ค้นหา
About 564 results
-
การส่งออกสินค้าสปป. ลาวไปไทยในเดือน ม.ค. 2564 ลดลง
ข้อมูลกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว ระบุว่า ในเดือน ม.ค. 2564 การส่งออกสินค้าของ สปป. ลาวไปไทยมีมูลค่า 89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากเดือน ม.ค. 2563 135 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19 โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกกะหล่ำปลีในเมืองปากซอง แขวงจำปาสักที่ได้รับผลกระทบจากการควบคุมชายแดนที่เข้มงวดมากขึ้น โดยมีการคัดกรองบุคคลที่เดินเข้าประเทศ รวมถึงยานพาหนะที่ข้ามแดนมาจากไทย ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการไทยที่รับซื้อกะหล่ำปลีมีความยากลำบากในการเดินทางเข้ามายัง สปป. ลาว และส่งผลให้กะหล่ำปลีจำนวนหลายพันตันตกค้าง ในขณะเดียวกันการส่งออกข้าวโพดหวานในแขวงไซยะบูลีไปไทย ในเดือน ม.ค. 2564 ลดลงเช่นกันModified:17/03/2021 10:11:43
-
การจัดงาน Top Thai Brands กรุงโคลัมโบ
สถานเอกอัครราชทูตฯ และสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเจนไน ร่วมกับ บมจ.การบินไทย สนง.โคลัมโบ และ ททท. สนง. เมืองมุมไบ จัดงาน Top Thai Brands ระหว่างวันที่ 6 - 8 มีนาคม 2563Modified:13/03/2020 13:45:19
-
ไทย – ลาวร่วมมือส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในอุตสาหกรรมและการเกษตร
เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2562 กรมเทคโนโลยีดิจิทัล กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สปป. ลาว ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในอุตสาหกรรมและการเกษตร ณ โรงแรมลาวพลาซ่า นครหลวงเวียงจันทน์Modified:17/09/2019 16:32:20
-
ขอเชิญเข้าร่วมงานเทศกาลอาหารและสมุนไพร "Taste Thai"
Modified:29/01/2018 14:09:52
-
ขอเชิญเข้าร่วมงานเทศกาลอาหารและสมุนไพร "Taste Thai"
Modified:29/01/2018 14:11:05
-
ขอเชิญเข้าร่วมงานเทศกาลอาหารและสมุนไพร "Taste Thai"
Modified:29/01/2018 14:14:00
-
ขอเชิญเข้าร่วมงานเทศกาลอาหารและสมุนไพร "Taste Thai"
Modified:29/01/2018 14:15:51
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดการสัมมนาเพื่อส่งเสริมหุ้นส่วนทางธุรกิจดิจิทัลกับเยอรมนี
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ร่วมกับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดการสัมมนา Green and Innovative Economy ในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในเชิงนโยบายและมาตรการที่รัฐจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ประสบการณ์และแนวคิดการประกอบธุรกิจดิจิทัลให้สำเร็จ ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับ SMEs และ start-ups ซึ่งรวมถึง start-ups ที่เป็นผู้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการประกอบธุรกิจและ tech start-ups อาทิ การสร้าง platform ออนไลน์ การบริหารและวิเคราะห์ big data การสร้าง digital marketplace สำหรับ SMEs <br />
ในการสัมมนาในครั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน จากภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ start-ups รายใหม่ ๆ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร. ขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Ms. Atsuko Okuda ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) นาย Carl van der Elst ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน ธนาคาร Deutsche Bank และ อ. ดนัยรัตน์ ธนบดีธรรมจารี ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ด้าน digital transformation บริษัท SAP (Thailand) จำกัด มาร่วมเป็นวิทยากรและร่วมการเสวนาด้วย<br />
ในโอกาสนี้ นายรัชดา จิวาลัย รองอธิบดีกรมยุโรป ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด Thailand 4.0 โดยนอกจากจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการไทยในทุกขนาดแล้ว ยังสามารถที่จะกระจายโอกาสและรายได้ไปสู่กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและวิสาหกิจชุมชนในชนบทไดhด้วยการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุข (telemedicine) การให้การศึกษาทางไกล การให้บริการภาครัฐออนไลน์ (e-government) การพัฒนา e-commerce เชิ่มโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับตลาด การส่งเสริม digital and smart farming เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตร เป็นต้น ในขณะที่ไทยและเยอรมนีต่างก็เผชิญความท้าทายร่วมกันในโลกยุคดิจิทัล และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายต่างมีความเข้มแข็งและความพร้อมที่จะร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะระหว่างผู้ประกอบการไทยในระดับต่าง ๆ กับ tech start-up เยอรมัน ที่มีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่น่าสนใจ ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับเยอรมนีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของนาย Peter Prügel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ที่ย้ำว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่อีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายเยอรมันพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่าย<br />
การสัมมนาดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งที่เป็น start-ups และ tech start-ups ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กร และตัวแทนภาครัฐมากกว่า 100 คน โดยใช้เวลาในช่วงถามตอบมากกว่า 1 ชม. ในการนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีทั้ง 2 คน ได้แสดงความเชื่อมั่นถึงศักยภาพและโอกาสของภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยที่มีความตื่นตัวในการสร้างและปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ และได้เสนอแนะให้ภาครัฐและเอกชนไทยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า และระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อให้รัฐสามารถออกมาตรการสนับสนุนเอกชนได้อย่างทันท่วงที เพราะในยุคดิจิทัลผู้ที่จะได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแต่จะเป็นผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ควบคู่ไปกับการหารูปแบบในการประกอบการ (business model) ที่ทันสมัยอยู่เสมอ<br />
Modified:10/12/2017 00:58:44
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดการสัมมนาเพื่อส่งเสริมหุ้นส่วนทางธุรกิจดิจิทัลกับเยอรมนี
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ร่วมกับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดการสัมมนา Green and Innovative Economy ในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในเชิงนโยบายและมาตรการที่รัฐจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ประสบการณ์และแนวคิดการประกอบธุรกิจดิจิทัลให้สำเร็จ ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับ SMEs และ start-ups ซึ่งรวมถึง start-ups ที่เป็นผู้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการประกอบธุรกิจและ tech start-ups อาทิ การสร้าง platform ออนไลน์ การบริหารและวิเคราะห์ big data การสร้าง digital marketplace สำหรับ SMEs <br />
ในการสัมมนาในครั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน จากภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ start-ups รายใหม่ ๆ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร. ขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Ms. Atsuko Okuda ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) นาย Carl van der Elst ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน ธนาคาร Deutsche Bank และ อ. ดนัยรัตน์ ธนบดีธรรมจารี ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ด้าน digital transformation บริษัท SAP (Thailand) จำกัด มาร่วมเป็นวิทยากรและร่วมการเสวนาด้วย<br />
ในโอกาสนี้ นายรัชดา จิวาลัย รองอธิบดีกรมยุโรป ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด Thailand 4.0 โดยนอกจากจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการไทยในทุกขนาดแล้ว ยังสามารถที่จะกระจายโอกาสและรายได้ไปสู่กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและวิสาหกิจชุมชนในชนบทไดhด้วยการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุข (telemedicine) การให้การศึกษาทางไกล การให้บริการภาครัฐออนไลน์ (e-government) การพัฒนา e-commerce เชิ่มโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับตลาด การส่งเสริม digital and smart farming เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตร เป็นต้น ในขณะที่ไทยและเยอรมนีต่างก็เผชิญความท้าทายร่วมกันในโลกยุคดิจิทัล และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายต่างมีความเข้มแข็งและความพร้อมที่จะร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะระหว่างผู้ประกอบการไทยในระดับต่าง ๆ กับ tech start-up เยอรมัน ที่มีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่น่าสนใจ ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับเยอรมนีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของนาย Peter Prügel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ที่ย้ำว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่อีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายเยอรมันพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่าย<br />
การสัมมนาดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งที่เป็น start-ups และ tech start-ups ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กร และตัวแทนภาครัฐมากกว่า 100 คน โดยใช้เวลาในช่วงถามตอบมากกว่า 1 ชม. ในการนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีทั้ง 2 คน ได้แสดงความเชื่อมั่นถึงศักยภาพและโอกาสของภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยที่มีความตื่นตัวในการสร้างและปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ และได้เสนอแนะให้ภาครัฐและเอกชนไทยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า และระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อให้รัฐสามารถออกมาตรการสนับสนุนเอกชนได้อย่างทันท่วงที เพราะในยุคดิจิทัลผู้ที่จะได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแต่จะเป็นผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ควบคู่ไปกับการหารูปแบบในการประกอบการ (business model) ที่ทันสมัยอยู่เสมอ<br />
Modified:10/12/2017 00:58:44
-
ประเทศไทยร่วมเปิดคูหาในงาน International Green Week 2017
เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2560 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดพิธีเปิดคูหาไทยในงาน International Green Week 2017 (IGW) โดยมีนายธีรวัฒน์ ภูมิจิตร เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน กล่าวเปิดงาน และได้รับเกียรติจาก ดร. อำพน กิตติอำพน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง และนาง Marlene Mortler คณะกรรมาธิการด้านยาเสพติดระดับสหพันธ์ฯ กระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมตัดริบบิ้นเปิดงาน พร้อมด้วยเอกอัครราชทูตประเทศอาเซียน ผู้แทนกระทรวงต่างๆ ของเยอรมนี กลุ่ม Friends of Thailand และหัวหน้าสำนักงานทีมประเทศไทย<br />
อนึ่ง ในปีนี้พื้นที่ Thai Pavilion จัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก ได้แก่ Thailand: Green Village for Sustainable Economy ประกอบด้วยร้านค้าจากโครงการในพระราชดำริ ได้แก่ ร้านภูฟ้า โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ภัทรพัฒน์ มูลนิธิโครงการหลวง องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการไทยในเยอรมนีและยุโรปจำนวน 22 ราย และนิทรรศการเรื่องวันดินโลกและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยงาน IGW ถือเป็นเทศกาลสินค้าอาหารและเกษตรประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนีและสหภาพยุโรป มีประเทศต่างๆ ทั่วโลกและ 16 รัฐของเยอรมนีร่วมออกร้าน อีกทั้ง มีการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการทำการเกษตรและการส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียว<br />
Modified:10/12/2017 00:44:55
-
ประเทศไทยร่วมเปิดคูหาในงาน International Green Week 2017
เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2560 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดพิธีเปิดคูหาไทยในงาน International Green Week 2017 (IGW) โดยมีนายธีรวัฒน์ ภูมิจิตร เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน กล่าวเปิดงาน และได้รับเกียรติจาก ดร. อำพน กิตติอำพน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง และนาง Marlene Mortler คณะกรรมาธิการด้านยาเสพติดระดับสหพันธ์ฯ กระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมตัดริบบิ้นเปิดงาน พร้อมด้วยเอกอัครราชทูตประเทศอาเซียน ผู้แทนกระทรวงต่างๆ ของเยอรมนี กลุ่ม Friends of Thailand และหัวหน้าสำนักงานทีมประเทศไทย<br />
อนึ่ง ในปีนี้พื้นที่ Thai Pavilion จัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก ได้แก่ Thailand: Green Village for Sustainable Economy ประกอบด้วยร้านค้าจากโครงการในพระราชดำริ ได้แก่ ร้านภูฟ้า โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ภัทรพัฒน์ มูลนิธิโครงการหลวง องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการไทยในเยอรมนีและยุโรปจำนวน 22 ราย และนิทรรศการเรื่องวันดินโลกและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยงาน IGW ถือเป็นเทศกาลสินค้าอาหารและเกษตรประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนีและสหภาพยุโรป มีประเทศต่างๆ ทั่วโลกและ 16 รัฐของเยอรมนีร่วมออกร้าน อีกทั้ง มีการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการทำการเกษตรและการส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียว<br />
Modified:10/12/2017 00:44:55
-
ประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ ThailandPresents.com
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2560 กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศได้จัดงานเปิดตัวโครงการจัดทำเว็บไซต์ เพื่อเพิ่มช่องทางเผยแพร่สินค้าและบริการคุณภาพดีของผู้ประกอบการไทยให้ผู้ซื้อจากต่างประเทศสามารถติดต่อได้โดยตรง ตามนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุน SME และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยModified:19/07/2017 16:08:02
-
ประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ ThailandPresents.com
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2560 กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศได้จัดงานเปิดตัวโครงการจัดทำเว็บไซต์ เพื่อเพิ่มช่องทางเผยแพร่สินค้าและบริการคุณภาพดีของผู้ประกอบการไทยให้ผู้ซื้อจากต่างประเทศสามารถติดต่อได้โดยตรง ตามนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุน SME และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยModified:19/07/2017 16:08:02
-
ประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ ThailandPresents.com
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2560 กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศได้จัดงานเปิดตัวโครงการจัดทำเว็บไซต์ เพื่อเพิ่มช่องทางเผยแพร่สินค้าและบริการคุณภาพดีของผู้ประกอบการไทยให้ผู้ซื้อจากต่างประเทศสามารถติดต่อได้โดยตรง ตามนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุน SME และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยModified:19/07/2017 16:08:02
-
เอกอัครราชทูตมอลโดวาประจำกรุงมอสโกชี้โอกาสของผู้ประกอบการไทยในมอลโดวา
เอกอัครราชทูตมอลโดวาประจำกรุงมอสโกชี้โอกาสของผู้ประกอบการไทยในมอลโดวา<br />
มอลโดวาเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลและพึ่งพาอุตสาหกรรมการเกษตรจากการส่งออกผลไม้ ผักและไวน์ รวมทั้งรายได้มาจากแรงงานมอลโดวาในต่างประเทศเป็นหลัก เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2560 ดร. เกรียงศักด์ กิตติชัยเสรี เอกอัครราชทูตฯ ประจำกรุงมอสโก ได้หารือกับนาย Dumitru Braghis เอกอัครราชทูตมอลโดวาเกี่ยวกับโอกาสทางการค้าและการลงทุนของนักธุรกิจไทยในมอลโดวาและได้รับข้อมูลเชิงลึกModified:12/04/2017 17:00:35
-
งานสัมมนารู้ลึกกฎระเบียบตลาดรัสเซียและเอเชียกลาง : Exploring Economic Opportunities in Eurasian Economic Union
เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมอสโก ร่วมกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (Eurasian Economic Union – EAEU) จัดงานสัมมนารู้ลึกกฎระเบียบตลาดรัสเซียและเอเชียกลาง : Exploring Economic Opportunities in Eurasian Economic Union เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับนโยบายและกฎระเบียบทางการค้าและการลงทุนในสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียซึ่งประกอบไปด้วยประเทศรัสเซีย คาซัคสถาน เบลารุส อาร์เมเนียและคีร์กิซสถาน รวมถึงขยายโอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการไทย ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ โดยมีนายปัญญรักษ์ พูลทรัพย์Modified:08/12/2016 02:28:08
-
รู้ลึกกฎระเบียบตลาดรัสเซียและเอเชียกลาง กับงานสัมมนา “Exploring Economic Opportunities in Eurasian Economic Union” 25 พ.ย. ศกนี้
แม้ว่าปัจจุบัน ผู้ประกอบการไทยโฟกัสไปที่ตลาดประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา เมียนมา เวียดนาม และลาว รวมถึงตลาดใหญ่อย่างจีนเป็นหลัก เมื่อมองหาประเทศเป้าหมายในการค้าการลงทุน แต่ตลาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งที่ต้องศึกษาเพื่อหาโอกาสขยายและต่อยอดธุรกิจในอนาคต นั่นคือรัสเซียและเอเชียกลางแต่โดยที่ไม่ใช่ตลาดที่คุ้นเคยสำหรับผู้ประกอบการไทย เริ่มแรกคงต้องทำความรู้จักศักยภาพและกฎระเบียบเบื้องต้นของตลาดนี้กันก่อน ปลายเดือน พ.ย. นี้ มีงานสัมมนาดี ๆ ที่สถานทูตไทยที่รัสเซียได้นำผู้บริหารระดับสูงและผู้เชี่ยวชาญจากตลาดที่รวมเอารัสเซียไว้กับประเทศในเอเชียกลางอีก 4 ประเทศที่เรียกว่า สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย หรือ EAEU เดินทางมาเล่าให้คนไทยได้รู้จักกันถึงที่Modified:24/11/2016 14:51:26
-
รู้จักเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียน GMS Economic Corridors (ตอนที่ 2)
จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่Modified:28/10/2016 16:43:01
-
งานแสดงสินค้าไอที-อิเล็กทรอนิกส์ Tech Show 2017 สำหรับผู้บริโภค ณ ประเทศอิหร่าน เดือนกุมภาพันธ์ ศกนี้
ราคาน้ำมันในตลาดโลกและเศรษฐกิจตกต่ำส่งผลให้ประเทศน้ำมันที่เคยร่ำรวยจากการค้าเชื้อเพลิงต้องเร่งปรับตัวให้เข้ากับสภาวะเศรษฐกิจโลก รัฐบาลหลายประเทศเริ่มหันไปสนับสนุนอุตสาหกรรมสาขาอื่นที่จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติเพื่อทดแทนรายได้จากการค้าน้ำมันModified:07/10/2016 17:45:35
-
รู้เท่าทันกฎหมาย TFTEA เตรียมพร้อมส่งออกสู่สหรัฐ ( ตอนที่ 1)
เมื่อกลางปีนี้สหรัฐฯได้ปรับให้ไทยอยู่ใน Tier 2 Watch List ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (รายงาน TIP Report) ประจำปี 2559 หลังจากปรับลดระดับให้ไทย อยู่ใน Tier 3 เป็นเวลาสองปีติดต่อกัน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯเล็งเห็นว่าไทยเรามีพัฒนาการในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และปัญหาแรงงานผิดกฎหมายที่ดีขึ้นModified:23/09/2016 13:43:31
Sort by relevance | Sorted by date
