ค้นหา
About 688 results
-
การเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมใน สปป.ลาว
<div x14z9mp="" xat24cr="" x1lziwak="" x1vvkbs="" x126k92a"="">
<div dir="auto"> ในยุคของเศรษฐกิจดิจิทัลและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ใน สปป. ลาว</div>
</div>
<div xat24cr="" x1lziwak="" x1vvkbs="" xtlvy1s="" x126k92a"=""> </div>
Modified:11/08/2025 11:08:00
-
สปป. ลาวกับการเป็นสังคมเยาว์วัย: โอกาสและความท้าทายในการพัฒนาที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วModified:19/11/2024 11:20:45
-
สปป. ลาวกับการเป็นสังคมเยาว์วัย: โอกาสและความท้าทายในการพัฒนาที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วModified:19/11/2024 11:25:33
-
สปป. ลาว กับการเป็นสังคมเยาว์วัย: โอกาสและความท้าทายในการพัฒนาที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วModified:20/11/2024 13:09:41
-
สปป. ลาว กับการเป็นสังคมเยาว์วัย: โอกาสและความท้าทายในการพัฒนาที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วModified:09/12/2024 17:41:35
-
พัฒนาการอุตสาหกรรมตัดเย็บของ สปป. ลาว
อุตสาหกรรมตัดเย็บเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่รัฐบาล สปป.ลาว ให้การส่งเสริมเพื่อลดการพึ่งพาและสร้างรายได้
<br />
จากทรัพยากรธรรมชาติไปสู่ การผลิตสินค้าในอุตสาหกรรมเบา (Light Industry) เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย
<br />
สร้างงาน ให้แก่ประชาชน ลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และสามารถสร้างรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศอีกด้วย
<br />
<br />
ในปี 2564 ภาคอุตสาหกรรม สปป. ลาวมีอัตราการขยายตัวคิดเป็นร้อยละ 34 ของ GDP (ขยายตัวลดลงร้อยละ 2.65 เมื่อเทียบ
<br />
กับปีที่ผ่านมา) โดยอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้าและเครื่องหนัง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.10 ของภาคอุตสาหกรรม
<br />
ทั้งหมด และอยู่ในอันดับที่ 7 รองจากอุตสาหกรรมพลังงาน ก่อสร้าง การแปรรูปอื่น ๆ เหมืองแร่และการขุดค้น การแปรรูปอาหาร
<br />
และเครื่องดื่มและบุหรี่ ตามลำดับ
<br />
<br />
สปป. ลาวก่อตั้งโรงงานตัดเย็บเครื่องนุ่งห่มแห่งแรกในปี 2527 ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 77 แห่ง ตั้งอยู่ใน นครหลวงเวียงจันทน์ 72 แห่ง
<br />
แขวงเวียงจันทน์ 1 แห่ง แขวงจำปาสัก 2 แห่ง และแขวงสะหวันนะเขต 2 แห่ง แบ่งออกเป็นโรงงานที่ผลิตเครื่องนุ่งห่มเพื่อส่งออก
<br />
เป็นหลักจำนวน 50 แห่ง และโรงงานที่ผลิตเพื่อใช้ภายในประเทศ 27 แห่ง สร้างงานได้ 25,000 ตำแหน่ง สินค้าที่ผลิตส่วนใหญ่
<br />
ได้แก่ เครื่องแบบ เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต เสื้อโปโล เสื้อทำงานแจ๊คเก็ต ยีนส์ ชุดชั้นใน ชุดเครื่องนอน ถุงเท้า รองเท้าและอื่น ๆ
<br />
ตลาดส่งออกที่สำคัญของ สปป. ลาว ได้แก่ ยุโรปร้อยละ 80 ญี่ปุ่น ร้อยละ 9 สหรัฐอเมริกา ร้อยละ 4 และแคนาดา ร้อยละ 2
<br />
<br />
ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ผู้ประกอบการบางส่วนหยุดการผลิต และบางส่วนลดกำลังการผลิตชั่วคราวเพื่อปฏิบัติตาม
<br />
มาตรการป้องการการแพร่ระบาดของรัฐบาล สปป. ลาว อีกทั้งอุตสาหกรรมตัดเย็บของ สปป.ลาว ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
<br />
กับอุตสาหกรรมตัดเย็บทั่วโลก กล่าวคือ หลายบริษัทประสบปัญหาถูกยกเลิกคำสั่งซื้อจากบริษัทที่เป็นเจ้าของเครื่องหมาย
<br />
สินค้าต่าง ๆ การชะลอการผลิตวัสดุ อุปกรณ์ด้านการตัดเย็บจากผู้ผลิตในต่างประเทศอันเนื่องมาจากการ lockdown
<br />
ในหลายเมือง และปัญหาความล่าช้าในการจัดส่งและมอบสินค้า
<br />
<br />
ในปี 2563 การส่งออกเครื่องนุ่งห่มของ สปป. ลาวมีมูลค่า 188 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 11.32 เมื่อเทียบกับปี 2562
<br />
ส่วนในปี 2564 มูลค่าการส่งออกเครื่องนุ่งห่มเพิ่มขึ้นเป็น 189 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วงเดือน ม.ค. - มิ.ย. 2565 การส่งออก
<br />
เครื่องนุ่งห่มมีมูลค่า 99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากนโยบายผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19 โรงงานตัดเย็บหลายแห่ง
<br />
เริ่มเปิดดำเนินการผลิตตามปกติ และอยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากผลกระทบ สำหรับการนำเข้าสินค้าเครื่องนุ่งห่ม ช่วงเดือน
<br />
ม.ค. - มิ.ย. 2565 สปป. ลาวนำเข้าเครื่องนุ่งห่มประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยนำเข้าจากจีนมากที่สุดมูลค่า 8.04 ล้าน
<br />
ดอลลาร์สหรัฐ รองลงมาคือเวียดนาม 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทย 2.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
<br />
<br />
การพัฒนาอุตสาหกรรมตัดเย็บใน สปป. ลาว เผชิญกับข้อจำกัดหลายด้าน อาทิ จำนวนแรงงานที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม
<br />
การผลิตของ สปป. ลาวมีน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลให้สัดส่วนแรงงานในภาคการผลิต
<br />
เครื่องนุ่งห่มขาดแคลน แม้ว่า สปป. ลาวจะมีข้อได้เปรียบด้านอัตราค่าจ้างแรงานที่มีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่น
<br />
แต่ศักยภาพในการผลิตยังมีน้อย แรงงานเลือกจะทำงานในอุตสาหกรรมอื่นที่มีค่าตอบแทนสูงกว่า รวมถึงแรงงานลาวส่วนหนึ่ง
<br />
ย้ายไปทำงานต่างประเทศ สำหรับนักลงทุน ผู้ประกอบการระดับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็กยังประสบปัญหาในการเข้าถึง
<br />
แหล่งเงินทุน และปัญหาเงินกีบอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์และบาท ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบนำเข้าสำหรับการผลิต
<br />
เครื่องนุ่งห่มสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
<br />
<br />
เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมตัดเย็บใน สปป.ลาว สมาคมอุตสาหกรรมตัดเย็บ สปป. ลาวผลักดันนโยบาย
<br />
ส่งเสริมให้โรงงานตัดเย็บทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่สามารถดำเนินการได้มากขึ้น โดยส่งเสริมให้หนึ่งกลุ่มบ้าน มีหนึ่ง
<br />
ร้านตัดเย็บเพื่อสร้างรายรับให้ผู้ประกอบรายย่อย และทำให้ประชาชนได้ใช้สินค้าที่ผลิตภายในชุมชน ประชาสัมพันธ์เชิญชวน
<br />
ให้สนับสนุนและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ลาวที่ผลิตภายในประเทศเพื่อลดการรั่วไหลของเงินตราต่างประเทศอีกด้วย นอกจากนี้
<br />
รัฐบาล สปป.ลาว ยังได้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ผู้ประกอบการในวิสาหกิจขนาดกลางและเล็กสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้
<br />
จากสถาบันการเงินได้สะดวกยิ่งขึ้น
<br />
<br />
ข้อมูลอ้างอิง
<br />
https://eriit.moic.gov.la/researcheriitlao/
<br />
https://www.moic.gov.la/?page_id=6994
<br />
https://laoedaily.com.la/2022/10/03/117658/ file:///I:/downloads/Yearbook2021_Final%2022.04.2022%20(1).pdfModified:25/11/2022 12:32:06
-
มันสำปะหลังและยางพารา พืชเศรษฐกิจใหม่ของ สปป. ลาว
สปป. ลาวเป็นประเทศที่ภาคเกษตรกรรมเป็นแหล่งรายได้หลักของประชาชน โดยในปี 2564 รายได้จาก ภาคการเกษตรคิดเป็นร้อยละ 16 ของ GDP โดยรัฐบาล สปป. ลาวได้กำหนดให้แผนการส่งเสริมภาคการเกษตร เลี้ยงสัตว์ และปลูกพืชเชิงพาณิชย์เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) เพื่อให้สามารถส่งออกสินค้าเกษตรได้อย่างน้อย 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยพืชส่งออกหลักของ สปป. ลาว ได้แก่ มันสำปะหลัง ยางพารา กล้วย กาแฟ (ยังไม่แปรรูป) ข้าวโพด และข้าว นอกจากนี้ การส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อทดแทนการนำเข้ายังเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของวาระแห่งชาติเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา<br />
ด้านเศรษฐกิจและการคลังอีกด้วย<br />
Modified:02/09/2022 09:14:29
-
การประชุมทาบทามเปิดกว้าง (ร่าง) แผนพัฒนา MSMEs ปี 2564-2568
เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2564 นายบุนเถิง ดวงสะหวัน รองรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมทาบทามเปิดกว้าง (ร่าง) แผนพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและรายย่อย (MSMEs) ปี 2564-2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในร่างแผนพัฒนาฯ หลังจากนั้น คณะผู้จัดทำจะปรับปรุงเนื้อหาร่างดังกล่าวให้แล้วเสร็จก่อนจะนำเสนอรัฐบาลพิจารณาเพื่อให้การรับรองต่อไป โดยมีผู้แทนจากธนาคาร แห่ง สปป. ลาว สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว และภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:17/01/2022 09:53:36
-
การประชุมสรุปแผนการ การลงทุน และการเงิน ประจำปี 2564 และแนวโน้มปี 2565
เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการ<br />
และการลงทุน สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมสรุปแผนการ การลงทุน และการเงิน ประจำปี 2564 และแนวโน้ม<br />
ปี 2565 โดยมี รองรัฐมนตรี หัวหน้ากรม รองหัวหน้ากรม และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงแผนการฯ เข้าร่วม<br />
Modified:28/12/2021 10:16:08
-
การประชุมสรุปเกี่ยวกับการพัฒนาและคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษใน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและ การลงทุน สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมสรุปบทเรียน ปัญหาคงค้างและแนวทางการแก้ไขในอนาคตเกี่ยวกับ การพัฒนาและคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) ในช่วงปี 2559 - 2563 และแผนงานปี 2564 - 2568 ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีนางคำจัน วงแสนบูน รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว รองเจ้าครองนครหลวงเวียงจันทน์ และรองเจ้าแขวงที่มี SEZ ตั้งอยู่ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเข้าร่วมModified:28/12/2021 09:38:32
-
ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของ สปป. ลาวปี 2564 เป็นร้อยละ 2.2
ธนาคารโลกได้จัดทำรายงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกฉบับเดือน ต.ค. 2564 โดยปรับลดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของ สปป. ลาวปี 2564 จากที่คาดการณ์ในเดือน เม.ย. 2564 ไว้ที่ร้อยละ 4 เป็นร้อยละ 2.2 และคาดว่าในปี 2565 เศรษฐกิจ สปป. ลาวจะขยายตัวที่ร้อยละ 4.5Modified:29/10/2021 09:18:18
-
การก่อสร้างวิทยาลัยเทคนิควิชาชีพทางรถไฟแห่งแรกใน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2564 สปป. ลาวและจีนได้เริ่มก่อสร้างวิทยาลัยเทคนิควิชาชีพการทางรถไฟแห่งแรก<br />
ใน สปป. ลาว ตั้งอยู่บ้านโพนคำ เมืองไซทานี นครหลวงเวียงจันทน์ บนพื้นที่ทั้งหมด 14 เฮกตาร์ (เนื้อที่การก่อสร้างประมาณ 3.3 เฮกตาร์ ประกอบด้วย อาคารเรียน หอพัก อาคารสำหรับฝึกอบรมภาคปฏิบัติจริง ห้องสมุด ศูนย์กีฬา และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ) คาดว่าจะใช้ระยะเวลาการก่อสร้าง 32 เดือน การก่อสร้างมีมูลค่า 400 ล้านหยวน ซึ่งเป็นการช่วยเหลือในการออกแบบและก่อสร้างโดยบริษัท Yunnan Construction and Investment Holding จำกัด และบริษัท Yunnan Design Institute จำกัด <br />
Modified:26/10/2021 16:35:51
-
ธนาคารโลกชี้เศรษฐกิจลาวได้รับผลกระทบจากโควิด 19
รายงานสภาพเศรษฐกิจลาวและการฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 (ฉบับเดือน ส.ค. 2564) ของธนาคารโลกระบุว่า จากการสำรวจบริษัทจำนวน 421 แห่ง ในเดือนเม.ย. – พ.ค. 2564 พบว่า การระบาด ของโควิด 19 ได้ส่งผลให้หลายธุรกิจต้องหยุดชะงักและส่งผลกระทบต่อยอดขายอย่างมาก ซึ่งลดลงร้อยละ 41 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ร้อยละ 31) โดยบริษัทและธุรกิจ SMEs ในนครหลวงเวียงจันทน์และ แขวงหลวงพระบางได้รับผลกระทบมากกว่าในแขวงอื่น และ 1 ใน 3 ของธุรกิจครอบครัวต้องปิดตัวลง ในขณะที่ ร้อยละ 50 ของบริษัทที่ทำการสำรวจยังคงเปิดอยู่แต่มีรายได้ลดลงModified:07/10/2021 09:33:10
-
ไทย – ลาวร่วมเปิดตัว Flash Express Laos ก้าวสู่ธุรกิจ E-commerce ในกลุ่มประเทศ CLMV
บริษัท Flash Express จำกัด และกลุ่มบริษัท AIF ของ สปป. ลาวร่วมลงทุนเพื่อขยายสู่ตลาดประเทศ CLMV โดยเปิดตัว Flash Express Laos ใน สปป. ลาวอย่างเต็มรูปแบบเพื่อให้บริการรับ – ส่งพัสดุระหว่างไทย<br />
กับนครหลวงเวียงจันทน์ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ E-commerce และกระตุ้นเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ <br />
Modified:07/10/2021 09:05:18
-
หน่วยงานด้านเกษตรกรรมกำหนด 5 แนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2564 นายเพ็ด พมพิพัก รัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป. ลาว รายงาน ต่อที่ประชุมวิสามัญ ครั้งที่ 1 ของสภาแห่งชาติ ชุดที่ 9 เกี่ยวกับการกำหนด 5 แนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ดังนี้Modified:01/09/2021 09:30:01
-
นายกรัฐมนตรี สปป. ลาวเสนอให้ภาคเอกชนร่วมมือทำธุรกิจกับต่างประเทศ
เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2564 ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว เป็นประธานการประชุม Lao Business Forum (LBF) ครั้งที่ 13 โดยมีนายพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว นายเวียงสะหวัด สีพันดอน รัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป. ลาว นายอุเดด สุวันนะวง ประธาน สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว และผู้แทนจากภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมModified:17/08/2021 09:12:45
-
หัวเหว่ยสนับสนุนการพัฒนาดิจิทัลใน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2564 ศ.ดร. บ่อเวียงคำ วงดาลา รัฐมนตรีกระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร สปป. ลาว และคณะ เดินทางเยี่ยมชม
<br />
บริษัท หัวเหว่ยลาว จำกัด โดยมีนาย Hu Weihua ประธานบริษัท หัวเหว่ยลาว จำกัด ให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินธุรกิจ
<br />
ของบริษัทฯ ทั่วโลกและใน สปป. ลาว และนำเสนอวิสัยทัศน์เกี่ยวกับ ICT ซึ่งมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมดิจิทัลลาว รวมถึง
<br />
E-Government นอกจากนี้ คณะยังได้เยี่ยมชมห้องจัดแสดงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่ตั้งอยู่เมืองเชินเจิ้น
<br />
ผ่านระบบการประชุมทางไกล
<br />
<br />
หัวเหว่ยดำเนินธุรกิจใน สปป. ลาวมากกว่า 20 ปี และได้พัฒนาด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยในอนาคตจะเพิ่ม
<br />
ความร่วมมือกับผู้ประกอบการลาวในการพัฒนาคุณภาพของเครือข่ายและการให้บริการ ด้านการสื่อสารให้ดียิ่งขึ้นผ่านการ
<br />
สนับสนุนการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้าน ICT และการพัฒนายุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัลของ สปป. ลาว อย่างต่อเนื่อง
<br />
พร้อมสานต่อการลงทุนในการพัฒนาขีดความสามารถด้าน ICT ให้ สปป. ลาว
<br />
<br />
ศ.ดร. บ่อเวียงคำฯ กล่าวว่า ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลและการแก้ไขปัญหา E-Government มีความสำคัญอย่างมาก
<br />
หัวเหว่ยเป็นผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีชั้นนำของโลกที่มีความเชี่ยวชาญ ความรู้ และประสบการณ์ จึงมั่นใจว่าหัวเหว่ยจะช่วย
<br />
สนับสนุนการพัฒนา ICT ของ สปป. ลาว รวมทั้งพัฒนาอุตสาหกรรม ทรัพยากรมนุษย์ ส่งเสริมการจ้างงานให้กับแรงงานท้องถิ่นอีกด้วย
<br />
<br />
เมื่อเดือน พ.ค. 2564 หัวเหว่ยได้ประกาศที่จะดำเนินโครงการ “In Laos For Laos” เพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยสนับสนุน
<br />
อุปกรณ์โทรคมนาคม การฝึกอบรมทักษะด้าน ICT และการให้คำปรึกษา ด้านการวางแผนเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อสร้างขีดความสามารถ
<div>ในยุคดิจิทัล 4.0 โดยร่วมมือกับกระทรวงเทคโนโลยี และการสื่อสาร สปป. ลาว
<br />
<br />
โครงการดังกล่าวจะช่วยปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานของภาครัฐ รวมทั้งการพัฒนาทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยจะยกระดับ
<br />
ระบบสำนักงานให้ทันสมัยมากขึ้นเพื่อช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ หัวเหว่ยจะให้ความช่วยเหลือ สปป. ลาว
<br />
ในการเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล โดยจัดฝึกอบรม ICT ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ และให้คำปรึกษาที่เกี่ยวข้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล
<br />
รวมทั้งพัฒนาการศึกษา โดยเฉพาะในวัยเด็ก และจัดหาอุปกรณ์ IT และสื่อการเรียนการสอนให้กับโรงเรียนประถมและมัธยมศึกษาอีกด้วย
<br />
<br />
ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 16 พ.ค. 2564 และ นสพ. เศรษฐกิจการค้า วันที่ 20 ก.ค. 2564
<br />
https://laoedaily.com.la/2021/07/20/99370/ </div>
Modified:19/11/2024 11:18:24
-
โควิด 19 ส่งผลให้คนใน สปป. ลาวกว่า 84,000 คนยากจนขึ้น
เมื่อวันที่ 5 - 15 พ.ค. 2564 กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม สปป. ลาว ได้ดำเนินการสำรวจ และประเมินจำนวนครัวเรือนยากจนและครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำทั่วประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ อย่างเร่งด่วน ผลการสำรวจระบุว่าจำนวนคนตกงานและประสบปัญหาทางการเงินเนื่องจากการระบาดของโควิด 19 และถูกเลิกจ้างงานในต่างประเทศมีทั้งหมด 84,418 คน โดยกระทรวงแรงงานฯ จะยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาล สปป. ลาว เพื่อให้ความช่วยเหลือครัวเรือนที่ยากจน เมื่อข้อเสนอได้รับการอนุมัติ นายกรัฐมนตรีจะออกดำรัสเพื่อนำแผนดังกล่าวไปปฏิบัติ นายปะทุมพอน สนทะนี รองรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานฯ กล่าวว่า หลังจากได้รับข้อมูลเกี่ยวกับจำนวน ผู้ที่ได้รับผลกระทบในแต่ละแขวงแล้ว จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินและเบื้องต้น โดยจัดหาอาหารและกองทุนตามที่ได้รับอนุมัติในแต่ละแขวง การระบาดของโรคโควิด 19 ระลอกใหม่ส่งผลให้คนยากจนจำนวนมากตกงานและไม่มีสิทธิได้รับเงินอุดหนุน โดยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในนครหลวงเวียงจันทน์ มีครัวเรือนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยากจน 1,216 ครอบครัว มีคนตกงานทั้งหมด 30,698 คน รองลงมา คือ แขวงจำปาสักมีครัวเรือนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยากจน 2,472 ครอบครัว มีคนตกงานทั้งหมด 9,934 คน แขวงบ่อแก้วมีครัวเรือนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยากจน 1,528 ครอบครัว มีคนตกงานทั้งหมด 6,213 คน แขวงอุดมไซมีครัวเรือนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยากจน 3,133 ครอบครัว มีคนตกงานทั้งหมด 11,753 คน แขวงอัดตะปือมีครัวเรือนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยากจน 780 ครอบครัว มีคนตกงานทั้งหมด 3,168 คน และ แขวงเซกองมีครัวเรือนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยากจน 171 ครอบครัว มีคนตกงานทั้งหมด 2,693 ทั้งนี้ ยังเหลืออีก 12 แขวงที่ยังไม่ได้สำรวจและคาดว่าจำนวนกลุ่มครอบครัวยากจนและครัวเรือนที่มีรายได้น้อยจะเพิ่มมากขึ้น ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 28 พ.ค. 2564Modified:16/06/2021 10:09:23
-
โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการเกษตรของ สปป. ลาว
ในช่วงปี 2561 – 2567 ธนาคารโลกและรัฐบาล สปป. ลาวจัดสรรทุน 29.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับดำเนินโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการเกษตรของ สปป. ลาว ทุนดังกล่าวประกอบด้วยเงินกู้ยืมจากธนาคารโลก 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ งปม. ของรัฐบาล สปป. ลาว 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ และกลุ่ม การผลิตของเกษตรกร 3.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป. ลาวจะดำเนินโครงการ ร่วมกับแผนกกสิกรรมและป่าไม้แขวงไซยะบูลี เวียงจันทน์ บอลิคำไซ คำม่วน และนครหลวงเวียงจันทน์ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของห่วงโซ่ทางการเกษตรตั้งแต่การผลิตจนถึงหลังการเก็บเกี่ยวของพืช 3 ชนิด ได้แก่ ข้าว ผัก และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อขยายผลผลิตทางการเกษตรโดยการใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมัยเพื่อลดต้นทุนแรงงานและต้นทุนการผลิต โครงการดังกล่าวแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนทางการเกษตร การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางการเกษตร และการบริหารจัดการโครงการModified:10/06/2021 16:14:43
-
กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม สปป. ลาวเร่งสำรวจครัวเรือนยากจนเพื่อให้ความช่วยเหลือ
เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2564 กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม สปป. ลาว อยู่ระหว่างสำรวจและประเมินจำนวนครัวเรือนยากจนและครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำที่ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างเร่งด่วน โดยเดิมที มีแผนจะรวบรวมตัวเลขให้ครบภายในวันที่ 15 พ.ค. 2564 แต่ต่อมาได้เลื่อนกำหนดรวบรวมตัวเลขดังกล่าวออกไป นายสุดทิไซ สมพาวัด เจ้าหน้าที่ระดับสูงของแผนกแรงงานและสวัสดิการสังคมนครหลวงเวียงจันทน์ กล่าวว่า ตนได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ดำเนินการสำรวจครัวเรือนยากจนในแต่ละเขตและหมู่บ้านร่วมกับหน่วยงาน ในพื้นที่และอาสาสมัครในหมู่บ้าน โดยมีครัวเรือนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยากจนจำนวน 1,949 ครอบครัว รวมทั้งหมด 32,420 คน จำนวนคนตกงานทั้งหมด 24,759 คน ซึ่งอาศัยอยู่ใน 9 เมืองในนครหลวงเวียงจันทน์ เจ้าหน้าที่แรงงานคาดว่า จำนวนครัวเรือนยากจนในนครหลวงเวียงจันทน์มีประมาณ 12,000 ครอบครัวและมีคนว่างงานประมาณ 26,000 คน และสาเหตุหนึ่งที่คนยากจนใน สปป. ลาวส่วนใหญ่ยังคงมีชีวิตยากจน มาจากการขาดการประสานงานระหว่างหน่วยงาน ปัจจุบันส่วนท้องถิ่นกำลังเร่งรวบรวมข้อมูลครัวเรือนยากจน ในแต่ละหมู่บ้านอย่างต่อเนื่องเพื่อนำข้อมูลมากำหนดนโยบายบรรเทาความยากจนต่อไป ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 19 พ.ค. 2564Modified:10/06/2021 16:04:36
Sort by relevance | Sorted by date
