ค้นหา
About 752 results
-
การเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมใน สปป.ลาว
<div x14z9mp="" xat24cr="" x1lziwak="" x1vvkbs="" x126k92a"="">
<div dir="auto"> ในยุคของเศรษฐกิจดิจิทัลและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ใน สปป. ลาว</div>
</div>
<div xat24cr="" x1lziwak="" x1vvkbs="" xtlvy1s="" x126k92a"=""> </div>
Modified:11/08/2025 11:08:00
-
โอกาสและความท้าทายของตลาดของฝากใน สปป.ลาว
สปป.ลาว ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
<br />
และต่างประเทศให้ความสนใจ ด้วยความงดงามของธรรมชาติ วัฒนธรรมท้องถิ่นที่หลากหลาย รวมทั้งModified:09/12/2024 17:50:14
-
ศักยภาพการผลิตอาหารสัตว์ของ สปป. ลาว
การเลี้ยงสัตว์เพื่อส่งออกเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของรัฐบาล สปป.ลาว ในการสร้างรายได้และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเลี้ยงสัตว์จากการเลี้ยงสัตว์ตามธรรมชาติสู่การเลี้ยงแบบฟาร์ม และพัฒนาสู่การแปรรูปผลผลิตแบบอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า โดยเฉพาะการเลี้ยงหมู ไก่ไข่ ไก่เนื้อ ปลา เป็ด ฯลฯ ส่งผลให้เกิดความต้องการอาหารสัตว์ในปริมาณที่สูงขึ้นModified:13/11/2024 09:43:13
-
ทองคำ อัญมณีล้ำค่าแห่ง สปป. ลาว
สปป. ลาว เป็นประเทศที่มีแร่ธาตุ <br />
และทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ จากลักษณะของ<br />
ภูมิประเทศที่เกิดจากการยกตัวของแผ่นทวีปเก่าก่อให้เกิดภูเขาสลับกับที่ราบหุบเขา มีแหล่งแร่สำคัญ<br />
เช่น เงิน ทองคำ ทองแดง นิกเกิล ตะกั่ว ถ่านหิน <br />
บอกไซต์ ยิปซั่ม เหล็ก อัญมณี โปแตช สังกะสี <br />
แมงกานีส หินปูน โดโลไมต์ และแบไรต์ ในพื้นที่กว่า 570 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 162,104 ตร.กม. คิดเป็น<br />
ร้อยละ 68.49 ของพื้นที่ประเทศ ส่วนมากขุดพบในแขวงสะหวันนะเขต แขวงไซสมบูน แขวงอุดมไซ แขวงอัตตะปือ และแขวงเซกอง เป็นต้น<br />
Modified:01/02/2023 09:24:48
-
รถไฟลาว-จีน การคมนาคมที่ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจลาว
สปป. ลาว ได้ร่วมมือกับจีนเพื่อพัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงทางรางเพื่อขนส่งสินค้า รวมถึงขนส่งผู้โดยสารตามแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการค้าและเศรษฐกิจตามแนวเส้นทางรถไฟ ตลอดจนยกระดับรูปแบบของการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ ในสปป. ลาว ให้มีทางเลือกมากขึ้น ซึ่งการเปิดให้บริการของรถไฟลาว-จีน เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ สปป. ลาว เป็นข้อต่อที่สำคัญของภูมิภาค ส่งเสริมการเชื่อมโยง <br />
สปป.ลาวเข้าสู่กับห่วงโซ่การค้าผ่านระบบขนส่งแบบโลจิสติกส์ที่ทันสมัย ด้วยการปรับนโยบายให้มีความเหมาะสม รวดเร็ว มีคุณภาพและต้นทุนที่ถูกลง ขนส่งได้ปริมาณมากและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม <br />
นับตั้งเปิดให้บริการรถไฟลาว-จีน อย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม 2564 จนถึงเดือนตุลาคม 2565 <br />
ในระยะเวลา 10 เดือนที่ผ่านมา รถไฟลาว-จีนได้ให้การบริการขนส่งสินค้าจำนวน 8,510,000 ตัน เป็นการขนส่ง<br />
สินค้าระหว่างประเทศกว่า 1,540,000 ตัน แบ่งเป็นสินค้านำเข้ามา สปป. ลาว จำนวนประมาณ 280,000 ตัน และสินค้าที่ สปป. ลาว ส่งออกไปจีนประมาณ 948,000 ตัน การบริการขนส่งเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ร้อยละ 23.8 ในแต่ละเดือน<br />
Modified:29/12/2022 08:52:09
-
พัฒนาการอุตสาหกรรมตัดเย็บของ สปป. ลาว
อุตสาหกรรมตัดเย็บเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่รัฐบาล สปป.ลาว ให้การส่งเสริมเพื่อลดการพึ่งพาและสร้างรายได้
<br />
จากทรัพยากรธรรมชาติไปสู่ การผลิตสินค้าในอุตสาหกรรมเบา (Light Industry) เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย
<br />
สร้างงาน ให้แก่ประชาชน ลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และสามารถสร้างรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศอีกด้วย
<br />
<br />
ในปี 2564 ภาคอุตสาหกรรม สปป. ลาวมีอัตราการขยายตัวคิดเป็นร้อยละ 34 ของ GDP (ขยายตัวลดลงร้อยละ 2.65 เมื่อเทียบ
<br />
กับปีที่ผ่านมา) โดยอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้าและเครื่องหนัง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.10 ของภาคอุตสาหกรรม
<br />
ทั้งหมด และอยู่ในอันดับที่ 7 รองจากอุตสาหกรรมพลังงาน ก่อสร้าง การแปรรูปอื่น ๆ เหมืองแร่และการขุดค้น การแปรรูปอาหาร
<br />
และเครื่องดื่มและบุหรี่ ตามลำดับ
<br />
<br />
สปป. ลาวก่อตั้งโรงงานตัดเย็บเครื่องนุ่งห่มแห่งแรกในปี 2527 ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 77 แห่ง ตั้งอยู่ใน นครหลวงเวียงจันทน์ 72 แห่ง
<br />
แขวงเวียงจันทน์ 1 แห่ง แขวงจำปาสัก 2 แห่ง และแขวงสะหวันนะเขต 2 แห่ง แบ่งออกเป็นโรงงานที่ผลิตเครื่องนุ่งห่มเพื่อส่งออก
<br />
เป็นหลักจำนวน 50 แห่ง และโรงงานที่ผลิตเพื่อใช้ภายในประเทศ 27 แห่ง สร้างงานได้ 25,000 ตำแหน่ง สินค้าที่ผลิตส่วนใหญ่
<br />
ได้แก่ เครื่องแบบ เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต เสื้อโปโล เสื้อทำงานแจ๊คเก็ต ยีนส์ ชุดชั้นใน ชุดเครื่องนอน ถุงเท้า รองเท้าและอื่น ๆ
<br />
ตลาดส่งออกที่สำคัญของ สปป. ลาว ได้แก่ ยุโรปร้อยละ 80 ญี่ปุ่น ร้อยละ 9 สหรัฐอเมริกา ร้อยละ 4 และแคนาดา ร้อยละ 2
<br />
<br />
ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ผู้ประกอบการบางส่วนหยุดการผลิต และบางส่วนลดกำลังการผลิตชั่วคราวเพื่อปฏิบัติตาม
<br />
มาตรการป้องการการแพร่ระบาดของรัฐบาล สปป. ลาว อีกทั้งอุตสาหกรรมตัดเย็บของ สปป.ลาว ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
<br />
กับอุตสาหกรรมตัดเย็บทั่วโลก กล่าวคือ หลายบริษัทประสบปัญหาถูกยกเลิกคำสั่งซื้อจากบริษัทที่เป็นเจ้าของเครื่องหมาย
<br />
สินค้าต่าง ๆ การชะลอการผลิตวัสดุ อุปกรณ์ด้านการตัดเย็บจากผู้ผลิตในต่างประเทศอันเนื่องมาจากการ lockdown
<br />
ในหลายเมือง และปัญหาความล่าช้าในการจัดส่งและมอบสินค้า
<br />
<br />
ในปี 2563 การส่งออกเครื่องนุ่งห่มของ สปป. ลาวมีมูลค่า 188 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 11.32 เมื่อเทียบกับปี 2562
<br />
ส่วนในปี 2564 มูลค่าการส่งออกเครื่องนุ่งห่มเพิ่มขึ้นเป็น 189 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วงเดือน ม.ค. - มิ.ย. 2565 การส่งออก
<br />
เครื่องนุ่งห่มมีมูลค่า 99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากนโยบายผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19 โรงงานตัดเย็บหลายแห่ง
<br />
เริ่มเปิดดำเนินการผลิตตามปกติ และอยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากผลกระทบ สำหรับการนำเข้าสินค้าเครื่องนุ่งห่ม ช่วงเดือน
<br />
ม.ค. - มิ.ย. 2565 สปป. ลาวนำเข้าเครื่องนุ่งห่มประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยนำเข้าจากจีนมากที่สุดมูลค่า 8.04 ล้าน
<br />
ดอลลาร์สหรัฐ รองลงมาคือเวียดนาม 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทย 2.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
<br />
<br />
การพัฒนาอุตสาหกรรมตัดเย็บใน สปป. ลาว เผชิญกับข้อจำกัดหลายด้าน อาทิ จำนวนแรงงานที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม
<br />
การผลิตของ สปป. ลาวมีน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลให้สัดส่วนแรงงานในภาคการผลิต
<br />
เครื่องนุ่งห่มขาดแคลน แม้ว่า สปป. ลาวจะมีข้อได้เปรียบด้านอัตราค่าจ้างแรงานที่มีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่น
<br />
แต่ศักยภาพในการผลิตยังมีน้อย แรงงานเลือกจะทำงานในอุตสาหกรรมอื่นที่มีค่าตอบแทนสูงกว่า รวมถึงแรงงานลาวส่วนหนึ่ง
<br />
ย้ายไปทำงานต่างประเทศ สำหรับนักลงทุน ผู้ประกอบการระดับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็กยังประสบปัญหาในการเข้าถึง
<br />
แหล่งเงินทุน และปัญหาเงินกีบอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์และบาท ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบนำเข้าสำหรับการผลิต
<br />
เครื่องนุ่งห่มสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
<br />
<br />
เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมตัดเย็บใน สปป.ลาว สมาคมอุตสาหกรรมตัดเย็บ สปป. ลาวผลักดันนโยบาย
<br />
ส่งเสริมให้โรงงานตัดเย็บทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่สามารถดำเนินการได้มากขึ้น โดยส่งเสริมให้หนึ่งกลุ่มบ้าน มีหนึ่ง
<br />
ร้านตัดเย็บเพื่อสร้างรายรับให้ผู้ประกอบรายย่อย และทำให้ประชาชนได้ใช้สินค้าที่ผลิตภายในชุมชน ประชาสัมพันธ์เชิญชวน
<br />
ให้สนับสนุนและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ลาวที่ผลิตภายในประเทศเพื่อลดการรั่วไหลของเงินตราต่างประเทศอีกด้วย นอกจากนี้
<br />
รัฐบาล สปป.ลาว ยังได้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ผู้ประกอบการในวิสาหกิจขนาดกลางและเล็กสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้
<br />
จากสถาบันการเงินได้สะดวกยิ่งขึ้น
<br />
<br />
ข้อมูลอ้างอิง
<br />
https://eriit.moic.gov.la/researcheriitlao/
<br />
https://www.moic.gov.la/?page_id=6994
<br />
https://laoedaily.com.la/2022/10/03/117658/ file:///I:/downloads/Yearbook2021_Final%2022.04.2022%20(1).pdfModified:25/11/2022 12:32:06
-
การประเมินความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ กรณีเปรียบเทียบระหว่าง สปป. ลาวและศรีลังกา
วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในศรีลังกาได้ก่อให้เกิดคำถามว่า สภาพเศรษฐกิจและการขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิง<br />
ที่เกิดขึ้นใน สปป. ลาว นั้น จะนำไปสู่สถานการณ์คล้ายคลึงเช่นที่เกิดขึ้นในศรีลังกาหรือไม่ เนื่องจากมีค่าดัชนี<br />
ชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายประการ อาทิ หนี้สาธารณะ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ อัตราเงินเฟ้อ ฯลฯ ที่บ่งชี้<br />
ไปในทิศทางดังกล่าว เป็นต้น<br />
<br />
ฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ได้รวบรวมข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายของทั้งสองประเทศ เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ ในการประเมินสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว <br />
โดยพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ 7 ประการ ประกอบด้วย (1) ภาพรวม (2) อัตราเงินเฟ้อ (3) เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ (4) หนี้สาธารณะ (5) นโยบายด้านการเงิน<br />
และการคลัง (6) แหล่งรายได้ใหม่ของประเทศ และ <br />
(7) ปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ที่จะช่วยให้<br />
ผู้อ่านสามารถเห็นภาพและพิจารณาในเบื้องต้นถึงปัจจัยและความแตกต่างของบริบททางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยมีรายละเอียด ดังนี้<br />
<br />
(1) ภาพรวม สปป. ลาว เป็นประเทศไม่มีทางออกทะเล (Land-locked Country) ตั้งอยู่ในภูมิภาคอาเซียน <br />
มีประชากรประมาณ 7 ล้านคน โดยประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร GDP ของ สปป. ลาว ในปี 2564 <br />
มีมูลค่าประมาณ 18,827 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 2.5) รายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร รวมเป็นร้อยละ 88 ของ GDP ขณะที่ศรีลังกา เป็นเกาะอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ มีประชากรประมาณ 21.92 ล้านคน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรเช่นเดียวกัน แต่รายได้ส่วนใหญ่ของประเทศพึ่งพาภาคบริการ และการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรไปยังต่างประเทศ โดย GDP ในปี 2564 มีมูลค่าประมาณ 84,518 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 1.8) <br />
<br />
วิกฤตเศรษฐกิจในศรีลังกามีสาเหตุหลักจากการบริหารจัดการของรัฐบาลด้านการเงิน การปรับลดภาษีอย่างกะทันหัน รวมถึงผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 รายรับส่วนใหญ่ของศรีลังกาพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวและเงินตราต่างประเทศอย่างมาก การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้รายได้ของประเทศลดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับหนี้ต่างประเทศจำนวนมากที่ไม่สามารถชำระได้ตามกำหนด เงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลง ค่าเงินอ่อน จึงนำไปสู่การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบกับปัญหาการเมืองและความเคลื่อนไหวของประชาชนภายในประเทศ จนนำไปสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจตามที่ปรากฏรายงานข่าว ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างศรีลังกากับ สปป. ลาว คือ สปป. ลาว มีเสถียรภาพทางการเมืองสูงและสถานการณ์ภายในประเทศสงบ รัฐบาลดำเนินนโยบายปรับโครงสร้างทางการเงินในประเทศผ่านการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารพาณิชย์ และร้านแลกเงินนอกระบบ มีการออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนจากธนาคารแห่ง สปป. ลาว (จำหน่ายแล้วร้อยละ 80) และกระทรวงการเงิน สปป. ลาว สปป. มีแหล่งรายได้ใหม่และแผนในการดำเนินการชำระหนี้ต่างประเทศ (ข้อมูลจากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (NEDA) ระบุว่า สปป. ลาวยังไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ต่อไทย) นอกจากนี้ สปป.ลาวยังมีรายได้จากการส่งสินค้าออก สามารถผลิตอาหารเพียงพอกับความต้องการในประเทศ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว การจับจ่ายซื้อขายสินค้า ยังดำเนินต่อเนื่อง <br />
<br />
Modified:16/09/2022 13:28:17
-
โครงการท่าบกท่านาแล้ง และเขตโลจิสติกส์นครหลวงเวียงจันทน์ กับการเปลี่ยนแปลง Landscape ของ สปป. ลาว ครั้งใหม่
สปป. ลาว เป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่มีทางออกทะเล (Land-locked) <br />
จึงส่งผลให้เกิดข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจหลายประการ อาทิ ต้นทุนด้านโลจิสติกส์สูง การนำเข้าสินค้าเพื่อการบริโภคในประเทศและการส่งออกสินค้าจำเป็นต้องส่งสินค้าผ่านท่าเรือของประเทศที่สาม ด้วยข้อจำกัดข้างต้น จึงไม่เอื้อต่อการดึงดูดนักลงทุนให้ขยายฐานการผลิตมาใน สปป. ลาว <br />
Modified:22/08/2022 14:03:05
-
พิธีลงนามสัญญาสัมปทานโครงการท่าบกท่าแขก
เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2565 นางคำจัน วงแสนบูน รองรัฐมนตรี กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว และนายพุดพอนไซ หลวงลาด ผู้อำนวยการบริษัท ท่าบกท่าแขก จำกัดร่วมลงนามสัญญาสัมปทานโครงการท่าบก ท่าแขก เพื่อพัฒนาโลจิสติก การขนส่งสินค้าของ สปป. ลาว โดยมีเจ้าแขวงคำม่วน รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน รองรัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและการขนส่ง พร้อมด้วยผู้แทนจากภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม นายพุดพอนไซฯ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีพื้นที่ติดกับสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม- คำม่วน) อายุสัมปทาน 30 ปี มูลค่าก่อสร้าง 15.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ บริษัทฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2564 โดยรัฐบาลลาว (รัฐวิสาหกิจลาวบริการสินค้าผ่านแดน) ถือหุ้นร้อยละ 30 และภาคเอกชน (บริษัท Greater Mekong Logistics จำกัดเป็นผู้แทนของทั้งสามบริษัท) ถือหุ้นร้อยละ 70 โดยสัดส่วนผู้ถือหุ้นร้อยละ 70 ประกอบด้วย บริษัท Greater Mekong Logistics จำกัด บริษัท International Transport จำกัด และบริษัท Speed Intertransport จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 52.5 ร้อยละ 10.5 และร้อยละ 7 ตามลำดับModified:02/03/2022 14:17:03
-
ข้อคิดเห็นของไทยเกี่ยวกับเส้นทางรถไฟลาว - จีน
นายโจ ฮอร์น พัฒโนทัย ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท Strategy 613 จำกัด ที่ปรึกษาองค์กรเอกชนขนาดใหญ่ และหน่วยงานของรัฐในการลงทุนทำธุรกิจระหว่างไทยกับจีน กล่าวว่า ปัจจุบันลูกค้าของบริษัทฯ สามารถขนส่งสินค้า รวมทั้งวัสดุบรรจุภัณฑ์ สินค้าอุปโภคบริโภค และอุปกรณ์จากจีนมาไทยผ่านทางรถไฟลาว-จีน ได้แล้ว และชื่นชมความพยายามของรัฐบาลไทยในการเพิ่มการเชื่อมโยงประเทศกับเส้นทางรถไฟลาว-จีน ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อภาคอุตสาหกรรมและการค้าModified:28/02/2022 14:38:39
-
ภาคเอกชนเสนอปัญหาในที่ประชุมระหว่างคณะรัฐบาล สปป. ลาวและภาคเอกชนลาว
เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2564 นายพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมระหว่าง<br />
คณะรัฐบาล สปป. ลาวและภาคเอกชนลาว ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี <br />
และผู้แทนจากภาคเอกชนลาวเข้าร่วม<br />
Modified:28/12/2021 10:11:47
-
สปป. ลาวเข้าเป็นภาคีความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าเทคโนโลยีสารสนเทศ
เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2564 ที่ประชุมคณะกรรมการความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Agreement - ITA) ภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก รอบพิเศษ ที่สวิตเซอร์แลนด์ <br />
ได้พิจารณารับรอง สปป. ลาวเข้าเป็นสมาชิกความตกลงดังกล่าว ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 83 ประเทศ <br />
โดย สปป. ลาวเป็นประเทศพัฒนาน้อยที่สุดประเทศแรกที่เข้าร่วมเป็นภาคีความตกลงดังกล่าว ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2564 กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว แจ้งว่า สปป. ลาวได้ดำเนินกระบวนการภายในสำหรับการลดหย่อนภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์ไอทีตามข้อผูกพันของข้อตกลงดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2565 เป็นต้นไป<br />
Modified:19/11/2024 11:18:57
-
ด่านสากลท่าบกท่านาแล้งเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ
เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2564 นายพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว เข้าร่วมพิธีเปิดใช้ด่านสากลท่าบก<br />
ท่านาแล้ง (สำหรับสินค้า) และเขตโลจิสติกส์ครบวงจร นครหลวงเวียงจันทน์อย่างเป็นทางการ โดยมีรัฐมนตรี <br />
รองรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยในพิธีฯ ได้มีการปล่อยขบวนรถขนส่งสินค้ารอบปฐมฤกษ์จำนวน 12 ตู้คอนเทนเนอร์ไปยังเวียดนาม ไทย และกัมพูชา<br />
Modified:28/12/2021 09:42:58
-
ผลกระทบต่อ สปป. ลาวจากสภาพราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้น
เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2564 ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว <br />
เป็นประธานการประชุมหารือการปรับราคาน้ำมันภายในประเทศจากสภาพราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้น<br />
อย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้แทนจากกระทรวงการเงิน สปป. ลาว กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป. ลาว ธนาคาร<br />
แห่ง สปป. ลาว สมาคมน้ำมันเชื้อเพลิงและอายแก๊ส และบริษัทน้ำเข้าและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าร่วม<br />
ดร. คำแพงฯ กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมฯ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและบริษัทนำเข้าและส่งออกน้ำมันจัดการประชุมครั้งนี้ขึ้นเพื่อร่วมกันหาวิธีแก้ไขจากการปรับตัวของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การดำรงชีวิตของประชาชน การขนส่งสินค้า อัตราเงินเฟ้อ ค่าครองชีพ และราคาสินค้าและบริการ<br />
Modified:21/12/2021 11:37:53
-
อัตราเงินเฟ้อเดือน ต.ค. 2564
ศูนย์สถิติแห่งชาติ กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อเดือน ต.ค. 2564 <br />
อยู่ที่ร้อยละ 4.72 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา นับเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ส.ค. 2563 เป็นต้นมา ปัจจัยที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อในเดือน ต.ค. 2564 เพิ่มสูงขึ้นมาจากราคาทองคำและน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น โดยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้นร้อยละ 35.49 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งและราคาสินค้าที่จำหน่ายภายในประเทศ <br />
Modified:21/12/2021 11:35:06
-
สปป. ลาวเตรียมเปิดทางรถไฟลาว - จีนอย่างเป็นทางการ
เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตีกระทรวงแผนการและ การลงทุน สปป. ลาว
<br />
ได้เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการเตรียมเปิดทางรถไฟลาว - จีน โดยในวันที่ 2 ธ.ค. 2564 จะเป็นพิธีทางศาสนา
<br />
หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรี สปป. ลาว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะร่วมเดินทางไปกับรถไฟเที่ยวปฐมฤกษ์
<br />
<br />
นายโพไซ ไขคำพิทูน รองรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ สปป. ลาว กล่าวกับสื่อมวลชนว่า ปัจจุบัน การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน
<br />
เสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงการเก็บรายละเอียดบางส่วน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ของฝ่ายลาวและบริษัททางรถไฟลาว - จีน จำกัด
<br />
จะเตรียมความพร้อมเพื่อให้แน่ใจว่างานทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ ก่อนพิธีเปิด รัฐบาล สปป. ลาวและจีนเห็นพ้องที่จะกำหนดให้วันที่
<br />
3 ธ.ค. 2564 เป็นพิธีเปิดทางรถไฟอย่างเป็นทางการ โดยนายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศ สปป. ลาวจะเข้าร่วมพิธีดังกล่าว
<br />
กระทรวงการต่างประเทศ สปป. ลาวจัดทำกำหนดการและเชิญคณะทูตานุทูตและองค์การระหว่างประเทศเข้าร่วมพิธีเปิด
<div>ซึ่งจะดำเนินการ ตามมาตรการควบคุมการระบาดของโรคโควิด 19 อย่างเข้มงวด นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะแจ้ง
<br />
ค่าโดยสารและค่าขนส่งให้ประชาชนทราบก่อนพิธีเปิด รวมทั้งจะประสานงานกับหน่วยงานส่วนท้องถิ่นในแขวงที่ทางรถไฟ
<br />
ผ่านเพื่อออกมาตรการป้องกันการขโมยชิ้นส่วนทางรถไฟและสายไฟฟ้า
<br />
<br />
โครงการทางรถไฟลาว - จีน เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือน ธ.ค. 2559 มีระยะทาง 422.4 โดยคาดว่าจะสามารถ ลดต้นทุนการขนส่ง</div>
<div>ผ่านลาวได้ร้อยละ 30 - 40 เมื่อเทียบกับการขนส่งทางถนน
<br />
<br />
ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 16 พ.ค. 2564
<br />
<a href="https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_PM_to_224.php" >https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_PM_to_224.php</a>
<br />
<a href="https://www.facebook.com/watch/?v=421538502764424" >https://www.facebook.com/watch/?v=421538502764424</a></div>
Modified:21/12/2021 11:05:23
-
รัฐบาล สปป. ลาวคาดเศรษฐกิจลาวปี 2564 จะขยายตัวร้อยละ 3
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและ<br />
การลงทุน สปป. ลาว ได้รายงานผลการปฏิบัติตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนงบประมาณแห่งรัฐ แผนการเงินในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 และแผนงานสำคัญในปลายปี 2564 ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 <br />
ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ว่า การระบาดของโรคโควิด 19 ระลอกใหม่ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อ <br />
สปป. ลาว โดยเฉพาะปัญหาด้านการคลัง การเงิน หนี้สาธารณะ ความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ และโรคระบาดในพืช<br />
และสัตว์ตามฤดูกาล ซึ่งล้วนแต่เป็นความท้าทายและแรงกดดันต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในปี 2564<br />
Modified:21/12/2021 10:08:34
-
สปป. ลาวส่งเสริมการผลิตพลังงานหมุนเวียนเพื่อส่งออก
ดร. สีนาวา สุพานุวง รองรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว กล่าวว่า สปป. ลาวมีศักยภาพ ในการผลิตไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ซึ่งมีกำลังการผลิตตั้งแต่ 10,000 - 15,000 เมกะวัตต์ ในขณะที่พลังงานลมอาจสูง ถึง 100,000 เมกะวัตต์ โดยกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เท่ากับครึ่งหนึ่งของศักยภาพการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำของ สปป. ลาว ซึ่งคาดว่าจะสูงถึง 30,000 เมกะวัตต์ การผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานที่หลากหลายจะช่วยให้ สปป. ลาวไม่ต้องนำเข้าไฟฟ้าจากไทยในฤดูแล้งModified:02/11/2021 15:20:24
-
พิธีส่งมอบรถไฟลาว - จีนขบวนล้านช้าง
เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2564 นายเวียงสะหวัด สีพันดอน รัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป. ลาว นาย Jiang Zaidong เอกอัครราชทูตจีนประจำ สปป. ลาว และนาย Xiao Qianwen ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ทางรถไฟลาว - จีน จำกัด พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมพิธีส่งมอบรถไฟ Electric Multiple Unit (EMU) ขบวนล้านช้าง ณ สถานีรถไฟนครหลวงเวียงจันทน์Modified:02/11/2021 15:17:06
-
รัฐบาล สปป. ลาวออกนโยบายส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าใน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2564 รัฐบาล สปป. ลาวได้ออกมติว่าด้วยการรับรองและการประกาศใช้นโยบาย การใช้รถไฟฟ้าใน สปป. ลาว เพื่อดำเนินการตามวาระแห่งชาติว่าด้วยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการคลัง โดยเฉพาะมาตรการประหยัด ลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศเพื่อลดการรั่วไหลของเงินตราต่างประเทศ ลดค่าใช้จ่ายของผู้ใช้ยานพาหนะและการก่อมลพิษจากรถที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่ง สปป. ลาวมีศักยภาพในการผลิต โดยตั้งเป้าจำนวนการใช้รถไฟฟ้าคิดเป็นร้อยละ 1 ของผู้ใช้ยานพาหนะภายใน ปี 2568 และร้อยละ 30 ภายในปี 2573 มติดังกล่าวสรุปสาระสำคัญ ดังนี้Modified:29/10/2021 09:26:44
Sort by relevance | Sorted by date
