ค้นหา
About 273 results
-
ภาพรวมเศรษฐกิจ ปี 2565 และภารกิจสำคัญด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว ปี 2566
เมื่อวันที่ 5-30 ธ.ค. 2565 สปป. ลาว จัดการประชุม<br />
สมัยสามัญครั้งที่ 4 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ณ ห้องประชุมใหญ่สภาแห่งชาติ เพื่อรายงานผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการคลังและการเงินของ สปป. ลาว ประจำปี 2565 และคาดการณ์ปี 2566 ให้แก่ผู้บริหารระดับสูงและประชาชนทั่วไปรับทราบ สอท. จึงรวบรวมข้อมูลที่สำคัญด้านเศรษฐกิจและสรุปสาระสำคัญจากการประชุม ดังนี้<br />
Modified:01/02/2023 09:33:59
-
ภาพรวมเศรษฐกิจ ปี 2565 และภารกิจสำคัญด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว ปี 2566
เมื่อวันที่ 5-30 ธ.ค. 2565 สปป. ลาว จัดการประชุม<br />
สมัยสามัญครั้งที่ 4 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ณ ห้องประชุมใหญ่สภาแห่งชาติ เพื่อรายงานผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการคลังและการเงินของ สปป. ลาว ประจำปี 2565 และคาดการณ์ปี 2566 ให้แก่ผู้บริหารระดับสูงและประชาชนทั่วไปรับทราบ สอท. จึงรวบรวมข้อมูลที่สำคัญด้านเศรษฐกิจและสรุปสาระสำคัญจากการประชุม ดังนี้<br />
Modified:13/11/2024 10:29:56
-
การประเมินความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ กรณีเปรียบเทียบระหว่าง สปป. ลาวและศรีลังกา
วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในศรีลังกาได้ก่อให้เกิดคำถามว่า สภาพเศรษฐกิจและการขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิง<br />
ที่เกิดขึ้นใน สปป. ลาว นั้น จะนำไปสู่สถานการณ์คล้ายคลึงเช่นที่เกิดขึ้นในศรีลังกาหรือไม่ เนื่องจากมีค่าดัชนี<br />
ชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายประการ อาทิ หนี้สาธารณะ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ อัตราเงินเฟ้อ ฯลฯ ที่บ่งชี้<br />
ไปในทิศทางดังกล่าว เป็นต้น<br />
<br />
ฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ได้รวบรวมข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายของทั้งสองประเทศ เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ ในการประเมินสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว <br />
โดยพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ 7 ประการ ประกอบด้วย (1) ภาพรวม (2) อัตราเงินเฟ้อ (3) เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ (4) หนี้สาธารณะ (5) นโยบายด้านการเงิน<br />
และการคลัง (6) แหล่งรายได้ใหม่ของประเทศ และ <br />
(7) ปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ที่จะช่วยให้<br />
ผู้อ่านสามารถเห็นภาพและพิจารณาในเบื้องต้นถึงปัจจัยและความแตกต่างของบริบททางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยมีรายละเอียด ดังนี้<br />
<br />
(1) ภาพรวม สปป. ลาว เป็นประเทศไม่มีทางออกทะเล (Land-locked Country) ตั้งอยู่ในภูมิภาคอาเซียน <br />
มีประชากรประมาณ 7 ล้านคน โดยประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร GDP ของ สปป. ลาว ในปี 2564 <br />
มีมูลค่าประมาณ 18,827 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 2.5) รายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร รวมเป็นร้อยละ 88 ของ GDP ขณะที่ศรีลังกา เป็นเกาะอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ มีประชากรประมาณ 21.92 ล้านคน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรเช่นเดียวกัน แต่รายได้ส่วนใหญ่ของประเทศพึ่งพาภาคบริการ และการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรไปยังต่างประเทศ โดย GDP ในปี 2564 มีมูลค่าประมาณ 84,518 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 1.8) <br />
<br />
วิกฤตเศรษฐกิจในศรีลังกามีสาเหตุหลักจากการบริหารจัดการของรัฐบาลด้านการเงิน การปรับลดภาษีอย่างกะทันหัน รวมถึงผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 รายรับส่วนใหญ่ของศรีลังกาพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวและเงินตราต่างประเทศอย่างมาก การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้รายได้ของประเทศลดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับหนี้ต่างประเทศจำนวนมากที่ไม่สามารถชำระได้ตามกำหนด เงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลง ค่าเงินอ่อน จึงนำไปสู่การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบกับปัญหาการเมืองและความเคลื่อนไหวของประชาชนภายในประเทศ จนนำไปสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจตามที่ปรากฏรายงานข่าว ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างศรีลังกากับ สปป. ลาว คือ สปป. ลาว มีเสถียรภาพทางการเมืองสูงและสถานการณ์ภายในประเทศสงบ รัฐบาลดำเนินนโยบายปรับโครงสร้างทางการเงินในประเทศผ่านการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารพาณิชย์ และร้านแลกเงินนอกระบบ มีการออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนจากธนาคารแห่ง สปป. ลาว (จำหน่ายแล้วร้อยละ 80) และกระทรวงการเงิน สปป. ลาว สปป. มีแหล่งรายได้ใหม่และแผนในการดำเนินการชำระหนี้ต่างประเทศ (ข้อมูลจากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (NEDA) ระบุว่า สปป. ลาวยังไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ต่อไทย) นอกจากนี้ สปป.ลาวยังมีรายได้จากการส่งสินค้าออก สามารถผลิตอาหารเพียงพอกับความต้องการในประเทศ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว การจับจ่ายซื้อขายสินค้า ยังดำเนินต่อเนื่อง <br />
<br />
Modified:16/09/2022 13:28:17
-
มันสำปะหลังและยางพารา พืชเศรษฐกิจใหม่ของ สปป. ลาว
สปป. ลาวเป็นประเทศที่ภาคเกษตรกรรมเป็นแหล่งรายได้หลักของประชาชน โดยในปี 2564 รายได้จาก ภาคการเกษตรคิดเป็นร้อยละ 16 ของ GDP โดยรัฐบาล สปป. ลาวได้กำหนดให้แผนการส่งเสริมภาคการเกษตร เลี้ยงสัตว์ และปลูกพืชเชิงพาณิชย์เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) เพื่อให้สามารถส่งออกสินค้าเกษตรได้อย่างน้อย 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยพืชส่งออกหลักของ สปป. ลาว ได้แก่ มันสำปะหลัง ยางพารา กล้วย กาแฟ (ยังไม่แปรรูป) ข้าวโพด และข้าว นอกจากนี้ การส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อทดแทนการนำเข้ายังเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของวาระแห่งชาติเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา<br />
ด้านเศรษฐกิจและการคลังอีกด้วย<br />
Modified:02/09/2022 09:14:29
-
โอกาสและความท้าทายในการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าใน สปป. ลาว
ปัจจุบันยานยนต์ไฟฟ้าสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลกทั้งในด้านราคา เทคโนโลยีแบตเตอรี่ หลายประเทศเริ่มเปลี่ยน<br />
<br /><br />
มาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและพัฒนาระบบสถานีชาร์จไฟฟ้าตามสถานที่ต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น เพื่อลดมลพิษทางอากาศจาก<br />
<br /><br />
การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของยานพาหนะที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และลดกระทบจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก<br />
<br /><br />
<br />
<div>ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภาครัฐหลายประเทศมีนโยบายส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า อาทิ ยกเว้นภาษีจดทะเบียน <br />
<br /><br />
ภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนลดภาษีรถยนต์รายปี ให้ชาร์จไฟในจุดชาร์จสาธารณะ ให้เงินอุดหนุน ฟรีค่าผ่านทางและอื่น ๆ</div><br />
<br />
<div><br />
<br /><br />
สปป. ลาว รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนผู้นำเข้า ผู้ผลิต ผู้ใช้งาน รวมทั้งภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับ ยานยนต์ไฟฟ้า <br />
<br /><br />
โดยมีมติเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2564 ว่าด้วยนโยบายและแนวทางการดำเนินปฏิบัติในการเปลี่ยนไปสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า <br />
<br /><br />
เพื่อให้สอดคล้องกับวาระแห่งชาติว่าด้วยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการคลัง โดยเฉพาะมาตรการประหยัด ลดการนำเข้า<br />
<br /><br />
น้ำมันเชื้อเพลิง ลดการรั่วไหลของเงินตราต่างประเทศ อีกทั้งเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้า ที่สปป. ลาวมีศักยภาพ<br />
<br /><br />
ในการผลิตไฟฟ้า มีค่าไฟฟ้าถูกกว่าพื้นที่อื่น ๆ มีแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังน้ำและพลังงานทดแทนหลายแห่ง ซึ่งการส่งเสริม<br />
<br /><br />
ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจะช่วยให้รัฐบาลมีแหล่งรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
สปป. ลาว เปิดรับนักลงทุนที่มีความสนใจลงทุนในกิจการนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้า หรือร่วมพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ <br />
<br /><br />
อาทิ ศูนย์ซ่อมบำรุง ศูนย์ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่และประกอบเพื่อใช้ภายใน หรือส่งออก ผู้เชี่ยวชาญด้านแบตเตอรี่ และสถานี<br />
<br /><br />
ชาร์จไฟฟ้าตามจุดแวะพักรถ เป็นต้น โดยมีนโยบายพิเศษในการนำเข้าและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เช่น ภาษีนำเข้ายานยนต์<br />
<br /><br />
ไฟฟ้าร้อยละ 0 ภาษีสรรพสามิตร้อยละ 3 ภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 และไม่จำกัดโควตานำเข้าเพื่อให้สามารถแข่งขัน<br />
<br /><br />
ด้านราคาอีกด้วย <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
ภาครัฐเป็นต้นแบบของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าใน สปป. ลาว โดยเริ่มจากรถประจำตำแหน่งของรัฐ จากนั้น จะผลักดันให้รัฐวิสาหกิจ <br />
<br /><br />
ขนส่งสาธารณะ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไปใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าจำนวนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้อย่างน้อย<br />
<br /><br />
ร้อยละ 1 หรือประมาณ 20,000 คัน ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ 8,000 คัน รถโดยสารประจำทางและรถบรรทุกขนาดเล็ก 150 คัน <br />
<br /><br />
และรถยนต์ส่วนบุคคล 11,850 คันและกำหนดแผนพัฒนาสถานีชาร์จให้ได้อย่างน้อย 50 สถานี โดยจะเปลี่ยนจากสถานีบริการ<br />
<br /><br />
น้ำมันมาเป็นสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าตามเส้นทางหลวงและตัวเมืองใหญ่ภายในปี 2568 และเพิ่มจำนวนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า<br />
<br /><br />
ให้ได้ร้อยละ 30 และติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้า 100 สถานีภายในปี 2573 <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
ปัจจุบัน สปป. ลาว มีบริษัทตัวแทนจำหน่ายและนำเข้า ยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายจำนวน 10 แห่ง และบริษัทที่ได้รับอนุญาต<br />
<br /><br />
ดำเนินธุรกิจสถานีชาร์จไฟฟ้าจำนวน 10 แห่ง สถานีชาร์จไฟฟ้า 16 จุด โดย 1 จุดเป็นระบบชาร์จไฟฟ้าแบบเร็ว นอกจากนี้ <br />
<br /><br />
สปป. ลาวอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการกำหนดแผนพัฒนาสถานีชาร์จไฟฟ้า โดยกำหนดระยะทางทุก ๆ <br />
<br /><br />
100 กิโลเมตร ให้มีสถานีชาร์จไฟฟ้าแบบเร็ว 5 ตู้ โดยเฉพาะตามเส้นทางหลวงแห่งชาติ นครหลวงเวียงจันทน์ – อัดตะปือ<br />
<br /><br />
และนครหลวงเวียงจันทน์ - หลวงพระบาง จากข้อมูลกรมนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว <br />
<br /><br />
ระบุว่า มีการนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้าจากการช่วยเหลือขององค์การระหว่างประเทศ ภาคเอกชนนำเข้าเพื่อใช้ในโครงการ <br />
<br /><br />
และนำเข้าเพื่อจำหน่ายใน สปป. ลาวแล้วประมาณ 300 คัน (ไม่รวมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า) และตามข้อมูลแผนกโยธาธิการ</div><br />
<br />
<div>และขนส่ง นครหลวงเวียงจันทน์ มีรถยนต์ไฟฟ้าขึ้นทะเบียนแล้วจำนวน 166 คัน <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าใน สปป. ลาวยังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน อาทิ (1) การประสานงาน <br />
<br /><br />
และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมีความยุ่งยาก และใช้เวลานาน (2) สถานีชาร์จไฟฟ้ายังไม่ครอบคลุม<br />
<br /><br />
ทุกพื้นที่ ใช้งบประมาณสูง ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ใช้เวลาชาร์จนาน ขึ้นกับลักษณะ เทคนิคและเทคโนโลยีของรถแต่ละรุ่น <br />
<br /><br />
(3) หากพัฒนาระบบสถานีชาร์จไฟมีความจุแรงดันไฟฟ้าสูงเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อตัวรถ (4) หากไฟฟ้าบ้านไม่มีความเสถียร<br />
<br /><br />
หรือไม่เพียงพอก็อาจส่งผลกระทบต่อแบตเตอรี่ได้ และ (5) ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนและออกทะเบียนเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้า <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
<u>ข้อมูลอ้างอิง </u><br />
<br /><br />
<a class="txttohtmllink" href="https://www.peerpower.co.th/blog/investor/ev-and-investment/">https://www.peerpower.co.th/blog/investor/ev-and-investment/</a> <br />
<br /><br />
<a class="txttohtmllink" href="https://www.mem.gov.la/?page_id=195">https://www.mem.gov.la/?page_id=195</a> <br />
<br /><br />
<a class="txttohtmllink" href="https://www.laophattananews.com/archives/118296">https://www.laophattananews.com/archives/118296</a> </div><br />
Modified:22/08/2022 14:55:49
-
พิธีลงนามสัญญาสัมปทานโครงการท่าบกท่าแขก
เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2565 นางคำจัน วงแสนบูน รองรัฐมนตรี กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว และนายพุดพอนไซ หลวงลาด ผู้อำนวยการบริษัท ท่าบกท่าแขก จำกัดร่วมลงนามสัญญาสัมปทานโครงการท่าบก ท่าแขก เพื่อพัฒนาโลจิสติก การขนส่งสินค้าของ สปป. ลาว โดยมีเจ้าแขวงคำม่วน รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน รองรัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและการขนส่ง พร้อมด้วยผู้แทนจากภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม นายพุดพอนไซฯ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีพื้นที่ติดกับสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม- คำม่วน) อายุสัมปทาน 30 ปี มูลค่าก่อสร้าง 15.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ บริษัทฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2564 โดยรัฐบาลลาว (รัฐวิสาหกิจลาวบริการสินค้าผ่านแดน) ถือหุ้นร้อยละ 30 และภาคเอกชน (บริษัท Greater Mekong Logistics จำกัดเป็นผู้แทนของทั้งสามบริษัท) ถือหุ้นร้อยละ 70 โดยสัดส่วนผู้ถือหุ้นร้อยละ 70 ประกอบด้วย บริษัท Greater Mekong Logistics จำกัด บริษัท International Transport จำกัด และบริษัท Speed Intertransport จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 52.5 ร้อยละ 10.5 และร้อยละ 7 ตามลำดับModified:02/03/2022 14:17:03
-
อัตราเงินเฟ้อ สปป. ลาวในเดือน ธ.ค. 2564
ศูนย์สถิติแห่งชาติ กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อของ สปป. ลาว <br />
ในเดือน ธ.ค. 2564 อยู่ที่ร้อยละ 5.3 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา นับเป็นตัวเลขสูงสุดในรอบปี <br />
2564 โดยปัจจัยที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นมาจากหมวดคมนาคมและขนส่ง ซึ่งเพิ่มขึ้น ร้อยละ 12.7 <br />
หมวดร้านอาหารและโรงแรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.3 หมวดการรักษาสุขภาพและยาเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.2 หมวดสินค้า<br />
และบริการอื่น ๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.9 อย่างไรก็ตาม หมวดการศึกษาลดลงเล็กน้อยคิดเป็นร้อยละ 0.4 <br />
Modified:19/11/2024 11:19:26
-
ผลกระทบต่อ สปป. ลาวจากสภาพราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้น
เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2564 ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว <br />
เป็นประธานการประชุมหารือการปรับราคาน้ำมันภายในประเทศจากสภาพราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้น<br />
อย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้แทนจากกระทรวงการเงิน สปป. ลาว กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป. ลาว ธนาคาร<br />
แห่ง สปป. ลาว สมาคมน้ำมันเชื้อเพลิงและอายแก๊ส และบริษัทน้ำเข้าและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าร่วม<br />
ดร. คำแพงฯ กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมฯ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและบริษัทนำเข้าและส่งออกน้ำมันจัดการประชุมครั้งนี้ขึ้นเพื่อร่วมกันหาวิธีแก้ไขจากการปรับตัวของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การดำรงชีวิตของประชาชน การขนส่งสินค้า อัตราเงินเฟ้อ ค่าครองชีพ และราคาสินค้าและบริการ<br />
Modified:21/12/2021 11:37:53
-
ธนาคารแห่ง สปป. ลาวกำหนดนโยบายสินเชื่อส่งเสริมการผลิตและลดผลกระทบจากโควิด 19 และ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2564 นายสอนไซ สิดพะไซ ผู้ว่าธนาคารแห่ง สปป. ลาว รายงานผลการดำเนินแผนการเงิน ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 และแผนงานสำคัญในปลายปี 2564 ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 ของสมาชิก<br />
สภาแห่งชาติชุดที่ 9 ว่า การดำเนินแผนการเงินในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 มีความท้าทายหลายด้านทั้งภายใน<br />
และภายนอก โดยเฉพาะการแข็งค่าของเงินตราต่างประเทศในสกุลเงินหลักและราคาทองคำ น้ำมันดิบ และอาหาร<br />
ในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ความต้องการเงินตราต่างประเทศเพื่อใช้ชำระคืนให้แก่ต่างประเทศอยู่ในระดับสูง ในขณะที่แหล่งรายได้ของ สปป. ลาวลดลงเนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด 19 อย่างไรก็ตาม ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 สปป. ลาวได้ดุลการค้ากับต่างประเทศ แต่ยังขาดดุลบริการและดุลรายได้ปฐมภูมิกับต่างประเทศ ส่งผลให้มีกระแสเงินไหลออกสุทธิ (กระแสเงินไหลออกนอกประเทศมากกว่าไหลเข้าประเทศ) ประมาณ 303 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 34 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน <br />
Modified:21/12/2021 10:03:41
-
นายกรัฐมนตรี สปป. ลาวสั่งให้เจรจาผลประโยชน์ที่เป็นธรรมในโครงการพลังงานและแร่
เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2564 นายพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ได้ออกคำสั่งเลขที่ 18/นย. ว่าด้วยการเพิ่มการคุ้มครองและป้องกันการรั่วไหลของรายรับงบประมาณแห่งรัฐ โดยสั่งการให้หน่วยงานต่าง ๆ เพิ่มความรับผิดชอบในการเสริมสร้างการจัดการในด้านต่าง ๆ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของรายรับและเพิ่มรายรับให้กับงบประมาณของรัฐให้มากที่สุดModified:18/10/2021 10:45:10
-
เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์เข้าร่วมการเสวนา “เจาะลึก สปป. ลาว Dry Port โอกาสการลงทุน และ ธุรกิจสู่ตลาดโลก”
Modified:19/11/2024 12:30:34
-
บริษัท บัวละพา กสิกรรมป่าไม้ จำกัด ส่งออกไม้อัดชุดแรกไปออสเตรเลีย
นางสุไพวัน เที่ยงจันไซ รองผู้อำนวยการบริษัท บัวละพา กสิกรรมป่าไม้ จำกัด ให้ข้อมูลว่า บริษัทฯ ก่อตั้งโรงงานและทดลองการผลิตเมื่อต้นเดือน เม.ย. 2564 ปัจจุบันโรงงานดำเนินการผลิตแล้วร้อยละ 30 และเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2564 บริษัทฯ ได้ส่งออกไม้อัดชุดแรกที่ผลิตจากโรงงานจำนวน 5 ตู้คอนเทนเนอร์ ปริมาณ 180 ลบ.ม. มูลค่า 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ ไปออสเตรเลีย และอยู่ระหว่างการขยายตลาดไปอีกหลายประเทศModified:28/06/2021 11:04:55
-
สถาบันค้นคว้าเศรษฐกิจแห่งชาติเผยแพร่รายงานประเมินสภาพเศรษฐกิจมหภาคของ สปป. ลาว ปี 2563
เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2564 นางลัดดาวัน ซงวิไล รักษาการหัวหน้าศูนย์ค้นคว้านโยบายเศรษฐกิจมหภาคและปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจ สถาบันค้นคว้าเศรษฐกิจแห่งชาติ (สคสช.) เป็นประธานการประชุมเผยแพร่รายงานประเมินสภาพเศรษฐกิจมหภาคของ สปป. ลาว ปี 2563 โดยมีหัวหน้ากรม รองหัวหน้ากรม และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:24/02/2021 13:26:10
-
อัตราเงินเฟ้อของ สปป. ลาวเดือน ธ.ค. 2563 ปรับตัวเพิ่มขึ้น
ศูนย์สถิติแห่งชาติ กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อเดือน ธ.ค. 2563 อยู่ที่ร้อยละ 3.19 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. 2562 และเพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ย. 2563 ร้อยละ 0.35 เนื่องจาก การขาดแคลนสินค้าเกษตรสืบเนื่องจากความต้องการบริโภคอาหารที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและทองคำที่เพิ่มสูงขึ้นตามแนวโน้มของราคาในตลาดโลก หากเปรียบเทียบกับเดือน ธ.ค. 2562 ราคาสินค้าและบริการแต่ละหมวดปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ อาหาร และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.71 เครื่องนุ่งห่มและรองเท้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.17 โดยเครื่องนุ่งห่มเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.44 ของใช้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.84 โดยราคาสินค้าตกแต่งภายในเพิ่มขึ้น ร้อยละ 5.34 และสุขภาพและยาเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.93 โดยราคายาและอุปกรณ์ทางการแพทย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.57 หากเปรียบเทียบกับเดือน พ.ย. 2563 ราคาสินค้าและบริการในบางหมวดปรับตัวลดลง โดยอาหาร และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวลดลงร้อยละ 0.66 ได้แก่ ข้าวสารร้อยละ 2.03 สัตว์ปีกร้อยละ 0.14 ผลไม้ ร้อยละ 0.35 และผักสดร้อยละ 3.36 ในขณะที่ราคาเนื้อหมูเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.67 และเนื้อวัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.65 นอกจากนี้ ราคาสินค้าและบริการบางหมวดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ เครื่องนุ่งห่มและรองเท้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.54 ของใช้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.55 และสุขภาพและยาเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.29Modified:01/02/2021 15:20:12
-
การพัฒนาของภาคแผนการและการลงทุนของ สปป. ลาว
ในช่วงปี 2519 – 2528 สปป. ลาวได้วางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแบบรวมศูนย์ ซึ่งเป็นการวางแผนพัฒนาโดยกำหนดคาดการณ์ตัวเลขต่าง ๆ ในปี 2519 – 2520 เป็นครั้งแรกที่ สปป. ลาววางแผนประจำปี แผน 3 ปี (2521 - 2523) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (2524 - 2528) โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดการ กับผลกระทบจากสงคราม ปกปักรักษาประเทศชาติและระบอบการปกครองใหม่ให้มั่นคง และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจและสังคมที่ถูกทำลายจากสงคราม โดยฟื้นฟูการผลิตและการเกษตร เช่น การทำนา เพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชนสามารถทำมาหากิน การฟื้นฟูโรงงานรองรับการผลิต เช่น โรงไฟฟ้า โรงงานน้ำประปา อู่ซ่อมเครื่องจักร โรงงานแปรรูปอาหาร และโรงงานทอผ้า การซ่อมแซมและฟื้นฟูระบบคมนาคมและขนส่ง นอกจากนี้ ในปี 2523 การศึกษาและสาธารณสุขได้รับการปรับปรุงให้อยู่ในระดับดีพอสมควร จำนวนประชากรที่รู้หนังสือเพิ่มขึ้นร้อยละ 80Modified:01/02/2021 13:43:31
-
อัตราเงินเฟ้อเดือน ต.ค. 2563 ลดลงเล็กน้อย
ศูนย์สถิติแห่งชาติ กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อเดือน ต.ค. 2563 ของ สปป. ลาวลดลงจากเดือน ก.ย. 2563 เล็กน้อยมาอยู่ในระดับติดลบร้อยละ 0.24 และเมื่อเทียบกับเดือน ต.ค. 2562 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.63 เพิ่มขึ้นต่ำกว่าเดือน ก.ย. 2563 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 4.63 เนื่องจากราคาสินค้าและบริการ ในหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวลดลงติดลบร้อยละ 0.5 เนื่องจากราคาข้าวสารในบางแขวง มีแนวโน้มลดลง รวมทั้งราคาผักและผลไม้ลดลง นอกจากนี้ ราคาสินค้าอื่น ๆ ปรับตัวลดลงเช่นกัน ได้แก่ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบ 2.98 เชื้อเพลิงหุงต้มติดลบร้อยละ 1.11 และทองคำรูปพรรณติดลบร้อยละ 0.47 ปัจจัยที่ทำให้ราคาสินค้าบางประเภทปรับตัวลดลงเนื่องจากมีผลผลิตทางการเกษตรเข้าสู่ตลาดมากขึ้น เช่น ข้าว ผัก ผลไม้ กอปรกับ ราคาน้ำมันและทองคำในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวลดลงเล็กน้อยModified:26/01/2021 10:38:07
-
อัตราเงินเฟ้อเดือน มิ.ย. 2563 ลดลงเล็กน้อย
ศูนย์สถิติแห่งชาติ กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อลาวเดือน มิ.ย. 2563 ลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 5.28 จากร้อยละ 5.46 เมื่อเดือน พ.ค. 2563 เนื่องจากราคาสินค้าและบริการ โดยเฉพาะหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ มีการปรับตัวลงร้อยละ 0.47 เครื่องนุ่งห่มและรองเท้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.45 ที่พักอาศัย ไฟฟ้า น้ำประปา และเชื้อเพลิงหุงต้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.16 ของใช้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.51 สินค้าเพื่อสุขภาพและยาเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.38 การคมนาคมและขนส่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.31 และสินค้าและบริการอื่น ๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.20Modified:25/01/2021 11:53:31
-
อัตราเงินเฟ้อเดือน เม.ย. - พ.ค. 2563
ศูนย์สถิติแห่งชาติ กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อลาวเดือน เม.ย. 2563 ลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 5.84 (เดือน มี.ค. 2563 อยู่ที่ร้อยละ 6.14) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.43 จากเดือน มี.ค. 2563 เนื่องจากราคาสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.23 สุขภาพและยาเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.05 และสินค้าและบริการอื่น ๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.59 อย่างไรก็ตาม บางหมวดสินค้า ปรับตัวลดลง เช่น ไปรษณีย์และโทรคมนาคมลดลงร้อยละ 6.35 การศึกษาลดลงร้อยละ 1.72 ร้านอาหารและโรงแรม ลดลงร้อยละ 1.52 ที่พักอาศัย ไฟฟ้า น้ำประปา และเชื้อเพลิงหุงต้มลดลงร้อยละ 1.45 และคมนาคมและขนส่งลดลง ร้อยละ 1.23Modified:22/01/2021 14:48:30
-
ธนาคารโลกชี้เศรษฐกิจ สปป. ลาวจะขยายตัวกว่าปีที่ผ่านมา
นาย Andrew Mason หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออก และแปซิฟิก ธนาคารโลก กล่าวว่า รายงานการขยายตัวทางเศรษฐกิจของธนาคารโลกประจำเดือน ต.ค. 2562 คาดว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจเอเชียและแปซิฟิกในปี 2562 จะอยู่ที่ร้อยละ 5.8 ลดลงจากปี 2561 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 6.3 และคาดว่าจะลดลงอยู่ที่ร้อยละ 5.7 และ 5.6 ในปี 2563 และ 2564 ตามลำดับModified:21/10/2019 17:01:27
-
ADB คาดว่า เศรษฐกิจ สปป. ลาว จะขยายตัวร้อยละ 6.5 ในปีนี้
เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2562 ธนาคารแห่งเอเชีย (ADB) ประจำ สปป. ลาว ได้จัดการประชุมเผยแพร่รายงานเศรษฐกิจ ประจำปี 2562 โดยมีนายยาซุซิ เนกิชิ ผู้แทนสำนักงาน ADB ประจำ สปป. ลาว พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:12/04/2019 17:15:59
Sort by relevance | Sorted by date
