ค้นหา
About 520 results
-
ศักยภาพการผลิตอาหารสัตว์ของ สปป. ลาว
การเลี้ยงสัตว์เพื่อส่งออกเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของรัฐบาล สปป.ลาว ในการสร้างรายได้และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเลี้ยงสัตว์จากการเลี้ยงสัตว์ตามธรรมชาติสู่การเลี้ยงแบบฟาร์ม และพัฒนาสู่การแปรรูปผลผลิตแบบอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า โดยเฉพาะการเลี้ยงหมู ไก่ไข่ ไก่เนื้อ ปลา เป็ด ฯลฯ ส่งผลให้เกิดความต้องการอาหารสัตว์ในปริมาณที่สูงขึ้นModified:13/11/2024 09:43:13
-
ทองคำ อัญมณีล้ำค่าแห่ง สปป. ลาว
สปป. ลาว เป็นประเทศที่มีแร่ธาตุ <br />
และทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ จากลักษณะของ<br />
ภูมิประเทศที่เกิดจากการยกตัวของแผ่นทวีปเก่าก่อให้เกิดภูเขาสลับกับที่ราบหุบเขา มีแหล่งแร่สำคัญ<br />
เช่น เงิน ทองคำ ทองแดง นิกเกิล ตะกั่ว ถ่านหิน <br />
บอกไซต์ ยิปซั่ม เหล็ก อัญมณี โปแตช สังกะสี <br />
แมงกานีส หินปูน โดโลไมต์ และแบไรต์ ในพื้นที่กว่า 570 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 162,104 ตร.กม. คิดเป็น<br />
ร้อยละ 68.49 ของพื้นที่ประเทศ ส่วนมากขุดพบในแขวงสะหวันนะเขต แขวงไซสมบูน แขวงอุดมไซ แขวงอัตตะปือ และแขวงเซกอง เป็นต้น<br />
Modified:01/02/2023 09:24:48
-
สินค้าเกษตร สินค้าส่งออกหลักของ สปป. ลาว
ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2565 ที่ผ่านมา สปป. ลาว <br />
ขาดดุลการค้ากับต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน หากพิจารณาจากตัวเลขข้อมูล 3 เดือนล่าสุดพบว่า ในเดือน ส.ค. 2565 มีมูลค่าการค้ารวมประมาณ 1,020 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการส่งออก 427 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการนำเข้า 593 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดดุลการค้า 166 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือน ก.ย. 2565 มีมูลค่าการค้าประมาณ 1,146 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการส่งออก 456 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการนำเข้า 689 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดดุลการค้า 233 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในเดือน ต.ค. 2565 มีมูลค่าการค้าประมาณ 1,074 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการส่งออก 422 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การนำเข้า 652 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดดุล การค้า 230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกของสำคัญของ สปป.ลาว คือ แร่ธาตุ และสินค้าเกษตร อาทิ ทองคำผสมและทองคำแท่ง แร่ทอง แร่เหล็ก ยางพารา กล้วย ปุ๋ยน้ำตาล โคและกระบือ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า โดยประเทศเป้าหมายของสินค้าส่งออกของ สปป. ลาว ได้แก่ จีน เวียดนาม ไทย ออสเตรเลีย ฮ่องกง ฯลฯ<br />
Modified:29/12/2022 08:53:50
-
พัฒนาการอุตสาหกรรมตัดเย็บของ สปป. ลาว
อุตสาหกรรมตัดเย็บเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่รัฐบาล สปป.ลาว ให้การส่งเสริมเพื่อลดการพึ่งพาและสร้างรายได้
<br />
จากทรัพยากรธรรมชาติไปสู่ การผลิตสินค้าในอุตสาหกรรมเบา (Light Industry) เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย
<br />
สร้างงาน ให้แก่ประชาชน ลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และสามารถสร้างรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศอีกด้วย
<br />
<br />
ในปี 2564 ภาคอุตสาหกรรม สปป. ลาวมีอัตราการขยายตัวคิดเป็นร้อยละ 34 ของ GDP (ขยายตัวลดลงร้อยละ 2.65 เมื่อเทียบ
<br />
กับปีที่ผ่านมา) โดยอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้าและเครื่องหนัง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.10 ของภาคอุตสาหกรรม
<br />
ทั้งหมด และอยู่ในอันดับที่ 7 รองจากอุตสาหกรรมพลังงาน ก่อสร้าง การแปรรูปอื่น ๆ เหมืองแร่และการขุดค้น การแปรรูปอาหาร
<br />
และเครื่องดื่มและบุหรี่ ตามลำดับ
<br />
<br />
สปป. ลาวก่อตั้งโรงงานตัดเย็บเครื่องนุ่งห่มแห่งแรกในปี 2527 ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 77 แห่ง ตั้งอยู่ใน นครหลวงเวียงจันทน์ 72 แห่ง
<br />
แขวงเวียงจันทน์ 1 แห่ง แขวงจำปาสัก 2 แห่ง และแขวงสะหวันนะเขต 2 แห่ง แบ่งออกเป็นโรงงานที่ผลิตเครื่องนุ่งห่มเพื่อส่งออก
<br />
เป็นหลักจำนวน 50 แห่ง และโรงงานที่ผลิตเพื่อใช้ภายในประเทศ 27 แห่ง สร้างงานได้ 25,000 ตำแหน่ง สินค้าที่ผลิตส่วนใหญ่
<br />
ได้แก่ เครื่องแบบ เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต เสื้อโปโล เสื้อทำงานแจ๊คเก็ต ยีนส์ ชุดชั้นใน ชุดเครื่องนอน ถุงเท้า รองเท้าและอื่น ๆ
<br />
ตลาดส่งออกที่สำคัญของ สปป. ลาว ได้แก่ ยุโรปร้อยละ 80 ญี่ปุ่น ร้อยละ 9 สหรัฐอเมริกา ร้อยละ 4 และแคนาดา ร้อยละ 2
<br />
<br />
ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ผู้ประกอบการบางส่วนหยุดการผลิต และบางส่วนลดกำลังการผลิตชั่วคราวเพื่อปฏิบัติตาม
<br />
มาตรการป้องการการแพร่ระบาดของรัฐบาล สปป. ลาว อีกทั้งอุตสาหกรรมตัดเย็บของ สปป.ลาว ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
<br />
กับอุตสาหกรรมตัดเย็บทั่วโลก กล่าวคือ หลายบริษัทประสบปัญหาถูกยกเลิกคำสั่งซื้อจากบริษัทที่เป็นเจ้าของเครื่องหมาย
<br />
สินค้าต่าง ๆ การชะลอการผลิตวัสดุ อุปกรณ์ด้านการตัดเย็บจากผู้ผลิตในต่างประเทศอันเนื่องมาจากการ lockdown
<br />
ในหลายเมือง และปัญหาความล่าช้าในการจัดส่งและมอบสินค้า
<br />
<br />
ในปี 2563 การส่งออกเครื่องนุ่งห่มของ สปป. ลาวมีมูลค่า 188 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 11.32 เมื่อเทียบกับปี 2562
<br />
ส่วนในปี 2564 มูลค่าการส่งออกเครื่องนุ่งห่มเพิ่มขึ้นเป็น 189 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วงเดือน ม.ค. - มิ.ย. 2565 การส่งออก
<br />
เครื่องนุ่งห่มมีมูลค่า 99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากนโยบายผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19 โรงงานตัดเย็บหลายแห่ง
<br />
เริ่มเปิดดำเนินการผลิตตามปกติ และอยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากผลกระทบ สำหรับการนำเข้าสินค้าเครื่องนุ่งห่ม ช่วงเดือน
<br />
ม.ค. - มิ.ย. 2565 สปป. ลาวนำเข้าเครื่องนุ่งห่มประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยนำเข้าจากจีนมากที่สุดมูลค่า 8.04 ล้าน
<br />
ดอลลาร์สหรัฐ รองลงมาคือเวียดนาม 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทย 2.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
<br />
<br />
การพัฒนาอุตสาหกรรมตัดเย็บใน สปป. ลาว เผชิญกับข้อจำกัดหลายด้าน อาทิ จำนวนแรงงานที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม
<br />
การผลิตของ สปป. ลาวมีน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลให้สัดส่วนแรงงานในภาคการผลิต
<br />
เครื่องนุ่งห่มขาดแคลน แม้ว่า สปป. ลาวจะมีข้อได้เปรียบด้านอัตราค่าจ้างแรงานที่มีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่น
<br />
แต่ศักยภาพในการผลิตยังมีน้อย แรงงานเลือกจะทำงานในอุตสาหกรรมอื่นที่มีค่าตอบแทนสูงกว่า รวมถึงแรงงานลาวส่วนหนึ่ง
<br />
ย้ายไปทำงานต่างประเทศ สำหรับนักลงทุน ผู้ประกอบการระดับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็กยังประสบปัญหาในการเข้าถึง
<br />
แหล่งเงินทุน และปัญหาเงินกีบอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์และบาท ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบนำเข้าสำหรับการผลิต
<br />
เครื่องนุ่งห่มสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
<br />
<br />
เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมตัดเย็บใน สปป.ลาว สมาคมอุตสาหกรรมตัดเย็บ สปป. ลาวผลักดันนโยบาย
<br />
ส่งเสริมให้โรงงานตัดเย็บทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่สามารถดำเนินการได้มากขึ้น โดยส่งเสริมให้หนึ่งกลุ่มบ้าน มีหนึ่ง
<br />
ร้านตัดเย็บเพื่อสร้างรายรับให้ผู้ประกอบรายย่อย และทำให้ประชาชนได้ใช้สินค้าที่ผลิตภายในชุมชน ประชาสัมพันธ์เชิญชวน
<br />
ให้สนับสนุนและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ลาวที่ผลิตภายในประเทศเพื่อลดการรั่วไหลของเงินตราต่างประเทศอีกด้วย นอกจากนี้
<br />
รัฐบาล สปป.ลาว ยังได้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ผู้ประกอบการในวิสาหกิจขนาดกลางและเล็กสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้
<br />
จากสถาบันการเงินได้สะดวกยิ่งขึ้น
<br />
<br />
ข้อมูลอ้างอิง
<br />
https://eriit.moic.gov.la/researcheriitlao/
<br />
https://www.moic.gov.la/?page_id=6994
<br />
https://laoedaily.com.la/2022/10/03/117658/ file:///I:/downloads/Yearbook2021_Final%2022.04.2022%20(1).pdfModified:25/11/2022 12:32:06
-
การประเมินความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ กรณีเปรียบเทียบระหว่าง สปป. ลาวและศรีลังกา
วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในศรีลังกาได้ก่อให้เกิดคำถามว่า สภาพเศรษฐกิจและการขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิง<br />
ที่เกิดขึ้นใน สปป. ลาว นั้น จะนำไปสู่สถานการณ์คล้ายคลึงเช่นที่เกิดขึ้นในศรีลังกาหรือไม่ เนื่องจากมีค่าดัชนี<br />
ชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายประการ อาทิ หนี้สาธารณะ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ อัตราเงินเฟ้อ ฯลฯ ที่บ่งชี้<br />
ไปในทิศทางดังกล่าว เป็นต้น<br />
<br />
ฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ได้รวบรวมข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายของทั้งสองประเทศ เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ ในการประเมินสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว <br />
โดยพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ 7 ประการ ประกอบด้วย (1) ภาพรวม (2) อัตราเงินเฟ้อ (3) เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ (4) หนี้สาธารณะ (5) นโยบายด้านการเงิน<br />
และการคลัง (6) แหล่งรายได้ใหม่ของประเทศ และ <br />
(7) ปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ที่จะช่วยให้<br />
ผู้อ่านสามารถเห็นภาพและพิจารณาในเบื้องต้นถึงปัจจัยและความแตกต่างของบริบททางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยมีรายละเอียด ดังนี้<br />
<br />
(1) ภาพรวม สปป. ลาว เป็นประเทศไม่มีทางออกทะเล (Land-locked Country) ตั้งอยู่ในภูมิภาคอาเซียน <br />
มีประชากรประมาณ 7 ล้านคน โดยประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร GDP ของ สปป. ลาว ในปี 2564 <br />
มีมูลค่าประมาณ 18,827 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 2.5) รายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร รวมเป็นร้อยละ 88 ของ GDP ขณะที่ศรีลังกา เป็นเกาะอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ มีประชากรประมาณ 21.92 ล้านคน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรเช่นเดียวกัน แต่รายได้ส่วนใหญ่ของประเทศพึ่งพาภาคบริการ และการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรไปยังต่างประเทศ โดย GDP ในปี 2564 มีมูลค่าประมาณ 84,518 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 1.8) <br />
<br />
วิกฤตเศรษฐกิจในศรีลังกามีสาเหตุหลักจากการบริหารจัดการของรัฐบาลด้านการเงิน การปรับลดภาษีอย่างกะทันหัน รวมถึงผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 รายรับส่วนใหญ่ของศรีลังกาพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวและเงินตราต่างประเทศอย่างมาก การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้รายได้ของประเทศลดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับหนี้ต่างประเทศจำนวนมากที่ไม่สามารถชำระได้ตามกำหนด เงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลง ค่าเงินอ่อน จึงนำไปสู่การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบกับปัญหาการเมืองและความเคลื่อนไหวของประชาชนภายในประเทศ จนนำไปสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจตามที่ปรากฏรายงานข่าว ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างศรีลังกากับ สปป. ลาว คือ สปป. ลาว มีเสถียรภาพทางการเมืองสูงและสถานการณ์ภายในประเทศสงบ รัฐบาลดำเนินนโยบายปรับโครงสร้างทางการเงินในประเทศผ่านการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารพาณิชย์ และร้านแลกเงินนอกระบบ มีการออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนจากธนาคารแห่ง สปป. ลาว (จำหน่ายแล้วร้อยละ 80) และกระทรวงการเงิน สปป. ลาว สปป. มีแหล่งรายได้ใหม่และแผนในการดำเนินการชำระหนี้ต่างประเทศ (ข้อมูลจากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (NEDA) ระบุว่า สปป. ลาวยังไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ต่อไทย) นอกจากนี้ สปป.ลาวยังมีรายได้จากการส่งสินค้าออก สามารถผลิตอาหารเพียงพอกับความต้องการในประเทศ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว การจับจ่ายซื้อขายสินค้า ยังดำเนินต่อเนื่อง <br />
<br />
Modified:16/09/2022 13:28:17
-
พัฒนาการของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ใน สปป. ลาว
สปป. ลาว ถือเป็นประเทศที่มีทรัพยากรแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์ เนื่องจากภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับที่ราบหุบเขา อันเกิดจากการยกตัวของแผ่นทวีปเก่า และมีภูเขาไฟที่ดับแล้วหลายแห่ง จากการสำรวจได้ค้นพบสายแร่ธาตุและโลหะมีค่าต่าง ๆ เป็นจำนวนมากจึงเป็นโอกาสให้รัฐบาล สปป. ลาวนำทรัพยากรเหล่านั้นมาพัฒนาประเทศ ผ่านการให้สัมปทานกับบริษัทต่างชาติ ซึ่งได้รับการสนับสนุนและเจรจาจากรัฐบาล<br />
ปัจจุบันบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้สำรวจและศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐกิจและเทคนิคการขุดค้นและแปรรูปแร่ธาตุ ทั้งหมด 230 บริษัท โดยแบ่งออกเป็น อยู่ในความดูแลของภาคธรณีศาสตร์แร่ธาตุ 105 บริษัท 124 กิจการ และอยู่ในการดูแลของภาคเหมืองแร่ 125 บริษัท 205 กิจการ ประกอบด้วยบริษัทที่กำลังดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐกิจและเทคนิค 42 บริษัท 60 กิจการ และบริษัทที่รัฐบาลอนุมัติโครงการสัมปทานขุดค้นทั่วไป 83 บริษัท <br />
Modified:02/09/2022 09:20:48
-
พลังงานสะอาด กับโอกาสการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจแบบยั่งยืนของ สปป. ลาว
ท่ามกลางวิกฤติการณ์ขาดแคลนพลังงานในหลายพื้นที่ของอาเซียน ทั้งในเมียนมา กัมพูชา และ สปป. ลาว เนื่องจากน้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาสูงขึ้นทั่วโลก สปป. ลาว จึงได้ตั้งเป้าหมายในการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในการคมนาคม และขนส่ง เช่น การนำใช้รถไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) ให้มากขึ้นเพื่อ<br />
ลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง อีกทั้งยังเป็นการผลักดันการนำใช้ทรัพยากรที่มีภายในประเทศให้เกิดประโยชน์ และมุ่งเน้นการส่งออกเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์เงินเฟ้อ<br />
สปป. ลาว เป็นประเทศที่มีจุดเด่นด้านลักษณะภูมิศาสตร์และมีแม่น้ำหลายสายไหลผ่านทั้งประเทศ<br />
มีความเหมาะสมและเอื้ออำนวยต่อการก่อสร้างโครงการเกี่ยวกับการให้กำเนิดพลังงาน โดยเฉพาะการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ โดยการศึกษาพื้นที่ทั่วประเทศ พบว่ามีพื้นที่ที่สามารถสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำทั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็กได้มากกว่า 140 แห่ง<br />
ปัจจุบัน สปป. ลาว มีแหล่งผลิตไฟฟ้าที่สามารถผลิตไฟฟ้าแล้ว 90 แห่ง โดยแบ่งออกเป็น ไฟฟ้าพลังงานน้ำที่มีกำลังการผลิตติดตั้ง 1 เมกะวัตต์ขึ้นไป จำนวน 77 แห่ง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 81 ของพลังงานที่ผลิตทั้งหมด ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 8 แห่ง ไฟฟ้าพลังงานชีวมวลจำนวน 4 แห่ง และไฟฟ้าพลังงานความร้อนถ่านหินจำนวน 1 แห่ง รวมกำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมดกว่า 10,956 เมกะวัตต์ โดยร้อยละ 72 ที่พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ส่งออกจำหน่ายไปต่างประเทศ อาทิ ไทย เวียดนาม กัมพูชา สิงคโปร์ และเมียนมา<br />
ที่ผ่านมา สปป.ลาว ให้ความสำคัญกับการร่วมมือด้านพลังงานกับประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะไทย <br />
ซึ่งได้ลงนาม MOU ขยายกรอบความร่วมมือด้านพลังงานจาก 9,000 เมกะวัตต์ เป็น 10,500 เมกะวัตต์ ซึ่งช่วยในการขยายการผลิต และตอบสนองนโยบายด้านความมั่นคงทางพลังงานของไทย ที่ต้องการพลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้นในอนาคต <br />
สิงคโปร์ได้ลงนามขอซื้อไฟฟ้าเพิ่มจาก สปป.ลาว โดยจะจัดส่งกระแสไฟฟ้าผ่านระบบสายส่งข้ามประเทศ เบื้องต้นรัฐบาล สปป. ลาวจะส่งไฟฟ้าจำนวน 100 เมกะวัตต์ไปยังสิงคโปร์ เนื่องจากเมื่อปี 2557 สปป. ลาว ไทย มาเลเซียและสิงคโปร์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง “โครงการร่วมส่งพลังงาน สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์” หรือ Lao PDR, Thailand, Malaysia and Singapore Power Integration Project: LTMS-PIP ขึ้น โดยอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC และโครงการส่งกระแสไฟฟ้าแห่งอาเซียน หรือ ASEAN Power Grid ที่มีเป้าหมายเพื่อกระจายแหล่งพลังงานไฟฟ้าให้ทั่วถึงภายในอาเซียน โดย สปป.ลาว สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำได้จำนวนมากและประสงค์จะจำหน่ายไฟฟ้าเหล่านี้ให้ประเทศเพื่อนบ้าน โดยประกาศตัวเป็นแบตเตอรี่แห่งเอเชียและความร่วมมือของ 4 ประเทศนี้จะทำให้อาเซียนตอนบนมีโครงข่ายไฟฟ้าที่เข้มแข็ง <br />
เมื่อเดือน ก.ย. 2559 สปป. ลาว ไทย และมาเลเซีย ได้ลงนามจำหน่ายไฟฟ้าร่วมกัน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (Electricite du Laos: EDL) การไฟฟ้าแห่งประเทศไทย และบริษัท Tanaka Electric National มาเลเซีย นอกจากนี้ สปป. ลาวยังร่วมมือกับจีน ในรูปแบบการแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าแบบระบบสู่ระบบ (Grid to Grid) โดยบริษัท China Southern Power Grid หรือ CSG และ EDL ลงนามข้อตกลงการค้าไฟฟ้า 115 กิโลโวลต์เมื่อเดือน มี.ค. 2565 เพื่อใช้ไฟฟ้าพลังงานน้ำส่วนเกินใน สปป. ลาวช่วงฤดูฝน <br />
Modified:02/09/2022 09:01:33
-
การจัดเตรียมร่างกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยของเขื่อน ครั้งที่ 2
เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2565 นางจันสะหวาด บุบผา รองรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมการจัดเตรียมร่างกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยของเขื่อน ครั้งที่ 2 โดยมี ผู้แทนจากแผนก ที่เกี่ยวข้องของแขวงไซสมบูน เชียงขวาง บ่อแก้ว หลวงพระบาง สะหวันนะเขต สาละวัน และจำปาสักเข้าร่วมModified:28/02/2022 16:30:05
-
การประชุมปรึกษาหารือเกี่ยวกับการพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์
เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2565 ดร. ดาววง พอนแก้ว รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมปรึกษาหารือเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ การประชุมครั้งนี้ เพื่อสานต่อมติตกลง<br />
ของรัฐบาลว่าด้วยการแบ่งความรับผิดชอบในการปฏิบัติตามมติของสภาแห่งชาติเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจและการคลัง โดยให้กระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขั้นศูนย์กลาง<br />
และท้องถิ่น ศึกษานโยบายและมาตรการลดการนำเข้าพลังงานไฟฟ้าจากต่างประเทศ เพื่อลดการชำระเงินตราต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม<br />
Modified:22/08/2022 13:57:42
-
เป้าหมายการพัฒนาภาคพลังงานและเหมืองแร่ของ สปป. ลาว
การพัฒนาภาคพลังงานและเหมืองแร่ของ สปป. ลาว นับเป็นภารกิจที่มีความสำคัญลำดับต้น และตั้งอยู่ บนพื้นฐานที่สอดคล้องกับแนวโน้มการพัฒนาของภูมิภาคและสากล และเป็นส่วนสำคัญในการสร้างฐานรายรับ ให้กับประเทศ โดยเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการเติบโตสีเขียวModified:28/02/2022 14:08:22
-
รัฐบาล สปป. ลาวอนุมัติให้ 19 บริษัทขุดค้นและแปรรูปแร่เหล็ก
การส่งเสริมโครงการขุดค้นแร่ธาตุและแปรรูปแร่ธาตุ ระยะทดลองเป็นหนึ่งในการปฏิบัติตามวาระแห่งชาติ ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการคลังของ สปป. ลาว โดยในที่ประชุมรัฐบาลเปิดกว้าง ครั้งที่ 2 ปี 2564 ได้รายงานความคืบหน้าในการปฏิบัติตามวาระแห่งชาติฯ ว่า ปัจจุบัน รัฐวิสาหกิจพัฒนาแร่ธาตุลาวได้ลงนาม MOU ร่วมกับบริษัท Hong Kong Tianyunda International Trade จำกัด เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อตั้งโรงงานหลอมเหล็กกล้าลาว-จีน ในเขตเศรษฐกิจพิเศษเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน บนพื้นที่ 126 เฮกตาร์ เป็นระยะเวลา 8 เดือน (22 ก.ค. 2564 - 21 มี.ค. 2565) โดยรัฐวิสาหกิจพัฒนาฯ ถือหุ้นร้อยละ 20 มูลค่า 240 ล้านหยวน และบริษัท Hong Kong ถือหุ้นร้อยละ 80 มูลค่า 960 ล้านหยวน นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้อนุมัติให้ 19 บริษัท ใน 19 กิจการสามารถเริ่มการขุดค้นและแปรรูปแร่เหล็กได้ การดำเนินโครงการแร่ธาตุฯ (ระยะเวลาช่วงทดลอง 3 ปี) สถานะเดือน ต.ค. 2564 มีผู้สนใจและยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขประมาณ 201 โครงการ ประกอบด้วย โครงการแร่เหล็ก 167 โครงการ แร่ทอง 17 โครงการ แร่ทองตกตะกอน 10 โครงการ และแร่อื่น ๆ 8 โครงการ โดยเฉพาะแร่เหล็กที่ได้ลงนามสัญญาแล้วจำนวน 16 โครงการ และสามารถชำระค่าธรรมเนียมล่วงหน้าเข้างบประมาณมูลค่า 23.20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงกลไก ขั้นตอนการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมของโครงการต่าง ๆ ให้เหมาะสม การจัดทำคู่มือแนะนำด้านวิชาการเกี่ยวกับการสร้างแผนคุ้มครองและติดตาม ตรวจตราสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการพัฒนาแร่ธาตุในช่วงการทดลองได้สำเร็จ รวมทั้ง ได้จัดสรรงบประมาณ ติดตาม ตรวจตราแผนคุ้มครองสิ่งแวดล้อมโครงการลงทุนเพื่อจัดจ้างผู้เชี่ยวชาญในปี 2565 ในรายงานดังกล่าวยังเน้นว่า รัฐบาล สปป. ลาวได้ออกดำรัสว่าด้วยการกำหนดเขตสงวนแร่ธาตุ ฉบับเลขที่ 308/นย ลงวันที่ 10 พ.ค. 2564 และรัฐบัญญัติว่าด้วยค่าธรรมเนียมและค่าบริการ ฉบับปรับปรุง เลขที่ 002/ปปท ลงวันที่ 17 มิ.ย. 2564 แล้วเสร็จ ที่มา: นสพ. ประชาชน วันที่ 14 ม.ค. 2565 http://www.pasaxon.org.la/pdfs/932514-01-2022_compressed.pdfModified:24/01/2022 16:18:07
-
การประชุมปรึกษาหารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการส่งออกสินค้าไปจีน
เมื่อวันที่ 26-27 ธ.ค. 2564 ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมฯ รองรัฐมนตรีจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง กระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ กระทรวงพลังงานและบ่อแร่ กระทรวงป้องกันความสงบ รองประธานคณะกรรมการร่วมมือลาว-จีน เจ้าแขวงและรองเจ้าแขวงหลวงน้ำทา แผนกที่เกี่ยวข้องของแขวงหลวงน้ำทา สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว และภาคเอกชน เข้าร่วมการประชุมปรึกษาหารือ<br />
และลงพื้นที่ด่านสากลบ่อเต็นเพื่อร่วมแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการส่งออกสินค้าไปจีน<br />
Modified:17/01/2022 09:54:08
-
มูลค่าการนำเข้าและส่งออกของ สปป. ลาว เดือน พ.ย. 2564
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านการค้าของ สปป. ลาว กรมการนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรม และการค้า สปป. ลาว รายงานว่า เดือน พ.ย. 2564 สปป. ลาวมีมูลค่าการนำเข้าและส่งออกสินค้าประมาณ 912 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วยมูลค่าการส่งออกประมาณ 390 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่าการนำเข้าประมาณ 521 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย สปป. ลาว ขาดดุลการค้าประมาณ 131 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ มูลค่า การนำเข้าและส่งออกดังกล่าวไม่รวมมูลค่าการส่งออกไฟฟ้าModified:17/01/2022 09:36:23
-
IMF คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจ สปป. ลาว ปี 2564-2565
เมื่อวันที่ 21-22 ธ.ค. 2564 นายสอนไซ สิดพะไซ ผู้ว่าธนาคารแห่ง สปป. ลาว เป็นผู้แทนคณะ สปป. ลาว โดยมี นางวัดทะนา ดาลาลอย รองผู้ว่าธนาคารแห่ง สปป. ลาว ดร. บุนเหลือ สินไซวอละวง รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาวและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังผลการประเมินเศรษฐกิจมหภาคของ สปป. ลาว ภายใต้มาตรา 4 ของกองทุนการเงินสากล ประจำปี 2564 (IMF Article IV Consultation 2564) ผ่านระบบทางไกลModified:19/11/2024 11:19:14
-
ภาคเอกชนเสนอปัญหาในที่ประชุมระหว่างคณะรัฐบาล สปป. ลาวและภาคเอกชนลาว
เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2564 นายพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมระหว่าง<br />
คณะรัฐบาล สปป. ลาวและภาคเอกชนลาว ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี <br />
และผู้แทนจากภาคเอกชนลาวเข้าร่วม<br />
Modified:28/12/2021 10:11:47
-
สปป. ลาวคาดว่าจะมีรายรับจากการส่งออกแร่ 463 ล้านดอลลาร์สหรัฐใน 3 เดือนสุดท้ายของปี 2564
เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการ<br />
และการลงทุน สปป. ลาว ได้รายงานผลการปฏิบัติตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประจำปี 2564 <br />
และแผนงานปี 2565 ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 <br />
การผลิตแร่มีมูลค่า 12,601 ล้านล้านกีบ (สภาแห่งชาติรับรอง 13,812 ล้านล้านกีบ) คิดเป็นร้อยละ 91.21 ของแผน คาดว่าทั้งปีจะมีมูลค่าสูงถึง 15,889 ล้านล้านกีบ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 สปป. ลาวมีรายได้จากการจำหน่ายแร่ภายในประเทศและการส่งออกจำนวน 1,464 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี<br />
จะมีรายได้ประมาณ 463 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันมีบริษัทที่ดำเนินการสำรวจ ศึกษาความเป็นไปได้และแปรรูปแร่จำนวน 124 แห่ง ใน 209 โครงการ โดย 14 แห่งจากจำนวนดังกล่าวอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานและสิ่งอำนวย<br />
ความสะดวกต่าง ๆ <br />
Modified:21/12/2021 11:26:52
-
สปป. ลาวส่งออกไฟฟ้ากว่า 6,423 เมกะวัตต์ไปยังอาเซียน
เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2564 ดร. ดาววง พอนแก้ว รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ สปป. ลาว ได้รายงานสถานการณ์การผลิตและส่งออกไฟฟ้าของ สปป. ลาวต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ว่า ปัจจุบัน สปป. ลาวมีแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้า 86 โครงการ รวมกำลังการผลิต 10,400 เมกะวัตต์ โดยกว่าร้อยละ 80 เป็นไฟฟ้าจากเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ สปป. ลาวส่งออกไฟฟ้าไปยังประเทศสมาชิกอาเซียนต่าง ๆ ดังนี้Modified:21/12/2021 11:24:00
-
สปป. ลาวออกแจ้งการห้ามซื้อขายที่ดินในพื้นที่สงวนเพื่อพัฒนาเมืองทันสมัย Smart City ในนครหลวงเวียงจันทน์
เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2564 ห้องว่าการนครหลวงเวียงจันทน์ออกแจ้งการห้ามไม่ให้ก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง ซื้อขาย จำนำ หรือโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน และขุดดินในเขตโครงการพัฒนาเมืองทันสมัย Smart City ในนครหลวงเวียงจันทน์ ครอบคลุมพื้นที่ 12 บ้าน ใน 2 เมือง ได้แก่ เมืองไซเสดถาจำนวน 5 บ้าน (บ้านจอมสี บ้านนาควายใต้ บ้านนาควายกลาง บ้านนาโน และบ้านนาไห) และเมืองหาดชายฟองจำนวน 7 บ้าน (บ้านดงโพนแร่ บ้านคำจะเลิน บ้านหนองแปนเหนือ บ้านหนองแปนใต้ บ้านเซียงควน บ้านท่าพะ และบ้านหนองพง) และห้ามบุคคลและนิติบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าบุกรุกหรือทำกิจกรรมใด ๆ บนที่ดินสงวน รวมทั้งห้ามผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่นลงนามเอกสารอนุมัติกิจกรรมใด ๆ ที่ขัดต่อแจ้งการอย่างเด็ดขาดModified:21/12/2021 11:15:14
-
มูลค่าการนำเข้าและส่งออกของ สปป. ลาว เดือน ต.ค. 2564
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารทางด้านการค้าของ สปป. ลาว กรมการนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรม <br />
และการค้า สปป. ลาว รายงานว่า เดือน ต.ค. 2564 สปป. ลาวมีมูลค่าการนำเข้าและส่งออกสินค้าประมาณ <br />
819 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วย มูลค่าการส่งออกประมาณ 387 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่าการนำเข้าประมาณ 432 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย สปป. ลาว ขาดดุลการค้าประมาณ 45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ มูลค่า<br />
การนำเข้าและส่งออกดังกล่าวไม่รวมมูลค่าการส่งออกไฟฟ้า <br />
Modified:21/12/2021 11:03:01
-
แผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้า ปี 2564 - 2573 และแผนพัฒนาพลังงานและบ่อแร่ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) ของ สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2564 นายดาววง พอนแก้ว รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว ได้นำเสนอแผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้า ปี 2564 - 2573 และแผนพัฒนาพลังงานและบ่อแร่ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) ของ <br />
สปป. ลาว ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ดังนี้<br />
Modified:21/12/2021 10:22:34
Sort by relevance | Sorted by date
