ค้นหา
About 300 results
-
การประเมินความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ กรณีเปรียบเทียบระหว่าง สปป. ลาวและศรีลังกา
วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในศรีลังกาได้ก่อให้เกิดคำถามว่า สภาพเศรษฐกิจและการขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิง<br />
ที่เกิดขึ้นใน สปป. ลาว นั้น จะนำไปสู่สถานการณ์คล้ายคลึงเช่นที่เกิดขึ้นในศรีลังกาหรือไม่ เนื่องจากมีค่าดัชนี<br />
ชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายประการ อาทิ หนี้สาธารณะ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ อัตราเงินเฟ้อ ฯลฯ ที่บ่งชี้<br />
ไปในทิศทางดังกล่าว เป็นต้น<br />
<br />
ฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ได้รวบรวมข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายของทั้งสองประเทศ เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ ในการประเมินสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว <br />
โดยพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ 7 ประการ ประกอบด้วย (1) ภาพรวม (2) อัตราเงินเฟ้อ (3) เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ (4) หนี้สาธารณะ (5) นโยบายด้านการเงิน<br />
และการคลัง (6) แหล่งรายได้ใหม่ของประเทศ และ <br />
(7) ปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ที่จะช่วยให้<br />
ผู้อ่านสามารถเห็นภาพและพิจารณาในเบื้องต้นถึงปัจจัยและความแตกต่างของบริบททางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยมีรายละเอียด ดังนี้<br />
<br />
(1) ภาพรวม สปป. ลาว เป็นประเทศไม่มีทางออกทะเล (Land-locked Country) ตั้งอยู่ในภูมิภาคอาเซียน <br />
มีประชากรประมาณ 7 ล้านคน โดยประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร GDP ของ สปป. ลาว ในปี 2564 <br />
มีมูลค่าประมาณ 18,827 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 2.5) รายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร รวมเป็นร้อยละ 88 ของ GDP ขณะที่ศรีลังกา เป็นเกาะอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ มีประชากรประมาณ 21.92 ล้านคน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรเช่นเดียวกัน แต่รายได้ส่วนใหญ่ของประเทศพึ่งพาภาคบริการ และการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรไปยังต่างประเทศ โดย GDP ในปี 2564 มีมูลค่าประมาณ 84,518 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 1.8) <br />
<br />
วิกฤตเศรษฐกิจในศรีลังกามีสาเหตุหลักจากการบริหารจัดการของรัฐบาลด้านการเงิน การปรับลดภาษีอย่างกะทันหัน รวมถึงผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 รายรับส่วนใหญ่ของศรีลังกาพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวและเงินตราต่างประเทศอย่างมาก การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้รายได้ของประเทศลดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับหนี้ต่างประเทศจำนวนมากที่ไม่สามารถชำระได้ตามกำหนด เงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลง ค่าเงินอ่อน จึงนำไปสู่การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบกับปัญหาการเมืองและความเคลื่อนไหวของประชาชนภายในประเทศ จนนำไปสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจตามที่ปรากฏรายงานข่าว ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างศรีลังกากับ สปป. ลาว คือ สปป. ลาว มีเสถียรภาพทางการเมืองสูงและสถานการณ์ภายในประเทศสงบ รัฐบาลดำเนินนโยบายปรับโครงสร้างทางการเงินในประเทศผ่านการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารพาณิชย์ และร้านแลกเงินนอกระบบ มีการออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนจากธนาคารแห่ง สปป. ลาว (จำหน่ายแล้วร้อยละ 80) และกระทรวงการเงิน สปป. ลาว สปป. มีแหล่งรายได้ใหม่และแผนในการดำเนินการชำระหนี้ต่างประเทศ (ข้อมูลจากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (NEDA) ระบุว่า สปป. ลาวยังไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ต่อไทย) นอกจากนี้ สปป.ลาวยังมีรายได้จากการส่งสินค้าออก สามารถผลิตอาหารเพียงพอกับความต้องการในประเทศ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว การจับจ่ายซื้อขายสินค้า ยังดำเนินต่อเนื่อง <br />
<br />
Modified:16/09/2022 13:28:17
-
อัตราเงินเฟ้อเดือน ต.ค. 2564
ศูนย์สถิติแห่งชาติ กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อเดือน ต.ค. 2564 <br />
อยู่ที่ร้อยละ 4.72 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา นับเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ส.ค. 2563 เป็นต้นมา ปัจจัยที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อในเดือน ต.ค. 2564 เพิ่มสูงขึ้นมาจากราคาทองคำและน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น โดยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้นร้อยละ 35.49 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งและราคาสินค้าที่จำหน่ายภายในประเทศ <br />
Modified:21/12/2021 11:35:06
-
อัตราเงินเฟ้อเดือน ส.ค. 2564
ศูนย์สถิติแห่งชาติ กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อเดือน ส.ค. 2564 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.81 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากราคาสินค้าและบริการในบางหมวดปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ หมวดสินค้าและบริการอื่น ๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.66 หมวดคมนาคมและการขนส่งเพิ่มขึ้น<br />
ร้อยละ 6.64 หมวดร้านอาหารและโรงแรมเพิ่มขึ้น 5.59 หมวดสุราและบุหรี่เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.58 และหมวดเครื่องใช้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.1 <br />
Modified:18/10/2021 10:42:27
-
สปป. ลาวกำหนดทิศทางและแผนงานแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการคลัง
เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการ และการลงทุน สปป. ลาว รายงานต่อที่ประชุมวิสามัญ ครั้งที่ 1 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 เกี่ยวกับร่างวาระแห่งชาติ ด้านเศรษฐกิจและการคลัง (2564 - 2566) ว่า ปัญหาเศรษฐกิจและการคลังได้ส่งผลให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีแนวโน้มลดลงจากร้อยละ 7 ในปี 2559 เป็นร้อยละ 3.3 ในปี 2563 และเกิดปัญหาการบริหารจัดการเศรษฐกิจมหภาคเนื่องจากขาดสภาพคล่องและเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ระดับหนี้สิน เพิ่มสูงขึ้นทั้งในระบบเงินตราและการคลังModified:19/08/2021 14:18:00
-
อัตราเงินเฟ้อเดือน ก.พ. 2564
ศูนย์สถิติแห่งชาติ กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อเดือน ก.พ. 2564 เพิ่มขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 1.91 เมื่อเทียบกับเดือน ก.พ. 2563 และเพิ่มขึ้นจากเดือน ม.ค. 2564 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 2.01 เนื่องจากราคาสินค้าและบริการในบางหมวดปรับตัวลดลง ได้แก่ ข้าวสารลดลงติดลบร้อยละ 7.15 หมวดร้านอาหารและโรงแรมลดลงร้อยละ 2.63 การศึกษาลดลงติดลบร้อยละ 0.27 และที่พักอาศัย น้ำประปา ไฟฟ้า และเชื้อเพลิงหุงต้มลดลงร้อยละ 0.77 นอกจากนี้ ราคาสินค้าและบริการบางหมวดปรับตัวเพิ่มขึ้น คือ หมวดสินค้าและบริการ อื่น ๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.44 (กลุ่มสินค้าเพื่อความงามและวัตถุมีค่า) สุขภาพและยาเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.66 เครื่องนุ่งห่มและรองเท้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.69 เครื่องใช้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.15 ไปรษณีย์และโทรคมนาคมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 2.47 อาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 ได้แก่ เนื้อสัตว์เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.45 ผักสดเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.78 ผลไม้เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.61 และหมวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.06Modified:08/04/2021 10:13:58
-
การพัฒนาของภาคแผนการและการลงทุนของ สปป. ลาว
ในช่วงปี 2519 – 2528 สปป. ลาวได้วางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแบบรวมศูนย์ ซึ่งเป็นการวางแผนพัฒนาโดยกำหนดคาดการณ์ตัวเลขต่าง ๆ ในปี 2519 – 2520 เป็นครั้งแรกที่ สปป. ลาววางแผนประจำปี แผน 3 ปี (2521 - 2523) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (2524 - 2528) โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดการ กับผลกระทบจากสงคราม ปกปักรักษาประเทศชาติและระบอบการปกครองใหม่ให้มั่นคง และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจและสังคมที่ถูกทำลายจากสงคราม โดยฟื้นฟูการผลิตและการเกษตร เช่น การทำนา เพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชนสามารถทำมาหากิน การฟื้นฟูโรงงานรองรับการผลิต เช่น โรงไฟฟ้า โรงงานน้ำประปา อู่ซ่อมเครื่องจักร โรงงานแปรรูปอาหาร และโรงงานทอผ้า การซ่อมแซมและฟื้นฟูระบบคมนาคมและขนส่ง นอกจากนี้ ในปี 2523 การศึกษาและสาธารณสุขได้รับการปรับปรุงให้อยู่ในระดับดีพอสมควร จำนวนประชากรที่รู้หนังสือเพิ่มขึ้นร้อยละ 80Modified:01/02/2021 13:43:31
-
อัตราเงินเฟ้อเดือน ก.ย. 2563 ของ สปป. ลาวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 4.63
ศูนย์สถิติแห่งชาติ กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อเดือน ก.ย. 2563 ของ สปป. ลาวลดลงอยู่ที่ร้อยละ 4.63 จากร้อยละ 5.84 ในเดือน ส.ค. 2563 และเฉลี่ยในช่วง 9 เดือนแรก ของปี 2563 อยู่ที่ร้อยละ 5.71 หากเปรียบเทียบกับเดือน ส.ค. 2563 ดัชนีการบริโภคภายในประเทศเพิ่มขึ้น ร้อยละ 0.16 เนื่องจากราคาสินค้าและบริการแต่ละหมวดปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ร้อยละ 0.45 เนื่องจากราคาเนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ปรับตัวสูงขึ้น เหล้าและบุหรี่ร้อยละ 0.6 เครื่องใช้ในครัวเรือน ร้อยละ 0.39 และสินค้าและบริการอื่น ๆ ร้อยละ 0.96 เนื่องจากราคาทองคำเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.67 หากเปรียบเทียบ กับเดือน ก.ย. 2562 ราคาสินค้าและบริการแต่ละหมวดปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ร้อยละ 7.7 เครื่องนุ่งห่มและรองเท้าร้อยละ 3.89 เครื่องใช้ในครัวเรือนร้อยละ 4.87 สุขภาพและยาร้อยละ 5.66 ไปรษณีย์และโทรคมนาคมร้อยละ 6.59 สินค้าและบริการอื่น ๆ ร้อยละ 9.89 คมนาคมและขนส่งร้อยละ 0.91 ในขณะเดียวกันอาหารและโรงแรมติดลบร้อยละ 2.09Modified:26/01/2021 09:11:33
-
อัตราเงินเฟ้อเดือน ส.ค. 2563 เพิ่มขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 5.84
ศูนย์สถิติแห่งชาติ กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อเดือน ส.ค. 2563 เพิ่มขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 5.84 จากร้อยละ 5.12 ในเดือน ก.ค. 2563 หากเปรียบเทียบกับเดือน ก.ค. 2563 ดัชนีการบริโภคภายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.45 เนื่องจากราคาสินค้าและบริการแต่ละหมวดปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ร้อยละ 2.19 เนื่องจากราคาเนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ปรับตัวสูงขึ้น เครื่องนุ่งห่มและรองเท้าร้อยละ 0.53 เนื่องจากราคาเครื่องนุ่งห่มและรองเท้าเด็กปรับตัวสูงขึ้น เครื่องใช้ในครัวเรือนร้อยละ 0.27 คมนาคม และขนส่งร้อยละ 0.52 ไปรษณีย์และโทรคมนาคมร้อยละ 7.45 เนื่องจากราคาค่าบริการโทรศัพท์มือถือปรับตัวสูงขึ้น วัฒนธรรม บันเทิง และการพักผ่อนร้อยละ 0.39 การศึกษาร้อยละ 1.28 เนื่องจากอยู่ในช่วงการเตรียมเปิดภาคเรียนใหม่และราคาเครื่องแบบนักเรียนปรับตัวสูงขึ้น และสินค้าและบริการอื่น ๆ ร้อยละ 1.36 เนื่องจากราคาทองคำ เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องModified:25/01/2021 16:55:45
-
Moody’s ปรับลดความน่าเชื่อถือของ สปป. ลาวจาก B3 เป็น Caa2 และปรับลด outlook ของ สปป. ลาวจาก stable เป็น negative
เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2563 บริษัท Moody's Investors Service ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้รัฐบาล สปป.ลาวจาก B3 เป็น Caa2 และปรับลดคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจ สปป. ลาว (outlook) จาก stable เป็น negative โดยประเมินว่า สปป.ลาวกำลังเผชิญกับปัญหาสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนัก โดยมีหนี้ที่จะครบกำหนดการชำระในช่วงปี 2563 - 2568 และมีทางเลือกทางการคลังที่จำกัด อีกทั้งได้รับผลกระทบจากการระบาด ของโรคโควิด 19 ซึ่งอาจเป็นไปได้ที่ สปป. ลาวจะผิดนัดชำระหนี้ในอนาคตอันใกล้นี้ ทำให้นักลงทุนมีความเสี่ยง มากขึ้น นอกจากนี้ Moody ยังปรับลดเพดานพันธบัตรสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ สปป. ลาวจาก B1 เป็น Caa1 เพดานเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวจาก Caa1 เป็น Caa3 และเพดานเงินฝากสกุลเงินท้องถิ่นระยะยาวและพันธบัตรสกุลเงินท้องถิ่นระยะยาวจาก Ba3 เป็น B1 โดยมีเหตุผลและปัจจัยสำคัญ ดังนี้Modified:25/01/2021 16:27:26
-
อัตราเงินเฟ้อเดือน ก.ค. 2563 ลดลงเล็กน้อย
ศูนย์สถิติแห่งชาติ กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อลาวเดือน ก.ค. 2563 ลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 5.12 จากร้อยละ 5.28 เมื่อเดือน มิ.ย. 2563 และดัชนีการบริโภคภายในประเทศเพิ่มขึ้น ร้อยละ 0.64 เนื่องจากราคาสินค้าและบริการ โดยเฉพาะหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.76 เครื่องนุ่งห่มและรองเท้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.30 ของใช้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.44 การคมนาคม และขนส่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.92 และสินค้าและบริการอื่น ๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.31 และเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 5.12 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา เนื่องจากราคาสินค้าและบริการ โดยเฉพาะหมวดอาหารและเครื่องดื่ม ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 8.79 เครื่องนุ่งห่มและรองเท้าเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 5.25 ของใช้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 5.22 สุขภาพและยาเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 5.49 และสินค้าและบริการอื่น ๆ เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 10.23Modified:25/01/2021 16:24:32
-
อัตราเงินเฟ้อเดือน มิ.ย. 2563 ลดลงเล็กน้อย
ศูนย์สถิติแห่งชาติ กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อลาวเดือน มิ.ย. 2563 ลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 5.28 จากร้อยละ 5.46 เมื่อเดือน พ.ค. 2563 เนื่องจากราคาสินค้าและบริการ โดยเฉพาะหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ มีการปรับตัวลงร้อยละ 0.47 เครื่องนุ่งห่มและรองเท้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.45 ที่พักอาศัย ไฟฟ้า น้ำประปา และเชื้อเพลิงหุงต้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.16 ของใช้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.51 สินค้าเพื่อสุขภาพและยาเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.38 การคมนาคมและขนส่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.31 และสินค้าและบริการอื่น ๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.20Modified:25/01/2021 11:53:31
-
บทรายงานของนายกรัฐมนตรีแห่ง สปป. ลาว ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 9 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 8
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2563 นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ได้แถลงต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 9 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 8 เกี่ยวกับผลการดำเนินแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (2559 – 2563) แผนงบประมาณแห่งรัฐ แผนการเงิน 5 เดือน การคาดการณ์ 6 เดือนแรกของปี 2563 และทิศทาง 6 เดือนหลังของปี 2563 สรุปรายงานในด้านเศรษฐกิจ ดังนี้Modified:22/01/2021 15:19:31
-
อัตราเงินเฟ้อเดือน เม.ย. - พ.ค. 2563
ศูนย์สถิติแห่งชาติ กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อลาวเดือน เม.ย. 2563 ลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 5.84 (เดือน มี.ค. 2563 อยู่ที่ร้อยละ 6.14) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.43 จากเดือน มี.ค. 2563 เนื่องจากราคาสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.23 สุขภาพและยาเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.05 และสินค้าและบริการอื่น ๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.59 อย่างไรก็ตาม บางหมวดสินค้า ปรับตัวลดลง เช่น ไปรษณีย์และโทรคมนาคมลดลงร้อยละ 6.35 การศึกษาลดลงร้อยละ 1.72 ร้านอาหารและโรงแรม ลดลงร้อยละ 1.52 ที่พักอาศัย ไฟฟ้า น้ำประปา และเชื้อเพลิงหุงต้มลดลงร้อยละ 1.45 และคมนาคมและขนส่งลดลง ร้อยละ 1.23Modified:22/01/2021 14:48:30
-
อัตราเงินเฟ้อเดือน ก.พ. 2563 มีแนวโน้มลดลง
ศูนย์สถิติแห่งชาติ กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อลาวเดือน ก.พ. 2563 อยู่ที่ร้อยละ 6.24 ลดลงจากเดือน ม.ค. 2563 ร้อยละ 0.7 สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) มีแนวโน้มลดลงจากเดือน ม.ค. 2563 ร้อยละ 0.21 โดยราคาสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวลดลงร้อยละ 0.81 เนื่องจากราคาข้าวสาร สัตว์ปีก และผักสดลดลง อย่างไรก็ตาม สินค้าบางประเภทมีราคาสูงขึ้น เช่น เนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น ร้อยละ 0.94 รวมทั้งสินค้าหมวดเหล้าและบุหรี่ เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า เครื่องใช้ในครัวเรือน และไปรษณีย์และโทรคมนาคมมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเช่นกันปัจจัยที่ทำให้ราคาสินค้าบางประเภทเพิ่มสูงขึ้นในเดือน ก.พ. 2563 ได้แก่ (1) การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้สุกรเติบโตช้า และต้นทุนการผลิตสูงขึ้น (2) อุทกภัยและภัยแล้งทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าอุปโภคและบริโภคจากต่างประเทศ และ (3) อัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนทำให้ราคาสินค้าและการบริการภายในประเทศสูงขึ้นModified:22/01/2021 11:22:36
-
ศรีลังกามีดัชนีการพัฒนามนุษย์เป็นลำดับที่ 71
สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ได้ออกรายงาน Human Development Report 2019 จัดลำดับให้ศรีลังกามีดัชนีการพัฒนามนุษย์เป็นลำดับที่ 71Modified:28/01/2020 00:06:55
-
สปป. ลาวอยู่อันดับ 113 ความสามารถทางการแข่งขันระดับโลก (Global Competitiveness Index)
รายงานดัชนีความสามารถทางการแข่งขันระดับโลก (Global Competitiveness Index) ประจำปี 2562 ของ World Economic Forum ลดอันดับความสามารถทางการแข่งขันระดับโลกของ สปป. ลาว จากอันดับ 112 ในปี 2561 มาอยู่ที่อันดับ 113 จากจำนวน 141 ประเทศModified:31/10/2019 17:54:14
-
อุตสาหกรรมอัญมณีของอิสราเอล
เป็นที่ทราบกันดีว่า อิสราเอลเป็นหนึ่งในผู้นำการค้าเพชรของโลกที่สำคัญ นอกจากเบลเยี่ยม สหรัฐฯ ฮ่องกง และอินเดีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าเพชรดิบที่ยังไม่ได้เจียระไนด้วย โดยอิสราเอลนำเข้าเพชรดิบ 1 ใน 3 ของการค้าเพชรดิบของโลก และมากกว่าครึ่งหนึ่งของการค้าเพชรและอัญมณีของโลกต้องมาจากอิสราเอล การค้าเพชรและอัญมณีจึงมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของอิสราเอลModified:28/09/2017 14:29:38
-
อุตสาหกรรมอัญมณีของอิสราเอล
เป็นที่ทราบกันดีว่า อิสราเอลเป็นหนึ่งในผู้นำการค้าเพชรของโลกที่สำคัญ นอกจากเบลเยี่ยม สหรัฐฯ ฮ่องกง และอินเดีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าเพชรดิบที่ยังไม่ได้เจียระไนด้วย โดยอิสราเอลนำเข้าเพชรดิบ 1 ใน 3 ของการค้าเพชรดิบของโลก และมากกว่าครึ่งหนึ่งของการค้าเพชรและอัญมณีของโลกต้องมาจากอิสราเอล การค้าเพชรและอัญมณีจึงมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของอิสราเอลModified:28/09/2017 14:29:39
-
อุตสาหกรรมอัญมณีของอิสราเอล
เป็นที่ทราบกันดีว่า อิสราเอลเป็นหนึ่งในผู้นำการค้าเพชรของโลกที่สำคัญ นอกจากเบลเยี่ยม สหรัฐฯ ฮ่องกง และอินเดีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าเพชรดิบที่ยังไม่ได้เจียระไนด้วย โดยอิสราเอลนำเข้าเพชรดิบ 1 ใน 3 ของการค้าเพชรดิบของโลก และมากกว่าครึ่งหนึ่งของการค้าเพชรและอัญมณีของโลกต้องมาจากอิสราเอล การค้าเพชรและอัญมณีจึงมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของอิสราเอลModified:28/09/2017 14:29:39
-
เศรษฐกิจส่านซีปี 2015 โตต่อเนื่อง! GDP อันดับ 2 ของจีนตะวันตก
สำรวจสภาวะเศรษฐกิจมณฑลส่านซีปี 2015 GDP โตเป็นอันดับ 2 ของจีนตะวันตกModified:03/03/2016 09:52:19
Sort by relevance | Sorted by date
