ค้นหา
About 85 results
-
จีนถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเลี้ยงไหมให้แก่ สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 15 – 17 ธ.ค. 2563 สถาบันนิเวศน์วิทยาและเทคโนโลยีชีวภาพ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สปป. ลาว บริษัท สองมือนาง จำกัด และมหาวิทยาลัย Xuzhou จีน ได้จัดงานสัมมนาด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการเลี้ยงไหมในโครงการร่วมมือพัฒนาการเลี้ยงไหมให้เป็นอุตสาหกรรมและมีความทันสมัย โดยมี นางแก้วสายใจ ไซยะสอน ประธานบริษัท สองมือนางฯ ศ.ดร. บ่อเวียงคำ วงดาลา รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และนาย Huang Xing รองอธิการบดี มหาวิทยาลัย Xuzhou เป็นประธานร่วม ซึ่งนายกิแก้ว ไขคำพิทูน รัฐมนตรีกระทรวงแถลงข่าวและวัฒนธรรม สปป. ลาว และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วยModified:01/02/2021 14:38:25
-
ร่วมพบปะรับฟังการสัมมนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ ด้านเกษตรโรงเรือน และเกษตรอินทรีย์ กับผู้เชี่ยวชาญจากเนเธอร์แลนด์...
โอกาสมาถึงแล้วสำหรับผู้ประกอบการด้านเกษตรอินทรีย์และการปลูกพืชโรงเรือน กระทรวงการต่างประเทศร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนาระหว่างประเทศในหัวข้อ “การเผยแพร่องค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของเนเธอร์แลนด์ ในด้านการปลูกพืชโรงเรือน และเกษตรอินทรีย์”Modified:18/08/2016 17:49:24
-
การส่งออกองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้าน SME ของเนเธอร์แลนด์
ประเทศเนเธอร์แลนด์ตระหนักและให้ความสำคัญกับ SME ในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยิ่งโดยได้มีการกำหนด top sectors ที่ประเทศมีความเชี่ยวชาญและศักยภาพสูง 9 สาขา ได้แก่ (1) อาหารและการเกษตร (2) เคมีภัณฑ์ (3) อุตสาหกรรมที่สร้างสรรค์ (4) พลังงาน (5) เทคโนโลยีระดับสูง (6) พืชสวน (7) วิทยาศาสตร์และสุขภาพ (8) ลอจิสติกส์ และ (9) น้ำ ซึ่งเนเธอร์แลนด์ส่งเสริมทั้งด้านวิชาการและเชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจในภาพรวมของเนเธอร์แลนด์ ดำเนินได้อย่างยั่งยืน โดยแต่ละภาคส่วนจะมีความร่วมมือและแลกเปลี่ยนระหว่างภาคธุรกิจ ภาควิชาการและภาครัฐอย่างบูรณาการ กล่าวคือ สถาบันทางวิชาการและการวิจัย เช่น NWO (The Netherlands Organisation for Scientific Research), KNAW (The Royal Netherlands Academy of Arts and Sciences) และ TNO (Neherlands Organisation for Applied Scientific Research) จะปรับโปรแกรมการเรียนการสอนและแผนการวิจัยบนพื้นฐานของ top sectors ดังกล่าว ในขณะเดียวกันรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ก็พยายามสนับสนุนโดยผ่านนโยบายการทูตทางเศรษฐกิจ โดยการมุ่งหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสำหรับภาคธุรกิจทั้งในด้านการค้าและการลงทุน ด้วยมาตรการสนับสนุนทางการเงินสำหรับการลงทุนหรือการส่งออก อาทิ กองทุน Dutch Good Growth Fund (DGGF) ซึ่ง SME สามารถยื่นขอกู้เงินได้สำหรับการเข้าไปลงทุนใหม่ๆ ในต่างประเทศ หรือการให้บริการคำปรึกษาของหน่วยงาน Netherlands Enterprise Agency (RVO) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงกิจการเศรษฐกิจของเนเธอร์แลนด์...Modified:23/03/2015 10:02:55
-
เจาะลึกฮกเกี้ยน : “เทียนฝู” แหล่งรวมองค์ความรู้ทางด้าน “ชาจีน” แห่งเดียวในโลก
ปัจจุบัน “ชา” เป็นเครื่องดื่มที่นิยมบริโภคกันทั่วโลก เป็นตัวแทนของ ธรรมชาติ สุขภาพ วัฒนธรรม และรสนิยมModified:11/03/2015 18:47:10
-
สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำ สปป.ลาว จัดพิธีมอบทุนสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนลาว
เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 นางสาวมรกต ศรีสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เป็นประธานในพิธีมอบเงินสนับสนุนModified:04/09/2025 17:39:43
-
งานเสวนาวิชาการด้านเศรษฐกิจครั้งที่ 3 เนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2568 สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ และสถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขตModified:23/09/2025 10:32:58
-
งานเสวนาวิชาการด้านเศรษฐกิจครั้งที่ 2 เนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปีฯ
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2568 สอท. ณ เวียงจันทน์ และ สกญ. ณ แขวงสะหวันนะเขต ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า และแขวงจำปาสัก เModified:26/06/2025 10:58:27
-
สปป. ลาวกับการเป็นสังคมเยาว์วัย: โอกาสและความท้าทายในการพัฒนาที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วModified:19/11/2024 11:20:45
-
สปป. ลาวกับการเป็นสังคมเยาว์วัย: โอกาสและความท้าทายในการพัฒนาที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วModified:19/11/2024 11:25:33
-
สปป. ลาว กับการเป็นสังคมเยาว์วัย: โอกาสและความท้าทายในการพัฒนาที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วModified:20/11/2024 13:09:41
-
สปป. ลาว กับการเป็นสังคมเยาว์วัย: โอกาสและความท้าทายในการพัฒนาที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วModified:09/12/2024 17:41:35
-
มันสำปะหลังและยางพารา พืชเศรษฐกิจใหม่ของ สปป. ลาว
สปป. ลาวเป็นประเทศที่ภาคเกษตรกรรมเป็นแหล่งรายได้หลักของประชาชน โดยในปี 2564 รายได้จาก ภาคการเกษตรคิดเป็นร้อยละ 16 ของ GDP โดยรัฐบาล สปป. ลาวได้กำหนดให้แผนการส่งเสริมภาคการเกษตร เลี้ยงสัตว์ และปลูกพืชเชิงพาณิชย์เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) เพื่อให้สามารถส่งออกสินค้าเกษตรได้อย่างน้อย 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยพืชส่งออกหลักของ สปป. ลาว ได้แก่ มันสำปะหลัง ยางพารา กล้วย กาแฟ (ยังไม่แปรรูป) ข้าวโพด และข้าว นอกจากนี้ การส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อทดแทนการนำเข้ายังเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของวาระแห่งชาติเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา<br />
ด้านเศรษฐกิจและการคลังอีกด้วย<br />
Modified:02/09/2022 09:14:29
-
นายกรัฐมนตรี สปป. ลาวออกคำสั่งเพิ่มทวีการคุ้มครองและป้องกันการรั่วไหลของรายได้ภาครัฐ
เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2564 นายกรัฐมนตรี สปป. ลาวได้ออกคำสั่งเลขที่ 18/นย. ว่าด้วยการเพิ่มทวี การคุ้มครองและป้องกันการรั่วไหลของรายได้ภาครัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน สรุปสาระสำคัญ ดังนี้ 1. ให้กระทรวง องค์การรัฐเทียบเท่ากระทรวง คณะกรรมการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนส่วนกลาง และส่วนท้องถิ่น ฝ่ายบริหารงบประมาณ และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับตระหนักถึงความรับผิดชอบ ต่อหน้าที่ และขอบเขตของตนในการปฏิบัติตามกฎหมายและนิติกรรมเกี่ยวกับการคุ้มครองและป้องกันการรั่วไหล ของรายได้ของรัฐ ยุติ หรือยกเลิกนิติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ในการคุ้มครองรายได้ของรัฐบาลModified:29/10/2021 08:48:41
-
สปป. ลาวเตรียมประกาศใช้นโยบายอุตสาหกรรมสีเขียวช่วงปี 2564 - 2565
เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2564 นายบัววัน วิละวง หัวหน้ากรมอุตสาหกรรมและหัตถกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว และนาย Christophe Assicot รองหัวหน้าสถาบันเพื่อการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโลก (Global Green Growth Institute: GGGI) ประจำ สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมเพื่อเตรียมประกาศใช้นโยบายอุตสาหกรรมสีเขียวของ สปป. ลาว โดยมีรองหัวหน้ากรม ผู้แทนจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม โดยการประชุมดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกรมอุตสาหกรรมและหัตถกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมฯ GGGI และกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund: GCF)Modified:17/08/2021 09:22:15
-
พิธีลงนามสัญญาสัมปทานโครงการขุดค้นหินอ่อนที่แขวงบอลิคำไซ
เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2564 นายไซอำพอน สีหาวง หัวหน้าแผนกแผนการและการลงทุนแขวงบอลิคำไซ <br />
และนายหู เชียว รองผู้อำนวยการบริษัท จีนไทเตอร์คำเกิดมาโบ้ พัฒนาบ่อแร่ จำกัด ได้ลงนามสัญญาสัมปทานโครงการขุดค้นหินอ่อนที่บ้านทุ่งเวียงคำ เมืองคำเกิด แขวงบอลิคำไซ โดยมีนายกองแก้ว ไซสงคาม เจ้าแขวงบอลิคำไซ พล.ต. อ่อนสี แสนสุก รองรัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ สปป. ลาว ผู้บริหารของแขวง หัวหน้าแผนก <br />
และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยาน<br />
Modified:17/08/2021 09:08:38
-
นโยบายและมาตรการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโควิด 19 ของ สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2564 ห้องว่าการสำนักงานนายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ได้ออกแจ้งการเกี่ยวกับนโยบายและมาตรการลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรควิด 19 มีรายละเอียด ดังนี้ 1. ด้านนโยบายการเงิน 1.1 ยกเว้นการเก็บภาษีเงินได้สำหรับเจ้าหน้าที่/ลูกจ้างภาครัฐและภาคเอกชนที่มีรายได้ต่ำกว่า 5 ล้านกีบ และ MSMEs เป็นเวลา 3 เดือน (เม.ย. - มิ.ย. 2564) 1.2 ขยายเวลาการส่งรายงานทางการเงินและผลประกอบการปี 2563 ของวิสาหกิจไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2564Modified:04/06/2021 13:22:20
-
โครงการสานต่อความร่วมมือด้าน Fashion Design และ Creative Design เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้าน Creative Economy ระหว่างไทย-บราซิล
โครงการสานต่อความร่วมมือด้าน Fashion Design และ Creative Design เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้าน Creative Economy ระหว่างไทย-บราซิลModified:19/02/2019 06:20:58
-
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอณ์ลิน จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านอาชีวศึกษาทวิภาคี ครั้งที่ 4 (Thai-German Meister Workshop) ในสาขาแมคคาทรอนิกส์ (Mechatronics)
ในฐานะที่ สอท. ณ กรุงเบอร์ลิน มีส่วนอย่างแข็งขันตลอดมาในการสนับสนุนนโยบายการปฏิรูปการศึกษาด้านอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ซึ่งมีเยอรมนีเป็นต้นแบบในระดับสากล โดยใช้องค์ความรู้ที่เป็นเลิศจากต่างประเทศในการพัฒนาอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย 4.0 ในโอกาสนี้ สอท. ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และสถาบัน IRATEC เยอรมนี จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านอาชีวศึกษาทวิภาคี ครั้งที่ 4 (Thai-German Meister Workshop) ในสาขาแมคคาทรอนิกส์ (Mechatronics) ระหว่างวันที่ 11-22 กันยายน 2560 ที่สำนักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา กรุงเทพฯModified:10/12/2017 02:51:10
-
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอณ์ลิน จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านอาชีวศึกษาทวิภาคี ครั้งที่ 4 (Thai-German Meister Workshop) ในสาขาแมคคาทรอนิกส์ (Mechatronics)
ในฐานะที่ สอท. ณ กรุงเบอร์ลิน มีส่วนอย่างแข็งขันตลอดมาในการสนับสนุนนโยบายการปฏิรูปการศึกษาด้านอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ซึ่งมีเยอรมนีเป็นต้นแบบในระดับสากล โดยใช้องค์ความรู้ที่เป็นเลิศจากต่างประเทศในการพัฒนาอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย 4.0 ในโอกาสนี้ สอท. ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และสถาบัน IRATEC เยอรมนี จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านอาชีวศึกษาทวิภาคี ครั้งที่ 4 (Thai-German Meister Workshop) ในสาขาแมคคาทรอนิกส์ (Mechatronics) ระหว่างวันที่ 11-22 กันยายน 2560 ที่สำนักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา กรุงเทพฯModified:10/12/2017 02:51:10
-
Adlershof Science and Innovation Park – ต้นแบบอุทยานวิทยาศาสตร์ของเยอรมนี
Adlershof Science Park เป็นอุทยานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมต้นแบบชั้นนำของประเทศเยอรมนี ที่เป็นศูนย์รวมของหน่วยงานด้านวิจัยและนวัตกรรม ได้แก่ ที่มีทั้งศูนย์เทคโนโลยีและศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (Incubator) กว่า 90 แห่งกระจายไปตามสาขาต่าง ๆ สถาบันวิจัยมากมายทั้งที่ไม่ใช่มหาลัยและสถาบันในระดับมหาวิทยาลัย เช่น Humboldt University รวมแล้วกว่า 20 แห่ง และบริษัทต่าง ๆ มากกว่า 1,000 แห่ง ในนิคมอุตสาหกรรมย่อย ๆ กว่า 16 โครงการ โดยมีบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีขั้นสูง 460 แห่ง มีพนักงานทั้งหมด 16,000 คน <br />
Adlershof เป็นนิคมวิจัยที่มีสิ่งแวดล้อม (eco-system) ที่เหมาะสมสำหรับเอกชนในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัทเอกชน สอดคล้องกับหลักการที่ว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ควรประกอบด้วยองค์ประกอบสามส่วนในการสร้างนวัตกรรม (innovation triple helix) ได้แก่ 1. บริษัทเอกชน ซึ่งเป็นที่มาของแหล่งเงินทุนแอละโจทย์การวิจัย 2. สถาบันวิจัย ซึ่งเป็นแหล่งที่มาขององค์ความรู้และการวิจัยประยุกต์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย เช่น ห้องแล็บ และ 3. สถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของการวิจัยขั้นพื้นฐานและเป็นผู้สร้างนักวิจัยที่มีคุณภาพ <br />
ด้วยเหตุนี้ Adlershof จึงประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการสร้างนวัตกรรมที่เอกชนสามารนำไปสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้ และสามารถขยายโครงสร้างองค์การอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันมีส่วนให้บริการมากมาย ศูนย์บริการหลักๆ ได้แก่ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (incubator) ที่ให้บริการผู้ประกอบการ หรือ บริษัทตั้งแต่ ด้านการจัดเตรียมเอกสาร ใบอนุญาต ด้านการตลาด และการส่งต่อเทคโนโลยี ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัลในSMEs และ ศูนย์วิจัยข้อมูลทางสถิติ <br />
หัวใจของ Adlershof คือ ศูนย์วิจัยในสาขาต่าง ๆ ได้แก่ ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและสิ่งแวดล้อม ศูนย์วิจัย Photonics and Optics ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและมัลติมีเดีย ศูนย์วิจัย Microsystems and Materials และศูนย์วิจัยเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy)<br />
การทำงานของ Adlershof เริ่มตั้งแต่การปูรากฐานการทำวิจัย การทํางานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานวิจัยและบริษัทผู้ผลิต เพื่อปรับปรุง และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง และสามารถนำไปสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ประกอบกับการมีเครือข่ายที่กว้างขวาง Adlershof จึงช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของบริษัทในการพบปะกับบริษัทชั้นนำมากมาย<br />
ลักษณะสำคัญของ Adlershof คือ <br />
1. การที่รัฐบาลริเริ่มโครงการแล้วส่งต่อให้ภาคเอกชนเป็นผู้บริหารจัดการ ด้วยแนวทางการบริหารแบบเอกชนนี้เอง ปัจจุบันมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นภายใน Adlershof กว่า 70% ของรายได้ต่อปีกว่า 2 พันล้านยูโร จึงมาจากภาคเอกชน<br />
2. จุดมุ่งหมายในการทำการวิจัย คือ เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ใช้การได้มากกว่าหารายได้จากแหล่งอื่น ๆ ไม่เน้นการสร้างงานวิจัยเพื่อผลงานทางวิชาการ แต่ไม่นำมาปรับใช้ หรือที่เรียกว่า ขึ้นหิ้ง<br />
3. การสร้างเครือข่ายจากจุดแข็งของกรุงเบอร์ลิน ในการเป็นศูนย์บ่มเพาะธุรกิจสำหรับ Start-ups ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 1 ของโลก <br />
4. มุ่งแสวงหาผู้ประกอบการรายใหม่ (“incubees”) เพื่อนำมาบ่มเพาะกับเทคโนโลยี และร่วมมือกับ บริษัท ขนาดใหญ่ที่อาจมีการแตกหน่อทางธุรกิจใหม่ ๆ<br />
จากการเยี่ยมศึกษาดูงานที่ Adlershof ของ ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2560 ฝ่ายไทยได้เล็งเห็นถึงโอกาสที่จะเรียนรู้ประสบการณ์จาก Adlershof รวมทังขยายความร่วมมือระหว่าง Adlershof กับอุทยานวิทยาศาสตร์ของไทย ทั้งด้าโดยเฉพาะด้าน การวางระบบศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเพื่อให้ผู้ประกอบการเข้มแข็งและมีการลงทุนด้าน R & D อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลทางธุรกิจมากที่สุด และการศึกษาโครงสร้างเครือข่าย R & D ของ Adlershof ให้แก่ผู้ประกอบการตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ที่ไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งกับผู้ประกอบการระดับ high-tech หรือ mid-tech ได้ <br />
Modified:10/12/2017 02:10:28
Sorted by relevance | Sort by date
