จีนกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคฉบับใหม่
จีนกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคฉบับใหม่

29 ต.ค. 56 (www.fjsen.com) - รายงานข่าวระบุว่า ด้วยเมื่อวันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา ในการประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติสมัยที่ 12 ครั้งที่ 5 ณ กรุงปักกิ่ง คณะกรรมาธิการสามัญของสภาฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานนิติบัญญัติสูงสุดของจีน ได้หารือและผ่านร่างแก้ไขกฎหมายฉบับสำคัญเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิผู้ บริโภคชาวจีน อาทิ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การเสนอให้มีบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นสำหรับการฉ้อฉลทางการค้า อีกทั้ง ยังครอบคลุมระเบียบเกี่ยวกับการซื้อสิ้นค้าออนไลน์ เนื่องจากกฎหมายคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคฉบับปัจจุบันมิได้ครอบคลุมในส่วนของ ตลาดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังเติบโตในปัจจุบัน
 
ทั้งนี้ การแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มใช้กฎหมายคุ้มครองผู้ บริโภคเมื่อปี 2536 โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. 2557 ซึ่งเป็นวันคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคโลก

สาระสำคัญของกฎหมายฉบับใหม่นี้ ประกอบด้วย

1. ซื้อสินค้าออนไลน์ ไม่พอใจสามารถคืนสินค้าได้ภายใน 7 วัน โดยไม่ต้องระบุ “เหตุผล”

การซื้อสินค้าไม่ว่าจะผ่านทางเว็บไซต์ โทรทัศน์ โทรศัพท์ หรือไปรษณีย์ หากผู้บริโภคไม่พอใจสินค้า สามารถยื่นเรื่องคืนสินค้ากับผู้ขาย ภายในเวลา 7 วัน นับตั้งแต่ได้รับสินค้า โดยมิต้องระบุถึง “เหตุผล” ของการคืน โดยมีข้อแม้ว่าสินค้าจะต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ และผู้บริโภคต้องรับภาระค่าใช้จ่ายการขนส่งสินค้าคืนแก่ผู้ขาย อย่างไรก็ตาม การคืนสินค้าแบบไม่มีเหตุผลนี้ไม่นับรวมสินค้าบางประเภท ได้แก่ สินค้าที่ผู้บริโภคสั่งทำเอง สินค้าสดง่ายแก่การเน่าเสีย ซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ เพลง สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ เป็นต้น

2. หากเกิดข้อพิพาท ผู้ประกอบการมีหน้าที่หาหลักฐานยืนยันคุณภาพสินค้า

สำหรับสินค้าประเภทรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า (อาทิ คอมพิวเตอร์ ตู้เย็น โทรทัศน์  เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น) รวมทั้งการบริการหลังการขายที่เกี่ยวข้อง หากผู้บริโภคพบข้อบกพร่องหรือปัญหาจากการใช้สินค้านั้น ภายในระยะเวลา 6 เดือน และเกิดกรณีพิพาททางการค้าขึ้น  กฎหมายฉบับใหม่นี้ระบุว่า     เมื่อเกิดกรณีพิพาทดังกล่าว ผู้ประกอบการขายสินค้ามีหน้าที่หาหลักฐานที่เกี่ยวข้องในการพิสูจน์ข้อกล่าว หา ทั้งนี้ การเพิ่มกฎข้อดังกล่าว สืบเนื่องจากกรณีข้อร้องเรียนที่ผ่านมา ผู้บริโภคส่วนใหญ่มักไม่มีความรู้ด้านเทคนิคเกี่ยวกับสินค้า ไม่สามารถหาข้อมูลที่บอกได้ว่าปัญหาของสินค้าที่เกิดขึ้นเกิดจากข้อบกพร่อง ของผู้ประกอบการหรือไม่ เมื่อเกิดกรณีพิพาท ผู้บริโภคจึงต้องรับภาระด้านการหาข้อมูลทางเทคนิคด้านต่าง ๆ ของสินค้าเพื่อใช้ประกอบการร้องเรียนเอง

3.  ปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้บริโภค
ผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องรักษาความลับและข้อมูลส่วนตัวของผู้บริโภค มิให้นำข้อมูลดังกล่าวขายให้แก่ผู้ใดหรือมอบให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานอื่นใด เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ต่อไป

4. เพิ่มค่าชดเชย กรณีผู้บริโภคได้รับความเสียหายจากการฉ้อฉลของผู้ประกอบการ

การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ยังระบุด้วยว่า ในกรณีผู้ประกอบการรับทราบดีว่าสินค้าหรือบริการนั้นมีจุดบกพร่อง แต่ยังนำสินค้านั้นมาเสนอขายแก่ผู้บริโภค จะต้องได้รับโทษปรับ 3 เท่าของสินค้าหรือบริการนั้น และที่สำคัญ หากสินค้าหรือบริการส่งผลให้ผู้บริโภคได้รับบาดเจ็บแก่ร่างกายหรือรุนแรงจน ถึงแก่ชีวิต ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายมีสิทธิได้รับค่าชดเชยจากผู้ประกอบการ ในหลายด้าน นอกจากค่ารักษาพยาบาล ค่าเดินทาง ค่าเสียหายจากการไม่ได้ทำงาน ยังรวมถึง “ค่าเยียวยาความเสียหายทางจิตใจ” สำหรับกรณีการทำให้ผู้บริโภคถึงแก่ชีวิต มีการเพิ่มค่าชดเชยสูงสุดเป็น 2.4 ล้านหยวน

5. ให้ความสำคัญแก่ “สมาคมผู้บริโภคจีน”

กฎหมายฉบับใหม่นี้ได้พัฒนาระบบการคุ้มครองผู้บริโภคไปอีกระดับ โดยระบุอย่างชัดเจนในการยกระดับสถานะของสมาคมผู้บริโภคจีนให้เป็น “องค์กรทางสังคม” ระบุให้รัฐบาลในระดับท้องถิ่นให้การสนับสนุนสมาคมผู้บริโภคในด้านค่าใช้จ่าย สำคัญที่เกี่ยวข้อง

สายด่วนคุ้มครองผู้บริโภค “12315”

จากกรณีสถานการณ์ที่ผู้บริโภคถูกเอารัดเอาเปรียบที่นับวันดูจะมีจำนวนมาก ขึ้น ทางการจีนเองก็มิได้นิ่งเฉย ปัจจุบัน ได้มอบหมายให้มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ปกป้องและคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคโดย เฉพาะ อาทิ สำนักงานบริหารอุตสาหกรรมและการค้าแห่งชาติ (State Administration for Industry and Commerce of the People’s Republic of China Consumer Protection Bureau) ได้จัดทำเว็บไซต์ www.315.gov.cn และ www.saic.gov.cn รวมทั้งสายด่วน “12315” ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการรับข้อร้องเรียนของผู้บริโภค

นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งสำหรับเป็นศูนย์กลางให้ข้อมูลและเป็นตัวกลางในการแก้ไขปัญหา ต่าง ๆ อาทิ 1) ให้ข่าวสาร ความรู้ และให้บริการตอบข้อซักถาม 2) ควบคุมและตรวจสอบผลิตภัณฑ์และบริการ 3) เมื่อผู้บริโภคมีข้อสงสัย ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและแสดงความคิดเห็นส่งให้แก่หน่วยงานบริหาร 4) ดำเนินการตรวจสอบ และเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ยกรณีพิพาท 5) เมื่อเกิดการร้องเรียนเกี่ยวกับคุณภาพของสินค้าและบริการ สามารถจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้หน่วยงานตรวจสอบส่งสรุปผลการตรวจสอบ 6) เมื่อผู้บริโภคถูกละเมิดสิทธิ สามารถช่วยเหลือผู้บริโภคในการฟ้องร้อง

ขณะเดียวกัน ยังมีเว็บไซต์ของสมาคมผู้บริโภคจีน (www.cca.org.cn) ที่เป็นแหล่งรับฟังข้อร้องเรียนผู้บริโภค รวมทั้งสามารถเข้าไปสืบค้นข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องได้ด้วย




โดย : วีรศักดิ์ เกิดผลเจริญยิ่ง ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ เมืองเซี่ยเหมิน (www.thaibizchina.com)
แหล่งข้อมูล : www.fjsen.com (25 ตุลาคม 2556)
1 พฤศจิกายน 2556

Back to the list

สาระน่ารู้อื่น ๆ