ค้นหา
About 478 results
-
ธนาคารโลกเพิ่มเงินทุนสนับสนุนภาคธุรกิจในการฟื้นฟูจากผลกระทบของโควิด 19
ธนาคารโลกเห็นพ้องที่จะขยายโครงการส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันและการค้าเพื่อพัฒนา ขีดความสามารถของธุรกิจในการฟื้นฟูจากที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด 19 ตามคำขอของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว โดยธนาคารโลกจะมอบเงินช่วยเหลือจำนวน 6.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่าน Lao Competitiveness and Trade Multi-Donor Trust Fund ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากออสเตรเลีย ไอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกาModified:02/11/2021 15:23:37
-
พิธีลงนามสนับสนุนเงินทุนแก่ MSMEs เพื่อรับมือกับผลกระทบและฟื้นฟูจากโควิด 19
เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2564 ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว นายสมจิด อินทะมิด รองรัฐมนตรีกรทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว และนายบุนปอน วันนะจิด รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว เข้าร่วมพิธีลงนามสัญญาสนับสนุนทุนในโครงการเข้าถึงแหล่งเงินทุน MSMEs เพื่อฟื้นฟูจากผลกระทบจากโควิด 19 ระหว่างกรมส่งเสริม SMEs กับ 5 ธนาคาร (ธนาคารไซง่อนเทืองตินลาว ธนาคารลาว – จีน ธนาคารร่วมธุรกิจลาว - เวียดนาม ธนาคารมารูฮานเจแปนลาว และธนาคารเวียดติน) และเงินทุนของรัฐบาลปี 2564 ระหว่างกองทุนส่งเสริม SMEs กับ 4 ธนาคาร และ 1 กองทุน โดยมีผู้แทน จากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:03/08/2021 16:40:14
-
ธนาคารลาว – ฝรั่งเศสสนับสนุนเงินทุนแก่รัฐวิสาหกิจถือหุ้นลาวในการพัฒนาด้านพลังงาน
เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2563 ธนาคารลาว - ฝรั่งเศส (LBF) และรัฐวิสาหกิจถือหุ้นลาว (LHSE) ร่วมลงนาม สัญญาสนับสนุนเงินทุนจำนวน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการพัฒนายุทธศาสตร์และความร่วมมือด้านพลังงาน ของ สปป. ลาว โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าเพื่อตอบสนองความต้องการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้Modified:26/01/2021 08:54:28
-
สภาบริหารกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เห็นชอบแผนสนับสนุนเงินทุนวงเงิน 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ งวดที่ 2
เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2563 นายสมจิด อินทะมิด รองรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมสภาบริหารกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สมัยสามัญ ครั้งที่ 3 โดยมีประธานและสมาชิกสภาบริหารกองทุนดังกล่าวเข้าร่วม โดยการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบผล การปฏิบัติงานที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวด้านบัญชีของสภาบริหารฯ และพิจารณาแผนปรับปรุงงบประมาณ 6 เดือนหลังของปี 2563 แผนสนับสนุนเงินทุนวงเงิน 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ งวดที่ 2 แผนงบประมาณประจำปี 2564 แผนการสนับสนุนเงินทุนงวดที่ 3 ในช่วงหลังของปี 2563 ความคืบหน้าการปล่อยสินเชื่อ SMEs วงเงิน 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐของธนาคารพาณิชย์ที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมทั้งมอบนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะโครงการสินเชื่อวิสาหกิจรายย่อย การใช้ประโยชน์จากรายได้ของกองทุนส่งเสริม SMEs การสนับสนุนทุนให้กองทุนอื่น การสนับสนุนทุนเพื่อค้ำประกันในการปล่อยสินเชื่อให้วิสาหกิจรายย่อยModified:25/01/2021 10:50:11
-
ธนาคารแห่ง สปป. ลาว จัดการประชุมร่วมกับธนาคารพาณิชย์เพื่อสนับสนุนเงินทุนสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19
เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2563 นายสอนไซ สิดพะไซ ผู้ว่าการธนาคารแห่ง สปป. ลาว (BOL) เป็นประธานการประชุมร่วมกับธนาคารพาณิชย์เพื่อติดตามการดำเนินมาตรการและนโยบายรัฐบาลในการลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ต่อเศรษฐกิจลาว โดยเฉพาะการออกนโยบายสินเชื่อของ BOL เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบModified:22/01/2021 14:19:08
-
SMEs ด้านความมั่นคงทางอาหารจะได้รับประโยชน์จากการปล่อยเงินทุนวงเงิน 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
กองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สปป. ลาว (SMEs) มีแผนปล่อยเงินทุนวงเงิน 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุน SMEs ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตสินค้าเกษตร เพื่อส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โดยการสนับสนุนเงินทุนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้ง่ายขึ้น และส่งเสริมความมั่นคงด้านอาหารModified:22/01/2021 13:31:47
-
เตรียมปล่อยเงินทุนวงเงิน 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อส่งเสริม SMEs ใน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2562 นางเข็มมะนี พนเสนา รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว นายสมจิด อินทะมิด รองรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมฯ/ประธานสภาบริหารกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามสัญญาสนับสนุนเงินทุนวงเงิน 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างกองทุนฯ กับธนาคารพาณิชย์ใน สปป. ลาว 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารพัฒนาลาว ธนาคาร Saigon Thuong Tin (Sacombank ลาว) ธนาคารร่วมธุรกิจลาว – เวียดนาม และธนาคาร Maruhan ญี่ปุ่น – ลาว ณ กระทรวงอุตสาหกรรมฯModified:22/01/2021 11:13:56
-
ADB สนับสนุนเงินทุนเพื่อการพัฒนา สปป.ลาว
ตามแผนธุรกิจของ ADB Country Operations Business Plan ปี 2563 - 2565 สถาบันการเงิน ระหว่างประเทศในกรุงมะนิลาพร้อมสนับสนุนเงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรนจำนวน 322 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จนถึงปี 2565 สำหรับ สปป. ลาวดำเนินโครงการพัฒนาต่าง ๆ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาภาคเอกชน และทรัพยากรมนุษย์เพื่อส่งเสริมการจ้างงานและสร้างรายได้ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน และการรับมือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การส่งเสริมความเสมอภาพทางเพศ และธรรมาภิบาล ซึ่งจะช่วยให้ สปป. ลาวบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนModified:20/01/2021 10:34:02
-
เงินทุนสำรองระหว่างประเทศของเวียดนามมีมูลค่ารวม 35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
นาย เหงียน วัน บิ่ง ผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติของเวียดนาม แจ้งว่า ปัจจุบันเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของเวียดนามอยู่ที่ 35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐModified:03/06/2014 16:57:43
-
การค้าขายปลีกของนครจี้หนานพัฒนาฉิว ดูดเงินทุน 45,000 ล้านหยวน
ข่าวล่าสุดจากสำนักงานพาณิชย์ของนครจี้หนาน มณฑลซานตงรายงานว่า ปัจจุบันนี้ นครจี้หนานกำลังก้าวสู่ยุคทองของการค้าขายปลีกโดยในครึ่งปีแรกของปี 2554 ได้ดึงดูดเงินทุนกว่ามูลค่า 45,000 ล้านหยวนModified:07/03/2014 11:05:24
-
ออสเตรเลียขาดเงินทุนหนุนผลิตอาหารป้อนเอเชีย
ความฝันของออสเตรเลีย ที่จะก้าวขึ้นเป็นแหล่งส่งออกอาหาร ให้ชนชั้นกลางของเอเชีย เริ่มส่อเค้าไปไม่ถึงดวงดาว...Modified:15/03/2014 13:37:07
-
'ตุรกี' ไร้แผนคุมเงินทุน
รัฐบาลตุรกีเผยไม่มีวาระการประชุมเกี่ยวกับมาตรการควบคุมเงินทุน...Modified:12/02/2014 15:14:24
-
ธนาคารกลางจีนประกาศ “รายงานสถิติธุรกิจการเงินประจำปี 2556” เงินทุนสำรองระหว่างประเทศของจีน อยู่ที่ 3.82 ล้านล้านดอลลาร์ สรอ.
เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 57 ธนาคารกลางจีนประกาศ “รายงานสถิติธุรกิจการเงินประจำปี 2556” โดยชี้ว่า ปลายปี 2556 ปริมาณเงินตามความหมายกว้าง (Broad Money) คงเหลือ 110.65 ล้านล้านหยวน ขยายตัวร้อยละ 13.6 ในขณะที่ปริมาณเงินกู้สกุลเงินหยวนเพิ่มขึ้น 8.89 ล้านล้านหยวน นอกจากนี้ รายงานยังชี้ว่า ในปลายปี 2556 เงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ที่ 3.82 ล้านล้านดอลลาร์ สรอ.Modified:17/01/2014 09:47:23
-
รายงานฐานเงินและเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย
รายงานฐานเงินและเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทยModified:26/04/2013 14:18:01
-
เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เยี่ยมคารวะนางบุนคำ วอละจิด ผู้ว่าการธนาคารแห่ง สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2568 นางสาวมรกต ศรีสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เยี่ยมคารวะนางบุนคำ วอละจิด ผู้ว่าการธนาคารแห่ง สปป. ลาวModified:23/09/2025 10:32:27
-
การเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมใน สปป.ลาว
<div x14z9mp="" xat24cr="" x1lziwak="" x1vvkbs="" x126k92a"="">
<div dir="auto"> ในยุคของเศรษฐกิจดิจิทัลและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ใน สปป. ลาว</div>
</div>
<div xat24cr="" x1lziwak="" x1vvkbs="" xtlvy1s="" x126k92a"=""> </div>
Modified:11/08/2025 11:08:00
-
ภาพรวมเศรษฐกิจ ปี 2565 และภารกิจสำคัญด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว ปี 2566
เมื่อวันที่ 5-30 ธ.ค. 2565 สปป. ลาว จัดการประชุม<br />
สมัยสามัญครั้งที่ 4 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ณ ห้องประชุมใหญ่สภาแห่งชาติ เพื่อรายงานผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการคลังและการเงินของ สปป. ลาว ประจำปี 2565 และคาดการณ์ปี 2566 ให้แก่ผู้บริหารระดับสูงและประชาชนทั่วไปรับทราบ สอท. จึงรวบรวมข้อมูลที่สำคัญด้านเศรษฐกิจและสรุปสาระสำคัญจากการประชุม ดังนี้<br />
Modified:01/02/2023 09:33:59
-
ภาพรวมเศรษฐกิจ ปี 2565 และภารกิจสำคัญด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว ปี 2566
เมื่อวันที่ 5-30 ธ.ค. 2565 สปป. ลาว จัดการประชุม<br />
สมัยสามัญครั้งที่ 4 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ณ ห้องประชุมใหญ่สภาแห่งชาติ เพื่อรายงานผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการคลังและการเงินของ สปป. ลาว ประจำปี 2565 และคาดการณ์ปี 2566 ให้แก่ผู้บริหารระดับสูงและประชาชนทั่วไปรับทราบ สอท. จึงรวบรวมข้อมูลที่สำคัญด้านเศรษฐกิจและสรุปสาระสำคัญจากการประชุม ดังนี้<br />
Modified:13/11/2024 10:29:56
-
พัฒนาการอุตสาหกรรมตัดเย็บของ สปป. ลาว
อุตสาหกรรมตัดเย็บเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่รัฐบาล สปป.ลาว ให้การส่งเสริมเพื่อลดการพึ่งพาและสร้างรายได้
<br />
จากทรัพยากรธรรมชาติไปสู่ การผลิตสินค้าในอุตสาหกรรมเบา (Light Industry) เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย
<br />
สร้างงาน ให้แก่ประชาชน ลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และสามารถสร้างรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศอีกด้วย
<br />
<br />
ในปี 2564 ภาคอุตสาหกรรม สปป. ลาวมีอัตราการขยายตัวคิดเป็นร้อยละ 34 ของ GDP (ขยายตัวลดลงร้อยละ 2.65 เมื่อเทียบ
<br />
กับปีที่ผ่านมา) โดยอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้าและเครื่องหนัง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.10 ของภาคอุตสาหกรรม
<br />
ทั้งหมด และอยู่ในอันดับที่ 7 รองจากอุตสาหกรรมพลังงาน ก่อสร้าง การแปรรูปอื่น ๆ เหมืองแร่และการขุดค้น การแปรรูปอาหาร
<br />
และเครื่องดื่มและบุหรี่ ตามลำดับ
<br />
<br />
สปป. ลาวก่อตั้งโรงงานตัดเย็บเครื่องนุ่งห่มแห่งแรกในปี 2527 ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 77 แห่ง ตั้งอยู่ใน นครหลวงเวียงจันทน์ 72 แห่ง
<br />
แขวงเวียงจันทน์ 1 แห่ง แขวงจำปาสัก 2 แห่ง และแขวงสะหวันนะเขต 2 แห่ง แบ่งออกเป็นโรงงานที่ผลิตเครื่องนุ่งห่มเพื่อส่งออก
<br />
เป็นหลักจำนวน 50 แห่ง และโรงงานที่ผลิตเพื่อใช้ภายในประเทศ 27 แห่ง สร้างงานได้ 25,000 ตำแหน่ง สินค้าที่ผลิตส่วนใหญ่
<br />
ได้แก่ เครื่องแบบ เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต เสื้อโปโล เสื้อทำงานแจ๊คเก็ต ยีนส์ ชุดชั้นใน ชุดเครื่องนอน ถุงเท้า รองเท้าและอื่น ๆ
<br />
ตลาดส่งออกที่สำคัญของ สปป. ลาว ได้แก่ ยุโรปร้อยละ 80 ญี่ปุ่น ร้อยละ 9 สหรัฐอเมริกา ร้อยละ 4 และแคนาดา ร้อยละ 2
<br />
<br />
ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ผู้ประกอบการบางส่วนหยุดการผลิต และบางส่วนลดกำลังการผลิตชั่วคราวเพื่อปฏิบัติตาม
<br />
มาตรการป้องการการแพร่ระบาดของรัฐบาล สปป. ลาว อีกทั้งอุตสาหกรรมตัดเย็บของ สปป.ลาว ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
<br />
กับอุตสาหกรรมตัดเย็บทั่วโลก กล่าวคือ หลายบริษัทประสบปัญหาถูกยกเลิกคำสั่งซื้อจากบริษัทที่เป็นเจ้าของเครื่องหมาย
<br />
สินค้าต่าง ๆ การชะลอการผลิตวัสดุ อุปกรณ์ด้านการตัดเย็บจากผู้ผลิตในต่างประเทศอันเนื่องมาจากการ lockdown
<br />
ในหลายเมือง และปัญหาความล่าช้าในการจัดส่งและมอบสินค้า
<br />
<br />
ในปี 2563 การส่งออกเครื่องนุ่งห่มของ สปป. ลาวมีมูลค่า 188 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 11.32 เมื่อเทียบกับปี 2562
<br />
ส่วนในปี 2564 มูลค่าการส่งออกเครื่องนุ่งห่มเพิ่มขึ้นเป็น 189 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วงเดือน ม.ค. - มิ.ย. 2565 การส่งออก
<br />
เครื่องนุ่งห่มมีมูลค่า 99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากนโยบายผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19 โรงงานตัดเย็บหลายแห่ง
<br />
เริ่มเปิดดำเนินการผลิตตามปกติ และอยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากผลกระทบ สำหรับการนำเข้าสินค้าเครื่องนุ่งห่ม ช่วงเดือน
<br />
ม.ค. - มิ.ย. 2565 สปป. ลาวนำเข้าเครื่องนุ่งห่มประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยนำเข้าจากจีนมากที่สุดมูลค่า 8.04 ล้าน
<br />
ดอลลาร์สหรัฐ รองลงมาคือเวียดนาม 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทย 2.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
<br />
<br />
การพัฒนาอุตสาหกรรมตัดเย็บใน สปป. ลาว เผชิญกับข้อจำกัดหลายด้าน อาทิ จำนวนแรงงานที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม
<br />
การผลิตของ สปป. ลาวมีน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลให้สัดส่วนแรงงานในภาคการผลิต
<br />
เครื่องนุ่งห่มขาดแคลน แม้ว่า สปป. ลาวจะมีข้อได้เปรียบด้านอัตราค่าจ้างแรงานที่มีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่น
<br />
แต่ศักยภาพในการผลิตยังมีน้อย แรงงานเลือกจะทำงานในอุตสาหกรรมอื่นที่มีค่าตอบแทนสูงกว่า รวมถึงแรงงานลาวส่วนหนึ่ง
<br />
ย้ายไปทำงานต่างประเทศ สำหรับนักลงทุน ผู้ประกอบการระดับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็กยังประสบปัญหาในการเข้าถึง
<br />
แหล่งเงินทุน และปัญหาเงินกีบอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์และบาท ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบนำเข้าสำหรับการผลิต
<br />
เครื่องนุ่งห่มสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
<br />
<br />
เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมตัดเย็บใน สปป.ลาว สมาคมอุตสาหกรรมตัดเย็บ สปป. ลาวผลักดันนโยบาย
<br />
ส่งเสริมให้โรงงานตัดเย็บทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่สามารถดำเนินการได้มากขึ้น โดยส่งเสริมให้หนึ่งกลุ่มบ้าน มีหนึ่ง
<br />
ร้านตัดเย็บเพื่อสร้างรายรับให้ผู้ประกอบรายย่อย และทำให้ประชาชนได้ใช้สินค้าที่ผลิตภายในชุมชน ประชาสัมพันธ์เชิญชวน
<br />
ให้สนับสนุนและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ลาวที่ผลิตภายในประเทศเพื่อลดการรั่วไหลของเงินตราต่างประเทศอีกด้วย นอกจากนี้
<br />
รัฐบาล สปป.ลาว ยังได้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ผู้ประกอบการในวิสาหกิจขนาดกลางและเล็กสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้
<br />
จากสถาบันการเงินได้สะดวกยิ่งขึ้น
<br />
<br />
ข้อมูลอ้างอิง
<br />
https://eriit.moic.gov.la/researcheriitlao/
<br />
https://www.moic.gov.la/?page_id=6994
<br />
https://laoedaily.com.la/2022/10/03/117658/ file:///I:/downloads/Yearbook2021_Final%2022.04.2022%20(1).pdfModified:25/11/2022 12:32:06
-
การประเมินความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ กรณีเปรียบเทียบระหว่าง สปป. ลาวและศรีลังกา
วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในศรีลังกาได้ก่อให้เกิดคำถามว่า สภาพเศรษฐกิจและการขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิง<br />
ที่เกิดขึ้นใน สปป. ลาว นั้น จะนำไปสู่สถานการณ์คล้ายคลึงเช่นที่เกิดขึ้นในศรีลังกาหรือไม่ เนื่องจากมีค่าดัชนี<br />
ชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายประการ อาทิ หนี้สาธารณะ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ อัตราเงินเฟ้อ ฯลฯ ที่บ่งชี้<br />
ไปในทิศทางดังกล่าว เป็นต้น<br />
<br />
ฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ได้รวบรวมข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายของทั้งสองประเทศ เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ ในการประเมินสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว <br />
โดยพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ 7 ประการ ประกอบด้วย (1) ภาพรวม (2) อัตราเงินเฟ้อ (3) เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ (4) หนี้สาธารณะ (5) นโยบายด้านการเงิน<br />
และการคลัง (6) แหล่งรายได้ใหม่ของประเทศ และ <br />
(7) ปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ที่จะช่วยให้<br />
ผู้อ่านสามารถเห็นภาพและพิจารณาในเบื้องต้นถึงปัจจัยและความแตกต่างของบริบททางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยมีรายละเอียด ดังนี้<br />
<br />
(1) ภาพรวม สปป. ลาว เป็นประเทศไม่มีทางออกทะเล (Land-locked Country) ตั้งอยู่ในภูมิภาคอาเซียน <br />
มีประชากรประมาณ 7 ล้านคน โดยประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร GDP ของ สปป. ลาว ในปี 2564 <br />
มีมูลค่าประมาณ 18,827 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 2.5) รายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร รวมเป็นร้อยละ 88 ของ GDP ขณะที่ศรีลังกา เป็นเกาะอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ มีประชากรประมาณ 21.92 ล้านคน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรเช่นเดียวกัน แต่รายได้ส่วนใหญ่ของประเทศพึ่งพาภาคบริการ และการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรไปยังต่างประเทศ โดย GDP ในปี 2564 มีมูลค่าประมาณ 84,518 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัวเพิ่มจากปี 2563 ร้อยละ 1.8) <br />
<br />
วิกฤตเศรษฐกิจในศรีลังกามีสาเหตุหลักจากการบริหารจัดการของรัฐบาลด้านการเงิน การปรับลดภาษีอย่างกะทันหัน รวมถึงผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 รายรับส่วนใหญ่ของศรีลังกาพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวและเงินตราต่างประเทศอย่างมาก การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้รายได้ของประเทศลดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับหนี้ต่างประเทศจำนวนมากที่ไม่สามารถชำระได้ตามกำหนด เงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลง ค่าเงินอ่อน จึงนำไปสู่การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบกับปัญหาการเมืองและความเคลื่อนไหวของประชาชนภายในประเทศ จนนำไปสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจตามที่ปรากฏรายงานข่าว ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างศรีลังกากับ สปป. ลาว คือ สปป. ลาว มีเสถียรภาพทางการเมืองสูงและสถานการณ์ภายในประเทศสงบ รัฐบาลดำเนินนโยบายปรับโครงสร้างทางการเงินในประเทศผ่านการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารพาณิชย์ และร้านแลกเงินนอกระบบ มีการออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนจากธนาคารแห่ง สปป. ลาว (จำหน่ายแล้วร้อยละ 80) และกระทรวงการเงิน สปป. ลาว สปป. มีแหล่งรายได้ใหม่และแผนในการดำเนินการชำระหนี้ต่างประเทศ (ข้อมูลจากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (NEDA) ระบุว่า สปป. ลาวยังไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ต่อไทย) นอกจากนี้ สปป.ลาวยังมีรายได้จากการส่งสินค้าออก สามารถผลิตอาหารเพียงพอกับความต้องการในประเทศ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว การจับจ่ายซื้อขายสินค้า ยังดำเนินต่อเนื่อง <br />
<br />
Modified:16/09/2022 13:28:17
Sorted by relevance | Sort by date
