ค้นหา
About 621 results
-
ศักยภาพการผลิตอาหารสัตว์ของ สปป. ลาว
การเลี้ยงสัตว์เพื่อส่งออกเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของรัฐบาล สปป.ลาว ในการสร้างรายได้และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเลี้ยงสัตว์จากการเลี้ยงสัตว์ตามธรรมชาติสู่การเลี้ยงแบบฟาร์ม และพัฒนาสู่การแปรรูปผลผลิตแบบอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า โดยเฉพาะการเลี้ยงหมู ไก่ไข่ ไก่เนื้อ ปลา เป็ด ฯลฯ ส่งผลให้เกิดความต้องการอาหารสัตว์ในปริมาณที่สูงขึ้นModified:13/11/2024 09:43:13
-
ภาพรวมเศรษฐกิจ ปี 2565 และภารกิจสำคัญด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว ปี 2566
เมื่อวันที่ 5-30 ธ.ค. 2565 สปป. ลาว จัดการประชุม<br />
สมัยสามัญครั้งที่ 4 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ณ ห้องประชุมใหญ่สภาแห่งชาติ เพื่อรายงานผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการคลังและการเงินของ สปป. ลาว ประจำปี 2565 และคาดการณ์ปี 2566 ให้แก่ผู้บริหารระดับสูงและประชาชนทั่วไปรับทราบ สอท. จึงรวบรวมข้อมูลที่สำคัญด้านเศรษฐกิจและสรุปสาระสำคัญจากการประชุม ดังนี้<br />
Modified:01/02/2023 09:33:59
-
ภาพรวมเศรษฐกิจ ปี 2565 และภารกิจสำคัญด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว ปี 2566
เมื่อวันที่ 5-30 ธ.ค. 2565 สปป. ลาว จัดการประชุม<br />
สมัยสามัญครั้งที่ 4 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ณ ห้องประชุมใหญ่สภาแห่งชาติ เพื่อรายงานผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการคลังและการเงินของ สปป. ลาว ประจำปี 2565 และคาดการณ์ปี 2566 ให้แก่ผู้บริหารระดับสูงและประชาชนทั่วไปรับทราบ สอท. จึงรวบรวมข้อมูลที่สำคัญด้านเศรษฐกิจและสรุปสาระสำคัญจากการประชุม ดังนี้<br />
Modified:13/11/2024 10:29:56
-
ทองคำ อัญมณีล้ำค่าแห่ง สปป. ลาว
สปป. ลาว เป็นประเทศที่มีแร่ธาตุ <br />
และทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ จากลักษณะของ<br />
ภูมิประเทศที่เกิดจากการยกตัวของแผ่นทวีปเก่าก่อให้เกิดภูเขาสลับกับที่ราบหุบเขา มีแหล่งแร่สำคัญ<br />
เช่น เงิน ทองคำ ทองแดง นิกเกิล ตะกั่ว ถ่านหิน <br />
บอกไซต์ ยิปซั่ม เหล็ก อัญมณี โปแตช สังกะสี <br />
แมงกานีส หินปูน โดโลไมต์ และแบไรต์ ในพื้นที่กว่า 570 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 162,104 ตร.กม. คิดเป็น<br />
ร้อยละ 68.49 ของพื้นที่ประเทศ ส่วนมากขุดพบในแขวงสะหวันนะเขต แขวงไซสมบูน แขวงอุดมไซ แขวงอัตตะปือ และแขวงเซกอง เป็นต้น<br />
Modified:01/02/2023 09:24:48
-
สินค้าเกษตร สินค้าส่งออกหลักของ สปป. ลาว
ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2565 ที่ผ่านมา สปป. ลาว <br />
ขาดดุลการค้ากับต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน หากพิจารณาจากตัวเลขข้อมูล 3 เดือนล่าสุดพบว่า ในเดือน ส.ค. 2565 มีมูลค่าการค้ารวมประมาณ 1,020 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการส่งออก 427 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการนำเข้า 593 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดดุลการค้า 166 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือน ก.ย. 2565 มีมูลค่าการค้าประมาณ 1,146 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการส่งออก 456 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการนำเข้า 689 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดดุลการค้า 233 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในเดือน ต.ค. 2565 มีมูลค่าการค้าประมาณ 1,074 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการส่งออก 422 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การนำเข้า 652 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดดุล การค้า 230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกของสำคัญของ สปป.ลาว คือ แร่ธาตุ และสินค้าเกษตร อาทิ ทองคำผสมและทองคำแท่ง แร่ทอง แร่เหล็ก ยางพารา กล้วย ปุ๋ยน้ำตาล โคและกระบือ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า โดยประเทศเป้าหมายของสินค้าส่งออกของ สปป. ลาว ได้แก่ จีน เวียดนาม ไทย ออสเตรเลีย ฮ่องกง ฯลฯ<br />
Modified:29/12/2022 08:53:50
-
พัฒนาการอุตสาหกรรมตัดเย็บของ สปป. ลาว
อุตสาหกรรมตัดเย็บเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่รัฐบาล สปป.ลาว ให้การส่งเสริมเพื่อลดการพึ่งพาและสร้างรายได้
<br />
จากทรัพยากรธรรมชาติไปสู่ การผลิตสินค้าในอุตสาหกรรมเบา (Light Industry) เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย
<br />
สร้างงาน ให้แก่ประชาชน ลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และสามารถสร้างรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศอีกด้วย
<br />
<br />
ในปี 2564 ภาคอุตสาหกรรม สปป. ลาวมีอัตราการขยายตัวคิดเป็นร้อยละ 34 ของ GDP (ขยายตัวลดลงร้อยละ 2.65 เมื่อเทียบ
<br />
กับปีที่ผ่านมา) โดยอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้าและเครื่องหนัง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.10 ของภาคอุตสาหกรรม
<br />
ทั้งหมด และอยู่ในอันดับที่ 7 รองจากอุตสาหกรรมพลังงาน ก่อสร้าง การแปรรูปอื่น ๆ เหมืองแร่และการขุดค้น การแปรรูปอาหาร
<br />
และเครื่องดื่มและบุหรี่ ตามลำดับ
<br />
<br />
สปป. ลาวก่อตั้งโรงงานตัดเย็บเครื่องนุ่งห่มแห่งแรกในปี 2527 ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 77 แห่ง ตั้งอยู่ใน นครหลวงเวียงจันทน์ 72 แห่ง
<br />
แขวงเวียงจันทน์ 1 แห่ง แขวงจำปาสัก 2 แห่ง และแขวงสะหวันนะเขต 2 แห่ง แบ่งออกเป็นโรงงานที่ผลิตเครื่องนุ่งห่มเพื่อส่งออก
<br />
เป็นหลักจำนวน 50 แห่ง และโรงงานที่ผลิตเพื่อใช้ภายในประเทศ 27 แห่ง สร้างงานได้ 25,000 ตำแหน่ง สินค้าที่ผลิตส่วนใหญ่
<br />
ได้แก่ เครื่องแบบ เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต เสื้อโปโล เสื้อทำงานแจ๊คเก็ต ยีนส์ ชุดชั้นใน ชุดเครื่องนอน ถุงเท้า รองเท้าและอื่น ๆ
<br />
ตลาดส่งออกที่สำคัญของ สปป. ลาว ได้แก่ ยุโรปร้อยละ 80 ญี่ปุ่น ร้อยละ 9 สหรัฐอเมริกา ร้อยละ 4 และแคนาดา ร้อยละ 2
<br />
<br />
ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ผู้ประกอบการบางส่วนหยุดการผลิต และบางส่วนลดกำลังการผลิตชั่วคราวเพื่อปฏิบัติตาม
<br />
มาตรการป้องการการแพร่ระบาดของรัฐบาล สปป. ลาว อีกทั้งอุตสาหกรรมตัดเย็บของ สปป.ลาว ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
<br />
กับอุตสาหกรรมตัดเย็บทั่วโลก กล่าวคือ หลายบริษัทประสบปัญหาถูกยกเลิกคำสั่งซื้อจากบริษัทที่เป็นเจ้าของเครื่องหมาย
<br />
สินค้าต่าง ๆ การชะลอการผลิตวัสดุ อุปกรณ์ด้านการตัดเย็บจากผู้ผลิตในต่างประเทศอันเนื่องมาจากการ lockdown
<br />
ในหลายเมือง และปัญหาความล่าช้าในการจัดส่งและมอบสินค้า
<br />
<br />
ในปี 2563 การส่งออกเครื่องนุ่งห่มของ สปป. ลาวมีมูลค่า 188 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 11.32 เมื่อเทียบกับปี 2562
<br />
ส่วนในปี 2564 มูลค่าการส่งออกเครื่องนุ่งห่มเพิ่มขึ้นเป็น 189 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วงเดือน ม.ค. - มิ.ย. 2565 การส่งออก
<br />
เครื่องนุ่งห่มมีมูลค่า 99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากนโยบายผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19 โรงงานตัดเย็บหลายแห่ง
<br />
เริ่มเปิดดำเนินการผลิตตามปกติ และอยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากผลกระทบ สำหรับการนำเข้าสินค้าเครื่องนุ่งห่ม ช่วงเดือน
<br />
ม.ค. - มิ.ย. 2565 สปป. ลาวนำเข้าเครื่องนุ่งห่มประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยนำเข้าจากจีนมากที่สุดมูลค่า 8.04 ล้าน
<br />
ดอลลาร์สหรัฐ รองลงมาคือเวียดนาม 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทย 2.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
<br />
<br />
การพัฒนาอุตสาหกรรมตัดเย็บใน สปป. ลาว เผชิญกับข้อจำกัดหลายด้าน อาทิ จำนวนแรงงานที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม
<br />
การผลิตของ สปป. ลาวมีน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลให้สัดส่วนแรงงานในภาคการผลิต
<br />
เครื่องนุ่งห่มขาดแคลน แม้ว่า สปป. ลาวจะมีข้อได้เปรียบด้านอัตราค่าจ้างแรงานที่มีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่น
<br />
แต่ศักยภาพในการผลิตยังมีน้อย แรงงานเลือกจะทำงานในอุตสาหกรรมอื่นที่มีค่าตอบแทนสูงกว่า รวมถึงแรงงานลาวส่วนหนึ่ง
<br />
ย้ายไปทำงานต่างประเทศ สำหรับนักลงทุน ผู้ประกอบการระดับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็กยังประสบปัญหาในการเข้าถึง
<br />
แหล่งเงินทุน และปัญหาเงินกีบอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์และบาท ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบนำเข้าสำหรับการผลิต
<br />
เครื่องนุ่งห่มสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
<br />
<br />
เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมตัดเย็บใน สปป.ลาว สมาคมอุตสาหกรรมตัดเย็บ สปป. ลาวผลักดันนโยบาย
<br />
ส่งเสริมให้โรงงานตัดเย็บทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่สามารถดำเนินการได้มากขึ้น โดยส่งเสริมให้หนึ่งกลุ่มบ้าน มีหนึ่ง
<br />
ร้านตัดเย็บเพื่อสร้างรายรับให้ผู้ประกอบรายย่อย และทำให้ประชาชนได้ใช้สินค้าที่ผลิตภายในชุมชน ประชาสัมพันธ์เชิญชวน
<br />
ให้สนับสนุนและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ลาวที่ผลิตภายในประเทศเพื่อลดการรั่วไหลของเงินตราต่างประเทศอีกด้วย นอกจากนี้
<br />
รัฐบาล สปป.ลาว ยังได้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ผู้ประกอบการในวิสาหกิจขนาดกลางและเล็กสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้
<br />
จากสถาบันการเงินได้สะดวกยิ่งขึ้น
<br />
<br />
ข้อมูลอ้างอิง
<br />
https://eriit.moic.gov.la/researcheriitlao/
<br />
https://www.moic.gov.la/?page_id=6994
<br />
https://laoedaily.com.la/2022/10/03/117658/ file:///I:/downloads/Yearbook2021_Final%2022.04.2022%20(1).pdfModified:25/11/2022 12:32:06
-
กาแฟลาว สินค้าการเกษตรยอดนิยมในการส่งออกของ สปป. ลาว
กาแฟ นับเป็นสินค้าส่งออกที่สามารถสร้างรายได้<br />
เข้า สปป.ลาวจำนวนไม่น้อยในแต่ละปี สมาคมกาแฟลาว (Lao Coffee Association: LCA) ระบุว่า การส่งออกกาแฟ ระหว่างเดือน ม.ค. - มิ.ย. 2565 ปริมาณ 14,559 ตัน คิดเป็นมูลค่า <br />
41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยส่งออกไปยังกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียมูลค่า 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และส่งออกไปยังตลาดยุโรปมูลค่า 7.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ <br />
กาแฟที่ผลิตใน สปป. ลาวส่วนใหญ่อยู่ทางตอนใต้ <br />
ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสภาพอากาศค่อนข้างเย็นและชื้นเหมาะสำหรับ<br />
การปลูกกาแฟ นอกจากนี้ การปลูกกาแฟทางตอนเหนือของ สปป. ลาวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากนักวิจัยด้านการเกษตรพบว่า มีภูเขาที่มีความเหมาะสมในการปลูกกาแฟ จึงได้ส่งเสริมการปลูกกาแฟทดแทนการปลูกฝิ่น <br />
Modified:25/11/2022 12:22:48
-
ทำความรู้จักบ่อเต็นพื้นที่ด่านหน้าสำคัญของสปป. ลาว
สปป. ลาว เป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอาณาเขตชายแดนติดกับ 5 ประเทศ แบ่งการปกครองออกเป็น 17 แขวง 1 นครหลวงเวียงจันทน์ ดำเนินนโยบายเน้นเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศ ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กำหนดให้แผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใช้ศักยภาพและโอกาสเชิงพื้นที่ รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือ และความเชื่อมโยงกับประเทศในและนอกภูมิภาคเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) <br />
พื้นที่บ่อเต็นถือเป็นพื้นที่เชื่อมโยงทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การบริการและอื่น ๆ ของ สปป. ลาว โดยบ่อเต็น<br />
เป็นชื่อเรียกของหมู่บ้านในเขตเมืองหลวงน้ำทา แขวงหลวงน้ำทา ตั้งอยู่ใกล้เขตชายแดนลาว-จีน ตรงข้าม<br />
กับเมืองโม่ฮาน เขตสิบสองปันนาของจีน มีเส้นทาง R3A เป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้าหลักระหว่างไทย-<br />
สปป. ลาว-จีน ปัจจุบันเส้นทางนี้บางช่วงเริ่มชำรุด และช่วงฤดูฝนการสัญจรไปมายากลำบากเนื่องจากเป็นถนน <br />
2 เลน และคดเคี้ยวตามภูเขา<br />
นอกจากนี้ บ่อเต็นยังเป็นที่ตั้งด่านภาษีสากลบ่อเต็น ซึ่งมีความสำคัญในฐานะด่านที่ตั้งอยู่สถานีแรกของเส้นทางรถไฟลาว-จีน และเป็นจุดสำคัญในการเชื่อมต่อเส้นทางขนส่งสินค้า ภายในด่านมีเครื่องมือที่ทันสมัย อาทิ ระบบแจ้งภาษีอัตโนมัติ และระบบ Smart Tax เครื่องตรวจด้วยระบบแสง ระบบ Easy Pass และอื่น ๆ เพื่อ<br />
อำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าเพิ่มเติม ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.ค. 2565 มีการขนส่งสินค้าของไทยไปจีนผ่านด่านภาษีสากลบ่อเต็นทางรถบรรทุก จำนวน 21,538 ตู้ คิดเป็นมูลค่า 884.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีการขนส่งสินค้าไทยโดยใช้รถไฟลาว-จีน จากสถานีเวียงจันทน์ใต้ไปยังสถานีนาเตย หลังจากนั้น ขนส่งต่อด้วยรถบรรทุกมายังด่านภาษีสากลบ่อเต็นเพื่อส่งออกไปจีน จำนวน 503 ตู้ คิดเป็นมูลค่า 38.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ <br />
เมื่อปี 2546 รัฐบาล สปป. ลาวให้สัมปทานพื้นที่บ่อเต็นแก่บริษัท ฟุกฮิง ทราเวล จากฮ่องกงเพื่อก่อตั้ง<br />
เขตเศรษฐกิจเฉพาะบ่อเต็นแดนคำ ประกอบด้วย พื้นที่โรงงาน สำนักงาน ร้านค้าปลอดภาษี และอื่นๆ ต่อมาเมื่อปี 2555 เปลี่ยนผู้ถือสัมปทานเป็นกลุ่มบริษัท ไห่เฉิงยูนนาน และเปลี่ยนชื่อเป็น “เขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อเต็นแดนงาม” ประกอบด้วย 4 เขต ได้แก่ เขตการค้าและการเงิน <br />
เขตท่องเที่ยวและพักผ่อน เขตอุตสาหกรรมแปรรูป <br />
การขนส่งและโลจิสติกส์ และเขตการศึกษาและการแพทย์ <br />
ในขณะเดียวกัน สปป.ลาว-จีน เห็นถึงโอกาสการพัฒนาด้านการคมนาคมขนส่งทางบกในภูมิภาคจีน-อาเซียน<br />
จึงร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงระหว่างบ่อเต็นกับพื้นที่อื่นๆ อาทิ (1) โครงการทางด่วน<br />
นครหลวงเวียงจันทน์-ด่านภาษีสากลบ่อเต็น ระยะทาง 460 กิโลเมตร ซึ่งจะช่วยยกระดับโครงข่ายเส้นทางทางบกไปยังประเทศจีน ลดระยะเวลาในการขนส่งสินค้าขึ้นไปทางเหนือ ปัจจุบัน เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการช่วงแรก (นครหลวงเวียงจันทน์ - วังเวียง) เมื่อปี 2563 โดยสร้างเป็นทางคู่ขนานกับถนนหมายเลข 13 เหนือและทางรถไฟลาว - จีน มี 4 ช่องจราจร และอยู่ระหว่างการสำรวจเส้นทางเพื่อก่อสร้างช่วงที่ 4 (อุดมไซ – หลวงน้ำทา) ช่วงที่ 3 (หลวงพระบาง – อุดมไซ) และช่วงที่ 2 (วังเวียง – หลวงพระบาง) ตามลำดับ<br />
Modified:16/09/2022 13:50:50
-
ยุทธศาสตร์การดึงดูดการลงทุนของลาว กับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างต่อเนื่อง
สปป. ลาว เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ พิเศษ เพื่อก้าวส่งเสริมบทบาทในการเป็นฐานการลงทุนโดยเฉพาะจากนักลงทุนอาเซียน โดยมีเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตเศรษฐกิจเฉพาะจำนวนทั้งสิ้น 12 แห่ง ที่มีการอนุมัติและดำเนินการแล้ว ประกอบด้วย (1) เขตเศรษฐกิจสะหวัน-เซโน (2) เขตเศรษฐกิจเฉพาะบ่อเต็นแดนงาม (3) เขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ (4) นิคมอุตสาหกรรมและการค้าเวียงจันทน์ (5) เขตเศรษฐกิจพิเศษไชเสดถา (6) เขตเศรษฐกิจเฉพาะท่าแขก (7) เขตเศรษฐกิจพิเศษล่องแทง-เวียงจันทน์ (8) เขตเศรษฐกิจพิเศษดงโพสี (9) เขตเศรษฐกิจเฉพาะบึงธาตุหลวง (10) เขตเศรษฐกิจเฉพาะภูเขียว (11) เขตเศรษฐกิจพิเศษปากเซ-ญี่ปุ่น และ (12) เขตเศรษฐกิจพิเศษหลวงพระบางModified:16/09/2022 13:46:10
-
พัฒนาการของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ใน สปป. ลาว
สปป. ลาว ถือเป็นประเทศที่มีทรัพยากรแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์ เนื่องจากภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับที่ราบหุบเขา อันเกิดจากการยกตัวของแผ่นทวีปเก่า และมีภูเขาไฟที่ดับแล้วหลายแห่ง จากการสำรวจได้ค้นพบสายแร่ธาตุและโลหะมีค่าต่าง ๆ เป็นจำนวนมากจึงเป็นโอกาสให้รัฐบาล สปป. ลาวนำทรัพยากรเหล่านั้นมาพัฒนาประเทศ ผ่านการให้สัมปทานกับบริษัทต่างชาติ ซึ่งได้รับการสนับสนุนและเจรจาจากรัฐบาล<br />
ปัจจุบันบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้สำรวจและศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐกิจและเทคนิคการขุดค้นและแปรรูปแร่ธาตุ ทั้งหมด 230 บริษัท โดยแบ่งออกเป็น อยู่ในความดูแลของภาคธรณีศาสตร์แร่ธาตุ 105 บริษัท 124 กิจการ และอยู่ในการดูแลของภาคเหมืองแร่ 125 บริษัท 205 กิจการ ประกอบด้วยบริษัทที่กำลังดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐกิจและเทคนิค 42 บริษัท 60 กิจการ และบริษัทที่รัฐบาลอนุมัติโครงการสัมปทานขุดค้นทั่วไป 83 บริษัท <br />
Modified:02/09/2022 09:20:48
-
มันสำปะหลังและยางพารา พืชเศรษฐกิจใหม่ของ สปป. ลาว
สปป. ลาวเป็นประเทศที่ภาคเกษตรกรรมเป็นแหล่งรายได้หลักของประชาชน โดยในปี 2564 รายได้จาก ภาคการเกษตรคิดเป็นร้อยละ 16 ของ GDP โดยรัฐบาล สปป. ลาวได้กำหนดให้แผนการส่งเสริมภาคการเกษตร เลี้ยงสัตว์ และปลูกพืชเชิงพาณิชย์เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) เพื่อให้สามารถส่งออกสินค้าเกษตรได้อย่างน้อย 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยพืชส่งออกหลักของ สปป. ลาว ได้แก่ มันสำปะหลัง ยางพารา กล้วย กาแฟ (ยังไม่แปรรูป) ข้าวโพด และข้าว นอกจากนี้ การส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อทดแทนการนำเข้ายังเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของวาระแห่งชาติเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา<br />
ด้านเศรษฐกิจและการคลังอีกด้วย<br />
Modified:02/09/2022 09:14:29
-
โครงการพัฒนาเมืองทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเขตนาเตย
เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2565 บริษัท อมตะซิตี้ ลาว จำกัด (Amata City Lao Sole Company Limited) ได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการพัฒนาเมืองทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเขตนาเตย แขวงหลวงน้ำทา โดยมี นายคำไหล สีปะเสิด เจ้าแขวงหลวงน้ำทา นางคำจัน วงแสนบูน รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว พร้อมด้วยนายเจษฎา กตเวทิน เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมModified:28/02/2022 14:55:49
-
เป้าหมายการพัฒนาภาคพลังงานและเหมืองแร่ของ สปป. ลาว
การพัฒนาภาคพลังงานและเหมืองแร่ของ สปป. ลาว นับเป็นภารกิจที่มีความสำคัญลำดับต้น และตั้งอยู่ บนพื้นฐานที่สอดคล้องกับแนวโน้มการพัฒนาของภูมิภาคและสากล และเป็นส่วนสำคัญในการสร้างฐานรายรับ ให้กับประเทศ โดยเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการเติบโตสีเขียวModified:28/02/2022 14:08:22
-
รัฐบาล สปป. ลาวอนุมัติให้ 19 บริษัทขุดค้นและแปรรูปแร่เหล็ก
การส่งเสริมโครงการขุดค้นแร่ธาตุและแปรรูปแร่ธาตุ ระยะทดลองเป็นหนึ่งในการปฏิบัติตามวาระแห่งชาติ ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการคลังของ สปป. ลาว โดยในที่ประชุมรัฐบาลเปิดกว้าง ครั้งที่ 2 ปี 2564 ได้รายงานความคืบหน้าในการปฏิบัติตามวาระแห่งชาติฯ ว่า ปัจจุบัน รัฐวิสาหกิจพัฒนาแร่ธาตุลาวได้ลงนาม MOU ร่วมกับบริษัท Hong Kong Tianyunda International Trade จำกัด เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อตั้งโรงงานหลอมเหล็กกล้าลาว-จีน ในเขตเศรษฐกิจพิเศษเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน บนพื้นที่ 126 เฮกตาร์ เป็นระยะเวลา 8 เดือน (22 ก.ค. 2564 - 21 มี.ค. 2565) โดยรัฐวิสาหกิจพัฒนาฯ ถือหุ้นร้อยละ 20 มูลค่า 240 ล้านหยวน และบริษัท Hong Kong ถือหุ้นร้อยละ 80 มูลค่า 960 ล้านหยวน นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้อนุมัติให้ 19 บริษัท ใน 19 กิจการสามารถเริ่มการขุดค้นและแปรรูปแร่เหล็กได้ การดำเนินโครงการแร่ธาตุฯ (ระยะเวลาช่วงทดลอง 3 ปี) สถานะเดือน ต.ค. 2564 มีผู้สนใจและยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขประมาณ 201 โครงการ ประกอบด้วย โครงการแร่เหล็ก 167 โครงการ แร่ทอง 17 โครงการ แร่ทองตกตะกอน 10 โครงการ และแร่อื่น ๆ 8 โครงการ โดยเฉพาะแร่เหล็กที่ได้ลงนามสัญญาแล้วจำนวน 16 โครงการ และสามารถชำระค่าธรรมเนียมล่วงหน้าเข้างบประมาณมูลค่า 23.20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงกลไก ขั้นตอนการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมของโครงการต่าง ๆ ให้เหมาะสม การจัดทำคู่มือแนะนำด้านวิชาการเกี่ยวกับการสร้างแผนคุ้มครองและติดตาม ตรวจตราสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการพัฒนาแร่ธาตุในช่วงการทดลองได้สำเร็จ รวมทั้ง ได้จัดสรรงบประมาณ ติดตาม ตรวจตราแผนคุ้มครองสิ่งแวดล้อมโครงการลงทุนเพื่อจัดจ้างผู้เชี่ยวชาญในปี 2565 ในรายงานดังกล่าวยังเน้นว่า รัฐบาล สปป. ลาวได้ออกดำรัสว่าด้วยการกำหนดเขตสงวนแร่ธาตุ ฉบับเลขที่ 308/นย ลงวันที่ 10 พ.ค. 2564 และรัฐบัญญัติว่าด้วยค่าธรรมเนียมและค่าบริการ ฉบับปรับปรุง เลขที่ 002/ปปท ลงวันที่ 17 มิ.ย. 2564 แล้วเสร็จ ที่มา: นสพ. ประชาชน วันที่ 14 ม.ค. 2565 http://www.pasaxon.org.la/pdfs/932514-01-2022_compressed.pdfModified:24/01/2022 16:18:07
-
ปี 2564 ลาวส่งออกสินค้าเกษตรกว่า 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว <br />
รายงานต่อที่ประชุมรัฐบาลเปิดกว้าง ครั้งที่ 2 ว่า ปี 2564 สปป. ลาวมีรายได้จากการส่งออกสินค้าเกษตรกว่า <br />
900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 82 ของตัวเลขที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ในปี 2564 โดยแบ่งออกเป็นการส่งออกกล้วย 225 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยางพารา 214 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มันสำปะหลัง 196 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แตงโม 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอ้อย 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ <br />
Modified:24/01/2022 15:37:12
-
สปป. ลาวเตรียมเสนอสร้างร่างกฎหมายว่าด้วยเขตเศรษฐกิจพิเศษ
เพื่อให้การพัฒนาและคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษทั่วประเทศมีประสิทธิผลดีขึ้น ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาและคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษ ปี 2564-2573 กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาวจึงมีแผนจะเสนอ<br />
ร่างกฎหมายว่าด้วยเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะมุ่งเน้นการพัฒนาและคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษตามวัตถุประสงค์<br />
และเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้<br />
Modified:10/01/2022 15:40:11
-
ภาคเอกชนเสนอปัญหาในที่ประชุมระหว่างคณะรัฐบาล สปป. ลาวและภาคเอกชนลาว
เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2564 นายพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมระหว่าง<br />
คณะรัฐบาล สปป. ลาวและภาคเอกชนลาว ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี <br />
และผู้แทนจากภาคเอกชนลาวเข้าร่วม<br />
Modified:28/12/2021 10:11:47
-
มูลค่าการนำเข้าและส่งออกของ สปป. ลาวในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2564
กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว รายงานว่า ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2564 สปป. ลาว<br />
มีมูลค่าการนำเข้าและส่งออกสินค้าประมาณ 10,140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นการส่งออกประมาณ <br />
4,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการนำเข้าประมาณ 5,240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย สปป. ลาวขาดดุลการค้าประมาณ 336 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ มูลค่าการนำเข้าและส่งออกดังกล่าวไม่รวมมูลค่าการส่งออกไฟฟ้า<br />
Modified:28/12/2021 10:07:36
-
สปป. ลาวเปิดตัวแผนพัฒนาการส่งออกของภาคอุตสาหกรรมแปรรูปไม้ ปี 2564 – 2568
เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2564 ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว <br />
นายทองพัด วงมะนี รองรัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป. ลาว และนาง Ina Marciulionyté เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำ สปป. ลาว เป็นประธานร่วมในพิธีเปิดตัวแผนพัฒนาการส่งออก<br />
ของภาคอุตสาหกรรมแปรรูปไม้ของ สปป. ลาว ปี 2564 – 2568 โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม<br />
Modified:28/12/2021 09:31:26
-
สปป. ลาวคาดว่าจะมีรายรับจากการส่งออกแร่ 463 ล้านดอลลาร์สหรัฐใน 3 เดือนสุดท้ายของปี 2564
เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการ<br />
และการลงทุน สปป. ลาว ได้รายงานผลการปฏิบัติตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประจำปี 2564 <br />
และแผนงานปี 2565 ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 <br />
การผลิตแร่มีมูลค่า 12,601 ล้านล้านกีบ (สภาแห่งชาติรับรอง 13,812 ล้านล้านกีบ) คิดเป็นร้อยละ 91.21 ของแผน คาดว่าทั้งปีจะมีมูลค่าสูงถึง 15,889 ล้านล้านกีบ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 สปป. ลาวมีรายได้จากการจำหน่ายแร่ภายในประเทศและการส่งออกจำนวน 1,464 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี<br />
จะมีรายได้ประมาณ 463 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันมีบริษัทที่ดำเนินการสำรวจ ศึกษาความเป็นไปได้และแปรรูปแร่จำนวน 124 แห่ง ใน 209 โครงการ โดย 14 แห่งจากจำนวนดังกล่าวอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานและสิ่งอำนวย<br />
ความสะดวกต่าง ๆ <br />
Modified:21/12/2021 11:26:52
Sort by relevance | Sorted by date
