />
Adlershof เป็นนิคมวิจัยที่มีสิ่งแวดล้อม (eco-system) ที่เหมาะสมสำหรับเอกชนในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัทเอกชน สอดคล้องกับหลักการที่ว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ควรประกอบด้วยองค์ประกอบสามส่วนในการสร้างนวัตกรรม (innovation triple helix) ได้แก่ 1. บริษัทเอกชน ซึ่งเป็นที่มาของแหล่งเงินทุนแอละโจทย์การวิจัย 2. สถาบันวิจัย ซึ่งเป็นแหล่งที่มาขององค์ความรู้และการวิจัยประยุกต์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย เช่น ห้องแล็บ และ 3. สถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของการวิจัยขั้นพื้นฐานและเป็นผู้สร้างนักวิจัยที่มีคุณภาพ <br />
ด้วยเหตุนี้ Adlershof จึงประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการสร้างนวัตกรรมที่เอกชนสามารนำไปสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้ และสามารถขยายโครงสร้างองค์การอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันมีส่วนให้บริการมากมาย ศูนย์บริการหลักๆ ได้แก่ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (incubator) ที่ให้บริการผู้ประกอบการ หรือ บริษัทตั้งแต่ ด้านการจัดเตรียมเอกสาร ใบอนุญาต ด้านการตลาด และการส่งต่อเทคโนโลยี ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัลในSMEs และ ศูนย์วิจัยข้อมูลทางสถิติ <br />
หัวใจของ Adlershof คือ ศูนย์วิจัยในสาขาต่าง ๆ ได้แก่ ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและสิ่งแวดล้อม ศูนย์วิจัย Photonics and Optics ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและมัลติมีเดีย ศูนย์วิจัย Microsystems and Materials และศูนย์วิจัยเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy)<br />
การทำงานของ Adlershof เริ่มตั้งแต่การปูรากฐานการทำวิจัย การทํางานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานวิจัยและบริษัทผู้ผลิต เพื่อปรับปรุง และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง และสามารถนำไปสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ประกอบกับการมีเครือข่ายที่กว้างขวาง Adlershof จึงช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของบริษัทในการพบปะกับบริษัทชั้นนำมากมาย<br />
ลักษณะสำคัญของ Adlershof คือ <br />
1. การที่รัฐบาลริเริ่มโครงการแล้วส่งต่อให้ภาคเอกชนเป็นผู้บริหารจัดการ ด้วยแนวทางการบริหารแบบเอกชนนี้เอง ปัจจุบันมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นภายใน Adlershof กว่า 70% ของรายได้ต่อปีกว่า 2 พันล้านยูโร จึงมาจากภาคเอกชน<br />
2. จุดมุ่งหมายในการทำการวิจัย คือ เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ใช้การได้มากกว่าหารายได้จากแหล่งอื่น ๆ ไม่เน้นการสร้างงานวิจัยเพื่อผลงานทางวิชาการ แต่ไม่นำมาปรับใช้ หรือที่เรียกว่า ขึ้นหิ้ง<br />
3. การสร้างเครือข่ายจากจุดแข็งของกรุงเบอร์ลิน ในการเป็นศูนย์บ่มเพาะธุรกิจสำหรับ Start-ups ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 1 ของโลก <br />
4. มุ่งแสวงหาผู้ประกอบการรายใหม่ (“incubees”) เพื่อนำมาบ่มเพาะกับเทคโนโลยี และร่วมมือกับ บริษัท ขนาดใหญ่ที่อาจมีการแตกหน่อทางธุรกิจใหม่ ๆ<br />
จากการเยี่ยมศึกษาดูงานที่ Adlershof ของ ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2560 ฝ่ายไทยได้เล็งเห็นถึงโอกาสที่จะเรียนรู้ประสบการณ์จาก Adlershof รวมทังขยายความร่วมมือระหว่าง Adlershof กับอุทยานวิทยาศาสตร์ของไทย ทั้งด้าโดยเฉพาะด้าน การวางระบบศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเพื่อให้ผู้ประกอบการเข้มแข็งและมีการลงทุนด้าน R & D อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลทางธุรกิจมากที่สุด และการศึกษาโครงสร้างเครือข่าย R & D ของ Adlershof ให้แก่ผู้ประกอบการตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ที่ไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งกับผู้ประกอบการระดับ high-tech หรือ mid-tech ได้ <br />
Modified:10/12/2017 02:10:28
Sort by relevance | Sorted by date
