ค้นหา
About 288 results
-
ความท้าทายของการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนในเขตนครหลวงเวียงจันทน์ของ สปป. ลาว
การเติบโตและการพัฒนาของเมืองสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ และ สปป. ลาวModified:24/10/2025 16:37:43
-
เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เข้าเยี่ยมอำลารัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 นางสาวมรกต ศรีสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เข้าเยี่ยมอำลานายสันติพาบ พมวิหาน รัฐมนตรีกระทรวงการเงินModified:24/09/2025 15:23:12
-
งานเสวนาวิชาการด้านเศรษฐกิจครั้งที่ 4 และนิทรรศการการลงทุนของไทยกับการพัฒนาที่ยั่งยืนใน สปป. ลาว เนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2568 สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ร่วมกับสมาคมนักธุรกิจไทยใน สปป. ลาว และกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาวModified:23/09/2025 10:32:02
-
เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เยี่ยมคารวะนางบุนคำ วอละจิด ผู้ว่าการธนาคารแห่ง สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2568 นางสาวมรกต ศรีสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เยี่ยมคารวะนางบุนคำ วอละจิด ผู้ว่าการธนาคารแห่ง สปป. ลาวModified:23/09/2025 10:32:27
-
เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เข้าพบผู้ประกอบการในแขวงไซสมบูน
เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2568 นางสาวมรกต ศรีสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ได้พบปะหารือกับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารในแขวงไซสมบูนModified:12/06/2025 14:03:40
-
เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เยี่ยมคารวะเจ้าแขวงไซสมบูน
เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2568 นางสาวมรกต ศรีสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เข้าเยี่ยมคารวะนายพอยคำ รุ่งบุนยวง เจ้าแขวงไซสมบูนModified:12/06/2025 14:03:15
-
เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เข้าร่วมการประชุมโต๊ะกลม ครั้งที่ 24 (the 24th Roundtable Implementation Meeting)
เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2567 นางสาวมรกต ศรีสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เข้าร่วมการประชุมโต๊ะกลมครั้งที่ 24 (the 24th Roundtable Implementation Meeting)Modified:09/12/2024 10:41:38
-
เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เยี่ยมคารวะเจ้าแขวงจำปาสัก
เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2567 นางสาวมรกต ศรีสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เข้าเยี่ยมคารวะนายอาลุนไซ สูนนะลาด เจ้าแขวงจำปาสักModified:09/12/2024 10:42:22
-
รถโดยสารด่วนพิเศษ (Bus Rapid Transit: BRT) ใน สปป. ลาว
เมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 สปป. ลาวเริ่มดำเนินการก่อสร้างสถานีรถโดยสารด่วนพิเศษ (Bus Rapid Transit: BRT)Modified:19/11/2024 10:41:56
-
รถโดยสารด่วนพิเศษ (Bus Rapid Transit: BRT) ใน สปป. ลาว
เมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 สปป. ลาวเริ่มดำเนินการก่อสร้างสถานีรถโดยสารด่วนพิเศษ (Bus Rapid Transit: BRT)Modified:13/11/2024 10:46:35
-
เอกอัครราชทูต เยี่ยมคารวะเจ้าแขวงหัวพัน
Modified:19/11/2024 14:56:03
-
พัฒนาการของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ใน สปป. ลาว
สปป. ลาว ถือเป็นประเทศที่มีทรัพยากรแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์ เนื่องจากภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับที่ราบหุบเขา อันเกิดจากการยกตัวของแผ่นทวีปเก่า และมีภูเขาไฟที่ดับแล้วหลายแห่ง จากการสำรวจได้ค้นพบสายแร่ธาตุและโลหะมีค่าต่าง ๆ เป็นจำนวนมากจึงเป็นโอกาสให้รัฐบาล สปป. ลาวนำทรัพยากรเหล่านั้นมาพัฒนาประเทศ ผ่านการให้สัมปทานกับบริษัทต่างชาติ ซึ่งได้รับการสนับสนุนและเจรจาจากรัฐบาล<br />
ปัจจุบันบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้สำรวจและศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐกิจและเทคนิคการขุดค้นและแปรรูปแร่ธาตุ ทั้งหมด 230 บริษัท โดยแบ่งออกเป็น อยู่ในความดูแลของภาคธรณีศาสตร์แร่ธาตุ 105 บริษัท 124 กิจการ และอยู่ในการดูแลของภาคเหมืองแร่ 125 บริษัท 205 กิจการ ประกอบด้วยบริษัทที่กำลังดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐกิจและเทคนิค 42 บริษัท 60 กิจการ และบริษัทที่รัฐบาลอนุมัติโครงการสัมปทานขุดค้นทั่วไป 83 บริษัท <br />
Modified:02/09/2022 09:20:48
-
โอกาสและความท้าทายในการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าใน สปป. ลาว
ปัจจุบันยานยนต์ไฟฟ้าสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลกทั้งในด้านราคา เทคโนโลยีแบตเตอรี่ หลายประเทศเริ่มเปลี่ยน<br />
<br /><br />
มาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและพัฒนาระบบสถานีชาร์จไฟฟ้าตามสถานที่ต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น เพื่อลดมลพิษทางอากาศจาก<br />
<br /><br />
การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของยานพาหนะที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และลดกระทบจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก<br />
<br /><br />
<br />
<div>ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภาครัฐหลายประเทศมีนโยบายส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า อาทิ ยกเว้นภาษีจดทะเบียน <br />
<br /><br />
ภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนลดภาษีรถยนต์รายปี ให้ชาร์จไฟในจุดชาร์จสาธารณะ ให้เงินอุดหนุน ฟรีค่าผ่านทางและอื่น ๆ</div><br />
<br />
<div><br />
<br /><br />
สปป. ลาว รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนผู้นำเข้า ผู้ผลิต ผู้ใช้งาน รวมทั้งภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับ ยานยนต์ไฟฟ้า <br />
<br /><br />
โดยมีมติเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2564 ว่าด้วยนโยบายและแนวทางการดำเนินปฏิบัติในการเปลี่ยนไปสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า <br />
<br /><br />
เพื่อให้สอดคล้องกับวาระแห่งชาติว่าด้วยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการคลัง โดยเฉพาะมาตรการประหยัด ลดการนำเข้า<br />
<br /><br />
น้ำมันเชื้อเพลิง ลดการรั่วไหลของเงินตราต่างประเทศ อีกทั้งเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้า ที่สปป. ลาวมีศักยภาพ<br />
<br /><br />
ในการผลิตไฟฟ้า มีค่าไฟฟ้าถูกกว่าพื้นที่อื่น ๆ มีแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังน้ำและพลังงานทดแทนหลายแห่ง ซึ่งการส่งเสริม<br />
<br /><br />
ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจะช่วยให้รัฐบาลมีแหล่งรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
สปป. ลาว เปิดรับนักลงทุนที่มีความสนใจลงทุนในกิจการนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้า หรือร่วมพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ <br />
<br /><br />
อาทิ ศูนย์ซ่อมบำรุง ศูนย์ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่และประกอบเพื่อใช้ภายใน หรือส่งออก ผู้เชี่ยวชาญด้านแบตเตอรี่ และสถานี<br />
<br /><br />
ชาร์จไฟฟ้าตามจุดแวะพักรถ เป็นต้น โดยมีนโยบายพิเศษในการนำเข้าและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เช่น ภาษีนำเข้ายานยนต์<br />
<br /><br />
ไฟฟ้าร้อยละ 0 ภาษีสรรพสามิตร้อยละ 3 ภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 และไม่จำกัดโควตานำเข้าเพื่อให้สามารถแข่งขัน<br />
<br /><br />
ด้านราคาอีกด้วย <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
ภาครัฐเป็นต้นแบบของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าใน สปป. ลาว โดยเริ่มจากรถประจำตำแหน่งของรัฐ จากนั้น จะผลักดันให้รัฐวิสาหกิจ <br />
<br /><br />
ขนส่งสาธารณะ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไปใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าจำนวนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้อย่างน้อย<br />
<br /><br />
ร้อยละ 1 หรือประมาณ 20,000 คัน ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ 8,000 คัน รถโดยสารประจำทางและรถบรรทุกขนาดเล็ก 150 คัน <br />
<br /><br />
และรถยนต์ส่วนบุคคล 11,850 คันและกำหนดแผนพัฒนาสถานีชาร์จให้ได้อย่างน้อย 50 สถานี โดยจะเปลี่ยนจากสถานีบริการ<br />
<br /><br />
น้ำมันมาเป็นสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าตามเส้นทางหลวงและตัวเมืองใหญ่ภายในปี 2568 และเพิ่มจำนวนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า<br />
<br /><br />
ให้ได้ร้อยละ 30 และติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้า 100 สถานีภายในปี 2573 <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
ปัจจุบัน สปป. ลาว มีบริษัทตัวแทนจำหน่ายและนำเข้า ยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายจำนวน 10 แห่ง และบริษัทที่ได้รับอนุญาต<br />
<br /><br />
ดำเนินธุรกิจสถานีชาร์จไฟฟ้าจำนวน 10 แห่ง สถานีชาร์จไฟฟ้า 16 จุด โดย 1 จุดเป็นระบบชาร์จไฟฟ้าแบบเร็ว นอกจากนี้ <br />
<br /><br />
สปป. ลาวอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการกำหนดแผนพัฒนาสถานีชาร์จไฟฟ้า โดยกำหนดระยะทางทุก ๆ <br />
<br /><br />
100 กิโลเมตร ให้มีสถานีชาร์จไฟฟ้าแบบเร็ว 5 ตู้ โดยเฉพาะตามเส้นทางหลวงแห่งชาติ นครหลวงเวียงจันทน์ – อัดตะปือ<br />
<br /><br />
และนครหลวงเวียงจันทน์ - หลวงพระบาง จากข้อมูลกรมนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว <br />
<br /><br />
ระบุว่า มีการนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้าจากการช่วยเหลือขององค์การระหว่างประเทศ ภาคเอกชนนำเข้าเพื่อใช้ในโครงการ <br />
<br /><br />
และนำเข้าเพื่อจำหน่ายใน สปป. ลาวแล้วประมาณ 300 คัน (ไม่รวมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า) และตามข้อมูลแผนกโยธาธิการ</div><br />
<br />
<div>และขนส่ง นครหลวงเวียงจันทน์ มีรถยนต์ไฟฟ้าขึ้นทะเบียนแล้วจำนวน 166 คัน <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าใน สปป. ลาวยังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน อาทิ (1) การประสานงาน <br />
<br /><br />
และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมีความยุ่งยาก และใช้เวลานาน (2) สถานีชาร์จไฟฟ้ายังไม่ครอบคลุม<br />
<br /><br />
ทุกพื้นที่ ใช้งบประมาณสูง ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ใช้เวลาชาร์จนาน ขึ้นกับลักษณะ เทคนิคและเทคโนโลยีของรถแต่ละรุ่น <br />
<br /><br />
(3) หากพัฒนาระบบสถานีชาร์จไฟมีความจุแรงดันไฟฟ้าสูงเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อตัวรถ (4) หากไฟฟ้าบ้านไม่มีความเสถียร<br />
<br /><br />
หรือไม่เพียงพอก็อาจส่งผลกระทบต่อแบตเตอรี่ได้ และ (5) ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนและออกทะเบียนเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้า <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
<u>ข้อมูลอ้างอิง </u><br />
<br /><br />
<a class="txttohtmllink" href="https://www.peerpower.co.th/blog/investor/ev-and-investment/">https://www.peerpower.co.th/blog/investor/ev-and-investment/</a> <br />
<br /><br />
<a class="txttohtmllink" href="https://www.mem.gov.la/?page_id=195">https://www.mem.gov.la/?page_id=195</a> <br />
<br /><br />
<a class="txttohtmllink" href="https://www.laophattananews.com/archives/118296">https://www.laophattananews.com/archives/118296</a> </div><br />
Modified:22/08/2022 14:55:49
-
ภาคเอกชนเสนอปัญหาในที่ประชุมระหว่างคณะรัฐบาล สปป. ลาวและภาคเอกชนลาว
เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2564 นายพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมระหว่าง<br />
คณะรัฐบาล สปป. ลาวและภาคเอกชนลาว ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี <br />
และผู้แทนจากภาคเอกชนลาวเข้าร่วม<br />
Modified:28/12/2021 10:11:47
-
การก่อสร้างวิทยาลัยเทคนิควิชาชีพทางรถไฟแห่งแรกใน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2564 สปป. ลาวและจีนได้เริ่มก่อสร้างวิทยาลัยเทคนิควิชาชีพการทางรถไฟแห่งแรก<br />
ใน สปป. ลาว ตั้งอยู่บ้านโพนคำ เมืองไซทานี นครหลวงเวียงจันทน์ บนพื้นที่ทั้งหมด 14 เฮกตาร์ (เนื้อที่การก่อสร้างประมาณ 3.3 เฮกตาร์ ประกอบด้วย อาคารเรียน หอพัก อาคารสำหรับฝึกอบรมภาคปฏิบัติจริง ห้องสมุด ศูนย์กีฬา และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ) คาดว่าจะใช้ระยะเวลาการก่อสร้าง 32 เดือน การก่อสร้างมีมูลค่า 400 ล้านหยวน ซึ่งเป็นการช่วยเหลือในการออกแบบและก่อสร้างโดยบริษัท Yunnan Construction and Investment Holding จำกัด และบริษัท Yunnan Design Institute จำกัด <br />
Modified:26/10/2021 16:35:51
-
ลาว - จีนลงนามสัญญาจัดซื้อสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อส่งออกไปจีน
เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2564 นายพึดสะพา พูมมะสัก ประธานบริษัท Asia Investment, Development & Construction จำกัด (AIDC) และนาย Dai Wei ประธานกรรมการบริหารบริษัท รัฐวิสาหกิจเสบียงอาหารจีน มณฑลเหอหนาน (Zhengzhou City Grain and Oil Industry มณฑลเหอหนาน) ร่วมลงนามสัญญาว่าด้วย ความร่วมมือในการจัดซื้อสินค้าเกษตรแปรรูปจาก สปป. ลาวไปจีน ผ่านระบบทางไกล โดยมีนายไซสมเพ็ด นอละสิง หัวหน้ากรมส่งเสริมการค้า กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว และนายสีปะไพ ไซสงคาม หัวหน้าห้องการกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป. ลาว เป็นผู้แทนของรัฐบาล สปป. ลาวร่วมลงนามเป็นสักขีพยาน และมี ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมฯ สปป. ลาว นายเพ็ด พมพิพัก รัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมฯ สปป. ลาว และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยานModified:28/06/2021 10:50:24
-
โครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีนในแขวงหลวงน้ำทามีความคืบหน้าร้อยละ 97 และการก่อสร้างระบบสายส่งไฟฟ้ารองรับรถไฟลาว – จีนแล้วเสร็จตามแผน
เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2564 นายจันทะจอน แก้วละคร หัวหน้าคณะชี้นำโครงการรถไฟลาว – จีน ให้สัมภาษณ์ว่า เส้นทางรถไฟที่ผ่านแขวงหลวงน้ำทามีระยะทางทั้งหมด 16.9 กิโลเมตร มี 2 สถานี ได้แก่ สถานีบ่อเต็น ซึ่งเป็นสถานีโดยสารและจุดตรวจคนเข้าเมือง และสถานีนาเตย ซึ่งเป็นสถานีโดยสารและเป็นที่ตั้งของคลังเปลี่ยนถ่ายสินค้าModified:06/05/2021 10:45:57
-
IFC จัดทำแผนปฏิรูปการลงทุนใน สปป. ลาวเพื่อดึงดูด FDI
เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการ และการลงทุน สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมเผยแพร่รายงานแผนการปฏิรูปการลงทุน Investment Reform Map for Laos - A Foundation for a New Investment Policy and Promotion Strategy จัดทำโดยบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (International Finance Corporation: IFC) ในเครือธนาคารโลก ร่วมกับรัฐบาลญี่ปุ่นModified:03/03/2021 15:51:07
-
Huawei พัฒนาระบบทางด่วนอัจฉริยะแห่งแรกใน สปป. ลาว
ทางด่วนนครหลวงเวียงจันทน์ – วังเวียงโครงการระยะแรกของโครงการก่อสร้างทางด่วนลาว – จีน (นครหลวงเวียงจันทน์ – บ่อเต็น) ซึ่งเป็นโครงการลงทุนของกลุ่มบริษัท Yunnan Construction and Investment Holding และเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2563 ซึ่งช่วยให้การเดินทางจากนครหลวงเวียงจันทน์ ถึงเมืองวังเวียงลดเวลาลงเหลือเพียงหนึ่งชั่วโมง (จากเดิมประมาณ 3 ชั่วโมง) และเป็นการส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรในภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ ปรับปรุงความเป็นอยู่ของประชาชนตลอดเส้นทาง และเพิ่มความร่วมมือทางการค้าเชิงสังคม-เศรษฐกิจ และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมModified:01/02/2021 14:55:57
-
เขตพัฒนากวมรวมไซเสดถาจะพัฒนาเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2573
เขตพัฒนากวมรวมไซเสดถาเป็น 1 ใน 12 เขตเศรษฐกิจใน สปป. ลาว และเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาล สปป. ลาวกับจีนระหว่างนครหลวงเวียงจันทน์กับกลุ่มบริษัท China Yunnan Construction and Investment Holding บนเนื้อที่ทั้งหมด 1,149 เฮกตาร์ แผนการลงทุนมีมูลค่าทั้งหมด 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และนับเป็นเขตเศรษฐกิจการค้าต่างประเทศของจีนแห่งเดียวใน สปป. ลาว ปัจจุบันมีการลงทุนในโครงการดังกล่าวแล้ว 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีเงินลงทุนสะสมในระบบจำนวน 670 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สามารถสร้างมูลค่า การผลิตประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2573Modified:01/02/2021 14:29:35
Sort by relevance | Sorted by date
