ค้นหา
About 499 results
-
พัฒนาการอุตสาหกรรมตัดเย็บของ สปป. ลาว
อุตสาหกรรมตัดเย็บเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่รัฐบาล สปป.ลาว ให้การส่งเสริมเพื่อลดการพึ่งพาและสร้างรายได้
<br />
จากทรัพยากรธรรมชาติไปสู่ การผลิตสินค้าในอุตสาหกรรมเบา (Light Industry) เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย
<br />
สร้างงาน ให้แก่ประชาชน ลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และสามารถสร้างรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศอีกด้วย
<br />
<br />
ในปี 2564 ภาคอุตสาหกรรม สปป. ลาวมีอัตราการขยายตัวคิดเป็นร้อยละ 34 ของ GDP (ขยายตัวลดลงร้อยละ 2.65 เมื่อเทียบ
<br />
กับปีที่ผ่านมา) โดยอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้าและเครื่องหนัง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.10 ของภาคอุตสาหกรรม
<br />
ทั้งหมด และอยู่ในอันดับที่ 7 รองจากอุตสาหกรรมพลังงาน ก่อสร้าง การแปรรูปอื่น ๆ เหมืองแร่และการขุดค้น การแปรรูปอาหาร
<br />
และเครื่องดื่มและบุหรี่ ตามลำดับ
<br />
<br />
สปป. ลาวก่อตั้งโรงงานตัดเย็บเครื่องนุ่งห่มแห่งแรกในปี 2527 ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 77 แห่ง ตั้งอยู่ใน นครหลวงเวียงจันทน์ 72 แห่ง
<br />
แขวงเวียงจันทน์ 1 แห่ง แขวงจำปาสัก 2 แห่ง และแขวงสะหวันนะเขต 2 แห่ง แบ่งออกเป็นโรงงานที่ผลิตเครื่องนุ่งห่มเพื่อส่งออก
<br />
เป็นหลักจำนวน 50 แห่ง และโรงงานที่ผลิตเพื่อใช้ภายในประเทศ 27 แห่ง สร้างงานได้ 25,000 ตำแหน่ง สินค้าที่ผลิตส่วนใหญ่
<br />
ได้แก่ เครื่องแบบ เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต เสื้อโปโล เสื้อทำงานแจ๊คเก็ต ยีนส์ ชุดชั้นใน ชุดเครื่องนอน ถุงเท้า รองเท้าและอื่น ๆ
<br />
ตลาดส่งออกที่สำคัญของ สปป. ลาว ได้แก่ ยุโรปร้อยละ 80 ญี่ปุ่น ร้อยละ 9 สหรัฐอเมริกา ร้อยละ 4 และแคนาดา ร้อยละ 2
<br />
<br />
ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ผู้ประกอบการบางส่วนหยุดการผลิต และบางส่วนลดกำลังการผลิตชั่วคราวเพื่อปฏิบัติตาม
<br />
มาตรการป้องการการแพร่ระบาดของรัฐบาล สปป. ลาว อีกทั้งอุตสาหกรรมตัดเย็บของ สปป.ลาว ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
<br />
กับอุตสาหกรรมตัดเย็บทั่วโลก กล่าวคือ หลายบริษัทประสบปัญหาถูกยกเลิกคำสั่งซื้อจากบริษัทที่เป็นเจ้าของเครื่องหมาย
<br />
สินค้าต่าง ๆ การชะลอการผลิตวัสดุ อุปกรณ์ด้านการตัดเย็บจากผู้ผลิตในต่างประเทศอันเนื่องมาจากการ lockdown
<br />
ในหลายเมือง และปัญหาความล่าช้าในการจัดส่งและมอบสินค้า
<br />
<br />
ในปี 2563 การส่งออกเครื่องนุ่งห่มของ สปป. ลาวมีมูลค่า 188 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 11.32 เมื่อเทียบกับปี 2562
<br />
ส่วนในปี 2564 มูลค่าการส่งออกเครื่องนุ่งห่มเพิ่มขึ้นเป็น 189 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วงเดือน ม.ค. - มิ.ย. 2565 การส่งออก
<br />
เครื่องนุ่งห่มมีมูลค่า 99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากนโยบายผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19 โรงงานตัดเย็บหลายแห่ง
<br />
เริ่มเปิดดำเนินการผลิตตามปกติ และอยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากผลกระทบ สำหรับการนำเข้าสินค้าเครื่องนุ่งห่ม ช่วงเดือน
<br />
ม.ค. - มิ.ย. 2565 สปป. ลาวนำเข้าเครื่องนุ่งห่มประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยนำเข้าจากจีนมากที่สุดมูลค่า 8.04 ล้าน
<br />
ดอลลาร์สหรัฐ รองลงมาคือเวียดนาม 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทย 2.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
<br />
<br />
การพัฒนาอุตสาหกรรมตัดเย็บใน สปป. ลาว เผชิญกับข้อจำกัดหลายด้าน อาทิ จำนวนแรงงานที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม
<br />
การผลิตของ สปป. ลาวมีน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลให้สัดส่วนแรงงานในภาคการผลิต
<br />
เครื่องนุ่งห่มขาดแคลน แม้ว่า สปป. ลาวจะมีข้อได้เปรียบด้านอัตราค่าจ้างแรงานที่มีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่น
<br />
แต่ศักยภาพในการผลิตยังมีน้อย แรงงานเลือกจะทำงานในอุตสาหกรรมอื่นที่มีค่าตอบแทนสูงกว่า รวมถึงแรงงานลาวส่วนหนึ่ง
<br />
ย้ายไปทำงานต่างประเทศ สำหรับนักลงทุน ผู้ประกอบการระดับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็กยังประสบปัญหาในการเข้าถึง
<br />
แหล่งเงินทุน และปัญหาเงินกีบอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์และบาท ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบนำเข้าสำหรับการผลิต
<br />
เครื่องนุ่งห่มสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
<br />
<br />
เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมตัดเย็บใน สปป.ลาว สมาคมอุตสาหกรรมตัดเย็บ สปป. ลาวผลักดันนโยบาย
<br />
ส่งเสริมให้โรงงานตัดเย็บทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่สามารถดำเนินการได้มากขึ้น โดยส่งเสริมให้หนึ่งกลุ่มบ้าน มีหนึ่ง
<br />
ร้านตัดเย็บเพื่อสร้างรายรับให้ผู้ประกอบรายย่อย และทำให้ประชาชนได้ใช้สินค้าที่ผลิตภายในชุมชน ประชาสัมพันธ์เชิญชวน
<br />
ให้สนับสนุนและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ลาวที่ผลิตภายในประเทศเพื่อลดการรั่วไหลของเงินตราต่างประเทศอีกด้วย นอกจากนี้
<br />
รัฐบาล สปป.ลาว ยังได้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ผู้ประกอบการในวิสาหกิจขนาดกลางและเล็กสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้
<br />
จากสถาบันการเงินได้สะดวกยิ่งขึ้น
<br />
<br />
ข้อมูลอ้างอิง
<br />
https://eriit.moic.gov.la/researcheriitlao/
<br />
https://www.moic.gov.la/?page_id=6994
<br />
https://laoedaily.com.la/2022/10/03/117658/ file:///I:/downloads/Yearbook2021_Final%2022.04.2022%20(1).pdfModified:25/11/2022 12:32:06
-
การประเมินความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ กรณีเปรียบเทียบระหว่าง สปป. ลาวและศรีลังกา
วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในศรีลังกาได้ก่อให้เกิดคำถามว่า สภาพเศรษฐกิจและการขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิง<br />
ที่เกิดขึ้นใน สปป. ลาว นั้น จะนำไปสู่สถานการณ์คล้ายคลึงเช่นที่เกิดขึ้นในศรีลังกาหรือไม่ เนื่องจากมีค่าดัชนี<br />
ชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายประการ อาทิ หนี้สาธารณะ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ อัตราเงินเฟ้อ ฯลฯ ที่บ่งชี้<br />
ไปในทิศทางดังกล่าว เป็นต้น<br />
<br />
ฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ได้รวบรวมข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายของทั้งสองประเทศ เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ ในการประเมินสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว <br />
โดยพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ 7 ประการ ประกอบด้วย (1) ภาพรวม (2) อัตราเงินเฟ้อ (3) เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ (4) หนี้สาธารณะ (5) นโยบายด้านการเงิน<br />
และการคลัง (6) แหล่งรายได้ใหม่ของประเทศ และ <br />
(7) ปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ที่จะช่วยให้<br />
ผู้อ่านสามารถเห็นภาพและพิจารณาในเบื้องต้นถึงปัจจัยและความแตกต่างของบริบททางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยมีรายละเอียด ดังนี้<br />
<br />
(1) ภาพรวม สปป. ลาว เป็นประเทศไม่มีทางออกทะเล (Land-locked Country) ตั้งอยู่ในภูมิภาคอาเซียน <br />
มีประชากรประมาณ 7 ล้านคน โดยประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร GDP ของ สปป. ลาว ในปี 2564 <br />
มีมูลค่าประมาณ 18,827 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 2.5) รายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร รวมเป็นร้อยละ 88 ของ GDP ขณะที่ศรีลังกา เป็นเกาะอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ มีประชากรประมาณ 21.92 ล้านคน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรเช่นเดียวกัน แต่รายได้ส่วนใหญ่ของประเทศพึ่งพาภาคบริการ และการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรไปยังต่างประเทศ โดย GDP ในปี 2564 มีมูลค่าประมาณ 84,518 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 1.8) <br />
<br />
วิกฤตเศรษฐกิจในศรีลังกามีสาเหตุหลักจากการบริหารจัดการของรัฐบาลด้านการเงิน การปรับลดภาษีอย่างกะทันหัน รวมถึงผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 รายรับส่วนใหญ่ของศรีลังกาพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวและเงินตราต่างประเทศอย่างมาก การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้รายได้ของประเทศลดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับหนี้ต่างประเทศจำนวนมากที่ไม่สามารถชำระได้ตามกำหนด เงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลง ค่าเงินอ่อน จึงนำไปสู่การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบกับปัญหาการเมืองและความเคลื่อนไหวของประชาชนภายในประเทศ จนนำไปสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจตามที่ปรากฏรายงานข่าว ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างศรีลังกากับ สปป. ลาว คือ สปป. ลาว มีเสถียรภาพทางการเมืองสูงและสถานการณ์ภายในประเทศสงบ รัฐบาลดำเนินนโยบายปรับโครงสร้างทางการเงินในประเทศผ่านการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารพาณิชย์ และร้านแลกเงินนอกระบบ มีการออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนจากธนาคารแห่ง สปป. ลาว (จำหน่ายแล้วร้อยละ 80) และกระทรวงการเงิน สปป. ลาว สปป. มีแหล่งรายได้ใหม่และแผนในการดำเนินการชำระหนี้ต่างประเทศ (ข้อมูลจากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (NEDA) ระบุว่า สปป. ลาวยังไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ต่อไทย) นอกจากนี้ สปป.ลาวยังมีรายได้จากการส่งสินค้าออก สามารถผลิตอาหารเพียงพอกับความต้องการในประเทศ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว การจับจ่ายซื้อขายสินค้า ยังดำเนินต่อเนื่อง <br />
<br />
Modified:16/09/2022 13:28:17
-
มันสำปะหลังและยางพารา พืชเศรษฐกิจใหม่ของ สปป. ลาว
สปป. ลาวเป็นประเทศที่ภาคเกษตรกรรมเป็นแหล่งรายได้หลักของประชาชน โดยในปี 2564 รายได้จาก ภาคการเกษตรคิดเป็นร้อยละ 16 ของ GDP โดยรัฐบาล สปป. ลาวได้กำหนดให้แผนการส่งเสริมภาคการเกษตร เลี้ยงสัตว์ และปลูกพืชเชิงพาณิชย์เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) เพื่อให้สามารถส่งออกสินค้าเกษตรได้อย่างน้อย 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยพืชส่งออกหลักของ สปป. ลาว ได้แก่ มันสำปะหลัง ยางพารา กล้วย กาแฟ (ยังไม่แปรรูป) ข้าวโพด และข้าว นอกจากนี้ การส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อทดแทนการนำเข้ายังเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของวาระแห่งชาติเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา<br />
ด้านเศรษฐกิจและการคลังอีกด้วย<br />
Modified:02/09/2022 09:14:29
-
โอกาสการฟื้นฟูเศรษฐกิจของ สปป. ลาวจากภาคการท่องเที่ยว
สปป.ลาว เป็นพื้นที่ที่ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีวัฒนธรรมที่หลากหลายและน่าสนใจ ภาคบริการการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ สร้างโอกาสการจ้างงาน และส่งเสริมสาขาการบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ธุรกิจอาหาร โรงแรม สปา จัดประชุม การขายสินค้าท้องถิ่น การให้บริการรถเช่า ฯลฯ มีการขยายตัวควบคู่กันไปModified:22/08/2022 14:46:24
-
รัฐบาล สปป. ลาว ตั้งเป้าหมายลดการขาดดุลงบประมาณ ในปี 2565
ในปี 2565 รัฐบาล สปป. ลาว ตั้งเป้าหมายลดการขาดดุลงบประมาณ 3.09 ล้านล้านกีบ คิดเป็นร้อยละ 1.61 ของ GDP เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว รัฐบาลจะดำเนินนโยบายการจัดเก็บรายได้ที่ทันสมัยมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็อุดช่องโหว่จากการจัดเก็บรายได้ที่อาจส่งผลให้สูญเสียงบประมาณ และตั้งเป้าการจัดเก็บรายได้จากแหล่งต่าง ๆ ภายในประเทศให้เพียงพอสำหรับการใช้จ่ายภายในประเทศ รวมถึง ชำระหนี้ทั้งภายในและต่างประเทศModified:28/02/2022 13:58:09
-
ปี 2565 รัฐบาล สปป. ลาวตั้งเป้าหมายให้ GDP ขยายตัวร้อยละ 4.5
ในที่ประชุมรัฐบาลเปิดกว้าง ครั้งที่ 2 เมื่อเดือน ธ.ค. 2564 ได้เห็นชอบร่างดำรัสว่าด้วยการปฏิบัติแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนงบประมาณแห่งรัฐ ประจำปี 2565 ซึ่งรัฐบาล สปป. ลาว กำหนดเป้าหมายปีนี้<br />
ให้ GDP ประเทศขยายตัวร้อยละ 4.5 คิดเป็นมูลค่า 192.14 ล้านล้านกีบ คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อคน 2,503 ดอลลาร์สหรัฐ และ GNI ต่อคน 2,358 ดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วย การขยายตัวของภาคเกษตรเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 คิดเป็นร้อยละ 16.7 ของ GDP ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.3 คิดเป็นร้อยละ 34 ของ GDP ภาคการบริการเพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.5 คิดเป็นร้อยละ 38.9 ของ GDP และภาคภาษี-ศุลกากร เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 คิดเป็นร้อยละ 10.4 ของ GDP<br />
Modified:24/01/2022 16:29:57
-
แผนงบประมาณแห่งรัฐประจำปี 2565 ของ สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2564 นายบุนโจม อุบนปะเสิด รัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว เป็นประธาน<br />
การประชุมสรุปด้านการคลังทั่วประเทศ ประจำปี 2564 และแนวโน้มแผนงบประมาณแห่งรัฐประจำปี 2565 <br />
ผ่านระบบทางไกล การประชุมดังกล่าวเป็นเวทีเสวนาสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และธนาคาร<br />
แห่ง สปป. ลาว เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการคลัง และเพื่อหารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจและการคลัง<br />
จากผลกระทบของโรคโควิด-19 โดยมีรัฐมนตรี รองรัฐมนตรี และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม<br />
Modified:10/01/2022 15:24:01
-
รัฐบาล สปป. ลาวตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนมูลค่า 43.95 ล้านล้านกีบในปี 2565
เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและ<br />
การลงทุน สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมสรุปแผนการ การลงทุน และการเงิน ประจำปี 2564 และแนวโน้ม<br />
ปี 2565 โดยมี นายพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี รองรัฐมนตรี หัวหน้ากรม รองหัวหน้ากรม และเจ้าหน้าที่<br />
ของกระทรวงแผนการฯ เข้าร่วม<br />
Modified:28/12/2021 10:19:04
-
การประชุมสรุปแผนการ การลงทุน และการเงิน ประจำปี 2564 และแนวโน้มปี 2565
เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการ<br />
และการลงทุน สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมสรุปแผนการ การลงทุน และการเงิน ประจำปี 2564 และแนวโน้ม<br />
ปี 2565 โดยมี รองรัฐมนตรี หัวหน้ากรม รองหัวหน้ากรม และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงแผนการฯ เข้าร่วม<br />
Modified:28/12/2021 10:16:08
-
รัฐบาล สปป. ลาวคาดเศรษฐกิจลาวปี 2564 จะขยายตัวร้อยละ 3
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและ<br />
การลงทุน สปป. ลาว ได้รายงานผลการปฏิบัติตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนงบประมาณแห่งรัฐ แผนการเงินในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 และแผนงานสำคัญในปลายปี 2564 ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 <br />
ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ว่า การระบาดของโรคโควิด 19 ระลอกใหม่ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อ <br />
สปป. ลาว โดยเฉพาะปัญหาด้านการคลัง การเงิน หนี้สาธารณะ ความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ และโรคระบาดในพืช<br />
และสัตว์ตามฤดูกาล ซึ่งล้วนแต่เป็นความท้าทายและแรงกดดันต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในปี 2564<br />
Modified:21/12/2021 10:08:34
-
สปป. ลาวคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 2 ล้านล้านกีบ จากการทดลองขุดเงินคริปโต
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2564 นายบุนโจม อุบนปะเสิด รัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ได้รายงานเกี่ยวกับ<br />
แผนงบประมาณแห่งรัฐปี 2564 และแนวทางแผนงบประมาณปี 2565 ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ว่า ในปี 2565 สปป. ลาวคาดว่าจะมีรายได้ทั้งหมด 31.42 ล้านล้านกีบ คิดเป็นร้อยละ 16 ของ GDP ประกอบด้วยรายได้ภายใน 28.96 ล้านล้านกีบ คิดเป็นร้อยละ 15 ของ GDP เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับ<br />
ปีที่ผ่านมา รายได้จากการช่วยเหลือแบบให้เปล่า (ODA) มูลค่า 2.46 ล้านล้านกีบ คิดเป็นร้อยละ 1 ของ GDP <br />
และคาดว่าจะมีแหล่งรายได้ใหม่มูลค่า 3.75 ล้านล้านกีบ โดยมาจากการลงทุนของภาคเอกชนในการทดลองขุดเงิน<br />
คริปโต (Cryptocurrency) 2 ล้านล้านกีบ และคาดว่าจะมีรายจ่ายทั้งหมด 34.59 ล้านล้านกีบ ประกอบด้วยรายจ่ายโครงการลงทุนจากเงินกู้ยืมและเงินช่วยเหลือ 6.75 ล้านล้านกีบ เพิ่มขึ้น 3.011 ล้านล้านกีบ เมื่อเทียบกับปี 2564 <br />
คิดเป็นร้อยละ 18.14 ของ GDP <br />
Modified:21/12/2021 09:57:50
-
ธนาคารโลกคาดเศรษฐกิจของ สปป. ลาวในปี 2564 จะเติบโตในระดับกลาง
เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2564 รายงาน Lao PDR Economic Monitor ฉบับเดือน ส.ค. 2564 ของธนาคารโลกประจำ สปป. ลาว ระบุว่า การระบาดของโรคโควิด 19 ระลอกใหม่คาดว่าจะส่งผลให้ GDP ลาวปี 2564 อยู่ที่ ร้อยละ 3.6 เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 0.5 และลดลงจากที่คาดการณ์ที่ร้อยละ 4 ในเดือน มี.ค. 2564เนื่องมาจากปัจจัยการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศใกล้เคียง การเร่งฉีดวัคซีนทั่วประทศ และการลดการระบาดในชุมชน อย่างไรก็ตาม การขยายตัวทางเศรษฐกิจอาจจะลดลงมากกว่าตัวเลขที่คาดการณ์ไว้หากการระบาด ของโรคโควิด 19 ยังรุนแรง รวมทั้งมาตรการ lock down ที่เข้มงวด หรือกรณี สปป. ลาว ได้รับผลกระทบ จากภัยธรรมชาติ หรือโรคระบาดในสัตว์เลี้ยงที่อาจเกิดช้ำ โดยภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมเป็นภาคขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเห็นได้จากการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น เช่น ไฟฟ้า แร่ธาตุ อุตสาหกรรมแปรรูปพบว่าฟื้นตัวเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม วิสาหกิจส่วนใหญ่ในภาคการท่องเที่ยว การบริการ และการขนส่งกำลังเผชิญกับความท้าทายในการฟื้นตัว เนื่องจากมาตรการ lock down และการคงการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ ซึ่งตัดโอกาสในการสร้างรายรับของประเทศModified:10/09/2021 16:19:16
-
รัฐบาล สปป. ลาวกำหนดวาระแห่งชาติว่าด้วยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ - การคลัง
นายบุนโจม อุบนปะเสิด รัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ชี้แจงต่อข้อซักถามของสมาชิกสภาแห่งชาติลาวเกี่ยวกับมาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ - การคลังว่า กระทรวงการเงิน สปป. ลาวจะสร้างและปรับปรุงกฎระเบียบด้านการคลัง 3 ฉบับ ได้แก่ ร่างคำสั่งนายกรัฐมนตรีว่าด้วยเพิ่มทวีการคุ้มครองและลดการรั่วไหล ของรายรับงบประมาณแห่งรัฐ ร่างดำรัสว่าด้วยการประหยัดและลดการฟุ่มเฟือย และร่างดำรัสว่าด้วยรถของรัฐ ซึ่งได้รับการรับรองในการประชุมรัฐบาลเปิดกว้าง ครั้งที่ 1 ที่ผ่านมา และเป็นเอกสารแนบของร่างวาระแห่งชาติเพื่อให้สมาชิกสภาแห่งชาติได้แสดงความคิดเห็น ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้Modified:01/09/2021 09:26:57
-
อัตราเงินเฟ้อส่งผลให้เศรษฐกิจ สปป. ลาวชะลอตัว
ข้อมูลของสถาบันวิทยาศาสตร์เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว ระบุว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2564 อัตราเงินเฟ้อของ สปป. ลาวเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 2.66 ซึ่งต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (5 เดือนแรกของปี 2563 อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ร้อยละ 6.12) แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยสาเหตุหลัก ที่ทำให้เศรษฐกิจมีแนวโน้มลดลง ได้แก่ การผลิตสินค้าไม่เพียงพอ ต้นทุนการขนส่งสินค้าทั้งภายในและต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากราคาน้ำมันสูง รวมถึงมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด 19 ที่เป็นอุปสรรคต่อการขนส่งสินค้าModified:01/09/2021 09:05:36
-
สปป. ลาวกำหนดทิศทางและแผนงานแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการคลัง
เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการ และการลงทุน สปป. ลาว รายงานต่อที่ประชุมวิสามัญ ครั้งที่ 1 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 เกี่ยวกับร่างวาระแห่งชาติ ด้านเศรษฐกิจและการคลัง (2564 - 2566) ว่า ปัญหาเศรษฐกิจและการคลังได้ส่งผลให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีแนวโน้มลดลงจากร้อยละ 7 ในปี 2559 เป็นร้อยละ 3.3 ในปี 2563 และเกิดปัญหาการบริหารจัดการเศรษฐกิจมหภาคเนื่องจากขาดสภาพคล่องและเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ระดับหนี้สิน เพิ่มสูงขึ้นทั้งในระบบเงินตราและการคลังModified:19/08/2021 14:18:00
-
สปป. ลาวคาดว่าปี 2564 จะเก็บรายรับเข้างบประมาณรัฐได้ 23,683 พันล้านกีบ
เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2564 นายบุนโจม อุบนปะเสิด รัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว เป็นประธาน การประชุมสรุปผลการดำเนินแผนงบประมาณ 6 เดือนและคาดการณ์ปี 2564 โดยมีนายบุนเหลือ สินไซวอละวง รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว และผู้แทนภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:27/07/2021 09:51:39
-
สปป. ลาวให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านการคลังและการจัดเก็บงบประมาณให้ทันสมัย
การดำเนินแผนงบประมาณแห่งรัฐของ สปป. ลาว 5 ปี (2559 -2563) พบว่า รายรับงบประมาณแห่งรัฐ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากสามารถจัดเก็บรายได้เกินกว่าแผนที่สภาแห่งชาติรับรอง ด้านรายจ่ายในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 47.8 เมื่อเทียบกับช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ รัฐบาล สปป. ลาว ยังสามารถสนับสนุนเงินทุนสำหรับโครงการที่มีความสำคัญอันดับต้น รวมทั้งการจัดสรรแหล่งเงินทุนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในขณะเดียวกัน รัฐบาล สปป. ลาวได้ดำเนินการด้านต่าง ๆ ดังนี้Modified:27/07/2021 09:38:43
-
กระทรวงการเงิน สปป. ลาวออก 4 มาตรการควบคุมรายจ่าย งปม. ปี 2564
นายพูวง กิดตะวง หัวหน้ากรม งปม. แห่งรัฐ กระทรวงการเงิน สปป. ลาว ได้นำเสนอมาตรการควบคุมรายจ่ายงบประมาณปี 2564 ต่อที่ประชุมการสรุปผลดำเนินงานตามแผนงบประมาณในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2564 และคาดการณ์แผน งปม. ของทั้งปี 2564 ดังนี้Modified:27/07/2021 09:18:54
-
รัฐบาล สปป. ลาวทบทวนเป้าหมายเศรษฐกิจมหภาค
การระบาดของโรคโควิด 19 ระลอก 2 ใน สปป. ลาวเมื่อกลางเดือน เม.ย. 2564 ส่งผลให้ธุรกิจหลายแห่งปิดตัวลง มีคนตกงานมากขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำรงชีวิตของประชาชน และเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกระทบรายได้ของรัฐบาล สปป. ลาว จึงมีความจำเป็นต้องปรับแก้เป้าหมายด้านเศรษฐกิจมหภาคที่รัฐบาล สปป. ลาวเคยกำหนดเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง โดยเฉพาะคาดการณ์ GDP การจัดเก็บรายได้ การใช้จ่าย การขาดดุลทางการคลัง และอัตราเงินเฟ้อ เพื่อเสนอให้ที่ประชุมของสภาแห่งชาติพิจารณาและอนุมัติเมื่อต้นปี 2564 รัฐบาล สปป. ลาวตั้งเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ที่อย่างน้อยร้อยละ 4 ต่อปี ในช่วงปี 2564 - 2568 อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยไม่เกินร้อยละ 6 อย่างไรก็ตาม การบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ได้ ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาล สปป. ลาวจะสามารถจัดการกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ได้เร็วเพียงใด นอกจากนี้ รัฐบาล สปป. ลาวได้กำชับให้หน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการ ดังนี้Modified:16/06/2021 10:16:32
-
สรุปผลดำเนินงานตามแผนงบประมาณในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2564
เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2564 นายบุนโจม อุบนปะเสิด รัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว เป็นประธาน การประชุมสรุปผลดำเนินงานตามแผนงบประมาณในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2564 และคาดการณ์แผนงบประมาณของทั้งปี 2564 โดยมีรองรัฐมนตรี หัวหน้ากรม รองหัวหน้ากรม และผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ภายในกระทรวงการเงิน สปป. ลาวเข้าร่วมModified:16/06/2021 10:12:29
Sort by relevance | Sorted by date
