ค้นหา
About 123 results
-
เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เข้าเยี่ยมอำลารัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 นางสาวมรกต ศรีสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เข้าเยี่ยมอำลานายสันติพาบ พมวิหาน รัฐมนตรีกระทรวงการเงินModified:24/09/2025 15:23:12
-
งานเสวนาวิชาการด้านเศรษฐกิจครั้งที่ 3 เนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2568 สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ และสถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขตModified:23/09/2025 10:32:58
-
เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เข้าร่วมการประชุมโต๊ะกลม ครั้งที่ 24 (the 24th Roundtable Implementation Meeting)
เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2567 นางสาวมรกต ศรีสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เข้าร่วมการประชุมโต๊ะกลมครั้งที่ 24 (the 24th Roundtable Implementation Meeting)Modified:09/12/2024 10:41:38
-
เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เยี่ยมคารวะเจ้าแขวงจำปาสัก
เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2567 นางสาวมรกต ศรีสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เข้าเยี่ยมคารวะนายอาลุนไซ สูนนะลาด เจ้าแขวงจำปาสักModified:09/12/2024 10:42:22
-
ธนาคารโลกคาดเศรษฐกิจของ สปป. ลาวในปี 2564 จะเติบโตในระดับกลาง
เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2564 รายงาน Lao PDR Economic Monitor ฉบับเดือน ส.ค. 2564 ของธนาคารโลกประจำ สปป. ลาว ระบุว่า การระบาดของโรคโควิด 19 ระลอกใหม่คาดว่าจะส่งผลให้ GDP ลาวปี 2564 อยู่ที่ ร้อยละ 3.6 เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 0.5 และลดลงจากที่คาดการณ์ที่ร้อยละ 4 ในเดือน มี.ค. 2564เนื่องมาจากปัจจัยการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศใกล้เคียง การเร่งฉีดวัคซีนทั่วประทศ และการลดการระบาดในชุมชน อย่างไรก็ตาม การขยายตัวทางเศรษฐกิจอาจจะลดลงมากกว่าตัวเลขที่คาดการณ์ไว้หากการระบาด ของโรคโควิด 19 ยังรุนแรง รวมทั้งมาตรการ lock down ที่เข้มงวด หรือกรณี สปป. ลาว ได้รับผลกระทบ จากภัยธรรมชาติ หรือโรคระบาดในสัตว์เลี้ยงที่อาจเกิดช้ำ โดยภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมเป็นภาคขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเห็นได้จากการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น เช่น ไฟฟ้า แร่ธาตุ อุตสาหกรรมแปรรูปพบว่าฟื้นตัวเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม วิสาหกิจส่วนใหญ่ในภาคการท่องเที่ยว การบริการ และการขนส่งกำลังเผชิญกับความท้าทายในการฟื้นตัว เนื่องจากมาตรการ lock down และการคงการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ ซึ่งตัดโอกาสในการสร้างรายรับของประเทศModified:10/09/2021 16:19:16
-
“Sync – up with Thailand” by Mr. Kalin Sarasin, Chairman of the Thai Chamber of Commerce and Board of Trade of Thailand
Mr. Kalin Sarasin, Chairman of the Thai Chamber of Commerce and Board of Trade of Thailand, visited Sri Lanka to participate in a business forum organized by the Sri Lanka - Thailand Business Council (SLTBC).Modified:01/11/2019 20:45:00
-
National Export Strategy of Sri Lanka 2018-2022
The Sri Lankan government launched The National Export Strategy (NES) as a part of the Sri Lankan government strategy to achieve its Vision 2025, which sets the objective of transitioning its economy to an export-led more vibrant country with a knowledge based, highly competitive, social marker economy and a regional economic hub of high value exports at the center of the Indian Ocean.Modified:16/08/2019 01:48:36
-
โครงการสานต่อความร่วมมือด้าน Fashion Design และ Creative Design เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้าน Creative Economy ระหว่างไทย-บราซิล
โครงการสานต่อความร่วมมือด้าน Fashion Design และ Creative Design เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้าน Creative Economy ระหว่างไทย-บราซิลModified:19/02/2019 06:20:58
-
Vietnam to purchase more electricity from Laos
Vietnam has expressed an interest in buying more electricity from Laos as energy consumption in the country has surged in recent years.Modified:25/04/2018 14:48:30
-
Laos becomes Vietnam’s top outbound investment destination
Laos has become the top destination for outbound investment from Vietnam as a result of the enhanced special solidarity and comprehensive cooperation between the two countries.Modified:25/04/2018 14:44:53
-
แผนพัฒนา Digital Economy ของรัสเซีย
รัสเซียได้ออกนโยบายเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจสาขาดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของประชาชนที่เป็นแรงงานฝีมือ และสร้างตลาดสำหรับสินค้าและบริการดังกล่าวModified:23/07/2018 21:21:29
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดการสัมมนาเพื่อส่งเสริมหุ้นส่วนทางธุรกิจดิจิทัลกับเยอรมนี
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ร่วมกับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดการสัมมนา Green and Innovative Economy ในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในเชิงนโยบายและมาตรการที่รัฐจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ประสบการณ์และแนวคิดการประกอบธุรกิจดิจิทัลให้สำเร็จ ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับ SMEs และ start-ups ซึ่งรวมถึง start-ups ที่เป็นผู้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการประกอบธุรกิจและ tech start-ups อาทิ การสร้าง platform ออนไลน์ การบริหารและวิเคราะห์ big data การสร้าง digital marketplace สำหรับ SMEs <br />
ในการสัมมนาในครั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน จากภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ start-ups รายใหม่ ๆ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร. ขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Ms. Atsuko Okuda ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) นาย Carl van der Elst ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน ธนาคาร Deutsche Bank และ อ. ดนัยรัตน์ ธนบดีธรรมจารี ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ด้าน digital transformation บริษัท SAP (Thailand) จำกัด มาร่วมเป็นวิทยากรและร่วมการเสวนาด้วย<br />
ในโอกาสนี้ นายรัชดา จิวาลัย รองอธิบดีกรมยุโรป ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด Thailand 4.0 โดยนอกจากจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการไทยในทุกขนาดแล้ว ยังสามารถที่จะกระจายโอกาสและรายได้ไปสู่กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและวิสาหกิจชุมชนในชนบทไดhด้วยการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุข (telemedicine) การให้การศึกษาทางไกล การให้บริการภาครัฐออนไลน์ (e-government) การพัฒนา e-commerce เชิ่มโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับตลาด การส่งเสริม digital and smart farming เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตร เป็นต้น ในขณะที่ไทยและเยอรมนีต่างก็เผชิญความท้าทายร่วมกันในโลกยุคดิจิทัล และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายต่างมีความเข้มแข็งและความพร้อมที่จะร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะระหว่างผู้ประกอบการไทยในระดับต่าง ๆ กับ tech start-up เยอรมัน ที่มีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่น่าสนใจ ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับเยอรมนีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของนาย Peter Prügel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ที่ย้ำว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่อีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายเยอรมันพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่าย<br />
การสัมมนาดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งที่เป็น start-ups และ tech start-ups ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กร และตัวแทนภาครัฐมากกว่า 100 คน โดยใช้เวลาในช่วงถามตอบมากกว่า 1 ชม. ในการนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีทั้ง 2 คน ได้แสดงความเชื่อมั่นถึงศักยภาพและโอกาสของภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยที่มีความตื่นตัวในการสร้างและปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ และได้เสนอแนะให้ภาครัฐและเอกชนไทยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า และระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อให้รัฐสามารถออกมาตรการสนับสนุนเอกชนได้อย่างทันท่วงที เพราะในยุคดิจิทัลผู้ที่จะได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแต่จะเป็นผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ควบคู่ไปกับการหารูปแบบในการประกอบการ (business model) ที่ทันสมัยอยู่เสมอ<br />
Modified:10/12/2017 00:58:44
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดการสัมมนาเพื่อส่งเสริมหุ้นส่วนทางธุรกิจดิจิทัลกับเยอรมนี
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ร่วมกับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดการสัมมนา Green and Innovative Economy ในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในเชิงนโยบายและมาตรการที่รัฐจะสามารถให้การสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ประสบการณ์และแนวคิดการประกอบธุรกิจดิจิทัลให้สำเร็จ ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับ SMEs และ start-ups ซึ่งรวมถึง start-ups ที่เป็นผู้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการประกอบธุรกิจและ tech start-ups อาทิ การสร้าง platform ออนไลน์ การบริหารและวิเคราะห์ big data การสร้าง digital marketplace สำหรับ SMEs <br />
ในการสัมมนาในครั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน จากภาครัฐและเอกชนมาร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่ start-ups รายใหม่ ๆ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร. ขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Ms. Atsuko Okuda ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) นาย Carl van der Elst ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน ธนาคาร Deutsche Bank และ อ. ดนัยรัตน์ ธนบดีธรรมจารี ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ด้าน digital transformation บริษัท SAP (Thailand) จำกัด มาร่วมเป็นวิทยากรและร่วมการเสวนาด้วย<br />
ในโอกาสนี้ นายรัชดา จิวาลัย รองอธิบดีกรมยุโรป ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด Thailand 4.0 โดยนอกจากจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการไทยในทุกขนาดแล้ว ยังสามารถที่จะกระจายโอกาสและรายได้ไปสู่กลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและวิสาหกิจชุมชนในชนบทไดhด้วยการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุข (telemedicine) การให้การศึกษาทางไกล การให้บริการภาครัฐออนไลน์ (e-government) การพัฒนา e-commerce เชิ่มโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับตลาด การส่งเสริม digital and smart farming เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการเกษตร เป็นต้น ในขณะที่ไทยและเยอรมนีต่างก็เผชิญความท้าทายร่วมกันในโลกยุคดิจิทัล และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายต่างมีความเข้มแข็งและความพร้อมที่จะร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะระหว่างผู้ประกอบการไทยในระดับต่าง ๆ กับ tech start-up เยอรมัน ที่มีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่น่าสนใจ ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 เป็นประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับเยอรมนีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของนาย Peter Prügel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ที่ย้ำว่า เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่อีกประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายเยอรมันพร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่าย<br />
การสัมมนาดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งที่เป็น start-ups และ tech start-ups ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กร และตัวแทนภาครัฐมากกว่า 100 คน โดยใช้เวลาในช่วงถามตอบมากกว่า 1 ชม. ในการนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีทั้ง 2 คน ได้แสดงความเชื่อมั่นถึงศักยภาพและโอกาสของภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยที่มีความตื่นตัวในการสร้างและปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ และได้เสนอแนะให้ภาครัฐและเอกชนไทยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน ระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า และระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อให้รัฐสามารถออกมาตรการสนับสนุนเอกชนได้อย่างทันท่วงที เพราะในยุคดิจิทัลผู้ที่จะได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแต่จะเป็นผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ควบคู่ไปกับการหารูปแบบในการประกอบการ (business model) ที่ทันสมัยอยู่เสมอ<br />
Modified:10/12/2017 00:58:44
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมันเยือนประเทศไทยและเข้าร่วมงาน Digital Thailand Big Bang 2017
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จ เดินทางเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 18 – 24 กันยายน 2560 เพื่อขยายหุ้นส่วนด้านเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างไทยกับเยอรมนี และร่วมเป็นวิทยากรในงานสัมมนา Green and Innovative Economy ซึ่งในปีนี้ จัดในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานครModified:10/12/2017 02:50:50
-
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมันเยือนประเทศไทยและเข้าร่วมงาน Digital Thailand Big Bang 2017
สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จ เดินทางเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 18 – 24 กันยายน 2560 เพื่อขยายหุ้นส่วนด้านเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างไทยกับเยอรมนี และร่วมเป็นวิทยากรในงานสัมมนา Green and Innovative Economy ซึ่งในปีนี้ จัดในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานครModified:10/12/2017 02:50:50
-
ประเทศไทยร่วมเปิดคูหาในงาน International Green Week 2017
เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2560 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดพิธีเปิดคูหาไทยในงาน International Green Week 2017 (IGW) โดยมีนายธีรวัฒน์ ภูมิจิตร เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน กล่าวเปิดงาน และได้รับเกียรติจาก ดร. อำพน กิตติอำพน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง และนาง Marlene Mortler คณะกรรมาธิการด้านยาเสพติดระดับสหพันธ์ฯ กระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมตัดริบบิ้นเปิดงาน พร้อมด้วยเอกอัครราชทูตประเทศอาเซียน ผู้แทนกระทรวงต่างๆ ของเยอรมนี กลุ่ม Friends of Thailand และหัวหน้าสำนักงานทีมประเทศไทย<br />
อนึ่ง ในปีนี้พื้นที่ Thai Pavilion จัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก ได้แก่ Thailand: Green Village for Sustainable Economy ประกอบด้วยร้านค้าจากโครงการในพระราชดำริ ได้แก่ ร้านภูฟ้า โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ภัทรพัฒน์ มูลนิธิโครงการหลวง องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการไทยในเยอรมนีและยุโรปจำนวน 22 ราย และนิทรรศการเรื่องวันดินโลกและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยงาน IGW ถือเป็นเทศกาลสินค้าอาหารและเกษตรประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนีและสหภาพยุโรป มีประเทศต่างๆ ทั่วโลกและ 16 รัฐของเยอรมนีร่วมออกร้าน อีกทั้ง มีการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการทำการเกษตรและการส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียว<br />
Modified:10/12/2017 00:44:55
-
ประเทศไทยร่วมเปิดคูหาในงาน International Green Week 2017
เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2560 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดพิธีเปิดคูหาไทยในงาน International Green Week 2017 (IGW) โดยมีนายธีรวัฒน์ ภูมิจิตร เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน กล่าวเปิดงาน และได้รับเกียรติจาก ดร. อำพน กิตติอำพน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง และนาง Marlene Mortler คณะกรรมาธิการด้านยาเสพติดระดับสหพันธ์ฯ กระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมตัดริบบิ้นเปิดงาน พร้อมด้วยเอกอัครราชทูตประเทศอาเซียน ผู้แทนกระทรวงต่างๆ ของเยอรมนี กลุ่ม Friends of Thailand และหัวหน้าสำนักงานทีมประเทศไทย<br />
อนึ่ง ในปีนี้พื้นที่ Thai Pavilion จัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก ได้แก่ Thailand: Green Village for Sustainable Economy ประกอบด้วยร้านค้าจากโครงการในพระราชดำริ ได้แก่ ร้านภูฟ้า โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ภัทรพัฒน์ มูลนิธิโครงการหลวง องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการไทยในเยอรมนีและยุโรปจำนวน 22 ราย และนิทรรศการเรื่องวันดินโลกและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยงาน IGW ถือเป็นเทศกาลสินค้าอาหารและเกษตรประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนีและสหภาพยุโรป มีประเทศต่างๆ ทั่วโลกและ 16 รัฐของเยอรมนีร่วมออกร้าน อีกทั้ง มีการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการทำการเกษตรและการส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียว<br />
Modified:10/12/2017 00:44:55
-
สรุปมาตรการสิทธิประโยชน์ทางธุรกิจ และมาตรการส่งเสริมการทำธุรกิจในเยอรมนี (สถานะเดือนสิงหาคม 2560)
สรุปมาตรการสิทธิประโยชน์ทางธุรกิจ และมาตรการส่งเสริมการทำธุรกิจในเยอรมนี (สถานะเดือนสิงหาคม 2560)<br />
1. เงินช่วยเหลือ และกองทุนร่วมลงทุน (Venture Capital: VC) ที่เป็นไปตามเงื่อนไข<br />
1.1 ประเภทธุรกิจข้ามภาคส่วน (Cross-sector)<br />
1.1.1 Start-ups / SMEs / Mittlestand<br />
- โครงการ EXIST – Existenzgründungen aus der Wissenschaft จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ เป็นโครงการสนับสนุนการก่อตั้งบริษัทภายใต้สภาพแวดล้อมมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย โดยให้เงินสนับสนุนตั้งแต่ด้านการพัฒนาแนวคิดทางธุรกิจเพื่อให้กลายมาเป็นแผนธุรกิจต่อไป ด้านงานวิจัยทั้งในด้านการพัฒนาทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อให้เกิดความคิดริเริ่มในการจัดตั้ง start-up และการเตรียมการที่จำเป็นเพื่อการดำเนินการทางธุรกิจ และการเตรียมความพร้อมในด้านนวัตกรรมจากพื้นฐานเทคโนโลยี<br />
- โครงการ "European Recovery Programme" หรือ ERP ของธนาคารเคเอฟดับเบิลยู (KREDITANSTALT FUR WIEDERAUFBAU: KfW) ที่จัดตั้งโดยรัฐบาล ให้การค้ำประกันสินเชื่อแก่ธุรกิจ Start-ups ในระหว่างการจัดตั้งและดำเนินการกิจการ (การลงทุน การจัดซื้อ และวัตถุดิบที่ใช้ในการดำเนินงาน) โดยในบางกรณี เคเอฟดับเบิลยู รับความเสี่ยงสูงสุดถึง 80% ของ Default risk หรือ ความเสี่ยงที่ผู้ออกตราสารหนี้ไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ย และ/หรือไม่อาจจ่ายคืนเงินต้นตามกำหนดได้ <br />
1.1.2 การพัฒนาทักษะด้านอาชีพ (Vocational Training)<br />
- เงินช่วยเหลือ และเงินอุดหนุน แก่ธุรกิจภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มจำนวนสถานที่ฝึกงานตามสำนักงานสาขาต่างๆ และมีการพัฒนาคุณภาพการฝึกทักษะอาชีพ โดยที่เงินช่วยเหลือดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ กระทรวงการศึกษาและวิจัย และกระทรวงการต่างประเทศ<br />
- กระทรวงการศึกษาและวิจัย ให้การสนับสนุนโครงการ intra-company ในการให้บุคคลพิการเข้ามามีส่วนร่วมในการฝึกทักษะอาชีพโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล<br />
1.1.3 กิจกรรมส่งเสริมการประหยัดพลังงาน<br />
- การให้เงินอุดหนุนแก่โรงงานผลิตที่มีการปรับปรุงขั้นตอนการผลิตเพื่อประหยัดพลังงาน (สนับสนุนโดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ)<br />
- การสนับสนุนด้านเงินช่วยเหลือเพื่อการลงทุนด้านการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงาน จากการใช้เทคโนโลยีข้ามภาคส่วนที่มีศักยภาพสูง (สนับสนุนโดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ)<br />
1.1.4 Child care service<br />
- กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (Federal Ministry for Family, Seniors, Women and Youth) ริเริ่มโครงการ Corporate Child Care โดยให้สนับสนุนด้านเงินอุดหนุนในการจัดตั้งส่วนบริการดูแลเด็กภายในบริษัท<br />
1.2 ประเภทเฉพาะกลุ่มธุรกิจ (Sector specific)<br />
1.2.1 เงินช่วยเหลือ พร้อมมาตรการสนับสนุนจำนวนมากถูกใช้ไปในการพัฒนานวัตกรรม ที่กระตุ้นให้เกิดกิจกรรมการค้า (Commercialization) ในกลุ่มธุรกิจต่อไปนี้<br />
- เทคโนโลยีเชิงนวัตกรรมเต็มรูปแบบ (Innovative port Technology): สนับสนุนโครงการที่มุ่งพัฒนา หรือปรับเทคโนโลยีเชิงนวัตกรรมแบบเต็มรูปแบบ การจัดการสินค้า ประเภทคาร์โก้ให้เหมาะสม และการพัฒนาเทคโนโลยีโลจิสติกส์ให้เป็นระบบดิจิทัล<br />
- โครงการพัฒนายานพาหนะไร้คนขับ ที่ควบคุมระบบควบคุมรถอัตโนมัติ (Automated and networked driving) นำโดยกระทรวงคมนาคม: ให้การสนับสนุนโครงการพัฒนานวัตกรรมระบบอัตโนมัติ การเชื่อมต่อ และสื่อสารระหว่างเครือข่ายการจราจรต่างๆ<br />
- BioEconomy 2030 ภายใต้การกำกับของกระทรวงการศึกษาและวิจัย: ให้การสนับสนุนด้านนวัตกรรม และการวิจัยภาคเกษตรกรรม และการพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ รวมทั้งการพัฒนาด้านเทคโนโลยีจีโนม (GENOME) เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงพิมพ์เขียว ดีเอ็นเอของเซลล์และยีนทั้ง ของมนุษย์และสัตว์<br />
- โครงการนวัตกรรมแห่งธรรมชาติ (Environmental Innovation Program): ภายใต้การกำกับของกระทรวงสิ่งแวดล้อม ได้มีการส่งเสริมการพัฒนาที่ครอบคลุมบริเวณกว้าง และการเริ่มผสมผสานกระบวนการทางเทคโนโลยีที่หลีกเลี่ยง หรือลดผลกระทบต่อธรรมชาติ<br />
- อุตสาหกรรมการบินพลเรือน (Civil aviation industry): กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ เสนอเงินช่วยเหลือสำหรับการพัฒนาเครื่องบินที่มีเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีระบบเครื่องที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อผู้โดยสาร<br />
- ธุรกิจด้านสุขภาพ (Health care and wellness business): กระทรวงการศึกษาและวิจัยเสนอเงินช่วยเหลือในส่วนของการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการบำบัดรักษาเชื้อแบคทีเรีย<br />
1.2.2 SMEs: การสนับสนุนด้านเงินช่วยเหลือด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) แก่ SMEs ในสาขา เทคโนโลยีชีวภาพ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีการวิจัยวัสดุ เทคโนโลยีทางการแพทย์ เทคโนโลยีเพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีการสื่อสาร<br />
1.2.3 ธุรกิจการบริการสร้างสรรค์: การศึกษา, การจัดงาน, การออกแบบ, สารสนเทศในรูปแบบดิจิตอล: รัฐบาลเยอรมันให้ส่งเสริมอุตสาหกรรมศิลปะสร้างสรรค์ของเยอรมัน ผ่านการให้เงินรางวัล หรือเงินสนับสนุนโครงการต่างๆ<br />
2. เงินกู้ผ่อนปรน (Soft loans)<br />
2.1 ประเภทธุรกิจข้ามภาคส่วน (Cross-sector)<br />
2.1.1 การลงทุนในพื้นที่ชนบทและในรัฐใหม่ของเยอรมนี<br />
- กองทุนสำหรับกิจกรรมทางธุรกิจ เพื่อการเติบโต และการแข่งขัน: เงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม เพิ่มอำนาจทางเศรษฐกิจ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว และสภาพความเป็นอยู่ในพื้นที่ชนบท<br />
- กองทุนสำหรับกิจกรรมทางธุรกิจ เพื่อการพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจของภูมิภาค: เงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรักการลงทุนที่สร้างงานเพื่อการแข่งขันอย่างถาวรในภูมิภาคที่โครงสร้างเศรษฐกิจอ่อนแอ และรัฐใหม่<br />
2.1.2 Start-ups / SMEs / Mittlestand<br />
- รัฐบาลมลรัฐ และรัฐบาลกลาง เสนอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้แก่ Start-ups<br />
- สำนักงานส่งเสริมการลงทุนของเยอรมนี (GTAI) ให้การสนับสนุน Start-ups ในการสร้างเครือข่ายและหาข้อมูลตลาด <br />
- โครงการ ERP ของธนาคารเคเอฟดับเบิลยู เสนอ เงินกู้ผ่อนปรนให้แก่ SMEs Start-ups และ Mittlestand จำนวนสูงสุดไม่เกิน 25 ล้านยูโร ด้วยดอกเบี้ย 1% p.a. สำหรับ 5 ปีแรก โดยที่โครงการนี้ครอบคลุมไปถึงการลงทุน และกิจกรรมทางธุรกิจในต่างประเทศด้วย<br />
2.2. ประเภทเฉพาะกลุ่มธุรกิจ (Sector specific) <br />
2.2.1 กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร: เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อเป็นเงินทุนช่วยเหลือในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจที่จำเป็นของธุรกิจกลุ่มดังกล่าว<br />
2.2.2 กลุ่มพลังงานทดแทน: “Energie aus dem Land” พลังงานจากพื้นที่ชนบท โดยให้การสนับสนุนผ่านเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับการลงทุนในขั้นตอนกรผลิต การเก็บ และการจัดจำหน่ายพลังงานทดแทนจากพื้นที่ชนบท<br />
3. ศูนย์ให้คำปรึกษา สร้างเครือข่าย และบริการข้อมูล<br />
3.1 ประเภทธุรกิจข้ามภาคส่วน (Cross-sector)<br />
3.1.1 สำหรับผู้อพยพ (refugee): บริการให้คำปรึกษาในด้านการบูรณาการด้านการดำเนินงานของผู้อพยพ โดยที่ผู้ให้บริการในแต่ละรัฐจะแตกต่างกัน<br />
3.1.2 สำหรับ SMEs: <br />
- Kompetenzzentrum Fachkräftesicherung (KOFA) เป็นศูนย์พัฒนาศักยภาพ สำหรับแรงงานมีฝีมือ (บริหารโดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ และกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม) ให้การสนับสนุน SMEs เพื่อให้คงความสามารถในการแข่งขัน ในขณะเดียวกัน สามารถจัดโปรแกรมการฝึกอบรม และพัฒนาทักษะ เพื่อใช้ดึงดูดแรงานมีฝีมือได้<br />
- กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ ช่วยจัดหาช่องทางการติดต่อธุรกิจในต่างประเทศ และจัดทำโครงการพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดให้แก่ SMEs ที่ต้องการหาช่องทางในตลาดต่างประเทศ<br />
- Innovation forum SMEs จัดโดย กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ ให้การสนับสนุนด้านการจัดตั้งและพัฒนา เครือข่ายสหสาขาวิชาชีพทั้งในระดับท้องถิ่น และระหว่างภูมิภาค ระหว่าง Start-ups / SMEs / Mittlestrand สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย และ หุ้นส่วนที่เหมาะสมในสาขานวัตกรรมต่างๆ <br />
3.1.3 Digitalization<br />
- กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ ได้จัดโครงการอย่าง “go-digital” เพื่อเป็นการสนับสนุน SMEs ให้ได้รับคำปรึกษาจากผู้เชียวชาญในด้านการสร้าง และขยายระบบอทีภายในบริษัท การรักษาความปลอดภัยด้านไอที การตลาดอินเตอร์เน็ต และกระบวนการทางธุรกิจดิจิตอล สำหรับกิจการทุกขนาด<br />
3.1.4 พลังงานทดแทน<br />
- Climate Protection Initiative โดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมให้การสนับสนุนด้านการให้คำปรึกษาที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นด้านการวางแผนเตรียมพร้อมและการนำคอนเซ็ปต์การปกป้องสภาพภูมิอากาศไปปฏิบัติ การดำเนินการตามโมเดลประหยัดพลังงงาน การลงทุนด้านการปกป้องสภาพภูมิอากาศสำหรับกิจการทุกขนาด<br />
3.2 ประเภทเฉพาะกลุ่มธุรกิจ (Sector specific)<br />
3.2.1 กลุ่มพลังงานทดแทน<br />
- รับให้คำปรึกษาเป็นไปตามข้อตกลง สำหรับนักลงทุนเยอรมันที่ต้องการไปลงทุนในโครงการด้านพลังงานทดแทนและการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในต่างประเทศ (โดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังานแห่งชาติ)<br />
3.2.2 กลุ่มการค้าระหว่างประเทศ<br />
- การให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ“entrepreneurial know-how”: คำแนะนำด้านเศรษฐกิจ การเงิน บุคลากร และปัญหาต่างๆเกี่ยวกับองค์กรจากการค้ากับต่างประเทศ (จัดโดย Bundesamtes für Wirtschaft und Ausfuhrkontrolle (BAFA) ซึ่งคล้ายกับสถาบันอบรมที่จัดโดยกรมการค้าต่างประเทศ)<br />
- ให้บริการด้านคำปรึกษาเกี่ยวกับศูนย์ฝึกทักษะอาชีพ โดยผู้เข้ารับการอบรมทั้งใน และต่างประเทศ (จัดโดย BAFA)<br />
3.2.3 กลุ่มธุรกิจดิจิทัล และเทคโนโลยีขั้นสูง<br />
- โปรแกรมการให้คำปรึกษาแบบเร่งรัด สำหรับนักลงทุนใหม่ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดในอเมริกา (จัดโดยกระทรวงเศรษฐกิจ และพลังงานแห่งชาติ)<br />
3.2.4 กลุ่มวิทยาศาสตร์ชีวภาพ<br />
- โปรแกรมการให้คำปรึกษาแบบเร่งรัด สำหรับนักลงทุนใหม่ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดในอเมริกา (จัดโดยกระทรวงเศรษฐกิจ และพลังงานแห่งชาติ)<br />
3.2.5 กลุ่มเกษตรกรรม<br />
- กระทรวงเกษตร มีบริการให้คำปรึกษา และข้อมูลหลักสูตรการเปลี่ยนพื้นที่เกษตรกรรมให้เป็นการทำเกษตรอินทรีย์ และกระบวนการผลิตสีเขียวให้แก่เกษตรกร และธุรกิจที่เกี่ยวกับการเกษตรโดยไม่คิดด่าใช้จ่าย<br />
- กระทรวงเกษตร เสนอการสนับสนุนด้านความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่างบริษัทต่างประเทศ ในด้านอุปทานอาหารของโลก เช่น การแลกเปลี่ยนนักวิทยาศาสตร์ แบบทวิภาคี เพื่อการสร้าง และคงความสัมพันธ์ทางด้านวิทยาศาสตร์ รวมทั้งความร่วมมือระหว่างประเทศบนพื้นฐานข้อตกลงทวิภาคีกับประเทศคู่ค้าที่ถูกเลือก<br />
Modified:10/12/2017 01:13:20
-
สรุปมาตรการสิทธิประโยชน์ทางธุรกิจ และมาตรการส่งเสริมการทำธุรกิจในเยอรมนี (สถานะเดือนสิงหาคม 2560)
สรุปมาตรการสิทธิประโยชน์ทางธุรกิจ และมาตรการส่งเสริมการทำธุรกิจในเยอรมนี (สถานะเดือนสิงหาคม 2560)<br />
1. เงินช่วยเหลือ และกองทุนร่วมลงทุน (Venture Capital: VC) ที่เป็นไปตามเงื่อนไข<br />
1.1 ประเภทธุรกิจข้ามภาคส่วน (Cross-sector)<br />
1.1.1 Start-ups / SMEs / Mittlestand<br />
- โครงการ EXIST – Existenzgründungen aus der Wissenschaft จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ เป็นโครงการสนับสนุนการก่อตั้งบริษัทภายใต้สภาพแวดล้อมมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย โดยให้เงินสนับสนุนตั้งแต่ด้านการพัฒนาแนวคิดทางธุรกิจเพื่อให้กลายมาเป็นแผนธุรกิจต่อไป ด้านงานวิจัยทั้งในด้านการพัฒนาทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อให้เกิดความคิดริเริ่มในการจัดตั้ง start-up และการเตรียมการที่จำเป็นเพื่อการดำเนินการทางธุรกิจ และการเตรียมความพร้อมในด้านนวัตกรรมจากพื้นฐานเทคโนโลยี<br />
- โครงการ "European Recovery Programme" หรือ ERP ของธนาคารเคเอฟดับเบิลยู (KREDITANSTALT FUR WIEDERAUFBAU: KfW) ที่จัดตั้งโดยรัฐบาล ให้การค้ำประกันสินเชื่อแก่ธุรกิจ Start-ups ในระหว่างการจัดตั้งและดำเนินการกิจการ (การลงทุน การจัดซื้อ และวัตถุดิบที่ใช้ในการดำเนินงาน) โดยในบางกรณี เคเอฟดับเบิลยู รับความเสี่ยงสูงสุดถึง 80% ของ Default risk หรือ ความเสี่ยงที่ผู้ออกตราสารหนี้ไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ย และ/หรือไม่อาจจ่ายคืนเงินต้นตามกำหนดได้ <br />
1.1.2 การพัฒนาทักษะด้านอาชีพ (Vocational Training)<br />
- เงินช่วยเหลือ และเงินอุดหนุน แก่ธุรกิจภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มจำนวนสถานที่ฝึกงานตามสำนักงานสาขาต่างๆ และมีการพัฒนาคุณภาพการฝึกทักษะอาชีพ โดยที่เงินช่วยเหลือดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ กระทรวงการศึกษาและวิจัย และกระทรวงการต่างประเทศ<br />
- กระทรวงการศึกษาและวิจัย ให้การสนับสนุนโครงการ intra-company ในการให้บุคคลพิการเข้ามามีส่วนร่วมในการฝึกทักษะอาชีพโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล<br />
1.1.3 กิจกรรมส่งเสริมการประหยัดพลังงาน<br />
- การให้เงินอุดหนุนแก่โรงงานผลิตที่มีการปรับปรุงขั้นตอนการผลิตเพื่อประหยัดพลังงาน (สนับสนุนโดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ)<br />
- การสนับสนุนด้านเงินช่วยเหลือเพื่อการลงทุนด้านการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงาน จากการใช้เทคโนโลยีข้ามภาคส่วนที่มีศักยภาพสูง (สนับสนุนโดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ)<br />
1.1.4 Child care service<br />
- กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (Federal Ministry for Family, Seniors, Women and Youth) ริเริ่มโครงการ Corporate Child Care โดยให้สนับสนุนด้านเงินอุดหนุนในการจัดตั้งส่วนบริการดูแลเด็กภายในบริษัท<br />
1.2 ประเภทเฉพาะกลุ่มธุรกิจ (Sector specific)<br />
1.2.1 เงินช่วยเหลือ พร้อมมาตรการสนับสนุนจำนวนมากถูกใช้ไปในการพัฒนานวัตกรรม ที่กระตุ้นให้เกิดกิจกรรมการค้า (Commercialization) ในกลุ่มธุรกิจต่อไปนี้<br />
- เทคโนโลยีเชิงนวัตกรรมเต็มรูปแบบ (Innovative port Technology): สนับสนุนโครงการที่มุ่งพัฒนา หรือปรับเทคโนโลยีเชิงนวัตกรรมแบบเต็มรูปแบบ การจัดการสินค้า ประเภทคาร์โก้ให้เหมาะสม และการพัฒนาเทคโนโลยีโลจิสติกส์ให้เป็นระบบดิจิทัล<br />
- โครงการพัฒนายานพาหนะไร้คนขับ ที่ควบคุมระบบควบคุมรถอัตโนมัติ (Automated and networked driving) นำโดยกระทรวงคมนาคม: ให้การสนับสนุนโครงการพัฒนานวัตกรรมระบบอัตโนมัติ การเชื่อมต่อ และสื่อสารระหว่างเครือข่ายการจราจรต่างๆ<br />
- BioEconomy 2030 ภายใต้การกำกับของกระทรวงการศึกษาและวิจัย: ให้การสนับสนุนด้านนวัตกรรม และการวิจัยภาคเกษตรกรรม และการพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ รวมทั้งการพัฒนาด้านเทคโนโลยีจีโนม (GENOME) เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงพิมพ์เขียว ดีเอ็นเอของเซลล์และยีนทั้ง ของมนุษย์และสัตว์<br />
- โครงการนวัตกรรมแห่งธรรมชาติ (Environmental Innovation Program): ภายใต้การกำกับของกระทรวงสิ่งแวดล้อม ได้มีการส่งเสริมการพัฒนาที่ครอบคลุมบริเวณกว้าง และการเริ่มผสมผสานกระบวนการทางเทคโนโลยีที่หลีกเลี่ยง หรือลดผลกระทบต่อธรรมชาติ<br />
- อุตสาหกรรมการบินพลเรือน (Civil aviation industry): กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ เสนอเงินช่วยเหลือสำหรับการพัฒนาเครื่องบินที่มีเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีระบบเครื่องที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อผู้โดยสาร<br />
- ธุรกิจด้านสุขภาพ (Health care and wellness business): กระทรวงการศึกษาและวิจัยเสนอเงินช่วยเหลือในส่วนของการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการบำบัดรักษาเชื้อแบคทีเรีย<br />
1.2.2 SMEs: การสนับสนุนด้านเงินช่วยเหลือด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) แก่ SMEs ในสาขา เทคโนโลยีชีวภาพ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีการวิจัยวัสดุ เทคโนโลยีทางการแพทย์ เทคโนโลยีเพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีการสื่อสาร<br />
1.2.3 ธุรกิจการบริการสร้างสรรค์: การศึกษา, การจัดงาน, การออกแบบ, สารสนเทศในรูปแบบดิจิตอล: รัฐบาลเยอรมันให้ส่งเสริมอุตสาหกรรมศิลปะสร้างสรรค์ของเยอรมัน ผ่านการให้เงินรางวัล หรือเงินสนับสนุนโครงการต่างๆ<br />
2. เงินกู้ผ่อนปรน (Soft loans)<br />
2.1 ประเภทธุรกิจข้ามภาคส่วน (Cross-sector)<br />
2.1.1 การลงทุนในพื้นที่ชนบทและในรัฐใหม่ของเยอรมนี<br />
- กองทุนสำหรับกิจกรรมทางธุรกิจ เพื่อการเติบโต และการแข่งขัน: เงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม เพิ่มอำนาจทางเศรษฐกิจ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว และสภาพความเป็นอยู่ในพื้นที่ชนบท<br />
- กองทุนสำหรับกิจกรรมทางธุรกิจ เพื่อการพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจของภูมิภาค: เงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรักการลงทุนที่สร้างงานเพื่อการแข่งขันอย่างถาวรในภูมิภาคที่โครงสร้างเศรษฐกิจอ่อนแอ และรัฐใหม่<br />
2.1.2 Start-ups / SMEs / Mittlestand<br />
- รัฐบาลมลรัฐ และรัฐบาลกลาง เสนอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้แก่ Start-ups<br />
- สำนักงานส่งเสริมการลงทุนของเยอรมนี (GTAI) ให้การสนับสนุน Start-ups ในการสร้างเครือข่ายและหาข้อมูลตลาด <br />
- โครงการ ERP ของธนาคารเคเอฟดับเบิลยู เสนอ เงินกู้ผ่อนปรนให้แก่ SMEs Start-ups และ Mittlestand จำนวนสูงสุดไม่เกิน 25 ล้านยูโร ด้วยดอกเบี้ย 1% p.a. สำหรับ 5 ปีแรก โดยที่โครงการนี้ครอบคลุมไปถึงการลงทุน และกิจกรรมทางธุรกิจในต่างประเทศด้วย<br />
2.2. ประเภทเฉพาะกลุ่มธุรกิจ (Sector specific) <br />
2.2.1 กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร: เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อเป็นเงินทุนช่วยเหลือในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจที่จำเป็นของธุรกิจกลุ่มดังกล่าว<br />
2.2.2 กลุ่มพลังงานทดแทน: “Energie aus dem Land” พลังงานจากพื้นที่ชนบท โดยให้การสนับสนุนผ่านเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับการลงทุนในขั้นตอนกรผลิต การเก็บ และการจัดจำหน่ายพลังงานทดแทนจากพื้นที่ชนบท<br />
3. ศูนย์ให้คำปรึกษา สร้างเครือข่าย และบริการข้อมูล<br />
3.1 ประเภทธุรกิจข้ามภาคส่วน (Cross-sector)<br />
3.1.1 สำหรับผู้อพยพ (refugee): บริการให้คำปรึกษาในด้านการบูรณาการด้านการดำเนินงานของผู้อพยพ โดยที่ผู้ให้บริการในแต่ละรัฐจะแตกต่างกัน<br />
3.1.2 สำหรับ SMEs: <br />
- Kompetenzzentrum Fachkräftesicherung (KOFA) เป็นศูนย์พัฒนาศักยภาพ สำหรับแรงงานมีฝีมือ (บริหารโดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ และกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม) ให้การสนับสนุน SMEs เพื่อให้คงความสามารถในการแข่งขัน ในขณะเดียวกัน สามารถจัดโปรแกรมการฝึกอบรม และพัฒนาทักษะ เพื่อใช้ดึงดูดแรงานมีฝีมือได้<br />
- กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ ช่วยจัดหาช่องทางการติดต่อธุรกิจในต่างประเทศ และจัดทำโครงการพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดให้แก่ SMEs ที่ต้องการหาช่องทางในตลาดต่างประเทศ<br />
- Innovation forum SMEs จัดโดย กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ ให้การสนับสนุนด้านการจัดตั้งและพัฒนา เครือข่ายสหสาขาวิชาชีพทั้งในระดับท้องถิ่น และระหว่างภูมิภาค ระหว่าง Start-ups / SMEs / Mittlestrand สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย และ หุ้นส่วนที่เหมาะสมในสาขานวัตกรรมต่างๆ <br />
3.1.3 Digitalization<br />
- กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ ได้จัดโครงการอย่าง “go-digital” เพื่อเป็นการสนับสนุน SMEs ให้ได้รับคำปรึกษาจากผู้เชียวชาญในด้านการสร้าง และขยายระบบอทีภายในบริษัท การรักษาความปลอดภัยด้านไอที การตลาดอินเตอร์เน็ต และกระบวนการทางธุรกิจดิจิตอล สำหรับกิจการทุกขนาด<br />
3.1.4 พลังงานทดแทน<br />
- Climate Protection Initiative โดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมให้การสนับสนุนด้านการให้คำปรึกษาที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นด้านการวางแผนเตรียมพร้อมและการนำคอนเซ็ปต์การปกป้องสภาพภูมิอากาศไปปฏิบัติ การดำเนินการตามโมเดลประหยัดพลังงงาน การลงทุนด้านการปกป้องสภาพภูมิอากาศสำหรับกิจการทุกขนาด<br />
3.2 ประเภทเฉพาะกลุ่มธุรกิจ (Sector specific)<br />
3.2.1 กลุ่มพลังงานทดแทน<br />
- รับให้คำปรึกษาเป็นไปตามข้อตกลง สำหรับนักลงทุนเยอรมันที่ต้องการไปลงทุนในโครงการด้านพลังงานทดแทนและการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในต่างประเทศ (โดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังานแห่งชาติ)<br />
3.2.2 กลุ่มการค้าระหว่างประเทศ<br />
- การให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ“entrepreneurial know-how”: คำแนะนำด้านเศรษฐกิจ การเงิน บุคลากร และปัญหาต่างๆเกี่ยวกับองค์กรจากการค้ากับต่างประเทศ (จัดโดย Bundesamtes für Wirtschaft und Ausfuhrkontrolle (BAFA) ซึ่งคล้ายกับสถาบันอบรมที่จัดโดยกรมการค้าต่างประเทศ)<br />
- ให้บริการด้านคำปรึกษาเกี่ยวกับศูนย์ฝึกทักษะอาชีพ โดยผู้เข้ารับการอบรมทั้งใน และต่างประเทศ (จัดโดย BAFA)<br />
3.2.3 กลุ่มธุรกิจดิจิทัล และเทคโนโลยีขั้นสูง<br />
- โปรแกรมการให้คำปรึกษาแบบเร่งรัด สำหรับนักลงทุนใหม่ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดในอเมริกา (จัดโดยกระทรวงเศรษฐกิจ และพลังงานแห่งชาติ)<br />
3.2.4 กลุ่มวิทยาศาสตร์ชีวภาพ<br />
- โปรแกรมการให้คำปรึกษาแบบเร่งรัด สำหรับนักลงทุนใหม่ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดในอเมริกา (จัดโดยกระทรวงเศรษฐกิจ และพลังงานแห่งชาติ)<br />
3.2.5 กลุ่มเกษตรกรรม<br />
- กระทรวงเกษตร มีบริการให้คำปรึกษา และข้อมูลหลักสูตรการเปลี่ยนพื้นที่เกษตรกรรมให้เป็นการทำเกษตรอินทรีย์ และกระบวนการผลิตสีเขียวให้แก่เกษตรกร และธุรกิจที่เกี่ยวกับการเกษตรโดยไม่คิดด่าใช้จ่าย<br />
- กระทรวงเกษตร เสนอการสนับสนุนด้านความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่างบริษัทต่างประเทศ ในด้านอุปทานอาหารของโลก เช่น การแลกเปลี่ยนนักวิทยาศาสตร์ แบบทวิภาคี เพื่อการสร้าง และคงความสัมพันธ์ทางด้านวิทยาศาสตร์ รวมทั้งความร่วมมือระหว่างประเทศบนพื้นฐานข้อตกลงทวิภาคีกับประเทศคู่ค้าที่ถูกเลือก<br />
Modified:10/12/2017 01:13:20
-
ก้าวใหม่ของ Fashion Design และ Creative Design ไทย – บราซิลเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์
Modified:28/01/2018 19:00:29
Sort by relevance | Sorted by date
