ค้นหา
About 478 results
-
เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เยี่ยมคารวะนางบุนคำ วอละจิด ผู้ว่าการธนาคารแห่ง สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2568 นางสาวมรกต ศรีสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เยี่ยมคารวะนางบุนคำ วอละจิด ผู้ว่าการธนาคารแห่ง สปป. ลาวModified:23/09/2025 10:32:27
-
การเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมใน สปป.ลาว
<div x14z9mp="" xat24cr="" x1lziwak="" x1vvkbs="" x126k92a"="">
<div dir="auto"> ในยุคของเศรษฐกิจดิจิทัลและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ใน สปป. ลาว</div>
</div>
<div xat24cr="" x1lziwak="" x1vvkbs="" xtlvy1s="" x126k92a"=""> </div>
Modified:11/08/2025 11:08:00
-
ภาพรวมเศรษฐกิจ ปี 2565 และภารกิจสำคัญด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว ปี 2566
เมื่อวันที่ 5-30 ธ.ค. 2565 สปป. ลาว จัดการประชุม<br />
สมัยสามัญครั้งที่ 4 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ณ ห้องประชุมใหญ่สภาแห่งชาติ เพื่อรายงานผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการคลังและการเงินของ สปป. ลาว ประจำปี 2565 และคาดการณ์ปี 2566 ให้แก่ผู้บริหารระดับสูงและประชาชนทั่วไปรับทราบ สอท. จึงรวบรวมข้อมูลที่สำคัญด้านเศรษฐกิจและสรุปสาระสำคัญจากการประชุม ดังนี้<br />
Modified:01/02/2023 09:33:59
-
ภาพรวมเศรษฐกิจ ปี 2565 และภารกิจสำคัญด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว ปี 2566
เมื่อวันที่ 5-30 ธ.ค. 2565 สปป. ลาว จัดการประชุม<br />
สมัยสามัญครั้งที่ 4 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ณ ห้องประชุมใหญ่สภาแห่งชาติ เพื่อรายงานผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการคลังและการเงินของ สปป. ลาว ประจำปี 2565 และคาดการณ์ปี 2566 ให้แก่ผู้บริหารระดับสูงและประชาชนทั่วไปรับทราบ สอท. จึงรวบรวมข้อมูลที่สำคัญด้านเศรษฐกิจและสรุปสาระสำคัญจากการประชุม ดังนี้<br />
Modified:13/11/2024 10:29:56
-
พัฒนาการอุตสาหกรรมตัดเย็บของ สปป. ลาว
อุตสาหกรรมตัดเย็บเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่รัฐบาล สปป.ลาว ให้การส่งเสริมเพื่อลดการพึ่งพาและสร้างรายได้
<br />
จากทรัพยากรธรรมชาติไปสู่ การผลิตสินค้าในอุตสาหกรรมเบา (Light Industry) เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย
<br />
สร้างงาน ให้แก่ประชาชน ลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และสามารถสร้างรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศอีกด้วย
<br />
<br />
ในปี 2564 ภาคอุตสาหกรรม สปป. ลาวมีอัตราการขยายตัวคิดเป็นร้อยละ 34 ของ GDP (ขยายตัวลดลงร้อยละ 2.65 เมื่อเทียบ
<br />
กับปีที่ผ่านมา) โดยอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้าและเครื่องหนัง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.10 ของภาคอุตสาหกรรม
<br />
ทั้งหมด และอยู่ในอันดับที่ 7 รองจากอุตสาหกรรมพลังงาน ก่อสร้าง การแปรรูปอื่น ๆ เหมืองแร่และการขุดค้น การแปรรูปอาหาร
<br />
และเครื่องดื่มและบุหรี่ ตามลำดับ
<br />
<br />
สปป. ลาวก่อตั้งโรงงานตัดเย็บเครื่องนุ่งห่มแห่งแรกในปี 2527 ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 77 แห่ง ตั้งอยู่ใน นครหลวงเวียงจันทน์ 72 แห่ง
<br />
แขวงเวียงจันทน์ 1 แห่ง แขวงจำปาสัก 2 แห่ง และแขวงสะหวันนะเขต 2 แห่ง แบ่งออกเป็นโรงงานที่ผลิตเครื่องนุ่งห่มเพื่อส่งออก
<br />
เป็นหลักจำนวน 50 แห่ง และโรงงานที่ผลิตเพื่อใช้ภายในประเทศ 27 แห่ง สร้างงานได้ 25,000 ตำแหน่ง สินค้าที่ผลิตส่วนใหญ่
<br />
ได้แก่ เครื่องแบบ เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต เสื้อโปโล เสื้อทำงานแจ๊คเก็ต ยีนส์ ชุดชั้นใน ชุดเครื่องนอน ถุงเท้า รองเท้าและอื่น ๆ
<br />
ตลาดส่งออกที่สำคัญของ สปป. ลาว ได้แก่ ยุโรปร้อยละ 80 ญี่ปุ่น ร้อยละ 9 สหรัฐอเมริกา ร้อยละ 4 และแคนาดา ร้อยละ 2
<br />
<br />
ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ผู้ประกอบการบางส่วนหยุดการผลิต และบางส่วนลดกำลังการผลิตชั่วคราวเพื่อปฏิบัติตาม
<br />
มาตรการป้องการการแพร่ระบาดของรัฐบาล สปป. ลาว อีกทั้งอุตสาหกรรมตัดเย็บของ สปป.ลาว ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
<br />
กับอุตสาหกรรมตัดเย็บทั่วโลก กล่าวคือ หลายบริษัทประสบปัญหาถูกยกเลิกคำสั่งซื้อจากบริษัทที่เป็นเจ้าของเครื่องหมาย
<br />
สินค้าต่าง ๆ การชะลอการผลิตวัสดุ อุปกรณ์ด้านการตัดเย็บจากผู้ผลิตในต่างประเทศอันเนื่องมาจากการ lockdown
<br />
ในหลายเมือง และปัญหาความล่าช้าในการจัดส่งและมอบสินค้า
<br />
<br />
ในปี 2563 การส่งออกเครื่องนุ่งห่มของ สปป. ลาวมีมูลค่า 188 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 11.32 เมื่อเทียบกับปี 2562
<br />
ส่วนในปี 2564 มูลค่าการส่งออกเครื่องนุ่งห่มเพิ่มขึ้นเป็น 189 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วงเดือน ม.ค. - มิ.ย. 2565 การส่งออก
<br />
เครื่องนุ่งห่มมีมูลค่า 99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากนโยบายผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19 โรงงานตัดเย็บหลายแห่ง
<br />
เริ่มเปิดดำเนินการผลิตตามปกติ และอยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากผลกระทบ สำหรับการนำเข้าสินค้าเครื่องนุ่งห่ม ช่วงเดือน
<br />
ม.ค. - มิ.ย. 2565 สปป. ลาวนำเข้าเครื่องนุ่งห่มประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยนำเข้าจากจีนมากที่สุดมูลค่า 8.04 ล้าน
<br />
ดอลลาร์สหรัฐ รองลงมาคือเวียดนาม 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทย 2.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
<br />
<br />
การพัฒนาอุตสาหกรรมตัดเย็บใน สปป. ลาว เผชิญกับข้อจำกัดหลายด้าน อาทิ จำนวนแรงงานที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม
<br />
การผลิตของ สปป. ลาวมีน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลให้สัดส่วนแรงงานในภาคการผลิต
<br />
เครื่องนุ่งห่มขาดแคลน แม้ว่า สปป. ลาวจะมีข้อได้เปรียบด้านอัตราค่าจ้างแรงานที่มีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่น
<br />
แต่ศักยภาพในการผลิตยังมีน้อย แรงงานเลือกจะทำงานในอุตสาหกรรมอื่นที่มีค่าตอบแทนสูงกว่า รวมถึงแรงงานลาวส่วนหนึ่ง
<br />
ย้ายไปทำงานต่างประเทศ สำหรับนักลงทุน ผู้ประกอบการระดับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็กยังประสบปัญหาในการเข้าถึง
<br />
แหล่งเงินทุน และปัญหาเงินกีบอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์และบาท ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบนำเข้าสำหรับการผลิต
<br />
เครื่องนุ่งห่มสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
<br />
<br />
เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมตัดเย็บใน สปป.ลาว สมาคมอุตสาหกรรมตัดเย็บ สปป. ลาวผลักดันนโยบาย
<br />
ส่งเสริมให้โรงงานตัดเย็บทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่สามารถดำเนินการได้มากขึ้น โดยส่งเสริมให้หนึ่งกลุ่มบ้าน มีหนึ่ง
<br />
ร้านตัดเย็บเพื่อสร้างรายรับให้ผู้ประกอบรายย่อย และทำให้ประชาชนได้ใช้สินค้าที่ผลิตภายในชุมชน ประชาสัมพันธ์เชิญชวน
<br />
ให้สนับสนุนและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ลาวที่ผลิตภายในประเทศเพื่อลดการรั่วไหลของเงินตราต่างประเทศอีกด้วย นอกจากนี้
<br />
รัฐบาล สปป.ลาว ยังได้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ผู้ประกอบการในวิสาหกิจขนาดกลางและเล็กสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้
<br />
จากสถาบันการเงินได้สะดวกยิ่งขึ้น
<br />
<br />
ข้อมูลอ้างอิง
<br />
https://eriit.moic.gov.la/researcheriitlao/
<br />
https://www.moic.gov.la/?page_id=6994
<br />
https://laoedaily.com.la/2022/10/03/117658/ file:///I:/downloads/Yearbook2021_Final%2022.04.2022%20(1).pdfModified:25/11/2022 12:32:06
-
การประเมินความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ กรณีเปรียบเทียบระหว่าง สปป. ลาวและศรีลังกา
วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในศรีลังกาได้ก่อให้เกิดคำถามว่า สภาพเศรษฐกิจและการขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิง<br />
ที่เกิดขึ้นใน สปป. ลาว นั้น จะนำไปสู่สถานการณ์คล้ายคลึงเช่นที่เกิดขึ้นในศรีลังกาหรือไม่ เนื่องจากมีค่าดัชนี<br />
ชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายประการ อาทิ หนี้สาธารณะ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ อัตราเงินเฟ้อ ฯลฯ ที่บ่งชี้<br />
ไปในทิศทางดังกล่าว เป็นต้น<br />
<br />
ฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ได้รวบรวมข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายของทั้งสองประเทศ เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ ในการประเมินสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว <br />
โดยพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ 7 ประการ ประกอบด้วย (1) ภาพรวม (2) อัตราเงินเฟ้อ (3) เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ (4) หนี้สาธารณะ (5) นโยบายด้านการเงิน<br />
และการคลัง (6) แหล่งรายได้ใหม่ของประเทศ และ <br />
(7) ปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ที่จะช่วยให้<br />
ผู้อ่านสามารถเห็นภาพและพิจารณาในเบื้องต้นถึงปัจจัยและความแตกต่างของบริบททางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยมีรายละเอียด ดังนี้<br />
<br />
(1) ภาพรวม สปป. ลาว เป็นประเทศไม่มีทางออกทะเล (Land-locked Country) ตั้งอยู่ในภูมิภาคอาเซียน <br />
มีประชากรประมาณ 7 ล้านคน โดยประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร GDP ของ สปป. ลาว ในปี 2564 <br />
มีมูลค่าประมาณ 18,827 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 2.5) รายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร รวมเป็นร้อยละ 88 ของ GDP ขณะที่ศรีลังกา เป็นเกาะอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ มีประชากรประมาณ 21.92 ล้านคน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรเช่นเดียวกัน แต่รายได้ส่วนใหญ่ของประเทศพึ่งพาภาคบริการ และการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรไปยังต่างประเทศ โดย GDP ในปี 2564 มีมูลค่าประมาณ 84,518 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 1.8) <br />
<br />
วิกฤตเศรษฐกิจในศรีลังกามีสาเหตุหลักจากการบริหารจัดการของรัฐบาลด้านการเงิน การปรับลดภาษีอย่างกะทันหัน รวมถึงผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 รายรับส่วนใหญ่ของศรีลังกาพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวและเงินตราต่างประเทศอย่างมาก การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้รายได้ของประเทศลดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับหนี้ต่างประเทศจำนวนมากที่ไม่สามารถชำระได้ตามกำหนด เงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลง ค่าเงินอ่อน จึงนำไปสู่การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบกับปัญหาการเมืองและความเคลื่อนไหวของประชาชนภายในประเทศ จนนำไปสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจตามที่ปรากฏรายงานข่าว ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างศรีลังกากับ สปป. ลาว คือ สปป. ลาว มีเสถียรภาพทางการเมืองสูงและสถานการณ์ภายในประเทศสงบ รัฐบาลดำเนินนโยบายปรับโครงสร้างทางการเงินในประเทศผ่านการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารพาณิชย์ และร้านแลกเงินนอกระบบ มีการออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนจากธนาคารแห่ง สปป. ลาว (จำหน่ายแล้วร้อยละ 80) และกระทรวงการเงิน สปป. ลาว สปป. มีแหล่งรายได้ใหม่และแผนในการดำเนินการชำระหนี้ต่างประเทศ (ข้อมูลจากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (NEDA) ระบุว่า สปป. ลาวยังไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ต่อไทย) นอกจากนี้ สปป.ลาวยังมีรายได้จากการส่งสินค้าออก สามารถผลิตอาหารเพียงพอกับความต้องการในประเทศ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว การจับจ่ายซื้อขายสินค้า ยังดำเนินต่อเนื่อง <br />
<br />
Modified:16/09/2022 13:28:17
-
มันสำปะหลังและยางพารา พืชเศรษฐกิจใหม่ของ สปป. ลาว
สปป. ลาวเป็นประเทศที่ภาคเกษตรกรรมเป็นแหล่งรายได้หลักของประชาชน โดยในปี 2564 รายได้จาก ภาคการเกษตรคิดเป็นร้อยละ 16 ของ GDP โดยรัฐบาล สปป. ลาวได้กำหนดให้แผนการส่งเสริมภาคการเกษตร เลี้ยงสัตว์ และปลูกพืชเชิงพาณิชย์เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) เพื่อให้สามารถส่งออกสินค้าเกษตรได้อย่างน้อย 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยพืชส่งออกหลักของ สปป. ลาว ได้แก่ มันสำปะหลัง ยางพารา กล้วย กาแฟ (ยังไม่แปรรูป) ข้าวโพด และข้าว นอกจากนี้ การส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อทดแทนการนำเข้ายังเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของวาระแห่งชาติเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา<br />
ด้านเศรษฐกิจและการคลังอีกด้วย<br />
Modified:02/09/2022 09:14:29
-
ข้อคิดเห็นของผู้ประกอบการลาวเกี่ยวกับ RCEP
ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2565 จะเป็นความตกลงสำคัญในการส่งเสริมการค้าเสรีและการลงทุน ภายในกลุ่มอาเซียน รวมถึง สปป. ลาวด้วยModified:24/01/2022 15:42:00
-
การประชุมทาบทามเปิดกว้าง (ร่าง) แผนพัฒนา MSMEs ปี 2564-2568
เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2564 นายบุนเถิง ดวงสะหวัน รองรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมทาบทามเปิดกว้าง (ร่าง) แผนพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและรายย่อย (MSMEs) ปี 2564-2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในร่างแผนพัฒนาฯ หลังจากนั้น คณะผู้จัดทำจะปรับปรุงเนื้อหาร่างดังกล่าวให้แล้วเสร็จก่อนจะนำเสนอรัฐบาลพิจารณาเพื่อให้การรับรองต่อไป โดยมีผู้แทนจากธนาคาร แห่ง สปป. ลาว สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว และภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:17/01/2022 09:53:36
-
การศึกษาความเป็นไปได้เพื่อยกระดับท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบาง
เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2564 นายสะถาบันดิด อินสีเชียงใหม่ รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน <br />
สปป. ลาว และนาย Son Chang Wan ประธานบริษัท Korea Airport Corporation (KAC) เกาหลีใต้ ร่วมลงนาม MoU เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐกิจ โครงการปรับปรุงและพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบาง มูลค่าประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมี นายสอนไซ สีพันดอน รัฐมนตรีกระทรวงแผนการฯ และผู้แทน<br />
จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน<br />
Modified:10/01/2022 15:30:49
-
สปป. ลาวกู้เงิน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากเกาหลีใต้เพื่อสานต่อการพัฒนาระบบยื่นภาษีออนไลน์
เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2564 นายสุลิวัด สุวันนะจูมคำ หัวหน้ากรมเงินตราต่างประเทศและคุ้มครองหนี้สิน กระทรวงการเงิน สปป. ลาว นายทำมะลัด ราชะพน รักษาการหัวหน้ากรมส่วยสาอากร กระทรวงการเงิน สปป. ลาว และนาย Lee Dong Geon หัวหน้าผู้แทนกองทุนความร่วมมือเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ (Economic Development Cooperation Fund- EDCF) ประจำ สปป. ลาว ร่วมลงนามบันทึกช่วยจำ 3 ฝ่ายเพื่อกู้เงินสำหรับโครงการสร้างระบบข้อมูลข่าวสารคุ้มครองรายรับภาษีของ สปป. ลาว (Tax Revenue Information System- TaxRIS) ระยะที่ 2 ผ่านระบบทางไกล โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:28/12/2021 09:53:37
-
ธนาคารแห่ง สปป. ลาวกำหนดนโยบายสินเชื่อส่งเสริมการผลิตและลดผลกระทบจากโควิด 19 และ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2564 นายสอนไซ สิดพะไซ ผู้ว่าธนาคารแห่ง สปป. ลาว รายงานผลการดำเนินแผนการเงิน ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 และแผนงานสำคัญในปลายปี 2564 ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 ของสมาชิก<br />
สภาแห่งชาติชุดที่ 9 ว่า การดำเนินแผนการเงินในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 มีความท้าทายหลายด้านทั้งภายใน<br />
และภายนอก โดยเฉพาะการแข็งค่าของเงินตราต่างประเทศในสกุลเงินหลักและราคาทองคำ น้ำมันดิบ และอาหาร<br />
ในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ความต้องการเงินตราต่างประเทศเพื่อใช้ชำระคืนให้แก่ต่างประเทศอยู่ในระดับสูง ในขณะที่แหล่งรายได้ของ สปป. ลาวลดลงเนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด 19 อย่างไรก็ตาม ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 สปป. ลาวได้ดุลการค้ากับต่างประเทศ แต่ยังขาดดุลบริการและดุลรายได้ปฐมภูมิกับต่างประเทศ ส่งผลให้มีกระแสเงินไหลออกสุทธิ (กระแสเงินไหลออกนอกประเทศมากกว่าไหลเข้าประเทศ) ประมาณ 303 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 34 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน <br />
Modified:21/12/2021 10:03:41
-
ธนาคารโลกเพิ่มเงินทุนสนับสนุนภาคธุรกิจในการฟื้นฟูจากผลกระทบของโควิด 19
ธนาคารโลกเห็นพ้องที่จะขยายโครงการส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันและการค้าเพื่อพัฒนา ขีดความสามารถของธุรกิจในการฟื้นฟูจากที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด 19 ตามคำขอของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว โดยธนาคารโลกจะมอบเงินช่วยเหลือจำนวน 6.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่าน Lao Competitiveness and Trade Multi-Donor Trust Fund ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากออสเตรเลีย ไอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกาModified:02/11/2021 15:23:37
-
สปป. ลาวกำลังทดลองขุดและซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล
เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2564 ห้องว่าการสำนักงานนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ได้ออกแจ้งการอนุญาตการทดลอง ขุดและซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ใน สปป. ลาว โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1. อนุมัติให้บริษัท 6 แห่ง ทดลองขุดและซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลใน สปป. ลาว ได้แก่ บริษัท Wap Data Technology Laos จำกัด บริษัท พงซับทะวี ก่อสร้างขัวทาง จำกัด บริษัท สีสะเกด ก่อสร้างครบวงจร จำกัด บริษัท บุบผา พัฒนาก่อสร้างเคหะสะถานขัวทาง และสำรวจออกแบบ จำกัด ธนาคารร่วมพัฒนา จำกัด และบริษัท พูสี กรุ๊ป จำกัดModified:07/10/2021 09:08:40
-
นายกรัฐมนตรี สปป. ลาวเสนอให้ภาคเอกชนร่วมมือทำธุรกิจกับต่างประเทศ
เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2564 ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว เป็นประธานการประชุม Lao Business Forum (LBF) ครั้งที่ 13 โดยมีนายพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว นายเวียงสะหวัด สีพันดอน รัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป. ลาว นายอุเดด สุวันนะวง ประธาน สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว และผู้แทนจากภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมModified:17/08/2021 09:12:45
-
พิธีลงนามสนับสนุนเงินทุนแก่ MSMEs เพื่อรับมือกับผลกระทบและฟื้นฟูจากโควิด 19
เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2564 ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว นายสมจิด อินทะมิด รองรัฐมนตรีกรทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว และนายบุนปอน วันนะจิด รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว เข้าร่วมพิธีลงนามสัญญาสนับสนุนทุนในโครงการเข้าถึงแหล่งเงินทุน MSMEs เพื่อฟื้นฟูจากผลกระทบจากโควิด 19 ระหว่างกรมส่งเสริม SMEs กับ 5 ธนาคาร (ธนาคารไซง่อนเทืองตินลาว ธนาคารลาว – จีน ธนาคารร่วมธุรกิจลาว - เวียดนาม ธนาคารมารูฮานเจแปนลาว และธนาคารเวียดติน) และเงินทุนของรัฐบาลปี 2564 ระหว่างกองทุนส่งเสริม SMEs กับ 4 ธนาคาร และ 1 กองทุน โดยมีผู้แทน จากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:03/08/2021 16:40:14
-
แขวงอุดมไซอนุญาตให้ภาคเอกชน 3 รายเข้าไปลงทุนด้านการเกษตร
เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2564 นายจันทะบูลี วันทาลัก รักษาการหัวหน้าแผนกแผนการและการลงทุน ผู้แทนองค์การปกครองแขวงอุดมไซได้ลงนามสัญญาโครงการลงทุนของภาคเอกชนในแขวงอุดมไซร่วมกับผู้แทน จาก 3 บริษัท ได้แก่ นายหลงชิง ประธานบริษัท หลงชิง พัฒนากสิกรรม จำกัดผู้เดียว นายจางริว ผู้อำนวยการบริษัท หัวเฟิง ส่งเสริมกสิกรรม จำกัด และนายบุนมี ผู้อำนวยการบริษัท อุดมไซ พัฒนากสิกรรม ขาเข้า - ขาออก จำกัด โดยมีนายอ่อนแก้ว อุ่นอาลม รองเจ้าแขวงอุดมไซ และผู้แทนจากองค์การปกครองเมืองไซ เมืองแบง และ เมืองฮุน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม สัญญาดังกล่าวมีอายุ 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ลงนามเป็นต้นไปModified:27/07/2021 09:45:04
-
สปป. ลาวให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านการคลังและการจัดเก็บงบประมาณให้ทันสมัย
การดำเนินแผนงบประมาณแห่งรัฐของ สปป. ลาว 5 ปี (2559 -2563) พบว่า รายรับงบประมาณแห่งรัฐ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากสามารถจัดเก็บรายได้เกินกว่าแผนที่สภาแห่งชาติรับรอง ด้านรายจ่ายในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 47.8 เมื่อเทียบกับช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ รัฐบาล สปป. ลาว ยังสามารถสนับสนุนเงินทุนสำหรับโครงการที่มีความสำคัญอันดับต้น รวมทั้งการจัดสรรแหล่งเงินทุนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในขณะเดียวกัน รัฐบาล สปป. ลาวได้ดำเนินการด้านต่าง ๆ ดังนี้Modified:27/07/2021 09:38:43
-
โครงการก่อสร้างทางด่วนบ่อเต็น - ห้วยซาย เริ่มสำรวจและออกแบบการสร้าง
เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2564 ดร. บัวคง นามมะวง เจ้าแขวงบ่อแก้ว ให้การต้อนรับนาย Liu Jingwei หัวหน้าคณะสำรวจและออกแบบโครงการก่อสร้างทางด่วนบ่อเต็น - ห้วยซาย และคณะ ในโอกาสการลงพื้นที่ สำรวจเส้นทางสำหรับการสร้างทางด่วนบ่อเต็น - ห้วยซายในแขวงบ่อแก้ว เพื่อออกแบบโครงการให้สอดคล้อง กับสภาพความเป็นจริง ประหยัดงบประมาณ และส่งผลกระทบด้านต่าง ๆ น้อยที่สุดModified:27/07/2021 09:23:33
-
โครงการก่อสร้างทางด่วนลาว – จีนคาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้าง 10 ปี
นาย Tao Jun รองผู้อำนวยการบริษัท ร่วมทุนพัฒนาทางด่วนลาว - จีน จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันได้ทำการสำรวจภาคสนามโครงการก่อสร้างทางด่วนลาว – จีน ระยะ 2 (วังเวียง – หลวงพระบาง) มูลค่าการก่อสร้าง 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระยะที่ 3 (หลวงพระบาง – อุดมไซ) มูลค่าการก่อสร้าง 2,890 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และระยะที่ 4 (อุดมไซ – หลวงน้ำทา) มูลค่าการก่อสร้าง 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลงนามบันทึกความเข้าใจเรื่องเงินทุนสำหรับการก่อสร้าง และประเมินผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ต่อการนำเข้าอุปกรณ์ก่อสร้างแล้วเสร็จ อย่างไรก็ดี คาดว่าจะใช้เวลาในการสร้าง 10 ปีModified:02/07/2021 15:19:49
Sort by relevance | Sorted by date
