ค้นหา
-
การจับปลาทูน่าครีบน้ำเงินของสหภาพยุโรปในปี 2015
การจับปลาทูน่าครีบน้ำเงิน (Bluefin Tuna) ถูกควบคุมโดยคณะกรรมการนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ปลาทูน่าในมหาสมุทรแอตแลนติก (International Commission for the Conservation of Atlantic Tunas : ICCAT) ที่สหภาพยุโรปเป็นภาคี มาตรการสำคัญที่ ICCAT ใช้คือการวางมาตรฐานการควบคุมการถ่ายเทปลาทูน่าที่จับได้จากเรือสู่กระชังปลา (caging into farm) และการออกกฎระเบียบในการปล่อยปลาที่จับเกิน...Modified:05/06/2015 15:54:19
-
ทูน่าฟิลิปปินส์หวังได้จีเอสพีพลัสจากอียู
ฟิลิปปินส์เผยมีแนวโน้มที่จะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไปเพิ่มเติมจากสหภาพยุโรป...Modified:25/11/2014 16:56:00
-
โอกาสทดลองตลาดเกษตรและอาหารกับงาน SIAM 2016 ที่โมร็อกโก
เมื่อนึกถึง “โมร็อกโก” หลายคนนึกถึงดินแดนทางแอฟริกาเหนือที่เป็นจุดหมายปลายทางในฝัน
ของนักท่องเที่ยว สถาปัตยกรรมแบบเฉพาะตัวที่โดดเด่น และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะวัฒนธรรมอาหารการกิน อาหารท้องถิ่นสำหรับชาวโมร็อกโกคือความภาคภูมิใจ
Modified:26/02/2016 17:07:37
-
ฟิลิปปินส์ ร่วมมือ EU ชูสโลแกน การประมงอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558 นาง Lowri Evans, Director-General กรรมาธิการยุโรปด้านประมงและทะเล (DG-MARE) ได้เข้าร่วมสัมมนาแนวทางการทำประมงอย่างยั่งยืน ซึ่งจัดขึ้นที่ Institute for Maritime Affairs and Law of the Sea of University of the Philippines ณ กรุงมานิลา ประเทศฟิลิปปินส์Modified:23/03/2015 16:52:36
-
มัลดีฟส์
สาธารณรัฐมัลดีฟส์ เป็นประเทศที่มีประชากรเพียง 3 แสนกว่าคน แต่มีนักท่องเที่ยวถึง 5 ล้านคนต่อปี การท่องเที่ยวจึงมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของมัลดีฟส์เป็นอย่างยิ่ง ขณะที่มัลดีฟส์มีรายได้สูงจากการท่องเที่ยวแต่กลับไม่มีการผลิตสินค้าเอง ทุกอย่างต้องนำเข้า จึงเป็นโอกาสสำหรับนักธุรกิจไทยที่จะส่งสินค้า/บริการไปขายในแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกแห่งนี้ รวมทั้งเข้าไปลงทุนในสาขาท่องเที่ยวและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
มัลดีฟส์ต้องพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยมีรายได้มากกว่าร้อยละ 70 ของรายได้หลักของประเทศ แต่เหตุการณ์สึนามิเมื่อปี 2549 และวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาทำให้มัลดีฟส์ได้รับผลกระทบอย่างมาก มัลดีฟส์จึงพยายามจัดกิจกรรมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาสู่ประเทศ อย่างไรก็ดี มัลดีฟส์มีสาขาประมงที่เข้มแข็งและเป็นรายได้สำคัญรองจากการท่องเที่ยว โดยมีปลาทูน่าเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ
Modified:16/03/2015 13:08:28
-
“ซอกแซกกวางตุ้ง-ไห่หนาน” South China International Aquatic Trade Center ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางทะเลนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของจีน
มณฑลกวางตุ้งเป็นหนึ่งในมณฑลของจีนที่ความยาวชายทะเลและพื้นที่ทางทะเลมากเป็นอันดับต้น ๆ ของจีน โดยมีความยาวชายทะเล 3,368 กม. (ไม่รวมความยาวชายทะเลของเกาะต่าง ๆ) ยาวเป็นอันดับสองของประเทศรองจากมณฑลฝูเจี้ยน มีพื้นที่ทางทะเลมากถึง 419,000 ตร.กม. มากกว่าพื้นที่ทางบกที่มีเพียง 179,800 ตร.กม. จึงเป็นมณฑลที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านผลิตภัณฑ์ทางทะเลอย่างมาก เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงกุ้งและไข่มุกที่สำคัญของจีน โดยเฉพาะในเมืองจ้านเจียงของมณฑลกวางตุ้งModified:09/03/2015 13:53:52
-
ซอกแซกไห่หนาน-กวางตุ้ง ไห่หนานที่ได้สัมผัส: ตอนที่ 7 ตลาดการค้าในซานย่า
ผ่านมากว่า 6 ตอนแล้วกับการสำรวจข้อมูลในเกาะไห่หนาน ซึ่งเราได้สัมผัสกับเมืองซานย่าในหลายๆ มุมแล้ว ซอกแซกในครั้งถือเป็นการปิดท้ายเมืองซานย่า ก่อนจะพาท่านผู้อ่านไปสัมผัสนครไหโข่ว กันต่อในตอนต่อไปModified:02/03/2015 17:03:18
-
ไทยเตรียมเปิดบ้านต้อนรับผู้นำหมู่เกาะแปซิฟิก 14 ประเทศ ระหว่างการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 วันที่ 9 – 10 สิงหาคม 2557
ไทยเตรียมเปิดบ้านต้อนรับผู้นำหมู่เกาะแปซิฟิก 14 ประเทศ ระหว่างการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 วันที่ 9 – 10 สิงหาคม 2557เวทีประวัติศาสตร์เพื่อความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างวันที่ 9 -10 สิงหาคม 2557 นี้ ไทยจะได้มีโอกาสเปิดบ้านต้อนรับแขกต่างชาติระดับสูงอีกครั้ง ในเวทีการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 ที่กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ณ โรงแรมสุโกศล กรุงเทพมหานคร กระทรวงการต่างประเทศคาดว่าจะมีผู้แทนระดับรัฐมนตรี และระดับสูงจาก 14 ประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิก ได้แก่ หมู่เกาะคุก สาธารณรัฐฟิจิ สาธารณรัฐคิริบาส สาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลส์ สหพันธรัฐไมโครนีเซีย สาธารณัฐนาอูรู นีอูเอ สาธารณรัฐปาเลา รัฐเอกราชปาปัวนิวกินี รัฐเอกราชซามัว หมู่เกาะโซโลมอน ราชอาณาจักรตองกา ตูวาลู และสาธารณรัฐวานูอาตู ตอบรับเข้าร่วมการประชุมการประชุม Thailand – Pacific Island Countries Forum ครั้งที่ 1 หรือเรียกย่อ ๆ ว่า TPIF ถือเป็น การประชุมนานาชาติในรูปแบบดังกล่าวครั้งแรก และมีหัวข้อหลักการประชุมว่า “ส่งเสริมความร่วมมือเพื่อ การพัฒนาเพื่อบรรลุเป้าหมายความมั่งคั่งร่วมกัน” (Strengthening Development Cooperation towards Common Prosperity) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในด้านการพัฒนาและการค้าการลงทุนของไทยกับประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก ทั้งนี้ ไทยได้เชิญผู้แทนขององค์การระหว่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญในด้านความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาในภูมิภาคเข้าร่วมสังเกตการณ์ อาทิ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) โครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาของสหประชาชาติ (UNDP) องค์การอนามัยโลก (WHO) รวมถึงผู้แทนของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ไทยกับประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า ตั้งแต่ปี 2547 ไทยมีฐานะเป็นคู่เจรจา (Dialogue partner) ขององค์กรการประชุมหมู่เกาะแปซิฟิก (Pacific Islands Forum - PIF) และมีบทบาทนำในฐานะเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนา (Emerging Donor) ต่าง ๆ ที่สำคัญแก่ประเทศเหล่านี้ โดยได้ให้ความช่วยเหลือทางวิชาการกับทั้ง 14 ประเทศ มาอย่างต่อเนื่องกว่า 18 ปี โดยเฉพาะการให้ทุนฝึกอบรม เพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรผ่านการถ่ายทอดประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ ที่ผ่านมา มีการจัดสรรทุนให้กับประเทศเหล่านี้แล้วกว่า 124 ทุน เป็นมูลค่าการรวมกว่า 25.75 ล้านบาท โดยเป็นรูปแบบหลักสูตรฝึกอบรมนานาชาติประจำปี ทุนศึกษานานาชาติระดับปริญญาโท ในสาขาอันได้แก่ การเกษตร ประมง สาธารณสุข ท่องเที่ยว และเศรษฐกิจพอเพียงปี 2557 นับเป็นโอกาสครบรอบ 10 ปี ที่ไทยมีฐานะเป็นคู่เจรจาของ PIF กระทรวงการต่างประเทศจึงมีดำริจะจัดกิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมบทบาทเชิงรุก และช่วยประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ไทยในด้านการพัฒนา ที่สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนา หรือที่สหประชาชาติให้คำนิยามว่าความร่วมมือแบบใต้-ใต้ (South-South Cooperation) เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาสหัสวรรษของสหประชาชาติไปพร้อม ๆ กัน (Millennium Development Goals)
ไทยกับหมู่เกาะแปซิฟิก: มิตรใกล้ตัวประเทศหมู่เกาะ 14 ประเทศ มีประชากรรวมราว 10 ล้านคน และถือว่ามีความใกล้ชิดสนิทสนมกันกับประเทศไทย โดยในระดับพระราชวงศ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เคยเสด็จเยือนตองกาและฟิจิอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2539 และพระราชวงศ์ตองกาทรงเป็นพระราชอาคันตุกะในพระราชพิธี ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในปี 2549 ด้วย นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นสถานที่ที่ผู้นำของหลายประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิกเลือกเป็นสถานที่พักผ่อนและรักษาพยาบาลด้วยในด้านการค้าการลงทุน ต้องนับว่าเป็นผลสำเร็จของนโยบายการเปิดประตูเพื่อกระชับมิตรกับประเทศ หมู่เกาะแปซิฟิก และผลจากการแลกเปลี่ยนการเยือนของผู้นำและผู้แทนระดับสูงระหว่างกันในช่วงปี 2555 – 2556 บทบาทของไทยในการเป็นคู่ค้าและผู้ลงทุนในกลุ่มประเทศหมู่เกาะจึงทวีความสำคัญมากขึ้นตามลำดับ โดยในปี 2555 ไทยมีมูลค่าการค้ารวมกับกลุ่มหมู่เกาะแปซิฟิกกว่า 39 ล้านบาท และมูลค่าการค้า ในปี 2556 เพิ่มขึ้นจากเมื่อสองปีก่อน (2554) ราวร้อยละ 19 คิดเป็นมูลค่าราว 26 ล้านบาท ประเทศหมู่เกาะ มีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งด้านป่าไม้และทรัพยากรทางทะเล เป็นแหล่งพลังงาน ก๊าซธรรมชาติ และแร่ธาตุมีค่า จึงมีศักยภาพเป็นตลาดใหม่ให้กับสินค้าและบริการจากไทย ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งวัตถุดิบปลาทูน่าที่สำคัญของไทยแล้ว ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกทั้ง 14 ประเทศ ยังเป็นลูกค้ารายสำคัญที่นำเข้าสินค้าข้าว น้ำตาล และเวชภัณฑ์ของไทย ประเทศที่มีขนาดใหญ่และมีความสำคัญด้านการค้าการลงทุนกับไทยมากที่สุด 3 ลำดับ ได้แก่ ปาปัวนิกินี วานูอาตู และฟิจิ และปัจจุบันมีภาคเอกชนไทยเข้าไปเปิดร้านอาหารไทย ธุรกิจสปา และตั้งบริษัทกระจายสินค้าและบริโภค อาทิ ข้าวและเวชภัณฑ์ในปาปัวนิวกินี และวานูอาตูแล้ว นอกจากนั้น ประเทศไทยและประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกยังสนับสนุนบทบาทซึ่งกันและกันในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ร่วม อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการจัดการภัยพิบัติ
ย้ำความมุ่งมั่นและบทบาทของไทยเวทีการประชุม TPIF ที่กำลังจะมาถึงจึงเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะได้แสดงศักยภาพในด้านการค้า การลงทุน การเป็นประตูสู่อาเซียน และประชาสัมพันธ์ทักษะความเชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาของไทยให้ นานาประเทศได้เห็น เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น และสร้างเสริมมิตรภาพกับกลุ่มประเทศในแปซิฟิก ซึ่งนอกเหนือจากการประชุมที่เน้นหัวข้อหลักในประเด็นการพัฒนาแล้ว กระทรวงการต่างประเทศยังจัดกิจกรรมศึกษาดูงานโครงการตัวอย่าง และโครงการในพระราชดำริ และกิจกรรมทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างความประทับใจในฐานะเจ้าภาพให้แก่คณะผู้แทนจากทั้ง 14 ประเทศด้วย ในการนี้ สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมสามารถติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ทั้งจากเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ www.mfa.go.th และเว็บไซต์ของกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ aspa.mfa.go.th
ที่มา: กองแปซิฟิกใต้กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้กระทรวงการต่างประเทศModified:24/07/2014 14:41:51
-
ทีมประเทศไทยจัดโรดโชว์ไปยังรัฐซินาลัว ประเทศเม็กซิโก
วันที่ 10-13 มีนาคม 2557 ทีมประเทศไทย นำโดยนายจิระชัย ปั้นกระษิน เอกอัครราชทูต ณ กรุงเม็กซิโก พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงเม็กซิโก และสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน (BOI) ณ นครลอสแอนเจลิส ได้เดินทางไปจัดโรดโชว์ที่รัฐ Sinaloa (ซินาลัว) ประเทศเม็กซิโก เพื่อสร้างความรู้จักเกี่ยวกับประเทศให้กับทั้งภาครัฐและภาคเอกชนของรัฐ Sinaloa รวมทั้งศึกษาลู้ทางส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับรัฐ SinaloaModified:18/04/2014 16:44:02
-
อาหารทะเลเวียดนามไปญี่ปุ่น
ฮานอย - ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่กำลังเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ TPP ซึ่งญี่ปุ่นเป็นประเทศผู้นำให้การนำเข้าอาหารทะเลจากเวียดนาม ทำให้ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า TPP จะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ส่งออกเวียดนามเพราะไม่ต้อง...Modified:25/03/2014 10:32:38
-
พฤติกรรมผู้บริโภคแอฟริกาใต้
ท่ามกลางสถานการณ์ตลาดส่งออกหลักอย่าง EU ซึ่งยังเผชิญกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีความเปราะบางอยู่มากและฟื้นตัวได้ช้า ดังนั้น การแสวงหาโอกาสทางการค้าจากตลาดส่งออกใหม่ๆ ที่มีศักยภาพในการขยายตัว โดยเฉพาะแอฟริกาใต้ซึ่งปัจจุบันเป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับ 1 ของไทยในทวีปแอฟริกา และมีอัตราขยายตัวของมูลค่าส่งออกที่สูงถึงร้อยละ 15 ต่อปีในช่วงปี 2551-2555 จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ “เก็บตกจากต่างแดน” ฉบับนี้จึงขอนำท่านผู้ประกอบการมาทำความรู้จักกับพฤติกรรมผู้บริโภคแอฟริกาใต้ รวมไปถึงโอกาสและศักยภาพทางด้านการค้าของแอฟริกาใต้...
Modified:14/02/2014 11:52:22
-
ภาคธุรกิจที่สำคัญต่อการส่งออกและลงทุน
1. พลอยและอัญมณี
พลอยที่พบในมาดากัสการ์ส่วนใหญ่มีคุณภาพดี ขนาดเม็ดโตและมีความสวยงามเทียบเท่ากับพลอยที่พบในแหล่งแร่ที่มีชื่อเสียงแหล่งอื่น โดยแหล่งใหญ่ที่สุดพบอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ...Modified:09/11/2013 21:15:56
-
อาหารกระป๋องและแปรรูป
ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลก โดยปัจจุบันมีมูลค่าการส่งออกสูงถึง 9.6-9.6 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งนอกเหนือจากการส่งออกข้าว กุ้ง และน้ำตาลทรายแล้ว ประเทศไทยยังมีการส่งออกอาหารกระป๋อง และแปรรูปเป็นจำนวนมากอีกด้วย โดยสินค้าที่ทำรายได้ให้ประเทศอย่างมาก ในหมวดนี้คือ ผลไม้กระป๋อง และทูน่ากระป๋อง
ในส่วนของสินค้าประเภทผักผลไม้กระป๋องและแปรรูปนั้น ในแต่ละปีประเทศไทยมีการส่งออกราว 3-4 หมื่นล้านบาท โดยมีตลาดหลักคือ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี แคนาดา นอกจากนี้ ยังมีตลาดอื่นๆ ที่มีอัตราการขยายตัวค่อนข้างสูง ได้แก่ กัมพูชา ซึ่งมีการเติบโตถึง 17% และจีนที่ขยายตัวถึง 6% ทั้งนี้เป็นผลมาจากจุดแข็งของประเทศไทย ที่มีฐานะเป็นเป็นผู้ผลิต และส่งออกสินค้าผักผลไม้กระป๋องรายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าสับปะรดกระป๋อง และน้ำสับปะรด ประกอบกับมีโรงงานผลิตได้มาตรฐานอาหารปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็น มาตรฐาน HACCP และ GMP ทำให้สินค้าได้รับการยอมรับในระดับโลก
Modified:15/08/2013 10:37:30
-
ปัญหาการค้ามนุษย์ในอุตสาหกรรมประมงไทยกับภาพลักษณ์อาเซียน
ปัญหาการค้ามนุษย์ในไทยถูกยกมาเป็นประเด็นที่ถูกจับตาจากสายตาชาวโลกอีกครั้ง เมื่อสภายุโรปได้จัดฉายภาพยนตร์สั้น ณ ห้องประชุมอาคารสภายุโรป เรื่อง “Sold to the Sea Human Trafficking in Thailand’s Fishing Industry” ซึ่งจัดทำโดยมูลนิธิความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Justice Foundation –EJF)Modified:05/08/2013 12:56:35
-
การนำผู้แทนภาคเอกชนร่วมคณะนายกรัฐมนตรีเยือนนิวซีแลนด์และปาปัวนิวกินีอย่างเป็นทางการ
สรุปผลการนำผู้แทนภาคเอกชนร่วมคณะนายกรัฐมนตรี เยือนนิวซีแลนด์ และปาปัวนิวกินีอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 22 - 25 มีนาคม 2556Modified:25/07/2013 14:29:10
-
ภูมิหลังการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-ชิลี
Modified:25/07/2013 16:45:06
-
How to export to China? มารู้จักขั้นตอนส่งออกสินค้าไปจีนกันเถอะ!! (ตอนที่ 2 : ศึกษาเตรียมตัวเป็นผู้ส่งออกไทย)
จากบทความตอนแรกที่ได้กล่าวถึงกฎระเบียบของจีนเกี่ยวกับ การนำเข้าสินค้าสู่จีนและสิทธิประโยชน์ทางภาษีนำเข้าที่จะได้รับModified:12/07/2013 15:41:12
-
อียูจะตัดสิทธิพิเศษทางศุลกากร (GSP) สินค้าจากไทย
คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกกฎระเบียบเกี่ยวกับโครงการ GSP ใหม่ (REGULATION (EU) No 978/2012) เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2555 ซึ่งเป็นโครงการระยะเวลา 10 ปี นับจากวันที่มีผลบังคับใช้ (วันที่ 20 พ.ย. 2555) และจะมีผลกระทบต่อประเทศไทย ทั้งตามหลักเกณฑ์ที่ว่า 1. สหภาพยุโรปจะตัดสิทธิ…Modified:17/07/2013 16:44:32
-
ขนอาหารไทย ขนมไทยไปเยือนเมืองการาจี!! กับโครงการอบรมอาชีพการทำอาหารไทยให้แก่ชุมชนไทยในเมืองการาจีและเขตอาณา
ผ่านไปแล้วกับ”โครงการอบรมอาชีพการทำอาหารไทยให้แก่ชุมชนไทยในเมืองการาจีและเขตอาณา”ของสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองการาจีซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 ถึง 21 มีนาคม 2556 ที่ผ่านมาModified:11/07/2013 11:47:00
-
โครงการ GSP ใหม่ของสหภาพยุโรปและผลกระทบต่อการส่งออกของไทย
ตามที่โครงการ GSP ของสหภาพยุโรปฉบับปัจจุบันได้หมดอายุลงในปี 2554 และสหภาพยุโรปได้ขยายเวลาการดำเนินโครงการ GSP ปัจจุบันออกไปจนถึงสิ้นปี 2556 และคณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอร่างโครงการ GSP ใหม่ของสหภาพยุโรปต่อรัฐสภายุโรปและคณะมนตรียุโรปเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ และเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2555 คณะกรรมาธิการด้านการค้าระหว่างประเทศ (Committee on International Trade : INTA) รัฐสภายุโรปได้มีการประชุม…Modified:17/07/2013 16:45:08
Sorted by relevance | Sort by date
