ค้นหา
About 130 results
-
ภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 10 ลดอัตราเงินออกนอกประเทศ
นับตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 เป็นต้นมา กรมภาษี กระทรวงการเงิน ได้จัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้าติดตัวผู้โดยสารร้อยละ 10 ของมูลค่าสินค้าที่ติดตัวมีมูลค่าเกิน 50 ดอลลาร์สหรัฐ ที่บริเวณด่านเก็บภาษีสะพานมิตรภาพแห่งที่ 1 นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือพลเมืองลาวและคนต่างชาติที่เดินทางเข้า-ออก สปป. ลาว
<br />
<br />
เจ้าหน้าที่ประจำด่านเก็บภาษีสะพานมิตรภาพแห่งที่ 1 แจ้งว่า นับตั้งแต่การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 10 เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2559 เป็นต้นมา จำนวนรถยนต์ที่ผ่านเข้า-ออก ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง และอัตราการเข้ามาซื้อสินค้าลดลงร้อยละ 70-80 โดยปัจจุบันผู้ที่เดินทางเข้า-ออก ประเทศ ส่วนใหญ่จะมีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวและการรักษาสุขภาพ
<br />
<br />
ทั้งนี้ มูลค่าการจัดเก็บภาษีนับตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน 2559 – วันที่ 31 มกราคม 2560 มีมูลค่ารวม 115.5 ล้านกีบ เฉลี่ยรายรับวันละ 2-3 ล้านกีบ ถึงแม้ว่าจะมีรายรับจากการเก็บภาษีที่ไม่สูงมากนัก แต่ตนคิดว่าในด้านอื่นๆจะส่งผลดีตามมา ทั้งนี้ ข้อดีของการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มมีหลายประการ เช่น ทำให้อัตราการซื้อสินค้าจากต่างประเทศลดลงและทำให้เงินไม่รั่วไหลออกนอกประเทศ นอกจากนี้ยังทำให้ธุรกิจภายในประเทศเสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
<br />
<br />
<i><font color="#898989">ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสารประเทศลาว ฉบับวันที่ 25 เมษายน 2560
<br />
ที่มารูปภาพ : ASTVผู้จัดการออนไลน์</font></i>Modified:30/05/2017 14:38:35
-
จีนเปลี่ยน “ภาษีธุรกิจ” เป็น “ภาษีมูลค่าเพิ่ม” เริ่มต้นในเซี่ยงไฮ้ บทสรุปใครได้? ใครเสีย?
กระแสข่าวเรื่อง “การปรับเปลี่ยนภาษีธุรกิจเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม” กำลังเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายกำลังติดตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคธุรกิจบริการในเซี่ยงไฮ้ เพราะว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจแรกที่จะถูกให้ทดลองใช้นโยบายใหม่นี้ในวันที่ 1 ม.ค. ของปีหน้า ซึ่งทางการจีนมุ่งหวังที่จะให้นโยบายดังกล่าวช่วยกระตุ้นการเติบโตของภาคธุรกิจ ขณะที่ภาคธุรกิจเองก็ยังมีความไม่ชัดเจนในผลดีหรือผลเสียที่ตนเองจะได้รับในอนาคตModified:27/02/2015 14:27:47
-
มุมมองนักวิเคราะห์เฉิงตูต่อการปฎิรูปการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีการค้าของจีน
กระทรวงการคลังจีนประกาศว่า จีนจะเริ่มทดลองเก็บ “ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT-增值税) แทนภาษีการค้า (营业税) ในภาคการขนส่งและภาคบริการบางประเภท” โดยจะลดอัตราการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม “ในภาคขนส่งจาก 17% เหลือ 11% และ ภาคบริการบางสาขาจาก 13% เหลือ 6%” การปฏิรูปการจัดเก็บภาษีดังกล่าว จะเริ่มต้นในวันที่ 1 ม.ค. 2555 โดยนครเซี่ยงไฮ้จะเป็นเมืองนำร่องใช้มาตรการดังกล่าว หลังจากนั้นจะขยายไปสู่ทั่วประเทศModified:25/02/2015 16:24:38
-
กว่างซีพร้อมแล้ว!!! นโยบายจัดเก็บภาษีใหม่ เปลี่ยน"ภาษีธุรกิจ" เป็น "ภาษีมูลค่าเพิ่ม"
ทางการกว่างซีพร้อมดำเนินนโยบาย “การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แทนที่การเก็บภาษีธุรกิจ (BT)” ในวันที่ 1 สิงหาคมศกนี้Modified:01/08/2013 08:35:26
-
จีนขยายพื้นที่ทดลองเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มแทนภาษีธุรกิจ
กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ว่า จีนประสบความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเก็บภาษีธุรกิจเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)Modified:28/10/2013 17:20:30
-
จีนเริ่มเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มแทนภาษีธุรกิจ - ธุรกิจโลจิสติกส์และธุรกิจวิทยุโทรทัศน์นำร่องการปฏิรูปภาษี
เมื่อวันที่ 28 พ.ค.56 กระทรวงการคลังและกรมภาษีแห่งชาติได้ประกาศดำเนินนโยบายการปรับเปลี่ยนภาษีธุรกิจ (Business Tax: BT) เป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value-added Tax: VAT) ในธุรกิจสาขาโลจิสติกส์และสาขาธุรกิจบริการสมัยใหม่บางสาขาทั่วประเทศจีน โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2556
Modified:31/05/2013 09:14:37
-
เอากับเขาบ้าง! กว่างซีดีเดย์ เปลี่ยน "ภาษีธุรกิจ" เป็น "ภาษีมูลค่าเพิ่ม" สิงหาคมนี้
ทางการกว่างซีเตรียมบังคับใช้ “นโยบายเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แทนที่ภาษีธุรกิจ (BT)” สิงหาคม ศกนี้Modified:23/05/2013 17:26:04
-
การประเมินความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ กรณีเปรียบเทียบระหว่าง สปป. ลาวและศรีลังกา
วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในศรีลังกาได้ก่อให้เกิดคำถามว่า สภาพเศรษฐกิจและการขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิง<br />
ที่เกิดขึ้นใน สปป. ลาว นั้น จะนำไปสู่สถานการณ์คล้ายคลึงเช่นที่เกิดขึ้นในศรีลังกาหรือไม่ เนื่องจากมีค่าดัชนี<br />
ชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายประการ อาทิ หนี้สาธารณะ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ อัตราเงินเฟ้อ ฯลฯ ที่บ่งชี้<br />
ไปในทิศทางดังกล่าว เป็นต้น<br />
<br />
ฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ได้รวบรวมข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายของทั้งสองประเทศ เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ ในการประเมินสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว <br />
โดยพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ 7 ประการ ประกอบด้วย (1) ภาพรวม (2) อัตราเงินเฟ้อ (3) เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ (4) หนี้สาธารณะ (5) นโยบายด้านการเงิน<br />
และการคลัง (6) แหล่งรายได้ใหม่ของประเทศ และ <br />
(7) ปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ที่จะช่วยให้<br />
ผู้อ่านสามารถเห็นภาพและพิจารณาในเบื้องต้นถึงปัจจัยและความแตกต่างของบริบททางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยมีรายละเอียด ดังนี้<br />
<br />
(1) ภาพรวม สปป. ลาว เป็นประเทศไม่มีทางออกทะเล (Land-locked Country) ตั้งอยู่ในภูมิภาคอาเซียน <br />
มีประชากรประมาณ 7 ล้านคน โดยประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร GDP ของ สปป. ลาว ในปี 2564 <br />
มีมูลค่าประมาณ 18,827 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 2.5) รายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร รวมเป็นร้อยละ 88 ของ GDP ขณะที่ศรีลังกา เป็นเกาะอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ มีประชากรประมาณ 21.92 ล้านคน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรเช่นเดียวกัน แต่รายได้ส่วนใหญ่ของประเทศพึ่งพาภาคบริการ และการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรไปยังต่างประเทศ โดย GDP ในปี 2564 มีมูลค่าประมาณ 84,518 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 1.8) <br />
<br />
วิกฤตเศรษฐกิจในศรีลังกามีสาเหตุหลักจากการบริหารจัดการของรัฐบาลด้านการเงิน การปรับลดภาษีอย่างกะทันหัน รวมถึงผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 รายรับส่วนใหญ่ของศรีลังกาพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวและเงินตราต่างประเทศอย่างมาก การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้รายได้ของประเทศลดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับหนี้ต่างประเทศจำนวนมากที่ไม่สามารถชำระได้ตามกำหนด เงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลง ค่าเงินอ่อน จึงนำไปสู่การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบกับปัญหาการเมืองและความเคลื่อนไหวของประชาชนภายในประเทศ จนนำไปสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจตามที่ปรากฏรายงานข่าว ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างศรีลังกากับ สปป. ลาว คือ สปป. ลาว มีเสถียรภาพทางการเมืองสูงและสถานการณ์ภายในประเทศสงบ รัฐบาลดำเนินนโยบายปรับโครงสร้างทางการเงินในประเทศผ่านการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารพาณิชย์ และร้านแลกเงินนอกระบบ มีการออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนจากธนาคารแห่ง สปป. ลาว (จำหน่ายแล้วร้อยละ 80) และกระทรวงการเงิน สปป. ลาว สปป. มีแหล่งรายได้ใหม่และแผนในการดำเนินการชำระหนี้ต่างประเทศ (ข้อมูลจากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (NEDA) ระบุว่า สปป. ลาวยังไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ต่อไทย) นอกจากนี้ สปป.ลาวยังมีรายได้จากการส่งสินค้าออก สามารถผลิตอาหารเพียงพอกับความต้องการในประเทศ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว การจับจ่ายซื้อขายสินค้า ยังดำเนินต่อเนื่อง <br />
<br />
Modified:16/09/2022 13:28:17
-
โอกาสและความท้าทายในการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าใน สปป. ลาว
ปัจจุบันยานยนต์ไฟฟ้าสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลกทั้งในด้านราคา เทคโนโลยีแบตเตอรี่ หลายประเทศเริ่มเปลี่ยน<br />
<br /><br />
มาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและพัฒนาระบบสถานีชาร์จไฟฟ้าตามสถานที่ต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น เพื่อลดมลพิษทางอากาศจาก<br />
<br /><br />
การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของยานพาหนะที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และลดกระทบจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก<br />
<br /><br />
<br />
<div>ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภาครัฐหลายประเทศมีนโยบายส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า อาทิ ยกเว้นภาษีจดทะเบียน <br />
<br /><br />
ภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนลดภาษีรถยนต์รายปี ให้ชาร์จไฟในจุดชาร์จสาธารณะ ให้เงินอุดหนุน ฟรีค่าผ่านทางและอื่น ๆ</div><br />
<br />
<div><br />
<br /><br />
สปป. ลาว รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนผู้นำเข้า ผู้ผลิต ผู้ใช้งาน รวมทั้งภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับ ยานยนต์ไฟฟ้า <br />
<br /><br />
โดยมีมติเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2564 ว่าด้วยนโยบายและแนวทางการดำเนินปฏิบัติในการเปลี่ยนไปสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า <br />
<br /><br />
เพื่อให้สอดคล้องกับวาระแห่งชาติว่าด้วยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการคลัง โดยเฉพาะมาตรการประหยัด ลดการนำเข้า<br />
<br /><br />
น้ำมันเชื้อเพลิง ลดการรั่วไหลของเงินตราต่างประเทศ อีกทั้งเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้า ที่สปป. ลาวมีศักยภาพ<br />
<br /><br />
ในการผลิตไฟฟ้า มีค่าไฟฟ้าถูกกว่าพื้นที่อื่น ๆ มีแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังน้ำและพลังงานทดแทนหลายแห่ง ซึ่งการส่งเสริม<br />
<br /><br />
ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจะช่วยให้รัฐบาลมีแหล่งรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
สปป. ลาว เปิดรับนักลงทุนที่มีความสนใจลงทุนในกิจการนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้า หรือร่วมพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ <br />
<br /><br />
อาทิ ศูนย์ซ่อมบำรุง ศูนย์ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่และประกอบเพื่อใช้ภายใน หรือส่งออก ผู้เชี่ยวชาญด้านแบตเตอรี่ และสถานี<br />
<br /><br />
ชาร์จไฟฟ้าตามจุดแวะพักรถ เป็นต้น โดยมีนโยบายพิเศษในการนำเข้าและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เช่น ภาษีนำเข้ายานยนต์<br />
<br /><br />
ไฟฟ้าร้อยละ 0 ภาษีสรรพสามิตร้อยละ 3 ภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 และไม่จำกัดโควตานำเข้าเพื่อให้สามารถแข่งขัน<br />
<br /><br />
ด้านราคาอีกด้วย <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
ภาครัฐเป็นต้นแบบของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าใน สปป. ลาว โดยเริ่มจากรถประจำตำแหน่งของรัฐ จากนั้น จะผลักดันให้รัฐวิสาหกิจ <br />
<br /><br />
ขนส่งสาธารณะ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไปใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าจำนวนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้อย่างน้อย<br />
<br /><br />
ร้อยละ 1 หรือประมาณ 20,000 คัน ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ 8,000 คัน รถโดยสารประจำทางและรถบรรทุกขนาดเล็ก 150 คัน <br />
<br /><br />
และรถยนต์ส่วนบุคคล 11,850 คันและกำหนดแผนพัฒนาสถานีชาร์จให้ได้อย่างน้อย 50 สถานี โดยจะเปลี่ยนจากสถานีบริการ<br />
<br /><br />
น้ำมันมาเป็นสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าตามเส้นทางหลวงและตัวเมืองใหญ่ภายในปี 2568 และเพิ่มจำนวนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า<br />
<br /><br />
ให้ได้ร้อยละ 30 และติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้า 100 สถานีภายในปี 2573 <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
ปัจจุบัน สปป. ลาว มีบริษัทตัวแทนจำหน่ายและนำเข้า ยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายจำนวน 10 แห่ง และบริษัทที่ได้รับอนุญาต<br />
<br /><br />
ดำเนินธุรกิจสถานีชาร์จไฟฟ้าจำนวน 10 แห่ง สถานีชาร์จไฟฟ้า 16 จุด โดย 1 จุดเป็นระบบชาร์จไฟฟ้าแบบเร็ว นอกจากนี้ <br />
<br /><br />
สปป. ลาวอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการกำหนดแผนพัฒนาสถานีชาร์จไฟฟ้า โดยกำหนดระยะทางทุก ๆ <br />
<br /><br />
100 กิโลเมตร ให้มีสถานีชาร์จไฟฟ้าแบบเร็ว 5 ตู้ โดยเฉพาะตามเส้นทางหลวงแห่งชาติ นครหลวงเวียงจันทน์ – อัดตะปือ<br />
<br /><br />
และนครหลวงเวียงจันทน์ - หลวงพระบาง จากข้อมูลกรมนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว <br />
<br /><br />
ระบุว่า มีการนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้าจากการช่วยเหลือขององค์การระหว่างประเทศ ภาคเอกชนนำเข้าเพื่อใช้ในโครงการ <br />
<br /><br />
และนำเข้าเพื่อจำหน่ายใน สปป. ลาวแล้วประมาณ 300 คัน (ไม่รวมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า) และตามข้อมูลแผนกโยธาธิการ</div><br />
<br />
<div>และขนส่ง นครหลวงเวียงจันทน์ มีรถยนต์ไฟฟ้าขึ้นทะเบียนแล้วจำนวน 166 คัน <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าใน สปป. ลาวยังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน อาทิ (1) การประสานงาน <br />
<br /><br />
และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมีความยุ่งยาก และใช้เวลานาน (2) สถานีชาร์จไฟฟ้ายังไม่ครอบคลุม<br />
<br /><br />
ทุกพื้นที่ ใช้งบประมาณสูง ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ใช้เวลาชาร์จนาน ขึ้นกับลักษณะ เทคนิคและเทคโนโลยีของรถแต่ละรุ่น <br />
<br /><br />
(3) หากพัฒนาระบบสถานีชาร์จไฟมีความจุแรงดันไฟฟ้าสูงเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อตัวรถ (4) หากไฟฟ้าบ้านไม่มีความเสถียร<br />
<br /><br />
หรือไม่เพียงพอก็อาจส่งผลกระทบต่อแบตเตอรี่ได้ และ (5) ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนและออกทะเบียนเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้า <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
<u>ข้อมูลอ้างอิง </u><br />
<br /><br />
<a class="txttohtmllink" href="https://www.peerpower.co.th/blog/investor/ev-and-investment/">https://www.peerpower.co.th/blog/investor/ev-and-investment/</a> <br />
<br /><br />
<a class="txttohtmllink" href="https://www.mem.gov.la/?page_id=195">https://www.mem.gov.la/?page_id=195</a> <br />
<br /><br />
<a class="txttohtmllink" href="https://www.laophattananews.com/archives/118296">https://www.laophattananews.com/archives/118296</a> </div><br />
Modified:22/08/2022 14:55:49
-
การประชุมคณะกรรมการอำนวยความสะดวกทางด้านการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 4
เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2565 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการ และการลงทุน สปป. ลาว เป็นหัวหน้าคณะกรรมการชี้นำในการอำนวยความสะดวกทางการค้าส่วนกลาง และเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยความสะดวกทางด้านการค้าทั่วประเทศ โดยมี ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว รองหัวหน้าคณะกรรมการชี้นำฯ รวมทั้งผู้แทน จากภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:28/02/2022 16:34:58
-
การประชุมสรุปผลการคุ้มครองการเก็บค่าธรรมเนียมจากธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงและแนวโน้มปี 2565
เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2564 ดร. บุนเหลือ สินไซวอระวง รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมสรุปผลการคุ้มครองการเก็บค่าธรรมเนียมจากธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงและแนวโน้มปี 2565 โดยมีหัวหน้ากรม รองหัวหน้ากรม ผู้แทนกรมที่เกี่ยวข้องขององค์การกวดกาแห่งรัฐ กระทรวงป้องกันความสงบ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า ธนาคารแห่ง สปป. ลาว ภาษี (ศุลกากร)-ส่วยสาอากรประจำนครหลวงเวียงจันทน์ ด่านภาษีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 (หนองคาย-เวียงจันทน์) และสมาคมน้ำมันเชื้อไฟเข้าร่วมModified:24/01/2022 15:59:18
-
สปป. ลาวเตรียมเสนอสร้างร่างกฎหมายว่าด้วยเขตเศรษฐกิจพิเศษ
เพื่อให้การพัฒนาและคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษทั่วประเทศมีประสิทธิผลดีขึ้น ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาและคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษ ปี 2564-2573 กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาวจึงมีแผนจะเสนอ<br />
ร่างกฎหมายว่าด้วยเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะมุ่งเน้นการพัฒนาและคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษตามวัตถุประสงค์<br />
และเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้<br />
Modified:10/01/2022 15:40:11
-
รัฐบาล สปป. ลาวตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนมูลค่า 43.95 ล้านล้านกีบในปี 2565
เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและ<br />
การลงทุน สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมสรุปแผนการ การลงทุน และการเงิน ประจำปี 2564 และแนวโน้ม<br />
ปี 2565 โดยมี นายพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี รองรัฐมนตรี หัวหน้ากรม รองหัวหน้ากรม และเจ้าหน้าที่<br />
ของกระทรวงแผนการฯ เข้าร่วม<br />
Modified:28/12/2021 10:19:04
-
การประชุมสรุปเกี่ยวกับการพัฒนาและคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษใน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและ การลงทุน สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมสรุปบทเรียน ปัญหาคงค้างและแนวทางการแก้ไขในอนาคตเกี่ยวกับ การพัฒนาและคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) ในช่วงปี 2559 - 2563 และแผนงานปี 2564 - 2568 ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีนางคำจัน วงแสนบูน รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว รองเจ้าครองนครหลวงเวียงจันทน์ และรองเจ้าแขวงที่มี SEZ ตั้งอยู่ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเข้าร่วมModified:28/12/2021 09:38:32
-
รัฐบาล สปป. ลาวออกนโยบายส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าใน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2564 รัฐบาล สปป. ลาวได้ออกมติว่าด้วยการรับรองและการประกาศใช้นโยบาย การใช้รถไฟฟ้าใน สปป. ลาว เพื่อดำเนินการตามวาระแห่งชาติว่าด้วยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการคลัง โดยเฉพาะมาตรการประหยัด ลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศเพื่อลดการรั่วไหลของเงินตราต่างประเทศ ลดค่าใช้จ่ายของผู้ใช้ยานพาหนะและการก่อมลพิษจากรถที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่ง สปป. ลาวมีศักยภาพในการผลิต โดยตั้งเป้าจำนวนการใช้รถไฟฟ้าคิดเป็นร้อยละ 1 ของผู้ใช้ยานพาหนะภายใน ปี 2568 และร้อยละ 30 ภายในปี 2573 มติดังกล่าวสรุปสาระสำคัญ ดังนี้Modified:29/10/2021 09:26:44
-
นายกรัฐมนตรี สปป. ลาวออกคำสั่งเพิ่มทวีการคุ้มครองและป้องกันการรั่วไหลของรายได้ภาครัฐ
เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2564 นายกรัฐมนตรี สปป. ลาวได้ออกคำสั่งเลขที่ 18/นย. ว่าด้วยการเพิ่มทวี การคุ้มครองและป้องกันการรั่วไหลของรายได้ภาครัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน สรุปสาระสำคัญ ดังนี้ 1. ให้กระทรวง องค์การรัฐเทียบเท่ากระทรวง คณะกรรมการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนส่วนกลาง และส่วนท้องถิ่น ฝ่ายบริหารงบประมาณ และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับตระหนักถึงความรับผิดชอบ ต่อหน้าที่ และขอบเขตของตนในการปฏิบัติตามกฎหมายและนิติกรรมเกี่ยวกับการคุ้มครองและป้องกันการรั่วไหล ของรายได้ของรัฐ ยุติ หรือยกเลิกนิติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ในการคุ้มครองรายได้ของรัฐบาลModified:29/10/2021 08:48:41
-
สปป. ลาวเร่งปฏิรูประบบจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ
เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2564 นายพูทะนูเพ็ด ไซสมบัด รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ได้รายงานเกี่ยวกับการเพิ่มความคุ้มครองและการป้องกันการรั่วไหลของรายรับงบประมาณแห่งรัฐต่อที่ประชุมเผยแพร่เอกสารวาระแห่งชาติว่าด้วยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการคลัง ดังนี้Modified:17/09/2021 16:29:16
-
สปป. ลาวคาดว่าจะเก็บภาษีครึ่งแรกของปี 2564 ได้เพียงร้อยละ 38.3
เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2564 นายบุนโจม อุบนปะเสิด รัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว เป็นประธาน การประชุมสรุปผลดำเนินงานตามแผนงบประมาณในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2564 และคาดการณ์แผนงบประมาณปี 2564 โดยมีรองรัฐมนตรี หัวหน้ากรม รองหัวหน้ากรม และผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้กระทรวงการเงิน สปป. ลาวเข้าร่วมModified:28/06/2021 11:11:27
-
นโยบายและมาตรการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโควิด 19 ของ สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2564 ห้องว่าการสำนักงานนายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ได้ออกแจ้งการเกี่ยวกับนโยบายและมาตรการลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรควิด 19 มีรายละเอียด ดังนี้ 1. ด้านนโยบายการเงิน 1.1 ยกเว้นการเก็บภาษีเงินได้สำหรับเจ้าหน้าที่/ลูกจ้างภาครัฐและภาคเอกชนที่มีรายได้ต่ำกว่า 5 ล้านกีบ และ MSMEs เป็นเวลา 3 เดือน (เม.ย. - มิ.ย. 2564) 1.2 ขยายเวลาการส่งรายงานทางการเงินและผลประกอบการปี 2563 ของวิสาหกิจไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2564Modified:04/06/2021 13:22:20
-
ผลการดำเนินงานด้านภาษีปี 2563 และแผนการดำเนินงานปี 2564
เมื่อวันที่ 9 – 10 ก.พ. 2564 นายพูทะนูเพ็ด ไซสมบัด หัวหน้ากรมส่วยสาอากร กระทรวงการเงิน สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมสรุปผลการดำเนินงานด้านภาษีปี 2563 และแผนการดำเนินงานปี 2564 โดยมีนายบุนโจม อุบนปะเสิด รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว หัวหน้ากรม หัวหน้าแผนกส่วยสาอากรประจำแขวง นครหลวง และเมือง และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:24/02/2021 13:31:06
Sorted by relevance | Sort by date
