เปิดประตูสู่ “เหอเฝย” : ฐานอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ที่ไทยไม่อาจพลาด “โอกาสทอง” !!

  

(เขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีเหอเฝย)

คงไม่ใช่เรื่องแปลก หากจะพบเห็นชื่อเมืองใหญ่ๆ ที่เรารู้จักกันดีอย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว หรือฉงชิ่ง ได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารเศรษฐกิจชั้นนำ ให้ขึ้นแท่นเมืองที่มีความเจริญเติบโตด้านเศรษฐกิจเร็วที่สุดในจีนเป็นประจำทุกปี ซึ่งหลายท่านคงไม่อาจปฏิเสธข้อเท็จจริงดังกล่าว เนื่องจากเมืองเหล่านี้ได้กลายเป็นสถานที่ “ชุมนุม” ของธุรกิจยักษ์ใหญ่ทั้งจีนและต่างชาติในปัจจุบัน

นอกจาก 4 เมืองชั้นนำข้างต้นแล้ว ยังมีอีกหลายเมืองของจีนที่ในอดีตอาจอยู่ “นอกสายตา” ของธุรกิจยักษ์ใหญ่ แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นเป้าหมายแห่งใหม่ที่ต่างชาติ “เคลื่อนทัพ” เข้าลงทุนทำธุรกิจอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในเมืองที่กล่าวถึง คือ 
"นครเหอเฝย มณฑลอานฮุย”

ศูนย์ BIC เซี่ยงไฮ้ขอนำพาท่านผู้อ่านทำความรู้จักโฉมหน้าแห่ง “ความก้าวหน้า” และ “ความอินเตอร์” ของนครเหอเฝยในปัจจุบัน เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจที่ภาคธุรกิจไทยมิอาจมองข้าม ผ่านบทความชื่อว่า เปิดประตูสู่ 
"เหอเฝย” : ฐานอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ที่ไทยไม่อาจพลาด “โอกาสทอง” !!

20 ปีแห่งการพัฒนา.. สู่การเดินหน้าอย่างท้าทาย!!

"เหอเฝย" เป็นนครเอกของมณฑลอานฮุย ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญของเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีเกียง โดยมีบทบาทสำคัญในฐานะเป็นฐานอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อป้อนให้แก่นครเซี่ยงไฮ้ มณฑลเจียงซู และมณฑลเจ้อเจียง ทว่า ที่ผ่านมายังมีนักลงทุนต่างชาติจำนวนหนึ่งที่ไม่คุ้นเคยกับชื่อเมืองนี้เท่าใดนัก หรือแทบจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมืองนี้ตั้งอยู่ส่วนใดของจีนกันแน่

นครเหอเฝยตั้งอยู่ส่วนกลางของมณฑลอานฮุย ซึ่งแม้ว่าจะมีแม่น้ำสายย่อยจากแม่น้ำแยงซีเกียงที่สามารถเชื่อมออกสู่ทะเลทางตะวันออกของจีน แต่ระดับการพัฒนายังไม่เทียบเท่าพื้นที่ใกล้เคียงอย่างนครเซี่ยงไฮ้ มณฑลเจียงซู และมณฑลเจ้อเจียง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ติดกับแนวชายฝั่งทะเลโดยตรง (ได้รับนโยบายการพัฒนาจากรัฐบาลจีนเป็นลำดับแรกๆ ) และนี่คืออีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจต่างชาติอาจมองข้าม และหันไปให้ความสนใจกับการลงทุนใน 3 พื้นที่ดังกล่าวก่อนมณฑลอานฮุย

การพลิกผันครั้งสำคัญที่ทำให้นครเหอเฝยในวันนี้เป็นที่รู้จักมากขึ้นและกลายเป็นสถานที่ “ชุมนุม” ของธุรกิจยักษ์ใหญ่ทั้งจีนและต่างชาตินั้น มีจุดเริ่มต้นจากการก่อตั้ง “เขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีเหอเฝย (Hefei Economic and Technological Development Zone)เมื่อปี ค.ศ. 1993 ซึ่งต่อมาในปี ค.ศ. 2000 สำนักนายกรัฐมนตรีจีนได้ยกฐานะให้เขตดังกล่าวเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีระดับประเทศ นับว่าเป็นอีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้เม็ดเงินลงทุนหลั่งไหลเข้าพื้นที่แห่งนี้มากขึ้น โดยตลอดระยะเวลา 20 ปีแห่งการพัฒนาอย่างมุ่งมั่น ส่งผลให้ปัจจุบันมีโครงการลงทุนในเขตพัฒนาฯ ดังกล่าวแล้ว 1,275 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการลงทุนจากต่างชาติ 340 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนจากต่างชาติสุทธิรวม 3,680 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ลงทุนไร้กังวล.. ต่างชาติ “เคลื่อนพล” เข้าเหอเฝย

เป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่า ปัจจุบันบริษัทรายใหญ่ทั้งจีนและต่างชาติได้หันมามุ่งหน้าก้าวเข้าสู่การลงทุนในนครเหอเฝย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ซึ่งมีญี่ปุ่นเป็นแกนนำหลักของกลุ่มธุรกิจต่างชาติ ตามด้วยธุรกิจจากประเทศต่างๆ อีกกว่า 20 ประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ เยอรมัน อิตาลี สิงคโปร์ และไทย (เครือ CP ลงทุนในธุรกิจอาหารสัตว์) เป็นต้น โดยสาขาอุตสาหกรรมสำคัญที่ภาคธุรกิจเข้าลงทุนในเขต คือ อุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ต่างๆอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน อุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วนอะไหล่เครื่องยนต์อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ และอุตสาหกรรมเกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นต้น

อีกประเด็นที่น่าจับตาเป็นพิเศษ คือ บริษัทยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นอย่าง Hitachi ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในบริษัทต่างชาติที่มีจุดยืนค่อนข้างชัดเจนเรื่องการเลือกที่ตั้งฐานการผลิตในจีน โดยเมืองที่เลือกทั่วไปจะเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจหรือทางการเมือง ทว่า ในที่สุด Hitachi ก็ยังไม่มองข้ามนครเหอเฝยสำหรับพื้นที่มณฑลตอนในของจีน และคัดเลือกให้เป็นฐานการผลิตที่สำคัญ แทนที่การคัดเลือกหัวเมืองใหญ่ๆ ในจีน

ขณะเดียวกัน Lenovo ได้สร้างความมหัศจรรย์ครั้งใหญ่ด้วยการก่อตั้งโรงงานขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่กว่า400,000 ตารางเมตรในเขตพัฒนาฯ ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 14 เดือน ด้วยแรงสนับสนุนและช่วยเหลืออำนวยความสะดวกจากรัฐบาลท้องถิ่นอย่างเต็มที่ อีกทั้ง Unilever ได้ย้ายโรงงานผลิตจากเซี่ยงไฮ้เข้าสู่เขตพัฒนาฯ เหอเฝย ซึ่งเสมือนเป็นการปลุกกระแสให้บริษัทต่างชาติอื่นๆ หันมาสนใจเข้าไปลงทุนในเหอเฝยมากขึ้นเช่นกัน

ปัจจุบัน มีบริษัทเข้าลงทุนจดทะเบียนในเขตพัฒนาฯ แล้วมากกว่า 4,200 ราย โดยแบ่งเป็นกลุ่มบริษัท Fortune 500 จำนวน 26 ราย อาทิ Unilever , Caterpillar , Johnson Controls , Visteon Corporation , Navistar , ABB Group , Hitachi , FIAT Lenovo , Compal Electronics และ Coca-Cola เป็นต้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนครเหอเฝยที่สามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนของบริษัทน้อยใหญ่จากทั้งจีนและต่างชาติได้เป็นอย่างดี

เหตุผลดลใจ.. ทำไมเลือกลงทุนในเหอเฝย?

เมื่อปี ค.ศ. 2010 สำนักนายกรัฐมนตรีจีนได้อนุมัติให้พื้นที่เมืองสำคัญบริเวณแม่น้ำแยงซีเกียงในมณฑลอานฮุยเป็น “เขตทดลองรองรับการเคลื่อนย้ายฐานอุตสาหกรรม” นับว่าเป็นการเพิ่มบทบาทสำคัญให้แก่มณฑลอานฮุยในพื้นที่เขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีเกียง ซึ่งเป็นผลให้วิสาหกิจทั้งจีนและต่างชาติจากพื้นที่โดยรอบเริ่มหลั่งไหลย้ายฐานอุตสาหกรรมเข้าสู่มณฑลอานฮุย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนครเหอเฝยซึ่งเป็นศูนย์กลางของมณฑล

การดำเนินนโยบายดังกล่าวได้นำพาไปสู่การพัฒนาด้านการเชื่อมโยงเครือข่ายเส้นทางคมนาคมทางบกทั้งเส้นทางถนนและระบบรางอย่างครบถ้วน อันเป็นผลให้นครเหอเฝยและเมืองโดยรอบทำหน้าที่เสมือนเป็น สะพานเชื่อมโยงนครเซี่ยงไฮ้ มณฑลเจียงซู มณฑลเจ้อเจียง กับพื้นที่มณฑลตอนในของจีน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ภาคธุรกิจเล็งเห็นศักยภาพของนครเหอเฝย และตัดสินใจเข้าลงทุนในเวลาต่อมา

เหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ต้นทุนการลงทุนที่ต่ำกว่าพื้นที่แถบตะวันออกของจีน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ Unilever ตัดสินใจย้ายฐานการผลิตเข้าสู่เขตพัฒนาฯ เหอเฝย เพื่อช่วยให้บริษัทสามารถรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดในจีน ด้วยเหตุผลต้นทุนทางธุรกิจโดยรวม (ค่าแรงงาน ค่าสถานที่ ฯลฯ) ของเหอเฝยต่ำกว่าเซี่ยงไฮ้ถึงกว่าร้อยละ 47

โอกาสที่ท้าทาย.. เป้าหมายใหม่ที่ธุรกิจไทยไม่ควรมองข้าม!!

เหอเฝยในวันนี้ได้พัฒนาเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จนมีฐานะเป็นฐานอุตสาหกรรมการผลิตที่สำคัญในพื้นที่ภาคกลางของจีน ซึ่งธุรกิจต่างชาติจำนวนมาก "เบนเข็ม" นำเม็ดเงินเข้าลงทุนแทนที่เมืองโดดเด่นอื่นๆ บริเวณพื้นที่ริมชายฝั่งทะเลของจีน

จากเหตุผลดังที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้น ทั้งในด้านการเป็นพื้นที่เชื่อมโยงเมืองในเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีเกียงกับเมืองตอนในของจีน การเป็นฐานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ประกอบกับการมีต้นทุนทางธุรกิจที่ต่ำกว่าหัวเมืองใหญ่ และมีทรัพยากรที่สมบูรณ์ทั้งสินแร่หลากชนิดและผลผลิตทางเกษตรกรรม ได้สะท้อนให้เห็นถึง"โอกาสทอง" ของธุรกิจไทยในการขยายกิจการเข้าสู่เหอเฝย ตลอดจนการขยายความร่วมมือกับนครเหอเฝยโดยการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิต หรือการดึงดูดบริษัทที่มีศักยภาพเข้าลงทุนในไทย เป็นต้น

อย่างไรก็ดี เนื่องจากธุรกิจต่างชาติได้ทยอย “เคลื่อนทัพ” บุกเข้าลงทุนในเหอเฝยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเขตใจกลางเมืองที่มีการลงทุนในธุรกิจบริการจากต่างชาติมากขึ้น ทั้งโรงแรมหรูหรา ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ (ห้าง Parkson ของมาเลเซีย) รวมถึงสินค้าแบรนด์ดังต่างๆ เป็นต้น ส่งผลให้ธุรกิจไทยอาจต้องเผชิญกับความท้าทายใน “สนามแข่งขัน” ซึ่งได้เริ่มทวีความดุเดือดขึ้นตามลำดับ

*** ในเมื่อธุรกิจต่างชาติได้ออกตัวมุ่งหน้าเข้าไปลงทุนในเหอเฝยกันแล้ว ธุรกิจไทยจะไม่สนใจรีบตามไปแสวงหา“โอกาสทอง” กันบ้างหรือ? เหอเฝยในวันนี้ยังมีสิ่งดีๆ ที่น่าค้นหาและน่าเรียนรู้อีกมาก ***

----------------------------------

จัดทำโดย นายโอภาส เหลืองดาวเรือง และนางสาววรางคณา ศศิธร 
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ 
ข้อมูลอ้างอิง : 
1) 
http://www.hefei.gov.cn หัวข้อ“合肥经济技术开发区发展情况介绍” 
2) 
http://ezone.mofcom.gov.cn หัวข้อ“合肥开发区:开放合作提升发展新境界” 
3) 
http://www.hetda.com เว็บไซต์ทางการเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีเหอเฝย 
4) นสพ. China Daily ฉบับวันที่ 6 ม.ค. 2557 หัวข้อ “Big companies want to be in Hefei”


7 กุมภาพันธ์ 2557

Back to the list

สาระน่ารู้อื่น ๆ