ค้นหา
-
ฟอร์บส์ จัดอันดับ “100 เมืองเศรษฐกิจยอดเยี่ยมในจีน” เฉิงตูขึ้นแท่นอันดับหนึ่งจีนตอนใน
เมื่อวันที่ 27 พ.ย.56 ฟอร์บส์ นิตยสารธุรกิจและการเงินชื่อดังของสหรัฐอเมริกา (ฉบับภาษาจีน) เผยการจัดอันดับ “100 เมื่องเศรษฐกิจยอดเยี่ยมในจีนประจำปี 2556” ซึ่งในครั้งนี้ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 10 ติดต่อกันแล้ว โดยนครกว่างโจวขึ้นครองอันดับหนึ่ง เมืองศักยภาพการค้าการลงทุนของจีน ตามด้วยนครเซินเจิ้นและนครเซี่ยงไฮ้ ส่วน นครเฉิงตู ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 12 ของจีน ขยับขึ้นจากอันดับที่ 14 ในปีที่ผ่านมา พร้อมครองตำแหน่งเมืองเศรษฐกิจยอดเยี่ยมอันดับหนึ่งของภูมิภาคจีนตอนใน
Modified:10/12/2013 09:14:49
-
“Forbes China ยกนิ้วให้กว่างโจวเป็นเมืองแห่งการค้าที่ดีที่สุดของจีน”
Forbes China ได้จัดอันดับเมืองที่ดีที่สุดสำหรับการค้ามานานกว่า 12 ปี แต่ละปี คัดเลือกเมืองเด่นด้านการค้าจากกว่า 100 เมืองทั่วจีน โดยดูจากดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจสำคัญ ๆ ถึง 8 ด้าน ประกอบด้วย \ (1) ทรัพยากรมนุษย์ (2) ขนาดเมือง (3) ขีดความสามารถในการบริโภค (4) การคมนาคมขนส่งมวลชน (5) การขนส่งสินค้า (6) ต้นทุนการดำเนินกิจการ (7) การดำเนินกิจการของวิสาหกิจ และ (8) การใช้นวัตกรรม โดยModified:13/01/2016 10:50:09
-
แนวโน้มศักยภาพสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยในนครเฉิงตูจากผลตอบรับจากงานเทศกาลไทย ประจำปี 2555 ตอนแรก
งานเทศกาลไทย ณ นครเฉิงตู ประจำปี 2555 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 3 ตุลาคม ณ ห้างเซ็นทรัล สาขานครเฉิงตู ศูนย์การว่านเซี่ยงเฉิง โดยมี สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู เป็นเจ้าภาพในการจัดงาน ได้สำเร็จลุล่วงอย่างบริบูรณ์จากความร่วมมือของรัฐบาลเขตเฉิงหัว ศูนย์การค้าว่านเซี่ยงเฉิง ห้างเซ็นทรัล และหน่วยงานไทยที่ให้การสนับสนุน ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บ.การบินไทย จก. (มหาชน) สนง.ส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ นครเฉิงตู ธ.กสิกรไทย จก. (มหาชน) รวมถึงหน่วยงานภาคเอกชนไทยที่ให้การสนับสนุน ได้แก่ บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ และบริษัท ECI-Metro สาขานครเฉิงตู
Modified:17/03/2015 17:17:39
-
แนวโน้มศักยภาพตลาดสินค้าแบรนด์เนมในนครเฉิงตู กับก้าวแรกของห้างเซ็นทรัลฯ สาขาแรกในภาคตะวันตก
เศรษฐกิจจีนที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ส่งผลต่อรายได้ที่พุ่งสูงขึ้นของประชาชน การบริโภคภายในประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็ว ผู้คนเริ่มใส่ใจในวิถีการดำเนินชีวิตเพิ่มขึ้น สินค้าฟุ่มเฟือยเริ่มเข้ามามีบทบาทและเป็นที่ต้องการมากขึ้นในชีวิตประจำวัน โดยเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้สามารถยกระดับคุณภาพชีวิต และเป็นเครื่องพิสูน์ถึงความมีหน้ามีตาทางสังคม
Modified:17/03/2015 16:32:14
-
มองเศรษฐกิจโลกปี′58 อนาคตสหรัฐ-จีน-ญี่ปุ่น-รัสเซีย
ปี 2557 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจโลกต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ผันผวน ทั้งราคาน้ำมันที่ดิ่งลงหลังช่วงกลางปีแล้วถึงกว่า 50% อยู่ที่ประมาณ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การประกาศยุติมาตรการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ (คิวอี) ของสหรัฐ ตลอดจนเศรษฐกิจของจีนที่ชะลอตัว กระทบไปถึงห่วงโซ่การผลิตในภูมิภาคอื่นๆ...
Modified:06/01/2015 11:27:55
-
ไฮเนเก้นปัดข้อเสนอซื้อจากซาบมิลเลอร์
"ไฮเนเก้น" ปฏิเสธข้อเสนอเข้าครอบครองกิจการจากกลุ่มบริษัทเบียร์ชื่อดังซาบมิลเลอร์...Modified:16/09/2014 13:41:31
-
บิลเกตส์ทวงคืนหมายเลข1 มหาเศรษฐีโลก
"ฟอร์บส์" เผย "บิล เกตส์" กลับมาครองแชมป์มหาเศรษฐีโลกปี 2014 ได้อีกครั้ง หลังจากตกไปอยู่อันดับ 2 เมื่อปีที่แล้ว ด้วยทรัพย์สินมูลค่า 7.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เฉือนเจ้าพ่อโทรคมนาคมของเม็กซิโก อันดับ 2 ด้วยทรัพย์สินมูลค่า 7.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนมหาเศรษฐีไทยร่วงจากอันดับโลกกันทั่วหน้า เผยเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ รูดจาก 58 ลงมาอยู่ที่อันดับ 97 แต่ยังครองแชมป์มหาเศรษฐีไทย ตามเสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี แห่ง "เบียร์ช้าง" หล่นจากอันดับ 82 มารั้งอันดับ 141 แต่ยังคงรั้งอันดับ 2 มหาเศรษฐีไทย ขณะที่ "ทักษิณ ชินวัตร" ทรัพย์สินหด 3 พันล้านบาท รูดมาอยู่ที่อันดับ 1,092 ของโลก...Modified:05/03/2014 22:58:13
-
เผยแอฟริกามีมหาเศรษฐีพันล้านถึง 55 คน
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม เว็บไซต์บีบีซีรายงานผลการจัดอันดับมหาเศรษฐีพันล้านในทวีปแอฟริกาของนิตยสารการเงิน "เวนเจอร์ส" ที่มีสำนักงานอยู่ที่ประเทศไนจีเรีย โดยระบุว่า ทวีปแอฟริกามีมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินเกินพันล้านอยู่ถึง 55 คน ซึ่งถือว่าเกินความคาดหมายอย่างมาก และในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง 3 คน...Modified:29/11/2013 11:48:00
-
แย้มดูข้อมูลมหาเศรษฐีในแดนมังกรรวมทั้งมณฑลเสฉวนและนครฉงชิ่ง
ระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษที่รัฐบาลจีนได้ดำเนินนโยบายปฏิรูปและเปิดประเทศตาม “ทฤษฎีเติ้งเสี่ยวผิง” จนบรรลุความสำเร็จอันสุดยอดของการพัฒนา ส่งผลต่อเศรษฐกิจจีนที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วจากมูลค่า GDP ในปี 2521 ที่ 2.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (อันดับที่ 15 ของโลก) เพิ่มขึ้นจนถึง 8.34 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2555 ด้วยอัตราการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งที่ 7.8% ทำให้มูลค่า GDP ขยายตัวถึง 143 เท่าภายในเวลาเพียง 34 ปี (หรือโตเฉลี่ยปีละ 4 เท่า ซึ่งมากกว่าสหรัฐฯ ที่โตเฉลี่ยเพียง 0.2 เท่าในระยะเวลาเดียวกัน) ทำให้จีนผงาดสู่ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ตามหลังแค่เพียงสหรัฐอเมริกาที่มีมูลค่า GDP ที่ 15.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยอัตราเติบโตเพียง 2.2% (ปี 2555)Modified:09/01/2014 10:27:30
Sorted by relevance | Sort by date
