ค้นหา
About 77 results
-
ภาพรวมเศรษฐกิจ ปี 2565 และภารกิจสำคัญด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว ปี 2566
เมื่อวันที่ 5-30 ธ.ค. 2565 สปป. ลาว จัดการประชุม<br />
สมัยสามัญครั้งที่ 4 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ณ ห้องประชุมใหญ่สภาแห่งชาติ เพื่อรายงานผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการคลังและการเงินของ สปป. ลาว ประจำปี 2565 และคาดการณ์ปี 2566 ให้แก่ผู้บริหารระดับสูงและประชาชนทั่วไปรับทราบ สอท. จึงรวบรวมข้อมูลที่สำคัญด้านเศรษฐกิจและสรุปสาระสำคัญจากการประชุม ดังนี้<br />
Modified:01/02/2023 09:33:59
-
ภาพรวมเศรษฐกิจ ปี 2565 และภารกิจสำคัญด้านเศรษฐกิจของ สปป. ลาว ปี 2566
เมื่อวันที่ 5-30 ธ.ค. 2565 สปป. ลาว จัดการประชุม<br />
สมัยสามัญครั้งที่ 4 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ณ ห้องประชุมใหญ่สภาแห่งชาติ เพื่อรายงานผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการคลังและการเงินของ สปป. ลาว ประจำปี 2565 และคาดการณ์ปี 2566 ให้แก่ผู้บริหารระดับสูงและประชาชนทั่วไปรับทราบ สอท. จึงรวบรวมข้อมูลที่สำคัญด้านเศรษฐกิจและสรุปสาระสำคัญจากการประชุม ดังนี้<br />
Modified:13/11/2024 10:29:56
-
พัฒนาการอุตสาหกรรมตัดเย็บของ สปป. ลาว
อุตสาหกรรมตัดเย็บเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่รัฐบาล สปป.ลาว ให้การส่งเสริมเพื่อลดการพึ่งพาและสร้างรายได้
<br />
จากทรัพยากรธรรมชาติไปสู่ การผลิตสินค้าในอุตสาหกรรมเบา (Light Industry) เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย
<br />
สร้างงาน ให้แก่ประชาชน ลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และสามารถสร้างรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศอีกด้วย
<br />
<br />
ในปี 2564 ภาคอุตสาหกรรม สปป. ลาวมีอัตราการขยายตัวคิดเป็นร้อยละ 34 ของ GDP (ขยายตัวลดลงร้อยละ 2.65 เมื่อเทียบ
<br />
กับปีที่ผ่านมา) โดยอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้าและเครื่องหนัง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.10 ของภาคอุตสาหกรรม
<br />
ทั้งหมด และอยู่ในอันดับที่ 7 รองจากอุตสาหกรรมพลังงาน ก่อสร้าง การแปรรูปอื่น ๆ เหมืองแร่และการขุดค้น การแปรรูปอาหาร
<br />
และเครื่องดื่มและบุหรี่ ตามลำดับ
<br />
<br />
สปป. ลาวก่อตั้งโรงงานตัดเย็บเครื่องนุ่งห่มแห่งแรกในปี 2527 ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 77 แห่ง ตั้งอยู่ใน นครหลวงเวียงจันทน์ 72 แห่ง
<br />
แขวงเวียงจันทน์ 1 แห่ง แขวงจำปาสัก 2 แห่ง และแขวงสะหวันนะเขต 2 แห่ง แบ่งออกเป็นโรงงานที่ผลิตเครื่องนุ่งห่มเพื่อส่งออก
<br />
เป็นหลักจำนวน 50 แห่ง และโรงงานที่ผลิตเพื่อใช้ภายในประเทศ 27 แห่ง สร้างงานได้ 25,000 ตำแหน่ง สินค้าที่ผลิตส่วนใหญ่
<br />
ได้แก่ เครื่องแบบ เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต เสื้อโปโล เสื้อทำงานแจ๊คเก็ต ยีนส์ ชุดชั้นใน ชุดเครื่องนอน ถุงเท้า รองเท้าและอื่น ๆ
<br />
ตลาดส่งออกที่สำคัญของ สปป. ลาว ได้แก่ ยุโรปร้อยละ 80 ญี่ปุ่น ร้อยละ 9 สหรัฐอเมริกา ร้อยละ 4 และแคนาดา ร้อยละ 2
<br />
<br />
ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ผู้ประกอบการบางส่วนหยุดการผลิต และบางส่วนลดกำลังการผลิตชั่วคราวเพื่อปฏิบัติตาม
<br />
มาตรการป้องการการแพร่ระบาดของรัฐบาล สปป. ลาว อีกทั้งอุตสาหกรรมตัดเย็บของ สปป.ลาว ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
<br />
กับอุตสาหกรรมตัดเย็บทั่วโลก กล่าวคือ หลายบริษัทประสบปัญหาถูกยกเลิกคำสั่งซื้อจากบริษัทที่เป็นเจ้าของเครื่องหมาย
<br />
สินค้าต่าง ๆ การชะลอการผลิตวัสดุ อุปกรณ์ด้านการตัดเย็บจากผู้ผลิตในต่างประเทศอันเนื่องมาจากการ lockdown
<br />
ในหลายเมือง และปัญหาความล่าช้าในการจัดส่งและมอบสินค้า
<br />
<br />
ในปี 2563 การส่งออกเครื่องนุ่งห่มของ สปป. ลาวมีมูลค่า 188 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 11.32 เมื่อเทียบกับปี 2562
<br />
ส่วนในปี 2564 มูลค่าการส่งออกเครื่องนุ่งห่มเพิ่มขึ้นเป็น 189 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วงเดือน ม.ค. - มิ.ย. 2565 การส่งออก
<br />
เครื่องนุ่งห่มมีมูลค่า 99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากนโยบายผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19 โรงงานตัดเย็บหลายแห่ง
<br />
เริ่มเปิดดำเนินการผลิตตามปกติ และอยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากผลกระทบ สำหรับการนำเข้าสินค้าเครื่องนุ่งห่ม ช่วงเดือน
<br />
ม.ค. - มิ.ย. 2565 สปป. ลาวนำเข้าเครื่องนุ่งห่มประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยนำเข้าจากจีนมากที่สุดมูลค่า 8.04 ล้าน
<br />
ดอลลาร์สหรัฐ รองลงมาคือเวียดนาม 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทย 2.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
<br />
<br />
การพัฒนาอุตสาหกรรมตัดเย็บใน สปป. ลาว เผชิญกับข้อจำกัดหลายด้าน อาทิ จำนวนแรงงานที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม
<br />
การผลิตของ สปป. ลาวมีน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลให้สัดส่วนแรงงานในภาคการผลิต
<br />
เครื่องนุ่งห่มขาดแคลน แม้ว่า สปป. ลาวจะมีข้อได้เปรียบด้านอัตราค่าจ้างแรงานที่มีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่น
<br />
แต่ศักยภาพในการผลิตยังมีน้อย แรงงานเลือกจะทำงานในอุตสาหกรรมอื่นที่มีค่าตอบแทนสูงกว่า รวมถึงแรงงานลาวส่วนหนึ่ง
<br />
ย้ายไปทำงานต่างประเทศ สำหรับนักลงทุน ผู้ประกอบการระดับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็กยังประสบปัญหาในการเข้าถึง
<br />
แหล่งเงินทุน และปัญหาเงินกีบอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์และบาท ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบนำเข้าสำหรับการผลิต
<br />
เครื่องนุ่งห่มสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
<br />
<br />
เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมตัดเย็บใน สปป.ลาว สมาคมอุตสาหกรรมตัดเย็บ สปป. ลาวผลักดันนโยบาย
<br />
ส่งเสริมให้โรงงานตัดเย็บทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่สามารถดำเนินการได้มากขึ้น โดยส่งเสริมให้หนึ่งกลุ่มบ้าน มีหนึ่ง
<br />
ร้านตัดเย็บเพื่อสร้างรายรับให้ผู้ประกอบรายย่อย และทำให้ประชาชนได้ใช้สินค้าที่ผลิตภายในชุมชน ประชาสัมพันธ์เชิญชวน
<br />
ให้สนับสนุนและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ลาวที่ผลิตภายในประเทศเพื่อลดการรั่วไหลของเงินตราต่างประเทศอีกด้วย นอกจากนี้
<br />
รัฐบาล สปป.ลาว ยังได้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ผู้ประกอบการในวิสาหกิจขนาดกลางและเล็กสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้
<br />
จากสถาบันการเงินได้สะดวกยิ่งขึ้น
<br />
<br />
ข้อมูลอ้างอิง
<br />
https://eriit.moic.gov.la/researcheriitlao/
<br />
https://www.moic.gov.la/?page_id=6994
<br />
https://laoedaily.com.la/2022/10/03/117658/ file:///I:/downloads/Yearbook2021_Final%2022.04.2022%20(1).pdfModified:25/11/2022 12:32:06
-
การประชุมทาบทามเปิดกว้าง (ร่าง) แผนพัฒนา MSMEs ปี 2564-2568
เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2564 นายบุนเถิง ดวงสะหวัน รองรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมทาบทามเปิดกว้าง (ร่าง) แผนพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและรายย่อย (MSMEs) ปี 2564-2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในร่างแผนพัฒนาฯ หลังจากนั้น คณะผู้จัดทำจะปรับปรุงเนื้อหาร่างดังกล่าวให้แล้วเสร็จก่อนจะนำเสนอรัฐบาลพิจารณาเพื่อให้การรับรองต่อไป โดยมีผู้แทนจากธนาคาร แห่ง สปป. ลาว สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว และภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:17/01/2022 09:53:36
-
การศึกษาความเป็นไปได้เพื่อยกระดับท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบาง
เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2564 นายสะถาบันดิด อินสีเชียงใหม่ รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน <br />
สปป. ลาว และนาย Son Chang Wan ประธานบริษัท Korea Airport Corporation (KAC) เกาหลีใต้ ร่วมลงนาม MoU เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐกิจ โครงการปรับปรุงและพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบาง มูลค่าประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมี นายสอนไซ สีพันดอน รัฐมนตรีกระทรวงแผนการฯ และผู้แทน<br />
จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน<br />
Modified:10/01/2022 15:30:49
-
ธนาคารแห่ง สปป. ลาวกำหนดนโยบายสินเชื่อส่งเสริมการผลิตและลดผลกระทบจากโควิด 19 และ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2564 นายสอนไซ สิดพะไซ ผู้ว่าธนาคารแห่ง สปป. ลาว รายงานผลการดำเนินแผนการเงิน ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 และแผนงานสำคัญในปลายปี 2564 ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 ของสมาชิก<br />
สภาแห่งชาติชุดที่ 9 ว่า การดำเนินแผนการเงินในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 มีความท้าทายหลายด้านทั้งภายใน<br />
และภายนอก โดยเฉพาะการแข็งค่าของเงินตราต่างประเทศในสกุลเงินหลักและราคาทองคำ น้ำมันดิบ และอาหาร<br />
ในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ความต้องการเงินตราต่างประเทศเพื่อใช้ชำระคืนให้แก่ต่างประเทศอยู่ในระดับสูง ในขณะที่แหล่งรายได้ของ สปป. ลาวลดลงเนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด 19 อย่างไรก็ตาม ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 สปป. ลาวได้ดุลการค้ากับต่างประเทศ แต่ยังขาดดุลบริการและดุลรายได้ปฐมภูมิกับต่างประเทศ ส่งผลให้มีกระแสเงินไหลออกสุทธิ (กระแสเงินไหลออกนอกประเทศมากกว่าไหลเข้าประเทศ) ประมาณ 303 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 34 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน <br />
Modified:21/12/2021 10:03:41
-
พิธีลงนามสนับสนุนเงินทุนแก่ MSMEs เพื่อรับมือกับผลกระทบและฟื้นฟูจากโควิด 19
เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2564 ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว นายสมจิด อินทะมิด รองรัฐมนตรีกรทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว และนายบุนปอน วันนะจิด รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว เข้าร่วมพิธีลงนามสัญญาสนับสนุนทุนในโครงการเข้าถึงแหล่งเงินทุน MSMEs เพื่อฟื้นฟูจากผลกระทบจากโควิด 19 ระหว่างกรมส่งเสริม SMEs กับ 5 ธนาคาร (ธนาคารไซง่อนเทืองตินลาว ธนาคารลาว – จีน ธนาคารร่วมธุรกิจลาว - เวียดนาม ธนาคารมารูฮานเจแปนลาว และธนาคารเวียดติน) และเงินทุนของรัฐบาลปี 2564 ระหว่างกองทุนส่งเสริม SMEs กับ 4 ธนาคาร และ 1 กองทุน โดยมีผู้แทน จากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมModified:03/08/2021 16:40:14
-
สปป. ลาวให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านการคลังและการจัดเก็บงบประมาณให้ทันสมัย
การดำเนินแผนงบประมาณแห่งรัฐของ สปป. ลาว 5 ปี (2559 -2563) พบว่า รายรับงบประมาณแห่งรัฐ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากสามารถจัดเก็บรายได้เกินกว่าแผนที่สภาแห่งชาติรับรอง ด้านรายจ่ายในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 47.8 เมื่อเทียบกับช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ รัฐบาล สปป. ลาว ยังสามารถสนับสนุนเงินทุนสำหรับโครงการที่มีความสำคัญอันดับต้น รวมทั้งการจัดสรรแหล่งเงินทุนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในขณะเดียวกัน รัฐบาล สปป. ลาวได้ดำเนินการด้านต่าง ๆ ดังนี้Modified:27/07/2021 09:38:43
-
ธนาคารแห่ง สปป. ลาวระงับการชำระหนี้สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19
เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2564 นายพุดทะไซ สีวิไล รองผู้ว่าการธนาคารแห่ง สปป. ลาว และหัวหน้าหน่วยงานนโยบายการเงิน ได้ชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายของธนาคาร เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด 19 โดยจะสานต่อนโยบายการเงิน ดังนี้Modified:27/05/2021 10:58:29
-
รัฐบาล สปป. ลาวก่อตั้งกองทุนส่งเสริมและพัฒนาพลังงานทดแทน
เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2563 นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ได้ลงนามดำรัสว่าด้วยกองทุนส่งเสริมและพัฒนาพลังงาน เพื่อกำหนดหลักการและระเบียบสำหรับการก่อตั้งและการดำเนินงานของกองทุนส่งเสริม และพัฒนาพลังงาน เพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงานและส่งเสริมธุรกิจด้านพลังงานตามยุทธศาสตร์ สีเขียวของประเทศModified:26/01/2021 09:01:04
-
Moody’s ปรับลดความน่าเชื่อถือของ สปป. ลาวจาก B3 เป็น Caa2 และปรับลด outlook ของ สปป. ลาวจาก stable เป็น negative
เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2563 บริษัท Moody's Investors Service ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้รัฐบาล สปป.ลาวจาก B3 เป็น Caa2 และปรับลดคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจ สปป. ลาว (outlook) จาก stable เป็น negative โดยประเมินว่า สปป.ลาวกำลังเผชิญกับปัญหาสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนัก โดยมีหนี้ที่จะครบกำหนดการชำระในช่วงปี 2563 - 2568 และมีทางเลือกทางการคลังที่จำกัด อีกทั้งได้รับผลกระทบจากการระบาด ของโรคโควิด 19 ซึ่งอาจเป็นไปได้ที่ สปป. ลาวจะผิดนัดชำระหนี้ในอนาคตอันใกล้นี้ ทำให้นักลงทุนมีความเสี่ยง มากขึ้น นอกจากนี้ Moody ยังปรับลดเพดานพันธบัตรสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ สปป. ลาวจาก B1 เป็น Caa1 เพดานเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวจาก Caa1 เป็น Caa3 และเพดานเงินฝากสกุลเงินท้องถิ่นระยะยาวและพันธบัตรสกุลเงินท้องถิ่นระยะยาวจาก Ba3 เป็น B1 โดยมีเหตุผลและปัจจัยสำคัญ ดังนี้Modified:25/01/2021 16:27:26
-
มาตรการรักษาเสถียรภาพทางการเงินของธนาคารแห่ง สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2563 นายสอนไซ สิดพะไซ ผู้ว่าการธนาคารแห่ง สปป. ลาว ได้แถลงต่อที่ประชุมสมัยสามัญ ครั้งที่ 9 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 8 เกี่ยวกับสภาพเงินตราต่างประเทศ อัตราแลกเปลี่ยน อัตราเงินเฟ้อของ สปป. ลาว และมาตรการแก้ไข สรุปสาระสำคัญดังนี้Modified:25/01/2021 10:16:53
-
บทรายงานของนายกรัฐมนตรีแห่ง สปป. ลาว ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 9 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 8
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2563 นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ได้แถลงต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 9 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 8 เกี่ยวกับผลการดำเนินแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (2559 – 2563) แผนงบประมาณแห่งรัฐ แผนการเงิน 5 เดือน การคาดการณ์ 6 เดือนแรกของปี 2563 และทิศทาง 6 เดือนหลังของปี 2563 สรุปรายงานในด้านเศรษฐกิจ ดังนี้Modified:22/01/2021 15:19:31
-
ธนาคารแห่ง สปป. ลาว จัดการประชุมร่วมกับธนาคารพาณิชย์เพื่อสนับสนุนเงินทุนสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19
เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2563 นายสอนไซ สิดพะไซ ผู้ว่าการธนาคารแห่ง สปป. ลาว (BOL) เป็นประธานการประชุมร่วมกับธนาคารพาณิชย์เพื่อติดตามการดำเนินมาตรการและนโยบายรัฐบาลในการลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ต่อเศรษฐกิจลาว โดยเฉพาะการออกนโยบายสินเชื่อของ BOL เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบModified:22/01/2021 14:19:08
-
สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาวเสนอนโยบายและมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาด ของโรคโควิด 19
เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2563 สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว ในฐานะคณะเฉพาะกิจรับผิดชอบติดตามผลกระทบและการดำเนินการตามนโยบายและมาตรการเพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ได้จัดทำรายงานเสนอให้รัฐบาล สปป. ลาวพิจารณานโยบายและมาตรการลดผลกระทบและฟื้นฟูเศรษฐกิจลาว ทั้งในช่วงการแพร่ระบาดและหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โดยมีข้อเสนอสำคัญ ดังนี้Modified:22/01/2021 13:59:47
-
SMEs ด้านความมั่นคงทางอาหารจะได้รับประโยชน์จากการปล่อยเงินทุนวงเงิน 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
กองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สปป. ลาว (SMEs) มีแผนปล่อยเงินทุนวงเงิน 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุน SMEs ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตสินค้าเกษตร เพื่อส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โดยการสนับสนุนเงินทุนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้ง่ายขึ้น และส่งเสริมความมั่นคงด้านอาหารModified:22/01/2021 13:31:47
-
เตรียมปล่อยเงินทุนวงเงิน 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อส่งเสริม SMEs ใน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2562 นางเข็มมะนี พนเสนา รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว นายสมจิด อินทะมิด รองรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมฯ/ประธานสภาบริหารกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามสัญญาสนับสนุนเงินทุนวงเงิน 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างกองทุนฯ กับธนาคารพาณิชย์ใน สปป. ลาว 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารพัฒนาลาว ธนาคาร Saigon Thuong Tin (Sacombank ลาว) ธนาคารร่วมธุรกิจลาว – เวียดนาม และธนาคาร Maruhan ญี่ปุ่น – ลาว ณ กระทรวงอุตสาหกรรมฯModified:22/01/2021 11:13:56
-
บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เตรียมศึกษาการสร้างเมืองทันสมัยที่แขวงอุดมไซและ แขวงหลวงน้ำทา
เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2562 ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างองค์การปกครองแขวงอุดมไซกับบริษัทอมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ห้องว่าการปกครองแขวงอุดมไช โดยมีนายคำพัน เผยยะวง ผู้แทนองค์การปกครองแขวงอุดมไช และนายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ลงนามในบันทึกความเข้าใจดังกล่าวModified:14/01/2019 16:58:35
-
Adlershof Science and Innovation Park – ต้นแบบอุทยานวิทยาศาสตร์ของเยอรมนี
Adlershof Science Park เป็นอุทยานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมต้นแบบชั้นนำของประเทศเยอรมนี ที่เป็นศูนย์รวมของหน่วยงานด้านวิจัยและนวัตกรรม ได้แก่ ที่มีทั้งศูนย์เทคโนโลยีและศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (Incubator) กว่า 90 แห่งกระจายไปตามสาขาต่าง ๆ สถาบันวิจัยมากมายทั้งที่ไม่ใช่มหาลัยและสถาบันในระดับมหาวิทยาลัย เช่น Humboldt University รวมแล้วกว่า 20 แห่ง และบริษัทต่าง ๆ มากกว่า 1,000 แห่ง ในนิคมอุตสาหกรรมย่อย ๆ กว่า 16 โครงการ โดยมีบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีขั้นสูง 460 แห่ง มีพนักงานทั้งหมด 16,000 คน <br />
Adlershof เป็นนิคมวิจัยที่มีสิ่งแวดล้อม (eco-system) ที่เหมาะสมสำหรับเอกชนในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัทเอกชน สอดคล้องกับหลักการที่ว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ควรประกอบด้วยองค์ประกอบสามส่วนในการสร้างนวัตกรรม (innovation triple helix) ได้แก่ 1. บริษัทเอกชน ซึ่งเป็นที่มาของแหล่งเงินทุนแอละโจทย์การวิจัย 2. สถาบันวิจัย ซึ่งเป็นแหล่งที่มาขององค์ความรู้และการวิจัยประยุกต์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย เช่น ห้องแล็บ และ 3. สถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของการวิจัยขั้นพื้นฐานและเป็นผู้สร้างนักวิจัยที่มีคุณภาพ <br />
ด้วยเหตุนี้ Adlershof จึงประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการสร้างนวัตกรรมที่เอกชนสามารนำไปสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้ และสามารถขยายโครงสร้างองค์การอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันมีส่วนให้บริการมากมาย ศูนย์บริการหลักๆ ได้แก่ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (incubator) ที่ให้บริการผู้ประกอบการ หรือ บริษัทตั้งแต่ ด้านการจัดเตรียมเอกสาร ใบอนุญาต ด้านการตลาด และการส่งต่อเทคโนโลยี ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัลในSMEs และ ศูนย์วิจัยข้อมูลทางสถิติ <br />
หัวใจของ Adlershof คือ ศูนย์วิจัยในสาขาต่าง ๆ ได้แก่ ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและสิ่งแวดล้อม ศูนย์วิจัย Photonics and Optics ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและมัลติมีเดีย ศูนย์วิจัย Microsystems and Materials และศูนย์วิจัยเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy)<br />
การทำงานของ Adlershof เริ่มตั้งแต่การปูรากฐานการทำวิจัย การทํางานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานวิจัยและบริษัทผู้ผลิต เพื่อปรับปรุง และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง และสามารถนำไปสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ประกอบกับการมีเครือข่ายที่กว้างขวาง Adlershof จึงช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของบริษัทในการพบปะกับบริษัทชั้นนำมากมาย<br />
ลักษณะสำคัญของ Adlershof คือ <br />
1. การที่รัฐบาลริเริ่มโครงการแล้วส่งต่อให้ภาคเอกชนเป็นผู้บริหารจัดการ ด้วยแนวทางการบริหารแบบเอกชนนี้เอง ปัจจุบันมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นภายใน Adlershof กว่า 70% ของรายได้ต่อปีกว่า 2 พันล้านยูโร จึงมาจากภาคเอกชน<br />
2. จุดมุ่งหมายในการทำการวิจัย คือ เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ใช้การได้มากกว่าหารายได้จากแหล่งอื่น ๆ ไม่เน้นการสร้างงานวิจัยเพื่อผลงานทางวิชาการ แต่ไม่นำมาปรับใช้ หรือที่เรียกว่า ขึ้นหิ้ง<br />
3. การสร้างเครือข่ายจากจุดแข็งของกรุงเบอร์ลิน ในการเป็นศูนย์บ่มเพาะธุรกิจสำหรับ Start-ups ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 1 ของโลก <br />
4. มุ่งแสวงหาผู้ประกอบการรายใหม่ (“incubees”) เพื่อนำมาบ่มเพาะกับเทคโนโลยี และร่วมมือกับ บริษัท ขนาดใหญ่ที่อาจมีการแตกหน่อทางธุรกิจใหม่ ๆ<br />
จากการเยี่ยมศึกษาดูงานที่ Adlershof ของ ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2560 ฝ่ายไทยได้เล็งเห็นถึงโอกาสที่จะเรียนรู้ประสบการณ์จาก Adlershof รวมทังขยายความร่วมมือระหว่าง Adlershof กับอุทยานวิทยาศาสตร์ของไทย ทั้งด้าโดยเฉพาะด้าน การวางระบบศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเพื่อให้ผู้ประกอบการเข้มแข็งและมีการลงทุนด้าน R & D อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลทางธุรกิจมากที่สุด และการศึกษาโครงสร้างเครือข่าย R & D ของ Adlershof ให้แก่ผู้ประกอบการตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ที่ไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งกับผู้ประกอบการระดับ high-tech หรือ mid-tech ได้ <br />
Modified:10/12/2017 02:10:28
-
Adlershof Science and Innovation Park – ต้นแบบอุทยานวิทยาศาสตร์ของเยอรมนี
Adlershof Science Park เป็นอุทยานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมต้นแบบชั้นนำของประเทศเยอรมนี ที่เป็นศูนย์รวมของหน่วยงานด้านวิจัยและนวัตกรรม ได้แก่ ที่มีทั้งศูนย์เทคโนโลยีและศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (Incubator) กว่า 90 แห่งกระจายไปตามสาขาต่าง ๆ สถาบันวิจัยมากมายทั้งที่ไม่ใช่มหาลัยและสถาบันในระดับมหาวิทยาลัย เช่น Humboldt University รวมแล้วกว่า 20 แห่ง และบริษัทต่าง ๆ มากกว่า 1,000 แห่ง ในนิคมอุตสาหกรรมย่อย ๆ กว่า 16 โครงการ โดยมีบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีขั้นสูง 460 แห่ง มีพนักงานทั้งหมด 16,000 คน <br />
Adlershof เป็นนิคมวิจัยที่มีสิ่งแวดล้อม (eco-system) ที่เหมาะสมสำหรับเอกชนในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัทเอกชน สอดคล้องกับหลักการที่ว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ควรประกอบด้วยองค์ประกอบสามส่วนในการสร้างนวัตกรรม (innovation triple helix) ได้แก่ 1. บริษัทเอกชน ซึ่งเป็นที่มาของแหล่งเงินทุนแอละโจทย์การวิจัย 2. สถาบันวิจัย ซึ่งเป็นแหล่งที่มาขององค์ความรู้และการวิจัยประยุกต์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย เช่น ห้องแล็บ และ 3. สถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของการวิจัยขั้นพื้นฐานและเป็นผู้สร้างนักวิจัยที่มีคุณภาพ <br />
ด้วยเหตุนี้ Adlershof จึงประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการสร้างนวัตกรรมที่เอกชนสามารนำไปสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้ และสามารถขยายโครงสร้างองค์การอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันมีส่วนให้บริการมากมาย ศูนย์บริการหลักๆ ได้แก่ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (incubator) ที่ให้บริการผู้ประกอบการ หรือ บริษัทตั้งแต่ ด้านการจัดเตรียมเอกสาร ใบอนุญาต ด้านการตลาด และการส่งต่อเทคโนโลยี ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัลในSMEs และ ศูนย์วิจัยข้อมูลทางสถิติ <br />
หัวใจของ Adlershof คือ ศูนย์วิจัยในสาขาต่าง ๆ ได้แก่ ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและสิ่งแวดล้อม ศูนย์วิจัย Photonics and Optics ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและมัลติมีเดีย ศูนย์วิจัย Microsystems and Materials และศูนย์วิจัยเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy)<br />
การทำงานของ Adlershof เริ่มตั้งแต่การปูรากฐานการทำวิจัย การทํางานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานวิจัยและบริษัทผู้ผลิต เพื่อปรับปรุง และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง และสามารถนำไปสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ประกอบกับการมีเครือข่ายที่กว้างขวาง Adlershof จึงช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของบริษัทในการพบปะกับบริษัทชั้นนำมากมาย<br />
ลักษณะสำคัญของ Adlershof คือ <br />
1. การที่รัฐบาลริเริ่มโครงการแล้วส่งต่อให้ภาคเอกชนเป็นผู้บริหารจัดการ ด้วยแนวทางการบริหารแบบเอกชนนี้เอง ปัจจุบันมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นภายใน Adlershof กว่า 70% ของรายได้ต่อปีกว่า 2 พันล้านยูโร จึงมาจากภาคเอกชน<br />
2. จุดมุ่งหมายในการทำการวิจัย คือ เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ใช้การได้มากกว่าหารายได้จากแหล่งอื่น ๆ ไม่เน้นการสร้างงานวิจัยเพื่อผลงานทางวิชาการ แต่ไม่นำมาปรับใช้ หรือที่เรียกว่า ขึ้นหิ้ง<br />
3. การสร้างเครือข่ายจากจุดแข็งของกรุงเบอร์ลิน ในการเป็นศูนย์บ่มเพาะธุรกิจสำหรับ Start-ups ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 1 ของโลก <br />
4. มุ่งแสวงหาผู้ประกอบการรายใหม่ (“incubees”) เพื่อนำมาบ่มเพาะกับเทคโนโลยี และร่วมมือกับ บริษัท ขนาดใหญ่ที่อาจมีการแตกหน่อทางธุรกิจใหม่ ๆ<br />
จากการเยี่ยมศึกษาดูงานที่ Adlershof ของ ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2560 ฝ่ายไทยได้เล็งเห็นถึงโอกาสที่จะเรียนรู้ประสบการณ์จาก Adlershof รวมทังขยายความร่วมมือระหว่าง Adlershof กับอุทยานวิทยาศาสตร์ของไทย ทั้งด้าโดยเฉพาะด้าน การวางระบบศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเพื่อให้ผู้ประกอบการเข้มแข็งและมีการลงทุนด้าน R & D อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลทางธุรกิจมากที่สุด และการศึกษาโครงสร้างเครือข่าย R & D ของ Adlershof ให้แก่ผู้ประกอบการตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ที่ไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งกับผู้ประกอบการระดับ high-tech หรือ mid-tech ได้ <br />
Modified:10/12/2017 02:10:29
Sorted by relevance | Sort by date
