ค้นหา
About 131 results
-
เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เข้าร่วมการประชุมโต๊ะกลม ครั้งที่ 24 (the 24th Roundtable Implementation Meeting)
เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2567 นางสาวมรกต ศรีสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เข้าร่วมการประชุมโต๊ะกลมครั้งที่ 24 (the 24th Roundtable Implementation Meeting)Modified:09/12/2024 10:41:38
-
สปป. ลาวส่งเสริมการผลิตพลังงานหมุนเวียนเพื่อส่งออก
ดร. สีนาวา สุพานุวง รองรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว กล่าวว่า สปป. ลาวมีศักยภาพ ในการผลิตไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ซึ่งมีกำลังการผลิตตั้งแต่ 10,000 - 15,000 เมกะวัตต์ ในขณะที่พลังงานลมอาจสูง ถึง 100,000 เมกะวัตต์ โดยกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เท่ากับครึ่งหนึ่งของศักยภาพการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำของ สปป. ลาว ซึ่งคาดว่าจะสูงถึง 30,000 เมกะวัตต์ การผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานที่หลากหลายจะช่วยให้ สปป. ลาวไม่ต้องนำเข้าไฟฟ้าจากไทยในฤดูแล้งModified:02/11/2021 15:20:24
-
โครงการไฟฟ้าน้ำเทิน 1 เริ่มกักเก็บน้ำ
เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว ดร. คำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว ได้เข้าร่วมพิธีเริ่มการกักเก็บน้ำ ของโครงการไฟฟ้าน้ำเทิน 1 โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:06/05/2021 09:40:47
-
BCPG สนใจสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลมใหญ่ที่สุดในอาเซียนใน สปป. ลาว
บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) (BCPG) มีแผนพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลมใหญ่ที่สุดในอาเซียนใน สปป. ลาวเพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค โครงการดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณแขวงเซกองและแขวง อัดตะปือทางตอนใต้ของ สปป. ลาว ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 64,000 เฮกตาร์ มีมูลค่าการก่อสร้างทั้งหมด 840 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีกำลังการผลิต 600 เมกะวัตต์ โดยคาดว่ากระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้จะจำหน่ายให้รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าเวียดนาม (EVN)Modified:25/01/2021 11:49:23
-
พิธีวางศิลาฤกษ์โครงการสายส่งไฟฟ้าไปยังทางรถไฟลาว – จีน
เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2562 นายทองพัด อินทะวง รองรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว นาย Jiang Zaidong เอกอัครราชทูตจีนประจำ สปป. ลาว นาย Chen Yunpeng รองประธานบริษัท China Southern Power Grid (CSG) นายบุนอุ้ม สีวันพัง ผู้อำนวยการใหญ่รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว และนาย Ding Xingzhong ผู้อำนวยการ Yunnan Energy Bureau ได้ร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการสายส่งไฟฟ้าไปยังทางรถไฟลาว - จีน ณ สถานีไฟฟ้า โคกสะอาด นครหลวงเวียงจันทน์ โดยจะติดตั้งสายส่งไฟฟ้าขนาด 115 กิโลโวลต์ จำนวน 20 สายส่ง รวม 268 กม. และจะขยาย 11 สายส่งใน 10 สถานีย่อย เพื่อส่งไฟฟ้าจากสายส่งของรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาวไปยัง 10 เสาย่อยของทางรถไฟ โดยผ่าน 5 แขวง ได้แก่ แขวงหลวงน้ำทา อุดมไซ หลวงพระบาง เวียงจันทน์ และนครหลวงเวียงจันทน์ โดยได้เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือน ธ.ค. 2562 และจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน มี.ค. 2564 เพื่อให้ทันตามกำหนดการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีนที่จะแล้วเสร็จในเดือน ธ.ค. 2564Modified:20/01/2021 10:10:24
-
Vietnam to purchase more electricity from Laos
Vietnam has expressed an interest in buying more electricity from Laos as energy consumption in the country has surged in recent years.Modified:25/04/2018 14:48:30
-
ประชาสัมพันธ์งาน Energy Storage Europe 2018 วันที่ 13 - 15 มีนาคม 2561 ที่เมืองดึสเซ็ลดอล์ฟ
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลินประชาสัมพันธ์ฯ งาน Energy Storage Europe 2018 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 13 - 15 มีนาคม 2561 ณ เมืองดึสเซ็ลดอร์ฟ เยอรมนี โดยสมาคมอุตสาหกรรมการเก็บพลังงานเยอรมัน เพื่อเป็นแสดงสินค้าและนวัตกรรมลักษณะ B2B ด้านการเก็บพลังงาน (energy storage) ที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งโลกModified:30/01/2018 23:48:32
-
ประชาสัมพันธ์งาน Energy Storage Europe 2018 วันที่ 13 - 15 มีนาคม 2561 ที่เมืองดึสเซ็ลดอล์ฟ
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลินประชาสัมพันธ์ฯ งาน Energy Storage Europe 2018 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 13 - 15 มีนาคม 2561 ณ เมืองดึสเซ็ลดอร์ฟ เยอรมนี โดยสมาคมอุตสาหกรรมการเก็บพลังงานเยอรมัน เพื่อเป็นแสดงสินค้าและนวัตกรรมลักษณะ B2B ด้านการเก็บพลังงาน (energy storage) ที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งโลกModified:30/01/2018 23:48:32
-
การสนับสนุนผู้ประกอบการสตรีไทยในเยอรมนี
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2560 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดกิจกรรมเสวนา Empowering Women through Entrepreneurship and Startups in Berlin ระหว่างเวลา 16.00-18.00 น. ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ของกรุงเบอร์ลินในการสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ รับฟังทิศทางและนโยบายในอนาคตของกรุงเบอร์ลิน ในฐานะที่เป็นเมืองหลวงของธุรกิจ startup ของเยอรมนีและยุโรป รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ชาวไทยและชาวเยอรมัน โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจสตรีModified:10/12/2017 01:30:27
-
การสนับสนุนผู้ประกอบการสตรีไทยในเยอรมนี
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2560 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดกิจกรรมเสวนา Empowering Women through Entrepreneurship and Startups in Berlin ระหว่างเวลา 16.00-18.00 น. ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ของกรุงเบอร์ลินในการสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ รับฟังทิศทางและนโยบายในอนาคตของกรุงเบอร์ลิน ในฐานะที่เป็นเมืองหลวงของธุรกิจ startup ของเยอรมนีและยุโรป รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ชาวไทยและชาวเยอรมัน โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจสตรีModified:10/12/2017 01:30:27
-
Adlershof Science and Innovation Park – ต้นแบบอุทยานวิทยาศาสตร์ของเยอรมนี
Adlershof Science Park เป็นอุทยานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมต้นแบบชั้นนำของประเทศเยอรมนี ที่เป็นศูนย์รวมของหน่วยงานด้านวิจัยและนวัตกรรม ได้แก่ ที่มีทั้งศูนย์เทคโนโลยีและศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (Incubator) กว่า 90 แห่งกระจายไปตามสาขาต่าง ๆ สถาบันวิจัยมากมายทั้งที่ไม่ใช่มหาลัยและสถาบันในระดับมหาวิทยาลัย เช่น Humboldt University รวมแล้วกว่า 20 แห่ง และบริษัทต่าง ๆ มากกว่า 1,000 แห่ง ในนิคมอุตสาหกรรมย่อย ๆ กว่า 16 โครงการ โดยมีบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีขั้นสูง 460 แห่ง มีพนักงานทั้งหมด 16,000 คน <br />
Adlershof เป็นนิคมวิจัยที่มีสิ่งแวดล้อม (eco-system) ที่เหมาะสมสำหรับเอกชนในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัทเอกชน สอดคล้องกับหลักการที่ว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ควรประกอบด้วยองค์ประกอบสามส่วนในการสร้างนวัตกรรม (innovation triple helix) ได้แก่ 1. บริษัทเอกชน ซึ่งเป็นที่มาของแหล่งเงินทุนแอละโจทย์การวิจัย 2. สถาบันวิจัย ซึ่งเป็นแหล่งที่มาขององค์ความรู้และการวิจัยประยุกต์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย เช่น ห้องแล็บ และ 3. สถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของการวิจัยขั้นพื้นฐานและเป็นผู้สร้างนักวิจัยที่มีคุณภาพ <br />
ด้วยเหตุนี้ Adlershof จึงประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการสร้างนวัตกรรมที่เอกชนสามารนำไปสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้ และสามารถขยายโครงสร้างองค์การอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันมีส่วนให้บริการมากมาย ศูนย์บริการหลักๆ ได้แก่ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (incubator) ที่ให้บริการผู้ประกอบการ หรือ บริษัทตั้งแต่ ด้านการจัดเตรียมเอกสาร ใบอนุญาต ด้านการตลาด และการส่งต่อเทคโนโลยี ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัลในSMEs และ ศูนย์วิจัยข้อมูลทางสถิติ <br />
หัวใจของ Adlershof คือ ศูนย์วิจัยในสาขาต่าง ๆ ได้แก่ ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและสิ่งแวดล้อม ศูนย์วิจัย Photonics and Optics ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและมัลติมีเดีย ศูนย์วิจัย Microsystems and Materials และศูนย์วิจัยเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy)<br />
การทำงานของ Adlershof เริ่มตั้งแต่การปูรากฐานการทำวิจัย การทํางานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานวิจัยและบริษัทผู้ผลิต เพื่อปรับปรุง และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง และสามารถนำไปสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ประกอบกับการมีเครือข่ายที่กว้างขวาง Adlershof จึงช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของบริษัทในการพบปะกับบริษัทชั้นนำมากมาย<br />
ลักษณะสำคัญของ Adlershof คือ <br />
1. การที่รัฐบาลริเริ่มโครงการแล้วส่งต่อให้ภาคเอกชนเป็นผู้บริหารจัดการ ด้วยแนวทางการบริหารแบบเอกชนนี้เอง ปัจจุบันมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นภายใน Adlershof กว่า 70% ของรายได้ต่อปีกว่า 2 พันล้านยูโร จึงมาจากภาคเอกชน<br />
2. จุดมุ่งหมายในการทำการวิจัย คือ เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ใช้การได้มากกว่าหารายได้จากแหล่งอื่น ๆ ไม่เน้นการสร้างงานวิจัยเพื่อผลงานทางวิชาการ แต่ไม่นำมาปรับใช้ หรือที่เรียกว่า ขึ้นหิ้ง<br />
3. การสร้างเครือข่ายจากจุดแข็งของกรุงเบอร์ลิน ในการเป็นศูนย์บ่มเพาะธุรกิจสำหรับ Start-ups ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 1 ของโลก <br />
4. มุ่งแสวงหาผู้ประกอบการรายใหม่ (“incubees”) เพื่อนำมาบ่มเพาะกับเทคโนโลยี และร่วมมือกับ บริษัท ขนาดใหญ่ที่อาจมีการแตกหน่อทางธุรกิจใหม่ ๆ<br />
จากการเยี่ยมศึกษาดูงานที่ Adlershof ของ ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2560 ฝ่ายไทยได้เล็งเห็นถึงโอกาสที่จะเรียนรู้ประสบการณ์จาก Adlershof รวมทังขยายความร่วมมือระหว่าง Adlershof กับอุทยานวิทยาศาสตร์ของไทย ทั้งด้าโดยเฉพาะด้าน การวางระบบศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเพื่อให้ผู้ประกอบการเข้มแข็งและมีการลงทุนด้าน R & D อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลทางธุรกิจมากที่สุด และการศึกษาโครงสร้างเครือข่าย R & D ของ Adlershof ให้แก่ผู้ประกอบการตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ที่ไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งกับผู้ประกอบการระดับ high-tech หรือ mid-tech ได้ <br />
Modified:10/12/2017 02:10:28
-
Adlershof Science and Innovation Park – ต้นแบบอุทยานวิทยาศาสตร์ของเยอรมนี
Adlershof Science Park เป็นอุทยานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมต้นแบบชั้นนำของประเทศเยอรมนี ที่เป็นศูนย์รวมของหน่วยงานด้านวิจัยและนวัตกรรม ได้แก่ ที่มีทั้งศูนย์เทคโนโลยีและศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (Incubator) กว่า 90 แห่งกระจายไปตามสาขาต่าง ๆ สถาบันวิจัยมากมายทั้งที่ไม่ใช่มหาลัยและสถาบันในระดับมหาวิทยาลัย เช่น Humboldt University รวมแล้วกว่า 20 แห่ง และบริษัทต่าง ๆ มากกว่า 1,000 แห่ง ในนิคมอุตสาหกรรมย่อย ๆ กว่า 16 โครงการ โดยมีบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีขั้นสูง 460 แห่ง มีพนักงานทั้งหมด 16,000 คน <br />
Adlershof เป็นนิคมวิจัยที่มีสิ่งแวดล้อม (eco-system) ที่เหมาะสมสำหรับเอกชนในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัทเอกชน สอดคล้องกับหลักการที่ว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ควรประกอบด้วยองค์ประกอบสามส่วนในการสร้างนวัตกรรม (innovation triple helix) ได้แก่ 1. บริษัทเอกชน ซึ่งเป็นที่มาของแหล่งเงินทุนแอละโจทย์การวิจัย 2. สถาบันวิจัย ซึ่งเป็นแหล่งที่มาขององค์ความรู้และการวิจัยประยุกต์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย เช่น ห้องแล็บ และ 3. สถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของการวิจัยขั้นพื้นฐานและเป็นผู้สร้างนักวิจัยที่มีคุณภาพ <br />
ด้วยเหตุนี้ Adlershof จึงประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการสร้างนวัตกรรมที่เอกชนสามารนำไปสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้ และสามารถขยายโครงสร้างองค์การอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันมีส่วนให้บริการมากมาย ศูนย์บริการหลักๆ ได้แก่ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (incubator) ที่ให้บริการผู้ประกอบการ หรือ บริษัทตั้งแต่ ด้านการจัดเตรียมเอกสาร ใบอนุญาต ด้านการตลาด และการส่งต่อเทคโนโลยี ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัลในSMEs และ ศูนย์วิจัยข้อมูลทางสถิติ <br />
หัวใจของ Adlershof คือ ศูนย์วิจัยในสาขาต่าง ๆ ได้แก่ ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและสิ่งแวดล้อม ศูนย์วิจัย Photonics and Optics ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและมัลติมีเดีย ศูนย์วิจัย Microsystems and Materials และศูนย์วิจัยเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy)<br />
การทำงานของ Adlershof เริ่มตั้งแต่การปูรากฐานการทำวิจัย การทํางานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานวิจัยและบริษัทผู้ผลิต เพื่อปรับปรุง และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง และสามารถนำไปสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ประกอบกับการมีเครือข่ายที่กว้างขวาง Adlershof จึงช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของบริษัทในการพบปะกับบริษัทชั้นนำมากมาย<br />
ลักษณะสำคัญของ Adlershof คือ <br />
1. การที่รัฐบาลริเริ่มโครงการแล้วส่งต่อให้ภาคเอกชนเป็นผู้บริหารจัดการ ด้วยแนวทางการบริหารแบบเอกชนนี้เอง ปัจจุบันมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นภายใน Adlershof กว่า 70% ของรายได้ต่อปีกว่า 2 พันล้านยูโร จึงมาจากภาคเอกชน<br />
2. จุดมุ่งหมายในการทำการวิจัย คือ เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ใช้การได้มากกว่าหารายได้จากแหล่งอื่น ๆ ไม่เน้นการสร้างงานวิจัยเพื่อผลงานทางวิชาการ แต่ไม่นำมาปรับใช้ หรือที่เรียกว่า ขึ้นหิ้ง<br />
3. การสร้างเครือข่ายจากจุดแข็งของกรุงเบอร์ลิน ในการเป็นศูนย์บ่มเพาะธุรกิจสำหรับ Start-ups ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 1 ของโลก <br />
4. มุ่งแสวงหาผู้ประกอบการรายใหม่ (“incubees”) เพื่อนำมาบ่มเพาะกับเทคโนโลยี และร่วมมือกับ บริษัท ขนาดใหญ่ที่อาจมีการแตกหน่อทางธุรกิจใหม่ ๆ<br />
จากการเยี่ยมศึกษาดูงานที่ Adlershof ของ ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2560 ฝ่ายไทยได้เล็งเห็นถึงโอกาสที่จะเรียนรู้ประสบการณ์จาก Adlershof รวมทังขยายความร่วมมือระหว่าง Adlershof กับอุทยานวิทยาศาสตร์ของไทย ทั้งด้าโดยเฉพาะด้าน การวางระบบศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเพื่อให้ผู้ประกอบการเข้มแข็งและมีการลงทุนด้าน R & D อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลทางธุรกิจมากที่สุด และการศึกษาโครงสร้างเครือข่าย R & D ของ Adlershof ให้แก่ผู้ประกอบการตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ที่ไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งกับผู้ประกอบการระดับ high-tech หรือ mid-tech ได้ <br />
Modified:10/12/2017 02:10:29
-
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเยือนนครรีโอเดจาเนโร
ระหว่างวันที่ 8 – 10 สิงหาคม 2560 พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและคณะเยือนบราซิลModified:28/08/2017 19:45:07
-
แขวงเวียงจันทน์เตรียมสร้างเขื่อนไฟฟ้า 19 แห่ง
นายรุ่งทอง คำลาสี หัวหน้าฝ่ายธุรกิจพลังงาน แผนกพลังงานและบ่อแร่ แขวงเวียงจันทน์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันแขวงเวียงจันทน์มีการก่อสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าModified:10/08/2017 10:13:36
-
โรงไฟฟ้าของเดนมาร์กเลิกใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง
โรงไฟฟ้าในเดนมาร์กได้เปลี่ยนมาใช้เศษไม้และลังไม้เป็นเชื้อเพลิงแทนการใช้ถ่านหินเพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ล่าสุด โรงไฟฟ้า Studstrupværket ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองออร์ฮูสและเป็นโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในเดนมาร์กที่เริ่มเปิดใช้ไปเมื่อ 2 ปีที่แล้วได้เปลี่ยนจากการใช้ถ่านหินมาใช้ไม้ <br />
Modified:19/03/2017 11:14:50
-
บริษัทต่างชาติสนใจเข้าซื้อธุรกิจโรงงานน้ำตาลในบราซิล
ปัจจุบันมีบริษัทต่างชาติหลายบริษัทให้ความสนใจซื้อกิจการโรงงานน้ำตาลในบราซิล เพราะเห็นโอกาสทางธุรกิจจากการที่อุตสาหกรรมน้ำตาลโลกจะมีกำลังการผลิตลดลงในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าModified:15/08/2017 23:32:16
-
งานแสดงสินค้าในปี 2560 ของมอนเตเนโกร
ปฏิทินงานแสดงสินค้าประจำปี 2560 ของมอนเตเนโกรModified:25/01/2017 20:30:32
-
4 ปัจจัยความสำเร็จในการจัดการขยะแบบสวีเดน
ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนกับประชาชนอย่างเป็นระบบ เมื่อผนวกกับการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้งทำให้สวีเดนกลายเป็นประเทศผู้นำด้านการบริหารจัดการขยะและการผลิตพลังงานจากขยะ (Waste-to-Energy) ในระดับนานาชาติModified:05/08/2016 15:56:35
-
การใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในเดนมาร์กจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 8 ในปี ค.ศ. 2025
Modified:19/03/2017 11:04:23
-
ตามติดเทรนด์พลังงานเอเชียกับงาน Asia Power Week 2016 ที่เกาหลีใต้
สิ่งแรก ๆ เมื่อนึกถึง “เกาหลีใต้” คงหนีไม่พ้นสัญชาติของมือถือยี่ห้อดัง และกระแสเคป็อปและซีรี่ส์ ที่ดึงดูดให้คนหลั่งไหลไปท่องเที่ยวไปตามรอยศิลปินและนักแสดงที่ชื่นชอบ แต่เกาหลีใต้มีความโดดเด่นด้านอื่น ๆ อีกมาก นอกจากอิทธิพลด้านอุตสาหกรรมบันเทิง เกาหลีใต้เป็นผู้นำด้านการจัดการผังเมือง และด้านพลังงานที่โดดเด่นเป็นอันดับต้นของโลกModified:24/05/2016 15:14:24
Sort by relevance | Sorted by date
