กฎหมายแรงงานในชิลี
กฎหมายแรงงานในชิลี
กฎหมาย แรงงานของชิลีมีหลักการคล้ายกับหลายประเทศในลาตินอเมริกาคือ ให้ความสำคัญกับสิทธิประโยชน์ของแรงงาน  ดังนั้น ผู้ที่สนใจจะเข้ามาประกอบธุรกิจหรือทำงานในชิลีจึงควรศึกษาหาข้อมูลเกี่ยว กับสิทธิและหน้าที่ของแรงงานโดยละเอียด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างตามที่กฎหมายชิลีกำหนด
                        หากประสงค์จะเข้ามาประกอบธุรกิจหรือทำงาน ข้อมูลเบื้องต้นที่จะเป็นประโยชน์ ต่อการจ้างงานและทำงานในชิลีมีดังนี้
 
1.      ปัจจัยที่นายจ้างและลูกจ้างต้องคำนึงเมื่อจะลงนามในสัญญาจ้างงาน ได้แก่
1.1   เสรีภาพ ในการจ้างงาน นายจ้างต้องให้สวัสดิการและสิทธิประโยชน์แก่ลูกจ้างตามที่กฎหมายกำหนด เช่น วันทำงาน ค่าแรงขั้นต่ำ วันหยุดพิเศษและวันหยุดพักผ่อนประจำปี
1.2   จำนวน วันทำงาน กฎหมายกำหนดให้ลูกจ้างทำงานสัปดาห์ละไม่เกิน 45 ชั่วโมง และสามารถทำงานล่วงเวลาได้วันละไม่เกิน 2 ชั่วโมง ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวครอบคลุมการทำงานไม่เต็มเวลา (part-time) ด้วย
1.3   วันหยุดและวันหยุดพักผ่อน นายจ้างต้องให้ลูกจ้างมีวันหยุดพักผ่อน 1 วันต่อสัปดาห์เป็นอย่างน้อ นอกเหนือไปจากวันหยุดพิเศษของทางการ
1.4   วัน หยุดพักผ่อนประจำปีและการขอหยุดเพิ่ม ลูกจ้างมีสิทธิได้วันหยุดพักผ่อนประจำปีคนละ 15 วันทำการต่อปี หรือเท่ากับ 21 วัน (3 สัปดาห์) ซึ่งระหว่างนี้ นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างตามเกณฑ์เงินเดือนปกติของลูกจ้าง ทั้งนี้ สตรีซึ่งตั้งครรภ์มีสิทธิลาก่อนคลอดเป็นเวลา 6 สัปดาห์ และหลังคลอด เป็นเวลา 24 สัปดาห์
1.5    ค่าแรงขั้นต่ำ กฎหมายกำหนดให้ค่าแรงขั้นต่ำต่อเดือนเท่ากับ 182,000 เปโซชิลีสำหรับลูกจ้างเต็มเวลา (โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 เป็นต้นมา)  ส่วนลูกจ้างไม่เต็มเวลาก็จะได้รับค่าจ้างตามสัดส่วน ซึ่งคำนวณจากฐานค่าแรงขั้นต่ำดังกล่าวเช่นกัน 
1.6   การเปลี่ยนแปลงสัญญาจ้างงาน การเปลี่ยนแปลงสัญญาจ้างงานต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง
1.7   เงิน รางวัล (เงินโบนัส) ตามกฎหมาย หากบริษัทมีผลกำไร กฎหมายกำหนดให้นายจ้างจ่ายเงินรางวัลให้แก่ลูกจ้างด้วย ในบางกรณี ส่วนแบ่งจากผลกำไรที่ได้รับอาจต้องกระจายให้ลูกจ้างของบริษัททุกราย
1.8   การ สิ้นสุดสัญญาการจ้างงาน นายจ้างมีเสรีภาพที่จะสิ้นสุดสัญญาจ้างกับลูกจ้าง อย่างไรก็ดี นายจ้างต้องแสดงเหตุผลประกอบการสิ้นสุดสัญญาจ้าง รวมถึงต้องจ่ายเงินชดเชยการเลิกจ้างตามกฎหมายให้แก่ลูกจ้างด้วย
 
2.        การจ้างงาน
ตาม กฎหมายชิลี ผู้ที่จะลงนามในสัญญาจ้างงานได้ต้องมีอายุอย่างต่ำ 18 ปี  อย่างไรก็ดี ผู้มีอายุ 16-17 ปี อาจลงนามในสัญญาจ้างงานได้ แต่ต้องเป็นสัญญาจ้างงานที่จะไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพหรือพัฒนาการของบุคคลผู้ นั้น โดยจะต้องแสดงเอกสารสำคัญทางการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา หรือหลักฐานที่แสดงว่ากำลังศึกษาในระดับประถมศึกษาหรือมัธยมศึกษาอยู่ประกอบ การลงนามในสัญญา  นอกจากนี้ การทำงานดังกล่าวจะต้องไม่รบกวนเวลาเรียนหรือกิจกรรมทางศึกษาปกติ รวมทั้ง ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองของบุคคลดังกล่าวด้ว
2.1 รายละเอียดที่ต้องปรากฏในสัญญาจ้างงาน
-           สถานที่และวันที่ลงนามสัญญาจ้าง
-           ข้อมูลเกี่ยวกับคู่สัญญา สัญชาติ วันเดือนปีเกิด และค่าจ้าง
-           รายละเอียดของงานที่ทำและสถานที่ที่จะทำงานนั้น
-           ค่าจ้าง วิธีการและวันที่ลูกจ้างจะได้รับค่าจ้าง
-           ชั่วโมงและวันทำงาน เว้นแต่ในกรณีการทำงานเป็นกะ
-           ระยะเวลาของสัญญา
-           ประเด็นอื่นที่คู่สัญญาตกลงกัน
-           กองทุนบำนาญ
-           ในบางกรณี สัญญาต้องระบุสิทธิประโยชน์ที่นายจ้างจะรับภาระด้วย เช่น ที่อยู่อาศัย ไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง อาหาร ฯลฯ
-           กรณี แรงงานชาวต่างชาติ สัญญาจ้างงานต้องระบุให้นายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบการจ่ายภาษีรายได้ตามค่า จ้างที่ลูกจ้างชาวต่างชาติได้รับ  และค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับประเทศของลูกจ้างและสมาชิกครอบครัวด้วย
2.2   ประเภทของสัญญาจ้างงาน
ใน ชิลี มีสัญญาจ้างงาน 4 ประเภท แบ่งตามระยะเวลาการจ้างงาน และรูปแบบการสิ้นสุดการจ้างงาน เมื่อสัญญาระบุสถานะความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างแล้ว ทั้งสองฝ่ายต้องทำ ความตกลงในรายละเอียดของการจ้างงานนั้นๆ  ทั้งนี้ สัญญาจ้างงานต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรจำนวน 2 ชุด เพื่อให้คู่สัญญาแต่ละฝ่ายเก็บไว้ฝ่ายละ 1 ชุด  
ประเภทของสัญญาตามกฎหมายชิลี ได้แก่
1)      ประเภทมีกำหนดเวลา (Finite หรือ Fixed - term contract) สัญญาประเภทนี้มีกำหนดระยะเวลาการจ้างงานและการสิ้นสุดสัญญาที่ชัดเจน โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี อาจยกเว้นกรณีตำแหน่งผู้จัดการ หรือบุคคลที่ได้รับการรับรองวิชาชีพจากสถาบันการศึกษาขั้นสูง   โดย ที่เหตุผลของการสิ้นสุดสัญญาจ้างนี้ เกิดจากการสิ้นสุดระยะเวลาการจ้างงานตามที่ตกลงไว้ในสัญญาจึงไม่เข้าข่าย ต้องแจ้งการยกเลิกสัญญาจ้างก่อนล่วงหน้าเป็นเวลาหนึ่งเดือน หรือจ่ายเงินชดเชยการเลิกจ้างหรือให้ใช้วันหยุดที่เหลือตามกฎหมาย
อย่างไรก็ดี กฎหมายชิลีกำหนดให้การต่อสัญญาประเภทนี้กระทำได้เพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น หากจะต่อสัญญาอีกเป็นครั้งที่สอง ต้องทำสัญญาจ้างงานในลักษณะสัญญาไม่มีกำหนดเวลา (Indefinite contract)  
2) ประเภทไม่มีกำหนดเวลา (Indefinite contract) สัญญา ประเภทนี้ไม่ระบุวันที่สิ้นสุดสัญญาจ้าง การสิ้นสุดการจ้างงานจะเป็นไปตามเหตุผลความจำเป็นของบริษัท ซึ่งนายจ้างต้องชำระเงินชดเชยการเลิกจ้าง หากลูกจ้างรายนั้น ทำงานในบริษัทมาแล้วเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี
3) ประเภทรายชิ้นงาน (Piecework contract)  สัญญาประเภทนี้ใช้สำหรับการจ้างงานเฉพาะชิ้นงาน ซึ่งทราบกำหนดเวลาการทำงานและระบุระยะเวลาของสัญญาที่ชัดเจน
4) ประเภทบริการวิชาชีพเฉพาะด้าน (Professional services contract) สัญญาประเภทนี้อยู่ภายใต้กฎหมายแพ่งหรือกฎหมายพาณิชย์แล้วแต่กรณี เนื่องจากไม่เป็นไปตามหลักการด้านแรงงานสัมพันธ์
 
3.        การประกันสังคม
นายจ้างมีความรับผิดชอบในการให้ลูกจ้างเป็นสมาชิกของระบบประกันสังคม ได้แก่
3.1 กองทุนบำนาญ ลูกจ้างทุกรายต้องเข้าเป็นสมาชิกกองทุน  Administradora de Fondos de Pensiones – AFP  โดยนายจ้างจะหักเงินค่าจ้างเพื่อไปจ่ายสมทบกองทุนดังกล่าว ลูกจ้างมีสิทธิเลือกว่าจะเข้าเป็นสมาชิกกองทุน AFP ใด  จากนั้น กองทุน  AFP ที่ลูกจ้างเลือกจะแจ้งจำนวนเงินที่ลูกจ้างรายนั้นต้องชำระเงินสมทบกองทุนให้นายจ้างเป็นผู้ดำเนินการ โดยปกติแล้วเงินที่จ่ายสมทบกองทุน    มีสัดส่วนเป็นร้อยละ 12.3 ของเงินเดือนเต็มจำนวน
     อย่างไรก็ดี แรงงานต่างชาติอาจได้รับการยกเว้นไม่ต้องชำระเงินเข้ากองทุนบำนาญ ตามเงื่อนไขต่อไปนี้
-           หากบริษัทลงนามสัญญาจ้างงานกับแรงงานชาวต่างชาติด้านเทคนิค หรือมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน  
-           หากลูกจ้างชาวต่างชาติมีกองทุนบำนาญในต่างประเทศอยู่แล้ว
-           สัญญาจ้างงานระบุข้อความที่แสดงว่าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการบำนาญในต่างประเทศ
ทั้ง นี้ หากแรงงานชาวต่างชาติไม่ชำระเงินสมทบกองทุนบำนาญในชิลี ก็จะไม่สามารถรับสิทธิประโยชน์จากระบบบำนาญในชิลีได้ เว้นแต่กรณีอุบัติเหตุหรือป่วยจากการทำงาน ซึ่งนายจ้างจะเป็นฝ่ายชำระค่า รักษาพยาบาลในกรณีดังกล่าว
อนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 1 เดือนกรกฎาคม 2554 นายจ้างต้องรับภาระการจ่ายเบี้ยประกันสำหรับ Disability and survival ของลูกจ้างภายใต้ AFP ซึ่งเท่ากับร้อยละ 1.49 ของเงินเดือนด้วย
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้คือ กฎหมายเลขที่ 3500 ค.ศ. 1980 เรื่อง Establece Nuevo Sistema de Pensiones
3.2 การประกันสุขภาพ ลูกจ้างจะถูกหักร้อยละ 7 ของเงินเดือนเต็มจำนวนเป็นอย่างน้อย ซึ่งลูกจ้างอาจยอมตกลงให้หักเกินกว่านั้นได้ เพื่อให้นายจ้างชำระเข้ากองทุน Fondo Nacional de Salud – FONASA (รัฐบาล) หรือชำระกับสถาบัน Institución de Salud Previsional – ISAPRE (เอกชน) ตามแต่ความต้องการของลูกจ้าง
กฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ กฎหมายเลขที่ 18933 ค.ศ. 2006 เรื่อง Crea la Superintendencia de Instituciones de Salud Previsional, Dicta Normas para el Otorgamiento de Presataciones poer ISAPRE y Deroga el Decreto con Fuerza de Ley No. 3, de Salud, de 1981
3.การประกันการตกงาน เบี้ยประกันต่อเดือนเท่ากับร้อยละ 2.4-3.0 ของเงินเดือน กฎหมายที่เกี่ยวข้อง คือ กฎหมายเลขที่ 19728 ค.ศ. 2009 เรื่อง Establece un Seguro de Desempleo
3.4 การประกันอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยระหว่างการทำงาน(Mutual) เบี้ยประกันต่อดือนเท่ากับร้อยละ 0.95 ของเงินเดือน กฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ กฎหมายเลขที่ 16744 ค.ศ. 1968 เรื่อง Establece Normas sobre Antecedentes del Trabajo y Enfermedades Profesionales
 
4.        การจ้างแรงงานชาวต่างชาติ
กฎหมาย ชิลีกำหนดจำนวนแรงงานชาวชิลีและชาวต่างชาติที่นายจ้างแต่ละรายจะว่าจ้างได้ โดยบริษัทซึ่งมีพนักงานเกิน 25 คน (รวมทุกสาขา / สำนักงานย่อย (หากมี) กฎหมายกำหนดให้อย่างน้อยร้อยละ 85 ของลูกจ้างต้องเป็นชาวชิลี แต่บริษัทที่มีจำนวนลูกจ้างน้อยกว่า 25 คน ได้รับการยกเว้นจากระเบียบดังกล่าว
อย่างไรก็ดี ระเบียบดังกล่าวมีข้อยกเว้นในกรณีดังต่อไปนี้
1) บุคลากรชำนาญการด้านเทคนิคที่ขาดแคลนในชิลี
2) แรงงานชาวต่างชาติจะถือเป็นชาวชิลี หากแต่งงานกับชาวชิลี
3) แรงงานชาวต่างชาติจะถือเป็นชาวชิลี เมื่อพำนักในประเทศเกิน 5 ปี โดยไม่นับรวมช่วงเวลาที่ไม่อยู่ในประเทศ
ทั้งนี้ ชาวต่างาติที่ต้องการทำงานในชิลีต้องได้รับการอนุญาตให้พำนักในชิลี และการอนุญาตให้ทำงานในชิลี อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
 
 
4.2  ข้อกำหนดสำหรับการทำงานของแรงงานต่างชาติในชิลี
1)     บริษัท หรือสถาบัน หรือบุคคล ซึ่งเป็นนายจ้างต้องมีที่อยู่ตามกฎหมายในชิลี
2)     สัญญาจ้างต้องลงนามต่อหน้า Notary Public โดยฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง หรือผู้แทนลูกจ้าง
3)     หากเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ต้องมีเอกสารการศึกษาซึ่งได้รับการรับรองจากประเทศของตนด้วย
4)     การทำงานของแรงงานชาวต่างชาติต้องไม่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชิลี
5)     การ จ้างงานและสัญญาจ้างานต้องเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบแรงงานที่เกี่ยวข้องของ ชิลี รวมถึงระเบียบเกี่ยวกับการตรวจลงตราเพื่อขอทำงานของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ของชิลี
 
5.        การสิ้นสุดการจ้างงาน
กฎหมาย แรงงานชิลีระบุเกี่ยวกับการสิ้นสุดสัญญาการจ้างงาน ซึ่งไม่ได้เกิดจากการกระทำของนายจ้างว่าอาจเกิดขึ้นได้จากสาเหตุ ดังต่อไปนี้
- การยินยอมของทั้งนายจ้างและลูกจ้าง
- การลาออกของลูกจ้าง (โดยแจ้งล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า 30 วัน)
- เมื่อลูกจ้างเสียชีวิต
- เมื่อสิ้นสุดสัญญาหรือสิ้นสุดบริการตามที่ได้ตกลงกันไว้
- เหตุที่ไม่อาจคาดการณ์ล่วงหน้า
-  เหตุสุดวิสัย (Force Majeure)
 
6. การปลดลูกจ้างออกจากงาน
กฎหมาย แรงงานของชิลีห้ามไม่ให้นายจ้างไล่ลูกจ้างออกจากงานโดยไม่มีเหตุอันควร อย่างไรก็ดี นายจ้างสามารถไล่ลูกจ้างออกโดยไม่จ่ายเงินชดเชย ด้วยเหตุผลต่างๆ ดังนี้
- ประพฤติตนไม่ซื่อสัตย์ กระทำการรุนแรง และล่วงละเมิดทางเพศ
-  กระทำการใดที่เกินขอบเขตหรือข้อห้ามที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้าง
-  ขาดงานโดยไม่มีเหตุผลอันควรเป็นเวลาสองวันติดกัน หรืออย่างน้อยวันจันทร์สองวันในรอบหนึ่งเดือน หรือขาดงานโดยไม่แจ้งล่วงหน้าทำให้มีผลกระทบต่อการให้บริการหรือการผลิต อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
-  ละทิ้งงานระหว่างเวลาทำงานโดยไม่แจ้งล่วงหน้า และไม่ได้รับอนุญาตจากนายจ้างหรือผู้แทนของนายจ้าง และการปฏิเสธการทำงานตามหน้าที่ที่ได้ระบุไว้ในสัญญาจ้าง
- ประมาทเลินเล่อจนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและการปฏิบัติหน้าที่ของสถานที่ทำงานและความปลอดภัยของพนักงาน
- จงใจทำลายอุปกรณ์การทำงาน
                        - ละเมิดข้อตกลงในสัญญาจ้างอย่างร้ายแรง
                        การปลดลูกจ้างออก นายจ้างจะต้องแจ้งลูกจ้างล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันเป็นลายลักษณ์อักษรและส่งถึงตัวลูกจ้างโดยให้ระบุเหตุผลของการเลิกจ้าง รวมทั้งให้ส่งสำเนาหนังสือเลิกจ้างให้หน่วยงานตรวจสอบการจ้างงาน (Labour Inspectorate) หากนายจ้างไม่ได้แจ้งล่วงหน้าเป็นเวลาตามเวลาที่กำหนด การบอกเลิกจ้างดังกล่าวถือเป็นโมฆะ
อนึ่ง หากนายจ้างยินยอมจ่ายเงินชดเชยเท่ากับรายได้ของลูกจ้างเดือนสุดท้ายก็ไม่จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้าเป็นเวลา 30 วัน
อย่างไรก็ดี กฎหมาย แรงงานชิลีมีข้อจำกัดในการสิ้นสุดสัญญาจ้างลูกจ้างซึ่งตั้งครรภ์ และลูกจ้างซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าสหภาพแรงงาน  โดยสตรีตั้งครรภ์จะได้รับสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ จนถึง 1 ปี ภายหลังการหยุดงานหลังคลอด หรือภายหลังจากบุตรมีอายุ 1 ปี 3 เดือน โดยประมาณ ส่วนหัวหน้าสหภาพแรงงานก็ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเช่นกันตลอด ระยะการดำรงตำแหน่ง รวมถึงภายหลังสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งอีก 6 เดือน
 
7. เงินชดเชยการเลิกจ้าง
ตาม กฎหมายชิลี เงินชดเชยการเลิกจ้างขึ้นอยู่กับประเภทของสัญญาจ้างและจำนวนปีที่ทำงาน การจ่ายเงินชดเชยการเลิกจ้างประกอบด้วยการดำเนินการดังต่อไปนี้
1) การแจ้งการสิ้นสุดสัญญาจ้างล่วงหน้าหนึ่งเดือนเป็นอย่างน้อย
2) ค่า จ้างคำนวณเป็นรายวันจำนวน 30 วัน (เต็มจำนวน โดยไม่หักเงินค่าประกันสังคม) คูณจำนวนปีที่ทำงานแต่ไม่เกิน 330 วัน (หรือเท่ากับเงินเดือน 11 เดือน)
3) ให้ลูกจ้างใช้วันหยุดที่ยังเหลือตามกฎหมาย
 
*******************
 
รวบรวมจาก www.foreigninvestment.cl ,
ww.thisischile.cl , www.investchile.com และแหล่งข้อมูลอื่นๆ
สอท. ณ กรุงซันติอาโก
16 มกราคม 2556
 
 

Back to the list

สาระน่ารู้อื่น ๆ