การลงทุนในธุรกิจโรงแรมใน สปป. ลาว

การลงทุนในธุรกิจโรงแรมใน สปป. ลาว

ทั่วไป

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า สปป. ลาว เป็นหนึ่งในประเทศปลายทางที่นักท่องเที่ยวไม่ว่าทางฝั่งยุโรป หรือทางฝั่งเอเซียก็ให้ความสนใจที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจาก สปป. ลาว นั้นยังคงความสมบูรณ์ทั้งในด้านทัศนียภาพ ทรัพยากรธรรมชาติ ศาสนาและศิลปะวัฒนธรรมที่มีเอกลัษณ์เฉพาะตน ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคนจากทั่วทุกมุมโลกให้ไปเยือน สปป. ลาวได้ จนเป็นเหตุทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวใน สปป. ลาว ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ทางรัฐบาล สปป. ลาว ยังหันมาสนใจ ให้การสนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจด้านการท่องเที่ยวของประเทศตนมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนโยบายยกเลิกการขอวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้าน ในกลุ่มอาเซียน นโยบายพัฒนาขยายเครือข่ายการคมนาคมภายในประเทศ รวมถึงนโยบายส่งเสริมให้มีการอบรมบุคลากรด้านการท่องเที่ยว และสนับสนุน การประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวใน สปป. ลาว ให้มากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจโรงแรมใน สปป. ลาว มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นเป็นอย่างมากในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม หนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางการพัฒนา และขยายธุรกิจท่องเที่ยวของ สปป. ลาว คือ การขาดความพร้อมในด้านของธุรกิจบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจบริการด้านโรงแรม เนื่องจากจำนวนห้องพักที่มีอยู่นั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการของปริมาณนัก ท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูท่องเที่ยวของประเทศ ดังนั้นจึงถือได้ว่าธุรกิจโรงแรมใน สปป. ลาว เป็นธุรกิจบริการที่เหมาะแก่การลงทุนสำหรับนักลงทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศเป็นอย่างมาก อนึ่ง บทความฉบับนี้จะพูดถึงภาพรวมของการลงทุนในธุรกิจโรงแรมในแต่ละประเภทโดย สังเขป

ลักษณะของการลงทุนในธุรกิจโรงแรม

การลงทุนในธุรกิจโรงแรมใน สปป. ลาว นั้น กฎหมายที่เป็นหลักสำคัญในการควบคุมธุรกิจนี้คือ กฎหมายว่าด้วยการท่องเที่ยว เลขที่ 10/สพช ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2005 (“กฎหมายท่องเที่ยว”) ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ได้กำหนดให้ธุรกิจพักแรมถือเป็นหนึ่งในกิจการธุรกิจการ ท่องเที่ยว โดยที่การดำเนินธุรกิจ พักแรมนี้ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาที่เป็นพลเมืองของ สปป. ลาว หรือคนต่างด้าวที่มีภูมิลำเนาอยู่ สปป. ลาว หรือนิติบุคคลภายในที่มีทะเบียนธุรกิจและมีสำนักงานตั้งอยู่ใน สปป. ลาว ก็สามารถดำเนินธุรกิจพักแรมได้ทั้งสิ้น แต่หากเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลต่างประเทศ กฎหมายฉบับดังกล่าวจะจำกัดให้ดำเนินธุรกิจพักแรมได้เฉพาะแต่บางประเภทเท่า นั้น ซึ่งจะได้กล่าวต่อไปในบทความฉบับนี้

ประเภทของธุรกิจโรงแรม

กฎหมายท่องเที่ยวของ สปป. ลาว นั้น ได้กำหนดแยกประเภทของสถานที่พักแรมประเภทต่างๆ โดยพิจารณาจากจำนวนห้องพักเป็นสำคัญ ดังนี้

  1. “โรงแรม” หมายถึง สถานที่พักชั่วคราว ซึ่งมีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 15 ห้องขึ้นไป มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีอุปกรณ์เครื่องใช้ที่มีคุณภาพ และมีบริการที่มีมาตรฐานดี
  2. “เรือนพัก” หมายถึง สถานที่พักชั่วคราว ซึ่งมีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 5-14 ห้อง มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีอุปกรณ์เครื่องใช้ที่เหมาะสม และมีบริการที่มีมาตรฐานดี
  3. “ห้องพัก” หมายถึง สถานที่พักชั่วคราว ซึ่งมีจำนวนห้องพักไม่เกิน 4 ห้อง และมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นให้แก่คนเดินทาง
  4. “รีสอร์ท” หรือที่ภาษาลาวเรียกว่า “บ่อนพักแรมตามแหล่งท่องเที่ยว” นั้น หมายถึง สถานที่พักที่สร้างขึ้นตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติเท่านั้น มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีอุปกรณ์เครื่องใช้ที่เหมาะสม และ มีบริการที่มีมาตรฐานดี
  5. “โมเต็ล” หรือที่ภาษาลาวเรียกว่า “บ่อนพักแรมของนักขับขี่” หมายถึง สถานที่พักที่สร้างขึ้นริมถนนหลวงและมีสถานที่จอดรถ เพื่อให้ผู้เดินทางที่ใช้ยานพาหนะอาศัยพักแรม และมีสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน
  6. “ห้องพักในยานพาหนะ” หรือที่ภาษาลาวเรียกว่า “บ่อนพักแรมเคลื่อนที่” หมายถึง สถานที่พักชั่วคราวที่เคลื่อนย้ายไปมาได้ ซึ่งประกอบไปด้วย เรือท่องเที่ยว ตู้รถไฟ หรือรถท่องเที่ยวที่มีห้องนอน ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน และมีบริการที่มีเหมาะสม
  7. “แคมป์” หรือที่ภาษาลาวเรียกว่า “ค่ายพักแรม” หมายถึง สถานที่พักชั่วคราว อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม ซึ่งจัดให้นักท่องเที่ยวเข้าพักแรมในเต้นท์ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน

จากประเภทสถานที่พักแรมต่าง ๆ ข้างต้น ธุรกิจประเภท “เรือนพัก” และ “ห้องพัก” ซึ่งที่เราเรียกกันว่า อพาร์ทเมนต์นั้น เป็นธุรกิจที่สงวนให้แก่คนลาวเท่านั้น

การขออนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม

องค์การท่องเที่ยวแห่งชาติ เป็นหน่วยงานราชการที่ได้รับมอบหมายจากทางรัฐบาล สปป. ลาว ให้ควบคุมดูแล กำหนดเงื่อนไขและวางมาตรฐานเกี่ยวกับการจัดการธุรกิจพักแรมไว้ โดยที่ธุรกิจพักแรมใน สปป. ลาว ถือได้ว่าเป็นธุรกิจที่รัฐควบคุม ต้องมีการขออนุญาตจัดตั้งธุรกิจพักแรม และขออนุญาตดำเนินธุรกิจพักแรมจากองค์การท่องเที่ยวแห่งชาติก่อนถึงจะสามารถ เริ่มดำเนินธุรกิจดังกล่าวได้ ทั้งนี้ ในการขออนุญาตทางกรมคุ้มครองธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม สังกัดองค์การท่องเที่ยวแห่งชาติได้กำหนดเอกสารที่ใช้ใน การประกอบคำขออนุญาตจัดตั้งและดำเนินธุรกิจพักแรม ตัวอย่างเช่น ใบอนุญาตลงทุน ใบยืนยันกรรมสิทธิ์ในที่ดิน สัญญาเช่าสถานที่ ใบอนุญาตปลูกสร้างอาคาร ใบอนุญาตซ่อมแซมต่อเติมอาคาร ใบเปลี่ยนแปลงการใช้เคหะสถานหรืออาคาร และแผนผังที่พักแรม เป็นต้น ซึ่งใบอนุญาตดำเนินธุรกิจบริการโรงแรม-เรือนพักนี้ต้องได้รับการต่ออายุทุก ปี เพื่อที่จะสามารถดำเนินธุรกิจดังกล่าวต่อไปได้ และไม่สามารถให้โอน หรือขายให้กับบุคคลอื่นได้ โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ๆ เกี่ยวข้อง หากได้มีการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้น นิติกรรมดังกล่าวจะถือได้ว่าเป็นโมฆะและไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายแต่อย่าง ใด

นอกจากนี้ กรมคุ้มครองธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมดังกล่าว ยังมีหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับการจัดลำดับขั้นของธุรกิจพักแรมอีก ด้วย เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่พักแรมประเภทโรงแรมและเรือนพัก กล่าวคือเครื่องหมายดาว เป็นเครื่องหมายแสดงลำดับขั้นของโรงแรม โดยที่ 5 ดาวหมายถึง โรงแรมที่มีคุณภาพมาตรฐานและการบริการที่ดีที่สุด ในขณะที่เครื่องหมายดอกจำปา เป็นเครื่องหมายแสดงลำดับขั้นของเรือนพัก โดยที่ 3 ดอกจำปา หมายถึงเรือนพักที่มีคุณภาพ และมาตรฐานที่ดีที่สุดนั่นเอง

******

27 กันยายน 2556

Back to the list

สาระน่ารู้อื่น ๆ