ผลผลิตฝ้ายของอินเดีย จากผู้นำเข้า สู่ผู้ส่งออก
         ในอดีต อินเดียเคยเป็นประเทศนำเข้าฝ้ายดิบจากต่างประเทศ แต่วันนี้ อินเดียผันตัวเองมาเป็นผู้ผลิตฝ้ายส่งออกรายใหญ่อันดับ 2 ของโลกรองจากจีน ตลอดจนเป็นประเทศที่มีสิ่งทอเป็นอุตสาหกรรมที่โดดเด่น และสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนท้องถิ่นได้เป็นอย่างมากที่เป็นเช่นนี้ เพราะเมื่อ 13 ปีก่อน (ค.ศ. 2000) รัฐบาลอินเดียได้ริเริ่มโครงการ “Technology Mission on Cotton” (TMC) เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตฝ้ายภายในประเทศ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาพันธุ์ฝ้าย การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูก และการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่เกษตรกร
        ภายใต้โครงการ TMC ในปี ค.ศ. 2004 รัฐบาลอินเดียได้เริ่มนำฝ้ายพันธุ์ “Bt Cotton” ซึ่งมียีนต่อต้านศัตรูพืชเป็นคุณสมบัติพิเศษ มาแจกจ่ายให้เกษตรกรเพาะปลูกการดำเนินการดังกล่าว ทำให้ อินเดียสามารถเพิ่มผลผลิตฝ้ายได้มากกว่าเท่าตัว โดยปัจจุบันพื้นที่เพาะปลูกฝ้ายกว่าร้อยละ 93 ได้หันมาปลูกฝ้ายพันธุ์ Bt cotton แล้ว
        นอกจากการเพิ่มผลผลิตฝ้ายโดยรวม อินเดียยังประสบความสำเร็จในการเพิ่มปริมาณผลผลิตต่อพื้นที่ (Productivity) ด้วย โดยสมาคมผลผลิตฝ้ายแห่งอินเดีย (Cotton Association of India คาดว่าในฤดูการผลิตฝ้ายของอินเดีย ปี ค.ศ. 2013 - 2014 ปริมาณผลผลิตฝ้ายจะเพิ่มสูงถึง 37.5 ล้านเบล (1 เบล เท่ากับ 170 กิโลกรัม) เพราะได้รับปริมาณน้ำฝนมากตามฤดูกาล ในจำนวนผลผลิตดังกล่าว อินเดียส่งออกปีละประมาณ 10 ล้านเบล รัฐคุชราตถือเป็นพื้นที่ที่มีผลผลิตฝ้ายเป็นอันดับหนึ่งของอินเดีย โดยผลิตได้มากที่สุดจำนวน 11.1 ล้านเบล โดยรัฐมหาราษฏระและรัฐอานธรประเทศ เป็นพื้นที่ที่มีผลผลิตตามมา ในจำนวน 7.5 ล้านเบล และ 6.5 ล้านเบลตามลำดับ ซึ่งทำให้อุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นธุรกิจที่สำคัญและโดดเด่นของรัฐทั้งสาม
จากสถิติ รัฐมหาราษฏระสามารถผลิตผ้าผืนได้เป็นอันดับหนึ่งของประเทศ หรือ ร้อยละ 50 ของปริมาณการผลิตทั้งประเทศ โดยมีการจ้างงานในอุตสาหกรรมนี้ถึง 15 ล้านคน ปัจจุบัน ประเทศส่งออกฝ้ายดิบที่เป็นคู่แข่งสำคัญของอินเดีย คือ จีน ซึ่งผลิตฝ้ายได้ 1,200 กิโลกรัมต่อเฮกเตอร์ ขณะที่อินเดียยังมีอัตราการผลิตที่ตำกว่าที่ 750 กิโลกกรัมต่อเฮกเตอร์
        อย่างไรก็ดี จีนเองก็ถือเป็นตลาดส่งออกหลักของอินเดียเช่นกัน โดยนำเข้าฝ้ายจากอินเดียกว่าร้อยละ 60 ของการส่งออกทั้งหมดของอินเดีย นอกจากจีนแล้ว ตลาดที่สำคัญของอินเดียคือ ปากีสถาน บังกลาเทศและตุรกี แว่วๆว่า ขณะนี้จีนมีแนวโน้มลดขนาดพื้นที่เพาะปลูกฝ้ายลง และหันไปเน้นการเพิ่มมูลค่าสิ่งทอแทน ซึ่งนั่น จะทำให้อินเดียกลายเป็นประเทศผู้ส่งออกฝ้ายดิบมากที่สุดในโลกในอีก 10 ปีข้างหน้า


สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ และ
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
อีเมล์ [email protected] หรือ [email protected]
1 พฤศจิกายน 2556

Back to the list

สาระน่ารู้อื่น ๆ