ค้นหา
About 4164 results
-
สปป. ลาวกับการเป็นสังคมเยาว์วัย: โอกาสและความท้าทายในการพัฒนาที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วModified:19/11/2024 11:20:45
-
สปป. ลาวกับการเป็นสังคมเยาว์วัย: โอกาสและความท้าทายในการพัฒนาที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วModified:19/11/2024 11:25:33
-
สปป. ลาว กับการเป็นสังคมเยาว์วัย: โอกาสและความท้าทายในการพัฒนาที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วModified:20/11/2024 13:09:41
-
สปป. ลาว กับการเป็นสังคมเยาว์วัย: โอกาสและความท้าทายในการพัฒนาที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วModified:09/12/2024 17:41:35
-
มันสำปะหลังและยางพารา พืชเศรษฐกิจใหม่ของ สปป. ลาว
สปป. ลาวเป็นประเทศที่ภาคเกษตรกรรมเป็นแหล่งรายได้หลักของประชาชน โดยในปี 2564 รายได้จาก ภาคการเกษตรคิดเป็นร้อยละ 16 ของ GDP โดยรัฐบาล สปป. ลาวได้กำหนดให้แผนการส่งเสริมภาคการเกษตร เลี้ยงสัตว์ และปลูกพืชเชิงพาณิชย์เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) เพื่อให้สามารถส่งออกสินค้าเกษตรได้อย่างน้อย 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยพืชส่งออกหลักของ สปป. ลาว ได้แก่ มันสำปะหลัง ยางพารา กล้วย กาแฟ (ยังไม่แปรรูป) ข้าวโพด และข้าว นอกจากนี้ การส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อทดแทนการนำเข้ายังเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของวาระแห่งชาติเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา<br />
ด้านเศรษฐกิจและการคลังอีกด้วย<br />
Modified:02/09/2022 09:14:29
-
โอกาสและความท้าทายในการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าใน สปป. ลาว
ปัจจุบันยานยนต์ไฟฟ้าสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลกทั้งในด้านราคา เทคโนโลยีแบตเตอรี่ หลายประเทศเริ่มเปลี่ยน<br />
<br /><br />
มาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและพัฒนาระบบสถานีชาร์จไฟฟ้าตามสถานที่ต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น เพื่อลดมลพิษทางอากาศจาก<br />
<br /><br />
การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของยานพาหนะที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และลดกระทบจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก<br />
<br /><br />
<br />
<div>ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภาครัฐหลายประเทศมีนโยบายส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า อาทิ ยกเว้นภาษีจดทะเบียน <br />
<br /><br />
ภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนลดภาษีรถยนต์รายปี ให้ชาร์จไฟในจุดชาร์จสาธารณะ ให้เงินอุดหนุน ฟรีค่าผ่านทางและอื่น ๆ</div><br />
<br />
<div><br />
<br /><br />
สปป. ลาว รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนผู้นำเข้า ผู้ผลิต ผู้ใช้งาน รวมทั้งภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับ ยานยนต์ไฟฟ้า <br />
<br /><br />
โดยมีมติเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2564 ว่าด้วยนโยบายและแนวทางการดำเนินปฏิบัติในการเปลี่ยนไปสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า <br />
<br /><br />
เพื่อให้สอดคล้องกับวาระแห่งชาติว่าด้วยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการคลัง โดยเฉพาะมาตรการประหยัด ลดการนำเข้า<br />
<br /><br />
น้ำมันเชื้อเพลิง ลดการรั่วไหลของเงินตราต่างประเทศ อีกทั้งเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้า ที่สปป. ลาวมีศักยภาพ<br />
<br /><br />
ในการผลิตไฟฟ้า มีค่าไฟฟ้าถูกกว่าพื้นที่อื่น ๆ มีแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังน้ำและพลังงานทดแทนหลายแห่ง ซึ่งการส่งเสริม<br />
<br /><br />
ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจะช่วยให้รัฐบาลมีแหล่งรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
สปป. ลาว เปิดรับนักลงทุนที่มีความสนใจลงทุนในกิจการนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้า หรือร่วมพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ <br />
<br /><br />
อาทิ ศูนย์ซ่อมบำรุง ศูนย์ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่และประกอบเพื่อใช้ภายใน หรือส่งออก ผู้เชี่ยวชาญด้านแบตเตอรี่ และสถานี<br />
<br /><br />
ชาร์จไฟฟ้าตามจุดแวะพักรถ เป็นต้น โดยมีนโยบายพิเศษในการนำเข้าและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เช่น ภาษีนำเข้ายานยนต์<br />
<br /><br />
ไฟฟ้าร้อยละ 0 ภาษีสรรพสามิตร้อยละ 3 ภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 และไม่จำกัดโควตานำเข้าเพื่อให้สามารถแข่งขัน<br />
<br /><br />
ด้านราคาอีกด้วย <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
ภาครัฐเป็นต้นแบบของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าใน สปป. ลาว โดยเริ่มจากรถประจำตำแหน่งของรัฐ จากนั้น จะผลักดันให้รัฐวิสาหกิจ <br />
<br /><br />
ขนส่งสาธารณะ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไปใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าจำนวนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้อย่างน้อย<br />
<br /><br />
ร้อยละ 1 หรือประมาณ 20,000 คัน ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ 8,000 คัน รถโดยสารประจำทางและรถบรรทุกขนาดเล็ก 150 คัน <br />
<br /><br />
และรถยนต์ส่วนบุคคล 11,850 คันและกำหนดแผนพัฒนาสถานีชาร์จให้ได้อย่างน้อย 50 สถานี โดยจะเปลี่ยนจากสถานีบริการ<br />
<br /><br />
น้ำมันมาเป็นสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าตามเส้นทางหลวงและตัวเมืองใหญ่ภายในปี 2568 และเพิ่มจำนวนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า<br />
<br /><br />
ให้ได้ร้อยละ 30 และติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้า 100 สถานีภายในปี 2573 <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
ปัจจุบัน สปป. ลาว มีบริษัทตัวแทนจำหน่ายและนำเข้า ยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายจำนวน 10 แห่ง และบริษัทที่ได้รับอนุญาต<br />
<br /><br />
ดำเนินธุรกิจสถานีชาร์จไฟฟ้าจำนวน 10 แห่ง สถานีชาร์จไฟฟ้า 16 จุด โดย 1 จุดเป็นระบบชาร์จไฟฟ้าแบบเร็ว นอกจากนี้ <br />
<br /><br />
สปป. ลาวอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการกำหนดแผนพัฒนาสถานีชาร์จไฟฟ้า โดยกำหนดระยะทางทุก ๆ <br />
<br /><br />
100 กิโลเมตร ให้มีสถานีชาร์จไฟฟ้าแบบเร็ว 5 ตู้ โดยเฉพาะตามเส้นทางหลวงแห่งชาติ นครหลวงเวียงจันทน์ – อัดตะปือ<br />
<br /><br />
และนครหลวงเวียงจันทน์ - หลวงพระบาง จากข้อมูลกรมนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว <br />
<br /><br />
ระบุว่า มีการนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้าจากการช่วยเหลือขององค์การระหว่างประเทศ ภาคเอกชนนำเข้าเพื่อใช้ในโครงการ <br />
<br /><br />
และนำเข้าเพื่อจำหน่ายใน สปป. ลาวแล้วประมาณ 300 คัน (ไม่รวมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า) และตามข้อมูลแผนกโยธาธิการ</div><br />
<br />
<div>และขนส่ง นครหลวงเวียงจันทน์ มีรถยนต์ไฟฟ้าขึ้นทะเบียนแล้วจำนวน 166 คัน <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าใน สปป. ลาวยังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน อาทิ (1) การประสานงาน <br />
<br /><br />
และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมีความยุ่งยาก และใช้เวลานาน (2) สถานีชาร์จไฟฟ้ายังไม่ครอบคลุม<br />
<br /><br />
ทุกพื้นที่ ใช้งบประมาณสูง ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ใช้เวลาชาร์จนาน ขึ้นกับลักษณะ เทคนิคและเทคโนโลยีของรถแต่ละรุ่น <br />
<br /><br />
(3) หากพัฒนาระบบสถานีชาร์จไฟมีความจุแรงดันไฟฟ้าสูงเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อตัวรถ (4) หากไฟฟ้าบ้านไม่มีความเสถียร<br />
<br /><br />
หรือไม่เพียงพอก็อาจส่งผลกระทบต่อแบตเตอรี่ได้ และ (5) ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนและออกทะเบียนเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้า <br />
<br /><br />
<br />
<br /><br />
<u>ข้อมูลอ้างอิง </u><br />
<br /><br />
<a class="txttohtmllink" href="https://www.peerpower.co.th/blog/investor/ev-and-investment/">https://www.peerpower.co.th/blog/investor/ev-and-investment/</a> <br />
<br /><br />
<a class="txttohtmllink" href="https://www.mem.gov.la/?page_id=195">https://www.mem.gov.la/?page_id=195</a> <br />
<br /><br />
<a class="txttohtmllink" href="https://www.laophattananews.com/archives/118296">https://www.laophattananews.com/archives/118296</a> </div><br />
Modified:22/08/2022 14:55:49
-
ปี 2565 รัฐบาล สปป. ลาวตั้งเป้าหมายให้ GDP ขยายตัวร้อยละ 4.5
ในที่ประชุมรัฐบาลเปิดกว้าง ครั้งที่ 2 เมื่อเดือน ธ.ค. 2564 ได้เห็นชอบร่างดำรัสว่าด้วยการปฏิบัติแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนงบประมาณแห่งรัฐ ประจำปี 2565 ซึ่งรัฐบาล สปป. ลาว กำหนดเป้าหมายปีนี้<br />
ให้ GDP ประเทศขยายตัวร้อยละ 4.5 คิดเป็นมูลค่า 192.14 ล้านล้านกีบ คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อคน 2,503 ดอลลาร์สหรัฐ และ GNI ต่อคน 2,358 ดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วย การขยายตัวของภาคเกษตรเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 คิดเป็นร้อยละ 16.7 ของ GDP ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.3 คิดเป็นร้อยละ 34 ของ GDP ภาคการบริการเพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.5 คิดเป็นร้อยละ 38.9 ของ GDP และภาคภาษี-ศุลกากร เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 คิดเป็นร้อยละ 10.4 ของ GDP<br />
Modified:24/01/2022 16:29:57
-
การทดลองใช้งานท่าอากาศยานนานาชาติบ่อแก้ว
เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2564 ท่าอากาศยานนานาชาติบ่อแก้วได้ประกอบพิธีทางศาสนาสำหรับงานเปิด <br />
และทดลองใช้งานครั้งแรก โดยมีเครื่องบินของสายการบินลาวแอร์ไลน์ และลาวสกายเวย์เข้าร่วมการทดสอบการนำเครื่องขึ้นและลงจอด รวมถึงการทดลองใช้ระบบสื่อสารและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในท่าอากาศยานฯ<br />
ท่าอากาศยานนานาชาติบ่อแก้ว ตั้งอยู่บ้านสีเมืองงาน เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ล้อมรอบด้วยภูเขา ป่าไม้<br />
และแม่น้ำโขง ห่างจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำประมาณ 5 กิโลเมตร ปัจจุบัน อยู่ระหว่างการขยาย<br />
ทางรันเวย์ ปรับปรุงผังสนามบิน รวมทั้งก่อสร้างอาคารผู้โดยสารและลานจอดรถ โดยมีมูลค่าการก่อสร้างรวมทั้งหมด 149,000 ล้านกีบ และคาดว่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือน มี.ค. 2565 <br />
เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ จะสามารถรองรับเครื่องบิน ATR และรองรับเที่ยวบินได้วันละ 1-2 เที่ยว <br />
ซึ่งจะช่วยเพิ่มการสัญจรของนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ และตอบสนองความต้องการของผู้เดินทางในภูมิภาค โดยที่ผ่านมา <br />
มีเพียงเครื่องบินขนาดเล็ก 50 ที่นั่งเท่านั้นที่สามารถลงจอดในแขวงบ่อแก้วได้ ดังนั้น รัฐบาลลาวจึงตั้งเป้าหมาย<br />
ที่จะพัฒนาการเชื่อมต่อทางถนนและทางอากาศเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้มากขึ้น <br />
ปัจจุบัน สปป. ลาว มีท่าอากาศยานหลัก ทั้งสิ้น 6 แห่ง ประกอบด้วย (1) ท่าอากาศยานนานาชาติวัตไต <br />
นครหลวงเวียงจันทน์ (2) ท่าอากาศยานนานาชาติบินปากเซ แขวงจำปาสัก (3) ท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบาง แขวงหลวงพระบาง (4) ท่าอากาศยานอุดมไซ แขวงอุดมไซ (5) ท่าอากาศยานสะหวันนะเขต แขวงสะหวันนะเขต <br />
และ (6) ท่าอากาศยานห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว (ปิดปรับปรุง)<br />
<br />
อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ = 11,063 กีบ <br />
<br />
ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 29 ธ.ค. 2564<br />
<br />
Modified:24/01/2022 15:30:35
-
การศึกษาความเป็นไปได้เพื่อยกระดับท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบาง
เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2564 นายสะถาบันดิด อินสีเชียงใหม่ รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน <br />
สปป. ลาว และนาย Son Chang Wan ประธานบริษัท Korea Airport Corporation (KAC) เกาหลีใต้ ร่วมลงนาม MoU เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐกิจ โครงการปรับปรุงและพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบาง มูลค่าประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมี นายสอนไซ สีพันดอน รัฐมนตรีกระทรวงแผนการฯ และผู้แทน<br />
จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน<br />
Modified:10/01/2022 15:30:49
-
ขยายเวลาโครงการสร้างความเข้มแข็งระบบการขนส่งในตัวเมืองแบบยั่งยืนของ สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2564 ดร. อาดสะพังทอง สีพันดอน เจ้าครองนครหลวงเวียงจันทน์ และนายโทชิโอะ <br />
นากาเสะ หัวหน้าผู้แทนองค์กร JICA ประจำ สปป. ลาว เป็นประธานร่วมการประชุมคณะกรรมการความร่วมมือ<br />
ในโครงการสร้างความเข้มแข็งระบบการขนส่งในตัวเมืองแบบยั่งยืน ครั้งที่ 4 โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม <br />
<br />
<br />
ดร. อาดสะพังทองฯ กล่าวว่า เดิมทีโครงการดังกล่าวมีกำหนดจะเริ่มดำเนินการในปี 2561 และจะแล้วเสร็จในปี 2564 แต่เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงได้ระงับโครงการชั่วคราวและเลื่อนการดำเนินการเป็น ปี 2566 วัตถุประสงค์หลักของโครงการฯ คือ การปรับปรุงแผนแม่บทด้านระบบการขนส่งในเมืองของนครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งจัดทำขึ้นในปี 2551 และวางแผนจะดำเนินการทดลองเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในเมือง <br />
และฝึกอบรมเจ้าหน้าที่เพื่อให้สามารถปรับปรุงและพัฒนาแผนแม่บทให้ปฏิบัติได้ <br />
Modified:21/12/2021 11:45:24
-
ท่านที่พลาดการรับชม live การบรรยายพิเศษและเสวนาในหัวข้อ "ส่องโอกาสทางธุรกิจจากขบวนรถไฟลาว - จีน” เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2564...
ท่านที่พลาดการรับชม live การบรรยายพิเศษและเสวนาในหัวข้อ "ส่องโอกาสทางธุรกิจจากขบวนรถไฟลาว - จีน” เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2564 สามารถรับชมย้อนหลังได้ทางนี้Modified:19/11/2024 12:31:08
-
รัฐบาล สปป. ลาวคาดเศรษฐกิจลาวปี 2564 จะขยายตัวร้อยละ 3
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและ<br />
การลงทุน สปป. ลาว ได้รายงานผลการปฏิบัติตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนงบประมาณแห่งรัฐ แผนการเงินในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 และแผนงานสำคัญในปลายปี 2564 ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 <br />
ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ว่า การระบาดของโรคโควิด 19 ระลอกใหม่ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อ <br />
สปป. ลาว โดยเฉพาะปัญหาด้านการคลัง การเงิน หนี้สาธารณะ ความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ และโรคระบาดในพืช<br />
และสัตว์ตามฤดูกาล ซึ่งล้วนแต่เป็นความท้าทายและแรงกดดันต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในปี 2564<br />
Modified:21/12/2021 10:08:34
-
ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของ สปป. ลาวปี 2564 เป็นร้อยละ 2.2
ธนาคารโลกได้จัดทำรายงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกฉบับเดือน ต.ค. 2564 โดยปรับลดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของ สปป. ลาวปี 2564 จากที่คาดการณ์ในเดือน เม.ย. 2564 ไว้ที่ร้อยละ 4 เป็นร้อยละ 2.2 และคาดว่าในปี 2565 เศรษฐกิจ สปป. ลาวจะขยายตัวที่ร้อยละ 4.5Modified:29/10/2021 09:18:18
-
การก่อสร้างวิทยาลัยเทคนิควิชาชีพทางรถไฟแห่งแรกใน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2564 สปป. ลาวและจีนได้เริ่มก่อสร้างวิทยาลัยเทคนิควิชาชีพการทางรถไฟแห่งแรก<br />
ใน สปป. ลาว ตั้งอยู่บ้านโพนคำ เมืองไซทานี นครหลวงเวียงจันทน์ บนพื้นที่ทั้งหมด 14 เฮกตาร์ (เนื้อที่การก่อสร้างประมาณ 3.3 เฮกตาร์ ประกอบด้วย อาคารเรียน หอพัก อาคารสำหรับฝึกอบรมภาคปฏิบัติจริง ห้องสมุด ศูนย์กีฬา และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ) คาดว่าจะใช้ระยะเวลาการก่อสร้าง 32 เดือน การก่อสร้างมีมูลค่า 400 ล้านหยวน ซึ่งเป็นการช่วยเหลือในการออกแบบและก่อสร้างโดยบริษัท Yunnan Construction and Investment Holding จำกัด และบริษัท Yunnan Design Institute จำกัด <br />
Modified:26/10/2021 16:35:51
-
โควิด 19 ส่งผลให้คนใน สปป. ลาวกว่า 84,000 คนยากจนขึ้น
เมื่อวันที่ 5 - 15 พ.ค. 2564 กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม สปป. ลาว ได้ดำเนินการสำรวจ และประเมินจำนวนครัวเรือนยากจนและครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำทั่วประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ อย่างเร่งด่วน ผลการสำรวจระบุว่าจำนวนคนตกงานและประสบปัญหาทางการเงินเนื่องจากการระบาดของโควิด 19 และถูกเลิกจ้างงานในต่างประเทศมีทั้งหมด 84,418 คน โดยกระทรวงแรงงานฯ จะยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาล สปป. ลาว เพื่อให้ความช่วยเหลือครัวเรือนที่ยากจน เมื่อข้อเสนอได้รับการอนุมัติ นายกรัฐมนตรีจะออกดำรัสเพื่อนำแผนดังกล่าวไปปฏิบัติ นายปะทุมพอน สนทะนี รองรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานฯ กล่าวว่า หลังจากได้รับข้อมูลเกี่ยวกับจำนวน ผู้ที่ได้รับผลกระทบในแต่ละแขวงแล้ว จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินและเบื้องต้น โดยจัดหาอาหารและกองทุนตามที่ได้รับอนุมัติในแต่ละแขวง การระบาดของโรคโควิด 19 ระลอกใหม่ส่งผลให้คนยากจนจำนวนมากตกงานและไม่มีสิทธิได้รับเงินอุดหนุน โดยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในนครหลวงเวียงจันทน์ มีครัวเรือนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยากจน 1,216 ครอบครัว มีคนตกงานทั้งหมด 30,698 คน รองลงมา คือ แขวงจำปาสักมีครัวเรือนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยากจน 2,472 ครอบครัว มีคนตกงานทั้งหมด 9,934 คน แขวงบ่อแก้วมีครัวเรือนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยากจน 1,528 ครอบครัว มีคนตกงานทั้งหมด 6,213 คน แขวงอุดมไซมีครัวเรือนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยากจน 3,133 ครอบครัว มีคนตกงานทั้งหมด 11,753 คน แขวงอัดตะปือมีครัวเรือนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยากจน 780 ครอบครัว มีคนตกงานทั้งหมด 3,168 คน และ แขวงเซกองมีครัวเรือนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยากจน 171 ครอบครัว มีคนตกงานทั้งหมด 2,693 ทั้งนี้ ยังเหลืออีก 12 แขวงที่ยังไม่ได้สำรวจและคาดว่าจำนวนกลุ่มครอบครัวยากจนและครัวเรือนที่มีรายได้น้อยจะเพิ่มมากขึ้น ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 28 พ.ค. 2564Modified:16/06/2021 10:09:23
-
กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม สปป. ลาวเร่งสำรวจครัวเรือนยากจนเพื่อให้ความช่วยเหลือ
เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2564 กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม สปป. ลาว อยู่ระหว่างสำรวจและประเมินจำนวนครัวเรือนยากจนและครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำที่ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างเร่งด่วน โดยเดิมที มีแผนจะรวบรวมตัวเลขให้ครบภายในวันที่ 15 พ.ค. 2564 แต่ต่อมาได้เลื่อนกำหนดรวบรวมตัวเลขดังกล่าวออกไป นายสุดทิไซ สมพาวัด เจ้าหน้าที่ระดับสูงของแผนกแรงงานและสวัสดิการสังคมนครหลวงเวียงจันทน์ กล่าวว่า ตนได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ดำเนินการสำรวจครัวเรือนยากจนในแต่ละเขตและหมู่บ้านร่วมกับหน่วยงาน ในพื้นที่และอาสาสมัครในหมู่บ้าน โดยมีครัวเรือนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยากจนจำนวน 1,949 ครอบครัว รวมทั้งหมด 32,420 คน จำนวนคนตกงานทั้งหมด 24,759 คน ซึ่งอาศัยอยู่ใน 9 เมืองในนครหลวงเวียงจันทน์ เจ้าหน้าที่แรงงานคาดว่า จำนวนครัวเรือนยากจนในนครหลวงเวียงจันทน์มีประมาณ 12,000 ครอบครัวและมีคนว่างงานประมาณ 26,000 คน และสาเหตุหนึ่งที่คนยากจนใน สปป. ลาวส่วนใหญ่ยังคงมีชีวิตยากจน มาจากการขาดการประสานงานระหว่างหน่วยงาน ปัจจุบันส่วนท้องถิ่นกำลังเร่งรวบรวมข้อมูลครัวเรือนยากจน ในแต่ละหมู่บ้านอย่างต่อเนื่องเพื่อนำข้อมูลมากำหนดนโยบายบรรเทาความยากจนต่อไป ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 19 พ.ค. 2564Modified:10/06/2021 16:04:36
-
โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ นครหลวงเวียงจันทน์ พร้อมเปิดบริการเร็ว ๆ นี้
นางสาววาลี เวดสะพง รองกรรมการผู้จัดการโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เวียงจันทน์ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าการก่อสร้างโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เวียงจันทน์ ซึ่งเริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2561 ว่า ปัจจุบันได้ก่อสร้างอาคารแล้วเสร็จ เหลือเพียงการติดตั้งระบบเครื่องมือแพทย์ ระบบไอที และฝึกอบรมบุคลากรเพื่อทดสอบระบบรอบด้าน โดยมีทีมแพทย์ทั้งลาวและไทยปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันModified:09/02/2021 10:49:49
-
ภาคพลังงานและเหมืองแร่ของ สปป. ลาวปี 2563 ขยายตัวกว่า 322 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาวได้ตรวจสอบ ประเมินผล และถอดบทเรียน <br />
เพื่อพัฒนางานภาคพลังงานและเหมืองแร่ของ สปป. ลาวให้ดียิ่งขึ้น ในปี 2563 การผลิตของภาคพลังงานและเหมืองแร่ของ สปป. ลาวมีมูลค่า 3,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 322 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 16 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา หรือร้อยละ 102 ของแผนประจำปี แบ่งเป็นมูลค่าการผลิตของภาคพลังงาน 2,227 <br />
ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 33 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา หรือร้อยละ 98 ของแผนประจำปี<br />
และเหมืองแร่ 1,172 ล้านดอลลาร์สหรัฐลดลงร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา หรือร้อยละ 113 <br />
ของแผนประจำปี <br />
Modified:01/02/2021 15:12:17
-
โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลมะโหสดระยะแรกจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในต้นปี 2564
เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2563 นาย Wang Zhu Gang หัวหน้าฝ่ายเทคนิค บริษัท Beijing Uni-Construction Group จำกัด ผู้รับเหมาดำเนินโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลมะโหสดให้สัมภาษณ์ว่า โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลมะโหสดเป็นหนึ่งโครงการที่เป็นเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลจีน โดยมีผู้นำทั้งสองประเทศได้ร่วมวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2560 โรงพยาบาลมะโหสดเป็นโรงพยาบาลขนาด 600 เตียง มีมูลค่าการก่อสร้าง 592 ล้านหยวน (ประมาณ 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) บนพื้นที่ก่อสร้าง 30,300 ตารางเมตร และพื้นที่ใช้สอย 54,792 ตารางเมตรModified:01/02/2021 14:32:47
-
รัฐบาล สปป. ลาวคาด GDP ลาวปี 2563 จะขยายตัวร้อยละ 3.3
ตามรายงานผลการดำเนินงานของรัฐบาลในช่วงเดือน ม.ค. – ก.ย. 2563 ของนายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 10 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 8 เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2563 มีประเด็นการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจที่สำคัญ ดังนี้Modified:26/01/2021 09:46:36
Sorted by relevance | Sort by date
