ค้นหา
About 50 results
-
สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต
229 Thahae Road Ban Thameuang, Kaysone Phomvihane District, Savannakhet Province, Lao PDR,
Tel: (856-41) 212-373, (856-41) 252-080
Fax:(856-41) 252-078, (856-41) 212-370
Website: www.thaisavannakhet.com/savannakhet/Modified:25/11/2014 15:50:51
-
สายการบินลาวขยายเที่ยวบินสู่สะหวันนะเขตรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
เมื่อใกล้เวลาก้าวสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี พ.ศ.๒๕๕๘ หลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็ต่างเตรียมพร้อมรับมือกับการเคลื่อนย้ายเสรีของสินค้าและบริการModified:12/09/2013 13:59:21
-
งานเสวนาวิชาการด้านเศรษฐกิจครั้งที่ 3 เนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2568 สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ และสถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขตModified:23/09/2025 10:32:58
-
งานเสวนาวิชาการด้านเศรษฐกิจครั้งที่ 2 เนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปีฯ
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2568 สอท. ณ เวียงจันทน์ และ สกญ. ณ แขวงสะหวันนะเขต ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า และแขวงจำปาสัก เModified:26/06/2025 10:58:27
-
ทองคำ อัญมณีล้ำค่าแห่ง สปป. ลาว
สปป. ลาว เป็นประเทศที่มีแร่ธาตุ <br />
และทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ จากลักษณะของ<br />
ภูมิประเทศที่เกิดจากการยกตัวของแผ่นทวีปเก่าก่อให้เกิดภูเขาสลับกับที่ราบหุบเขา มีแหล่งแร่สำคัญ<br />
เช่น เงิน ทองคำ ทองแดง นิกเกิล ตะกั่ว ถ่านหิน <br />
บอกไซต์ ยิปซั่ม เหล็ก อัญมณี โปแตช สังกะสี <br />
แมงกานีส หินปูน โดโลไมต์ และแบไรต์ ในพื้นที่กว่า 570 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 162,104 ตร.กม. คิดเป็น<br />
ร้อยละ 68.49 ของพื้นที่ประเทศ ส่วนมากขุดพบในแขวงสะหวันนะเขต แขวงไซสมบูน แขวงอุดมไซ แขวงอัตตะปือ และแขวงเซกอง เป็นต้น<br />
Modified:01/02/2023 09:24:48
-
พัฒนาการอุตสาหกรรมตัดเย็บของ สปป. ลาว
อุตสาหกรรมตัดเย็บเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่รัฐบาล สปป.ลาว ให้การส่งเสริมเพื่อลดการพึ่งพาและสร้างรายได้
<br />
จากทรัพยากรธรรมชาติไปสู่ การผลิตสินค้าในอุตสาหกรรมเบา (Light Industry) เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย
<br />
สร้างงาน ให้แก่ประชาชน ลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และสามารถสร้างรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศอีกด้วย
<br />
<br />
ในปี 2564 ภาคอุตสาหกรรม สปป. ลาวมีอัตราการขยายตัวคิดเป็นร้อยละ 34 ของ GDP (ขยายตัวลดลงร้อยละ 2.65 เมื่อเทียบ
<br />
กับปีที่ผ่านมา) โดยอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้าและเครื่องหนัง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.10 ของภาคอุตสาหกรรม
<br />
ทั้งหมด และอยู่ในอันดับที่ 7 รองจากอุตสาหกรรมพลังงาน ก่อสร้าง การแปรรูปอื่น ๆ เหมืองแร่และการขุดค้น การแปรรูปอาหาร
<br />
และเครื่องดื่มและบุหรี่ ตามลำดับ
<br />
<br />
สปป. ลาวก่อตั้งโรงงานตัดเย็บเครื่องนุ่งห่มแห่งแรกในปี 2527 ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 77 แห่ง ตั้งอยู่ใน นครหลวงเวียงจันทน์ 72 แห่ง
<br />
แขวงเวียงจันทน์ 1 แห่ง แขวงจำปาสัก 2 แห่ง และแขวงสะหวันนะเขต 2 แห่ง แบ่งออกเป็นโรงงานที่ผลิตเครื่องนุ่งห่มเพื่อส่งออก
<br />
เป็นหลักจำนวน 50 แห่ง และโรงงานที่ผลิตเพื่อใช้ภายในประเทศ 27 แห่ง สร้างงานได้ 25,000 ตำแหน่ง สินค้าที่ผลิตส่วนใหญ่
<br />
ได้แก่ เครื่องแบบ เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต เสื้อโปโล เสื้อทำงานแจ๊คเก็ต ยีนส์ ชุดชั้นใน ชุดเครื่องนอน ถุงเท้า รองเท้าและอื่น ๆ
<br />
ตลาดส่งออกที่สำคัญของ สปป. ลาว ได้แก่ ยุโรปร้อยละ 80 ญี่ปุ่น ร้อยละ 9 สหรัฐอเมริกา ร้อยละ 4 และแคนาดา ร้อยละ 2
<br />
<br />
ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ผู้ประกอบการบางส่วนหยุดการผลิต และบางส่วนลดกำลังการผลิตชั่วคราวเพื่อปฏิบัติตาม
<br />
มาตรการป้องการการแพร่ระบาดของรัฐบาล สปป. ลาว อีกทั้งอุตสาหกรรมตัดเย็บของ สปป.ลาว ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
<br />
กับอุตสาหกรรมตัดเย็บทั่วโลก กล่าวคือ หลายบริษัทประสบปัญหาถูกยกเลิกคำสั่งซื้อจากบริษัทที่เป็นเจ้าของเครื่องหมาย
<br />
สินค้าต่าง ๆ การชะลอการผลิตวัสดุ อุปกรณ์ด้านการตัดเย็บจากผู้ผลิตในต่างประเทศอันเนื่องมาจากการ lockdown
<br />
ในหลายเมือง และปัญหาความล่าช้าในการจัดส่งและมอบสินค้า
<br />
<br />
ในปี 2563 การส่งออกเครื่องนุ่งห่มของ สปป. ลาวมีมูลค่า 188 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 11.32 เมื่อเทียบกับปี 2562
<br />
ส่วนในปี 2564 มูลค่าการส่งออกเครื่องนุ่งห่มเพิ่มขึ้นเป็น 189 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วงเดือน ม.ค. - มิ.ย. 2565 การส่งออก
<br />
เครื่องนุ่งห่มมีมูลค่า 99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากนโยบายผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19 โรงงานตัดเย็บหลายแห่ง
<br />
เริ่มเปิดดำเนินการผลิตตามปกติ และอยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากผลกระทบ สำหรับการนำเข้าสินค้าเครื่องนุ่งห่ม ช่วงเดือน
<br />
ม.ค. - มิ.ย. 2565 สปป. ลาวนำเข้าเครื่องนุ่งห่มประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยนำเข้าจากจีนมากที่สุดมูลค่า 8.04 ล้าน
<br />
ดอลลาร์สหรัฐ รองลงมาคือเวียดนาม 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทย 2.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
<br />
<br />
การพัฒนาอุตสาหกรรมตัดเย็บใน สปป. ลาว เผชิญกับข้อจำกัดหลายด้าน อาทิ จำนวนแรงงานที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม
<br />
การผลิตของ สปป. ลาวมีน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลให้สัดส่วนแรงงานในภาคการผลิต
<br />
เครื่องนุ่งห่มขาดแคลน แม้ว่า สปป. ลาวจะมีข้อได้เปรียบด้านอัตราค่าจ้างแรงานที่มีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่น
<br />
แต่ศักยภาพในการผลิตยังมีน้อย แรงงานเลือกจะทำงานในอุตสาหกรรมอื่นที่มีค่าตอบแทนสูงกว่า รวมถึงแรงงานลาวส่วนหนึ่ง
<br />
ย้ายไปทำงานต่างประเทศ สำหรับนักลงทุน ผู้ประกอบการระดับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็กยังประสบปัญหาในการเข้าถึง
<br />
แหล่งเงินทุน และปัญหาเงินกีบอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์และบาท ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบนำเข้าสำหรับการผลิต
<br />
เครื่องนุ่งห่มสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
<br />
<br />
เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมตัดเย็บใน สปป.ลาว สมาคมอุตสาหกรรมตัดเย็บ สปป. ลาวผลักดันนโยบาย
<br />
ส่งเสริมให้โรงงานตัดเย็บทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่สามารถดำเนินการได้มากขึ้น โดยส่งเสริมให้หนึ่งกลุ่มบ้าน มีหนึ่ง
<br />
ร้านตัดเย็บเพื่อสร้างรายรับให้ผู้ประกอบรายย่อย และทำให้ประชาชนได้ใช้สินค้าที่ผลิตภายในชุมชน ประชาสัมพันธ์เชิญชวน
<br />
ให้สนับสนุนและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ลาวที่ผลิตภายในประเทศเพื่อลดการรั่วไหลของเงินตราต่างประเทศอีกด้วย นอกจากนี้
<br />
รัฐบาล สปป.ลาว ยังได้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ผู้ประกอบการในวิสาหกิจขนาดกลางและเล็กสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้
<br />
จากสถาบันการเงินได้สะดวกยิ่งขึ้น
<br />
<br />
ข้อมูลอ้างอิง
<br />
https://eriit.moic.gov.la/researcheriitlao/
<br />
https://www.moic.gov.la/?page_id=6994
<br />
https://laoedaily.com.la/2022/10/03/117658/ file:///I:/downloads/Yearbook2021_Final%2022.04.2022%20(1).pdfModified:25/11/2022 12:32:06
-
การประเมินความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ กรณีเปรียบเทียบระหว่าง สปป. ลาวและศรีลังกา
วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในศรีลังกาได้ก่อให้เกิดคำถามว่า สภาพเศรษฐกิจและการขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิง<br />
ที่เกิดขึ้นใน สปป. ลาว นั้น จะนำไปสู่สถานการณ์คล้ายคลึงเช่นที่เกิดขึ้นในศรีลังกาหรือไม่ เนื่องจากมีค่าดัชนี<br />
ชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายประการ อาทิ หนี้สาธารณะ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ อัตราเงินเฟ้อ ฯลฯ ที่บ่งชี้<br />
ไปในทิศทางดังกล่าว เป็นต้น<br />
<br />
ฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ได้รวบรวมข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายของทั้งสองประเทศ เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ ในการประเมินสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว <br />
โดยพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ 7 ประการ ประกอบด้วย (1) ภาพรวม (2) อัตราเงินเฟ้อ (3) เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ (4) หนี้สาธารณะ (5) นโยบายด้านการเงิน<br />
และการคลัง (6) แหล่งรายได้ใหม่ของประเทศ และ <br />
(7) ปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ที่จะช่วยให้<br />
ผู้อ่านสามารถเห็นภาพและพิจารณาในเบื้องต้นถึงปัจจัยและความแตกต่างของบริบททางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยมีรายละเอียด ดังนี้<br />
<br />
(1) ภาพรวม สปป. ลาว เป็นประเทศไม่มีทางออกทะเล (Land-locked Country) ตั้งอยู่ในภูมิภาคอาเซียน <br />
มีประชากรประมาณ 7 ล้านคน โดยประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร GDP ของ สปป. ลาว ในปี 2564 <br />
มีมูลค่าประมาณ 18,827 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 2.5) รายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร รวมเป็นร้อยละ 88 ของ GDP ขณะที่ศรีลังกา เป็นเกาะอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ มีประชากรประมาณ 21.92 ล้านคน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรเช่นเดียวกัน แต่รายได้ส่วนใหญ่ของประเทศพึ่งพาภาคบริการ และการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรไปยังต่างประเทศ โดย GDP ในปี 2564 มีมูลค่าประมาณ 84,518 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 1.8) <br />
<br />
วิกฤตเศรษฐกิจในศรีลังกามีสาเหตุหลักจากการบริหารจัดการของรัฐบาลด้านการเงิน การปรับลดภาษีอย่างกะทันหัน รวมถึงผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 รายรับส่วนใหญ่ของศรีลังกาพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวและเงินตราต่างประเทศอย่างมาก การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้รายได้ของประเทศลดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับหนี้ต่างประเทศจำนวนมากที่ไม่สามารถชำระได้ตามกำหนด เงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลง ค่าเงินอ่อน จึงนำไปสู่การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบกับปัญหาการเมืองและความเคลื่อนไหวของประชาชนภายในประเทศ จนนำไปสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจตามที่ปรากฏรายงานข่าว ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างศรีลังกากับ สปป. ลาว คือ สปป. ลาว มีเสถียรภาพทางการเมืองสูงและสถานการณ์ภายในประเทศสงบ รัฐบาลดำเนินนโยบายปรับโครงสร้างทางการเงินในประเทศผ่านการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารพาณิชย์ และร้านแลกเงินนอกระบบ มีการออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนจากธนาคารแห่ง สปป. ลาว (จำหน่ายแล้วร้อยละ 80) และกระทรวงการเงิน สปป. ลาว สปป. มีแหล่งรายได้ใหม่และแผนในการดำเนินการชำระหนี้ต่างประเทศ (ข้อมูลจากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (NEDA) ระบุว่า สปป. ลาวยังไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ต่อไทย) นอกจากนี้ สปป.ลาวยังมีรายได้จากการส่งสินค้าออก สามารถผลิตอาหารเพียงพอกับความต้องการในประเทศ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว การจับจ่ายซื้อขายสินค้า ยังดำเนินต่อเนื่อง <br />
<br />
Modified:16/09/2022 13:28:17
-
พัฒนาการของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ใน สปป. ลาว
สปป. ลาว ถือเป็นประเทศที่มีทรัพยากรแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์ เนื่องจากภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับที่ราบหุบเขา อันเกิดจากการยกตัวของแผ่นทวีปเก่า และมีภูเขาไฟที่ดับแล้วหลายแห่ง จากการสำรวจได้ค้นพบสายแร่ธาตุและโลหะมีค่าต่าง ๆ เป็นจำนวนมากจึงเป็นโอกาสให้รัฐบาล สปป. ลาวนำทรัพยากรเหล่านั้นมาพัฒนาประเทศ ผ่านการให้สัมปทานกับบริษัทต่างชาติ ซึ่งได้รับการสนับสนุนและเจรจาจากรัฐบาล<br />
ปัจจุบันบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้สำรวจและศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐกิจและเทคนิคการขุดค้นและแปรรูปแร่ธาตุ ทั้งหมด 230 บริษัท โดยแบ่งออกเป็น อยู่ในความดูแลของภาคธรณีศาสตร์แร่ธาตุ 105 บริษัท 124 กิจการ และอยู่ในการดูแลของภาคเหมืองแร่ 125 บริษัท 205 กิจการ ประกอบด้วยบริษัทที่กำลังดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐกิจและเทคนิค 42 บริษัท 60 กิจการ และบริษัทที่รัฐบาลอนุมัติโครงการสัมปทานขุดค้นทั่วไป 83 บริษัท <br />
Modified:02/09/2022 09:20:48
-
พิธีลงนามสัญญาสัมปทานโครงการท่าบกท่าแขก
เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2565 นางคำจัน วงแสนบูน รองรัฐมนตรี กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว และนายพุดพอนไซ หลวงลาด ผู้อำนวยการบริษัท ท่าบกท่าแขก จำกัดร่วมลงนามสัญญาสัมปทานโครงการท่าบก ท่าแขก เพื่อพัฒนาโลจิสติก การขนส่งสินค้าของ สปป. ลาว โดยมีเจ้าแขวงคำม่วน รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน รองรัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและการขนส่ง พร้อมด้วยผู้แทนจากภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม นายพุดพอนไซฯ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีพื้นที่ติดกับสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม- คำม่วน) อายุสัมปทาน 30 ปี มูลค่าก่อสร้าง 15.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ บริษัทฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2564 โดยรัฐบาลลาว (รัฐวิสาหกิจลาวบริการสินค้าผ่านแดน) ถือหุ้นร้อยละ 30 และภาคเอกชน (บริษัท Greater Mekong Logistics จำกัดเป็นผู้แทนของทั้งสามบริษัท) ถือหุ้นร้อยละ 70 โดยสัดส่วนผู้ถือหุ้นร้อยละ 70 ประกอบด้วย บริษัท Greater Mekong Logistics จำกัด บริษัท International Transport จำกัด และบริษัท Speed Intertransport จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 52.5 ร้อยละ 10.5 และร้อยละ 7 ตามลำดับModified:02/03/2022 14:17:03
-
การจัดเตรียมร่างกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยของเขื่อน ครั้งที่ 2
เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2565 นางจันสะหวาด บุบผา รองรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมการจัดเตรียมร่างกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยของเขื่อน ครั้งที่ 2 โดยมี ผู้แทนจากแผนก ที่เกี่ยวข้องของแขวงไซสมบูน เชียงขวาง บ่อแก้ว หลวงพระบาง สะหวันนะเขต สาละวัน และจำปาสักเข้าร่วมModified:28/02/2022 16:30:05
-
การทดลองใช้งานท่าอากาศยานนานาชาติบ่อแก้ว
เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2564 ท่าอากาศยานนานาชาติบ่อแก้วได้ประกอบพิธีทางศาสนาสำหรับงานเปิด <br />
และทดลองใช้งานครั้งแรก โดยมีเครื่องบินของสายการบินลาวแอร์ไลน์ และลาวสกายเวย์เข้าร่วมการทดสอบการนำเครื่องขึ้นและลงจอด รวมถึงการทดลองใช้ระบบสื่อสารและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในท่าอากาศยานฯ<br />
ท่าอากาศยานนานาชาติบ่อแก้ว ตั้งอยู่บ้านสีเมืองงาน เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ล้อมรอบด้วยภูเขา ป่าไม้<br />
และแม่น้ำโขง ห่างจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำประมาณ 5 กิโลเมตร ปัจจุบัน อยู่ระหว่างการขยาย<br />
ทางรันเวย์ ปรับปรุงผังสนามบิน รวมทั้งก่อสร้างอาคารผู้โดยสารและลานจอดรถ โดยมีมูลค่าการก่อสร้างรวมทั้งหมด 149,000 ล้านกีบ และคาดว่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือน มี.ค. 2565 <br />
เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ จะสามารถรองรับเครื่องบิน ATR และรองรับเที่ยวบินได้วันละ 1-2 เที่ยว <br />
ซึ่งจะช่วยเพิ่มการสัญจรของนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ และตอบสนองความต้องการของผู้เดินทางในภูมิภาค โดยที่ผ่านมา <br />
มีเพียงเครื่องบินขนาดเล็ก 50 ที่นั่งเท่านั้นที่สามารถลงจอดในแขวงบ่อแก้วได้ ดังนั้น รัฐบาลลาวจึงตั้งเป้าหมาย<br />
ที่จะพัฒนาการเชื่อมต่อทางถนนและทางอากาศเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้มากขึ้น <br />
ปัจจุบัน สปป. ลาว มีท่าอากาศยานหลัก ทั้งสิ้น 6 แห่ง ประกอบด้วย (1) ท่าอากาศยานนานาชาติวัตไต <br />
นครหลวงเวียงจันทน์ (2) ท่าอากาศยานนานาชาติบินปากเซ แขวงจำปาสัก (3) ท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบาง แขวงหลวงพระบาง (4) ท่าอากาศยานอุดมไซ แขวงอุดมไซ (5) ท่าอากาศยานสะหวันนะเขต แขวงสะหวันนะเขต <br />
และ (6) ท่าอากาศยานห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว (ปิดปรับปรุง)<br />
<br />
อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ = 11,063 กีบ <br />
<br />
ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 29 ธ.ค. 2564<br />
<br />
Modified:24/01/2022 15:30:35
-
ผลสำรวจสถิติกสิกรรมทั่วประเทศ สปป. ลาว ครั้งที่ 3 ปี 2562-2563
เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2564 นางพอนสะหลี สุกสะหวัด หัวหน้าศูนย์สถิติแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมเผยแพร่ผลการสำรวจสถิติกสิกรรมทั่วประเทศ สปป. ลาว ครั้งที่ 3 ปี 2562-2563 โดยมี นายสมดี ดวงดี อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว และในฐานะอดีตหัวหน้าคณะชี้นำการสำรวจสถิติกสิกรรม<br />
ทั่วประเทศ ครั้งที่ 3 และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม<br />
<br />
Modified:17/01/2022 09:24:50
-
สปป. ลาวเตรียมส่งออกพืชตระกูลส้มไปจีน
เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2564 ดร. เพ็ด พมพิพัก รัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป. ลาว และนายนี ยัวเฟิง รัฐมนตรีองค์การบริหารภาษีของจีน ร่วมลงนามอนุสัญญาเกี่ยวกับข้อกำหนดเงื่อนไขด้านสุขอนามัยพืช (SPS) สำหรับการส่งออกพืชตระกูลส้ม (ส้มเปลือกหนา ส้มโอ และเลมอน) ของ สปป. ลาวไปจีน โดยมีเจ้าหน้าที่จากภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยานModified:21/12/2021 10:53:20
-
สถานะร้านแลกเปลี่ยนเงินตราที่ได้รับการอนุญาตจากธนาคารแห่ง สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2564 ห้องการธนาคารแห่ง สปป. ลาวออกแจ้งการเลขที่ 175/หก. เกี่ยวกับร้านแลกเปลี่ยนเงินตัวแทนของธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับการอนุญาตจากธนาคารแห่ง สปป. ลาว โดยการร่วมมือดังกล่าวเป็นการปฏิบัติตามแจ้งการของธนาคารแห่ง สปป. ลาว เลขที่ 111/หก. ลงวันที่ 12 ส.ค. 2564 เกี่ยวกับการกำหนดให้ร้านแลกเปลี่ยนเงินตราขึ้นทะเบียนเป็นร้านตัวแทนของธนาคารพาณิชย์เพื่อให้การดำเนินงานของร้านแลกเปลี่ยนเงินตราต่าง ๆ อยู่ภายใต้การดูแลของระบบธนาคารและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการของร้านแลกเปลี่ยนเงินตรา ซึ่งสอดคล้องกับกลไกการคุ้มครองเงินตราต่างประเทศและทำให้การซื้อขายเงินตราต่างประเทศเข้าสู่ระบบธนาคารมากขึ้นModified:07/10/2021 09:37:56
-
สปป. ลาวคาดว่าจะเก็บภาษีครึ่งแรกของปี 2564 ได้เพียงร้อยละ 38.3
เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2564 นายบุนโจม อุบนปะเสิด รัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว เป็นประธาน การประชุมสรุปผลดำเนินงานตามแผนงบประมาณในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2564 และคาดการณ์แผนงบประมาณปี 2564 โดยมีรองรัฐมนตรี หัวหน้ากรม รองหัวหน้ากรม และผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้กระทรวงการเงิน สปป. ลาวเข้าร่วมModified:28/06/2021 11:11:27
-
ทางด่วนเวียงจันทน์ - ปากเซอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากรัฐบาล สปป. ลาว
นายคงเพ็ด ดาลาวอน กรรมการผู้รับผิดชอบโครงการก่อสร้างทางด่วนเวียงจันทน์ - ปากเซ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันผู้รับผิดชอบโครงการฯ ได้ยื่นเสนอเส้นทางด่วนกับห้องว่าการสำนักงานนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติแล้ว เมื่อได้รับการอนุมัติแล้วจะเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการดังกล่าว ทางด่วนเวียงจันทน์ - ปากเซจะคู่ขนานกับถนนหมายเลข 13 ใต้ โดยแบ่งออกเป็น 5 ช่วง ได้แก่ นครหลวงเวียงจันทน์ - เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ - เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน - แขวงสะหวันนะเขต - แขวงสาละวัน -เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก มีระยะทางรวม 617 กิโลเมตร โดยช่วงแรกมีจุดเริ่มต้นจากถนน 450 ปี นครหลวงเวียงจันทน์ถึงเมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ ระยะทาง 126 กิโลเมตร เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยลดระยะเวลาจาก 90 นาที เหลือ 30 - 40 นาที ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของช่วงที่ 1 อีก 4 ช่วงยังไม่ได้เริ่มการศึกษา ความเป็นไปได้เนื่องจากสถานการณ์โควิด 19 โครงการฯ การก่อสร้างจะใช้ผู้รับเหมาของ 4 บริษัท ประกอบด้วยบริษัทลาว 2 แห่ง และบริษัทจีน 2 แห่ง เมื่อโครงการฯ แล้วเสร็จจะช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางทั้งหมดจาก 8 - 10 ชั่วโมง เหลือ 6 - 7 ชั่วโมง และจะทำให้โครงข่ายเส้นทางคมนาคมของ สปป. ลาวมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนโยบายการพัฒนา เพื่อเปลี่ยนประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลเป็นประเทศที่เชื่อมโยงทางบกของรัฐบาล สปป. ลาว ทางด่วนนี้ยังสามารถเชื่อมโยงกับเส้นทางคมนาคมอื่น ๆ ภายในประเทศ เช่น ทางด่วนเวียงจันทน์ - บ่อเต็น (ชายแดนลาว - จีน) ซึ่งเปิดใช้งานระยะที่ 1 (เวียงจันทน์ - วังเวียง) อย่างเป็นทางการเมื่อเดือน ธ.ค. 2563 และปัจจุบันรัฐบาล สปป. ลาว ได้อนุมัติการก่อสร้างทางด่วนแห่งนี้ในระยะที่ 2 (วังเวียง - หลวงพระบาง) และทางด่วนเวียงจันทน์ - ฮานอย ซึ่งจะช่วยสร้างการเชื่อมโยงระหว่างเมืองหลวงของ สปป.ลาวกับเวียดนาม ปัจจุบันทางด่วนเวียงจันทน์ – ฮานอย อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 28 พ.ค. 2564 เว็บไซต์ The Laotian Times วันที่ 28 พ.ค. 2564 https://laotiantimes.com/2021/05/28/movement-on-the-vientiane-to-pakse-expressway-project/Modified:10/06/2021 16:20:47
-
ค่าเงินบาทที่แข็งค่าส่งผลให้ราคาปูนซีเมนต์ใน สปป. ลาวสูงขึ้น
ราคาปูนซีเมนต์ตรา Hongshi ของจีนใน สปป. ลาวเพิ่มขึ้นจาก 370,000 เป็น 420,000 กีบต่อตัน ราคาขายปลีกอยู่ที่ 480,000 - 500,000 กีบต่อตัน และราคาปูนตราเสือของไทยเพิ่มขึ้นจาก 620,000 เป็น 665,000 กีบต่อตัน ราคาขายปลีกอยู่ที่ 680,000 - 700,000 กีบต่อตันModified:20/05/2021 12:45:05
-
สปป. ลาวส่งออกข้าวไปจีนเพิ่มมากขึ้น
ข้อมูลกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาวระบุว่า ในปี 2560 สปป. ลาวมีรายได้จากการส่งออกข้าวไปเวียดนามเกือบ 29 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และลดลงเหลือประมาณ 7.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2562 แม้ว่าปริมาณการส่งออกข้าวไปเวียดนามจะลดลง แต่มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศโดยรวมยังเพิ่มสูงขึ้น โดยแขวงสะหวันนะเขตเป็นแขวงที่ส่งออกข้าวมากสุดและมีรายได้จากการส่งออกข้าว 36 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2562Modified:12/03/2021 16:47:46
-
การประชุมสรุปโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ IT Platform เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลในการคุ้มครองรถขนส่งสินค้าสากล
เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2564 นายเวียงสะหวัด สีพันดอน รองรัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมสรุปโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ IT Platform เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลในการคุ้มครองรถขนส่งสินค้าสากล โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำ สปป. ลาว JICA ประจำ สปป. ลาว สมาคมผู้ขนส่งและจัดส่งระหว่างประเทศ สปป. ลาว และภาคเอกชนเข้าร่วม โดยโครงการดังกล่าวได้รับทุนสนับสนุนจากกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI)Modified:03/03/2021 15:58:15
-
ผลการสำรวจวิสาหกิจ สปป. ลาวทั่วประเทศ
เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2564 นายสมดี ดวงดี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ในฐานะหัวหน้าคณะชี้นำระดับชาติในการสำรวจเศรษฐกิจทั่วประเทศ ครั้งที่ 3 เป็นประธานการประชุมเผยแพร่ ผลการสำรวจเศรษฐกิจทั่วประเทศ ครั้งที่ 3 โดยมีนางพอนสะหลี สุกสะหวัด หัวหน้าศูนย์สถิติแห่งชาติ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:03/03/2021 15:58:48
Sorted by relevance | Sort by date
