- (1) การควบคุมการสร้างอาคารสูงในเวียดนาม
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552 รัฐบาลเวียดนามประกาศกฤษฎีกาที่ 20 ว่าด้วยเรื่องการควบคุมการสร้างอาคารสูงซึ่งเป็นอันตรายต่อการบิน รวมทั้งการจัดการและป้องกันเขตน่านฟ้าของเวียดนาม โดยระเบียบดังกล่าวบังคับไม่ให้สร้างอาคารสูงเกินกว่า 45 ชั้นในพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ทหารและสนามบิน ซึ่งอาคารที่มีความสูงเกินกว่ากำหนดจะต้องลดความสูงให้ได้ตามข้อกำหนดกฤษฎีกาฉบับที่ 20 ซึ่งมีผลย้อนหลังกับโครงการก่อสร้างและอาคารที่ก่อสร้างไปแล้วด้วย
- (2) อุตสาหกรรมเบียร์ แอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มประเภทอื่นของเวียดนาม
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2552 กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าได้ประกาศกฤษฎีกาที่ 2435 เรื่องอุตสาหกรรมเบียร์ สุรา และเครื่องดื่มประเภทอื่น ๆ โดยจะเพิ่มปริมาณการผลิตเบียร์สุราและเครื่องดื่มอื่น ๆ จนถึงปี 2568 ดังนี้
- ในปี 2553 จะผลิตเบียร์ให้ได้ 2.5 พันล้านลิตร ผลิตสุราได้ 80 ล้านลิตร และเครื่องดื่มประเภทอื่น ๆ 2 พันล้านลิตร
- ในปี 2558 จะผลิตเบียร์ 4 พันล้านลิตร สุรา 188 ล้านลิตร และเครื่องดื่มประเภทอื่น ๆ รวม 4 พันล้านลิตร
- ในปี 2568 จะผลิตเบียร์ 6 พันล้านลิตร สุรา 440 ล้านลิตร และเครื่องดื่มประเภทอื่น ๆ รวม 1.1หมื่นล้านลิตร
- (3) การสำรวจเหมืองแร่
เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2552 รัฐบาลได้ประกาศกฤษฎีกาฉบับที่ 7 ว่าด้วยเรื่องการปฏิบัติตามพันธะสัญญาเกี่ยวกับการทำเหมืองแร่ โดยได้เพิ่มเรื่องค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมตามกฎหมายของเวียดนาม ดังนี้
- 280 ดอลลาร์สหรัฐต่อพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตรสำหรับปีแรก
- 449 ดอลลาร์สหรัฐต่อพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตรสำหรับปีที่สอง
- 561 ดอลลาร์สหรัฐต่อพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตรสำหรับปีที่สาม
นอกจากนั้น ยังมีการเพิ่มเติมและปรับปรุงระเบียบ โดยระบุให้การส่งออกแร่ต้องได้รับอนุญาตจาก กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนามก่อน ส่วนการส่งออกแร่ที่ใช้ในการก่อสร้างและ ปูนซีเมนต์ ต้องได้รับอนุญาตจากกระทรวงการก่อสร้างเวียดนาม การประมูลราคาการสำรวจ เหมืองแร่นั้นจะต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (หรือ คณะกรรมการประจำจังหวัด) หลังจากนั้นต้องผ่านการเห็นชอบจากกระทรวงอุตสาหกรรมและ การค้าและกระทรวงก่อสร้าง และสุดท้ายจะต้องได้รับอนุญาตจากนายกรัฐมนตรีเวียดนาม
อ้างอิง http://hanoi.thaiembassy.org/content.aspx?type_id=19&content_id=645
