สรุปสาระสำคัญจากการหารือกับผู้ประกอบการในชิลีที่นำเข้ารถยนต์/รถกระบะจากประเทศไทย

ระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม 2556

ระหว่างเดือน ม.ค. – มี.ค. 2556 ออท. สุรพล เพชรวรา ได้เข้าพบ และหารือกับผู้ประกอบการในชิลีที่นำเข้ารถยนต์/รถกระบะจากประเทศไทย ได้แก่ 1) Mitsubishi Chile Ltd. และ Mitsubishi Motors Chile S.A. ผู้นำเข้ารถ Mitsubishi 2) Marubeni Holding Ltd. ผู้นำเข้ารถ Nissan 3) Toyota Chile ผู้นำเข้ารถ Toyota 4) Mazda เป็นธุรกิจหนึ่งของบริษัท Derco 5) General Motors Chile Ltda.ผู้นำเข้ารถ Isuzu ที่จำหน่ายภายใต้ตราสินค้า Chevrolet โดยมีนายพรรษวุฒิ หริ่มเจริญ ผอ. สคร. ณ กรุงซันติอาโก และ น.ส. ประภาศรี เจตทรงกุล เลขานุการโท เข้าร่วมด้วย สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

1. ผู้ประกอบการทุกรายสนใจเรื่องสถานะล่าสุดของการเจรจาจัดทำ FTA ไทย-ชิลี และหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะได้ลงนามความตกลง และบังคับใช้ความตกลงดังกล่าวได้โดยเร็ว เพราะจะเอื้อประโยชน์อย่างยิ่งต่อการค้าระหว่างไทยกับชิลี โดยเฉพาะสินค้ารถยนต์/รถกระบะที่นำเข้าจากประเทศไทย

2. ผู้ประกอบการทุกรายข้างต้นเห็นพ้องกันว่า ตลาดรถในชิลีมีความหลากหลายสูง โดยมีรถซึ่งผลิตจาก 23 ประเทศจำหน่ายอยู่ภายใต้ 56 ตราสินค้า ประมาณ 500 รุ่น อีกทั้งยังเห็นตรงกันว่า ตลาดรถยนต์/รถกระบะในชิลีมีศักยภาพ และมีแนวโน้มจะขยายตัวได้อีกมาก โดยในปี 2555 ความต้องการใช้รถยนต์ในชิลีมีประมาณ 340,000 – 350,000 คัน (ประชากรชิลีมีจำนวน 16.63 ล้านคน) ซึ่งเป็นความต้องการทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล อันเป็นผลมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคในชิลีที่เพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัว และรถยนต์/รถกระบะเพื่อการพาณิชย์ โดยเฉพาะในภาคเหมืองแร่ที่เป็นภาคเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ในปี 2556 ผู้ประกอบการหลายรายเห็นพ้องกันว่า ความต้องการรถยนต์/รถกระบะในชิลีจะขยายตัวได้ในอัตราร้อยละ 20 ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับอัตราคาดการณ์การเพิ่มขึ้นของการนำเข้ารถยนต์/รถกระบะจากประเทศไทยในปีนี้ด้วย

3. จากการหารือกับผู้ประกอบการนำเข้ารถยนต์/รถกระบะในชิลีทำให้ทราบว่า ผู้ประกอบการนำเข้ามีทั้งบริษัทญี่ปุ่นที่เป็น Trading Company ซึ่งนำเข้าสินค้าไปจำหน่ายในชิลี และส่งออกสินค้าจากชิลีไปจำหน่ายในญี่ปุ่นด้วย เช่น Marubeni Holding Ltd. (Nissan) ขณะที่บางบริษัทก็เป็นผู้ประกอบการของชิลีโดยตรง เช่น Derco ซึ่งจำหน่ายรถ Mazda เป็นต้น

สินค้าส่วนใหญ่ที่ผู้ประกอบการเหล่านี้นำเข้าจากประเทศไทยคือ รถกระบะ ซึ่งแต่ละบริษัทถือครองส่วนแบ่งตลาดในชิลีประมาณร้อยละ 8-10 และมีการนำเข้ารถยนต์รถกระบะจากประเทศไทยประมาณปีละ 6,000 -7,000 คัน ยกเว้นรถกระบะ Mazda ซึ่งมีราคาสูงกว่ารถอื่นๆ การนำเข้าจึงน้อยกว่าจำนวนดังกล่าว โดยผู้ประกอบการทุกบริษัทเห็นพ้องกันว่า FTA ไทย-ชิลีจะมีส่วนอย่างสำคัญที่จะทำให้การนำเข้ารถยนต์/รถกระบะจากไทยเพิ่มขึ้น

รถกระบะที่ชิลีนำเข้าจากไทยนั้น ส่วนใหญ่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ของชิลี จึงต้องการสินค้าที่มีความทนทาน ดูแลรักษาง่าย เหมาะกับการใช้งานในเหมือง ทุกๆ 2 ปีโดยประมาณ อุตสาหกรรมเหมืองแร่ในชิลีจะต้องเปลี่ยนแปลงรถกระบะใหม่ชุดใหญ่ ซึ่งจะจัดซื้อเป็นล็อตผ่านบริษัทเช่ารถในชิลี (Rent a car) อนึ่ง ภาคเศรษฐกิจอื่นๆ ในชิลีที่มีความต้องการใช้รถกระบะสูง เช่น เกษตรกรรม ป่าไม้ เป็นต้น

ผู้ประกอบการให้ข้อมูลว่า ปัจจุบัน กระบวนการสั่งซื้อสินค้ารถยนต์/รถกระบะจากประเทศไทยตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการได้รับสินค้าใช้เวลาประมาณ 5 เดือน โดยสินค้าจะถูกส่งทางเรือผ่านเส้นทางกรุงเทพ-กรุงโตเกียว-กรุงซันติอาโก และหลายบริษัทยังต้องชำระค่าสินค้าเป็นสกุลเงินเยน การอ่อนค่าลงของเงินเยนจึงเป็นผลดีต่อการประกอบการของบริษัทในการนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยด้วย

ทั้งนี้ ในชั้นนี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่นำเข้าเพียงรถกระบะจากประเทศไทยเท่านั้น แต่บางรายก็มีโครงการที่จะนำเข้ารถประเภทอื่นๆ จากประเทศไทยเพิ่มเติม เช่น Toyota, Mitsubishi, GM,Mazda เป็นต้น

4. จากการสอบถามผู้ประกอบการเกี่ยวกับความมั่นใจของผู้บริโภคในชิลีต่อรถกระบะที่ผลิตจากประเทศไทยนั้น ผู้ประกอบการทุกรายยืนยันตรงกันว่า ผู้บริโภคในชิลีทราบว่า ไทยเป็นประเทศผู้ผลิตรถกระบะขนาด 1 ตันรายใหญ่ที่สุดของโลก และมีความเชื่อมั่นในคุณภาพของรถกระบะที่ผลิตในประเทศไทยมากกว่ารถกระบะที่ผลิตในเม็กซิโก หรืออาร์เจนตินา ซึ่งแม้จะเป็นฐานการผลิตรถกระบะที่สำคัญในภูมิภาคลาตินอเมริกาของบางตราสินค้า และมีความตกลงการค้ากับชิลี แต่ความสามารถในการแข่งขันของสินค้า จากประเทศดังกล่าวรวมทั้งคุณภาพยังต่ำกว่าไทย

ผู้ประกอบการนำเข้ารถยนต์/รถกระบะในชิลีหลายรายมีโครงการ หรือมีความสนใจที่จะนำDealers ของตนไปดูโรงงานผลิตรถในประเทศไทยเพื่อสร้างความรู้จัก และความมั่นใจเพิ่มขึ้นในสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยด้วย (Mitsubishi Motors ได้นำคณะผู้บริหารและ Dealers เยือนไทยแล้วระหว่างวันที่ 9-15 เม.ย. 2556)

5. นอกจากสินค้ารถยนต์/รถกระบะที่ผู้ประกอบการเหล่านี้นำเข้าจากประเทศไทยแล้ว บางรายก็นำเข้าอุปกรณ์ดับยนต์ และชิ้นส่วนอะไหล่จากประเทศไทยด้วย โดยชื่นชมว่าสินค้าไทยมีคุณภาพสูง เช่น GM Chile ขณะที่บางรายก็ทำการค้าอุปกรณ์ประดับยนต์ และชิ้นส่วนอะไหล่ แต่ยังไม่ได้นำเข้าจากประเทศไทย และสนใจจะนำเข้าสินค้าจากไทย เช่น Derco (Mazda), Marubeni Holding Ltd. (Nissan) เป็นต้น

ข้อสังเกตของ สอท.

1. ตลาดรถยนต์/รถกระบะในชิลีมีแนวโน้มเติบโตได้อีกมากทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล และรถกระบะ เพื่อการพาณิชย์ ผู้ประกอบการไทยจึงควรให้ความสำคัญกับการรักษาคุณภาพมาตรฐานของสินค้าเอาไว้เพื่อรักษา และขยายส่วนแบ่งตลาดรถยนต์/รถกระบะของไทยในชิลีให้ได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันการสร้างความรู้จัก และความมั่นใจในคุณภาพมาตรฐานของสินค้ารถยนต์/รถกระบะที่ผลิตในประเทศไทยก็มีความสำคัญ โดยแนวทางหนึ่งที่ควรได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง คือ การนำคณะผู้นำเข้าในชิลี รวมถึง Dealers ไปชมโรงงาน กระบวนการผลิตในประเทศไทย ซึ่งนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคที่ใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศไทยแล้ว ยังเป็นการสร้างภาพประเทศไทยในใจคนชิลีได้ด้วย

2. นอกจากรถยนต์/รถกระบะแล้ว สินค้าประเภทอุปกรณ์ประดับยนต์ และชิ้นส่วนอะไหล่ก็มีแนวโน้มการขยายตัวได้ดีในชิลี โดยช่องทางที่ผู้ประกอบการไทยอาจพิจารณาใช้เข้าสู่ตลาดชิลี คือ การติดต่อธุรกิจกับผู้ประกอบการนำเข้า เช่น Marubeni Holding Ltd. (Nissan), Derco (Mazda), GM Chile ซึ่งดำเนินธุรกิจอุปกรณ์ประดับยนต์ และชิ้นส่วนอะไหล่อยู่ด้วย และมีเครือข่ายการค้าครอบคลุมทั่วประเทศชิลี

3. รัฐบาลชิลีกำหนดมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยสำหรับรถยนต์/รถกระบะไว้สูง และปรับปรุงให้มีมาตรฐานสูงขึ้นอยู่เสมอ ผู้ประกอบการส่งออกของไทยจึงต้องหมั่นตรวจสอบกฎระเบียบต่างๆ และปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด เพื่อให้สามารถจำหน่ายสินค้าที่ถูกต้องตามกฎระเบียบที่รัฐบาลชิลีกำหนด



สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงซันติอาโก
10 เมษายน 2556

ที่มา : http://www.thaibizchile.org/index.php?lay=show&ac=article&Id=539672148
17 กรกฎาคม 2556

Back to the list

สาระน่ารู้อื่น ๆ