รูปแบบการลงทุนของต่างประเทศ
รูปแบบการลงทุนโดยตรงของต่างประเทศ มี 3 รูปแบบ คือ
ธุรกิจร่วมตามสัญญา
ธุรกิจร่วมตามสัญญา (Business Cooperation by Contract) คือการร่วมทำธุรกิจกันระหว่างนิติบุคคลลงทุนภายใน สปป.ลาวกับต่างประเทศ โดยไม่ได้ก่อตั้งนิติบุคคลใหม่ใน สปป.ลาว
วิสาหกิจร่วมทุนระหว่างนักลงทุนต่างประเทศกับนักลงทุนภายใน
วิสาหกิจร่วมทุนระหว่างนักลงทุนต่างประเทศกับนักลงทุนภายใน (Joint Venture between Foreign and Domestic Investor) ซึ่ง อัตราส่วนของนักลงทุนต่างประเทศต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด) เป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันระหว่างนักลงทุนต่างประเทศ กับนักลงทุนภายในของ สปป.ลาว การลงทุนเป็นเงินตราต่างประเทศต้องคิดเป็นเงินกีบ ตามอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารแห่ง สปป.ลาว
ตารางแสดงสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติในแต่ละสาขาธุรกิจใน สปป.ลาว
| ลำดับ | ประเภทธุรกิจ | สัดส่วนการถือหุ้น(ร้อยละ) |
|---|---|---|
| 1 | ธนาคาร | 30 – 100 |
| 2 | สถานีโทรทัศน์และวิทยุ | 30 – 49 |
| 3 | โทรคมนาคม | 30 – 100 |
| 4 | สื่อ สิ่งพิมพ์ / โรงพิมพ์ | 30 – 100 |
| 5 | ผลิตภัณฑ์ยา และเครื่องมือทางการแพทย์ | 30 – 100 |
| 6 | ประกันภัย | 30 – 51 |
| 7 | อสังหาริมทรัพย์ | 30 – 100 |
| 8 | โรงแรม | 30 – 100 |
| 9 | ท่องเที่ยว | 30 – 100 |
| 10 | การคมนาคมขนส่ง | 30 – 49 |
| 11 | ขายปลีก | 30 – 100 |
| 12 | ขายส่ง | 30 – 100 |
หมายเหตุ สำหรับอัตราการถือหุ้นในสาขาอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้อยู่ที่ร้อยละ 30 – 100
วิสาหกิจลงทุนต่างประเทศ 100 %
วิสาหกิจลงทุนต่างประเทศ 100 % (100 % Foreign-Owned Enterprise) เป็นวิสาหกิจของต่างประเทศที่ลงทุนฝ่ายเดียว โดยวิสาหกิจลงทุนของต่างประเทศมีอายุไม่เกิน 50 ปี และสามารถต่ออายุได้ไม่เกิน 75 ปี
กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนของ สปป.ลาว (ปี 2552)
สภาแห่งชาติลาวได้เห็นชอบ กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนฉบับใหม่เมื่อเดือนกรกฎาคม 2552 เพื่อใช้แทนกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนภายใน ฉบับเลขที่ 10/สพช. ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2547 และกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนของต่างประเทศ ฉบับเลขที่ 11/สพช. ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2547 ดังนั้น ภายใต้กฎหมายฉบับใหม่นี้ นักลงทุนลาวและนักลงทุนต่างประเทศจะได้รับสิทธิประโยชน์เดียวกัน
สาระสำคัญของกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลง ทุนฉบับใหม่ คือ การปรับปรุงการอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนผ่านบริการประตูเดียว (One Stop Service) เพื่อลดขั้นตอน การกำหนดระยะเวลาพิจารณาอนุมติโครงการลงทุนให้ชัดเจน และการเสนอมาตรการส่งเสริมการลงทุน เช่น การยกเว้นภาษีโดยพิจารณาจากประเภทกิจการและพื้นที่ที่ลงทุน และการอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติมีสิทธิซื้อสิทธิใช้ที่ดินเพื่ออยู่อาศัย
ประเภทกิจการ
1) กิจการทั่วไป ผู้ลงทุนต้องยื่นคำ ร้องผ่านศูนย์บริการ One Stop Service ของแผนกอุตสาหกรรมและการค้า เพื่อขอขึ้นทะเบียนวิสาหกิจ ผู้ลงทุนต่างประเทศที่ลงทุนในกิจการทั่วไปต้องลงทุนไม่น้อยกว่า 1 พันล้านกีบ กิจการทั่วไปที่ไม่ใช่กิจการควบคุมจะได้รับแจ้งผลการพิจารณาภายใน 10 วันทำการ สำหรับกิจการควบคุมใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน 13 วันทำการ เมื่อได้รับใบทะเบียนวิสาหกิจแล้วผู้ลงทุนสามารถดำเนินธุรกิจได้ทันที
2) กิจการสัมปทาน เช่น สัมปทานที่ดิน เหมืองแร่ พลังงานไฟฟ้า สายการบิน โทรคมนาคม ประกันภัย สถาบันการเงิน ผู้ลงทุนต้องยื่นคำร้องผ่านศูนย์บริการ One Stop Service ของแผนกแผนการและการลงทุน เพื่อพิจารณาและนำเสนอรัฐบาลหรือแขวง การคัดเลือกผู้ลงทุนอาจใช้การเปรียบเทียบ การประมูล หรือการประเมินผล เมื่อรัฐบาลหรือแขวงอนุมัติแล้ว กระทรวงแผนการและการลงทุนหรือแผนกแผนการและการลงทุนประจำแขวง (แล้วแต่กรณี) จะออกใบทะเบียนสัมปทานให้ผู้ลงทุน และผู้ลงทุนต้องดำเนินการภายใน 90 วัน
3) กิจการการพัฒนาเขตเศรษฐกิจเฉพาะ เขต เศรษฐกิจเฉพาะคือพื้นที่ที่รัฐบาลอนุมัติให้ผู้ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค เพื่อรองรับการลงทุนและการประกอบธุรกิจในเขตดังกล่าว จึงมีระเบียบที่ต่างจากพื้นที่ทั่วไป เขตเศรษฐกิจเฉพาะมีหลายแบบ เช่น เขตเศรษฐกิจพิเศษ เขตอุตสาหกรรม เขตการผลิตเพื่อส่งออก เขตการค้าปลอดภาษี เป็นต้น ผู้ประสงค์จะตั้งเขตเศรษฐกิจเฉพาะต้องยื่นคำร้องผ่านแผนกอุตสาหกรรมและการ ค้า ซึ่งจะเสนอให้รัฐบาลพิจารณา
การส่งเสริมการลงทุน
ทุกโครงการของวิสาหกิจการลงทุนต่างประเทศจะได้รับการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มเติม ดังนี้
1. กำไรที่นำไปขยายกิจการที่ได้รับอนุญาต จะได้รับการยกเว้นภาษีกำไรในปีการบัญชีถัดไป (ภาษาลาวใช้คำว่า อากรกำไร ทั้งนี้ อากรหมายถึงภาษีที่เก็บจากรายได้ หน่วยงานที่รับผิดชอบคือกรมอากร ซึ่งเทียบเท่ากรมสรรพากร ส่วนพาสี (ภาษี) ในภาษาลาวหมายถึงภาษีศุลกากรซึ่งเรียกเก็บจากการนำเข้าและส่งออกสินค้า หน่วยงานที่รับผิดชอบคือกรมพาสี ซึ่งเทียบเท่ากรมศุลกากร)
2. ส่งผลกำไร ทุน และรายรับอื่น ๆ (หลังจากที่ได้เสียภาษีอากรและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ตามกฎหมายแล้ว) กลับประเทศของตน หรือผ่านประเทศที่สามได้ โดยผ่านธนาคารของ สปป.ลาว
3. ได้รับยกเว้นภาษีนำเข้า และอากรที่เก็บจากการนำเข้าอุปกรณ์ เครื่องอะไหล่ พาหนะการผลิตโดยตรง วัตถุดิบที่ไม่มีอยู่ภายในประเทศ หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปที่นำเข้ามาเพื่อแปรรูปหรือประกอบเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อ ส่งออก
4. ได้รับยกเว้นภาษีขาออก สำหรับผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออก
5. อนุญาตให้ชาวต่างชาติที่ลงทุนใน สปป.ลาว มากกว่า 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ มีสิทธิถือครองที่ดินเพื่ออยู่อาศัยตามระยะเวลาของโครงการลงทุน (เป็นมาตรการใหม่)
รัฐบาลลาวส่งเสริมการลงทุนในสาขาเกษตรกรรม อุตสาหกรรม หัตถกรรม และบริการ โดยจะแบ่งสิทธิประโยชน์เป็น 3 ระดับ ตามประเภทกิจการที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เช่น กิจการที่ช่วยแก้ปัญหาความทุกข์ยากและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน กิจการโครงสร้างพื้นฐาน และกิจการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ดังนี้
ระดับที่ 1 กิจการที่ได้รับการส่งเสริมสูงสุด
ระดับที่ 2 กิจการที่ได้รับการส่งเสริมปานกลาง
ระดับที่ 3 กิจการที่ได้รับการส่งเสริมต่ำ
รัฐบาลลาวจะให้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี ตามระดับส่งเสริมการลงทุนและเขตการส่งเสริมการลงทุน ดังนี้
|
|
เขตที่ 1 พื้นที่ห่างไกลทุรกันดารโครงสร้างพื้นฐานไม่สะดวก |
เขตที่ 2 พื้นที่ที่มีสาธารณูปโภคพื้นฐานทางเศรษฐกิจบางส่วน |
เขตที่ 3 เขตเมืองใหญ่ มีสาธารณูปโภคพื้นฐานพร้อม |
|---|---|---|---|
|
กิจการที่ได้รับการส่งเสริมระดับที่ 1 |
ยกเว้นภาษีกำไร 10 ปี |
ยกเว้นภาษีกำไร 6 ปี |
ยกเว้นภาษีกำไร 4 ปี |
|
กิจการที่ได้รับการส่งเสริมระดับที่ 2 |
ยกเว้นภาษีกำไร 6 ปี |
ยกเว้นภาษีกำไร 4 ปี |
ยกเว้นภาษีกำไร 2 ปี |
|
กิจการที่ได้รับการส่งเสริมระดับที่ 3 |
ยกเว้นภาษีกำไร 4 ปี |
ยกเว้นภาษีกำไร 2 ปี |
ยกเว้นภาษีกำไร 1 ปี |
|
นโยบายส่งเสริมเฉพาะ |
|
|
|
|
การสร้างโรงพยาบาล โรงเรียนอนุบาล โรงเรียนวิชาชีพ วิทยาลัย มหาวิทยาลัย ศูนย์ค้นคว้าวิจัย กิจการสาธารณูปโภคบางโครงการ |
ยกเว้นค่าเช่าหรือค่าสัมปทาน 15 ปี และยกเว้นภาษีกำไรเพิ่มอีก 5 ปี |
ยกเว้นค่าเช่าหรือค่าสัมปทาน 10 ปี และยกเว้นภาษีกำไรเพิ่มอีก 5 ปี |
ยกเว้นค่าเช่าหรือค่าสัมปทาน 3 ปี และยกเว้นภาษีกำไรเพิ่มอีก 5 ปี |
จาก http://vientiane.thaiembassy.org/vientiane/th/information/information_invest/format/index.php
