โอกาสของนักธุรกิจไทยขานรับนโยบายแดนมังกร

ระหว่างวันที่ 3-13 มีนาคม 2557 นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีรายงานผลการดำเนินงานของรัฐบาลปี 2556 และมอบหมายนโยบายการดำเนินงานในปี 2557 ในการประชุมสภาผู้แทนประชาชน ครั้งที่ 2 ชุดที่ 12 ที่มหาศาลาประชาคมกรุงปักกิ่ง BIC ขอสรุปสาระสำคัญและปฏิกิริยาตอบของสื่อจีน ดังนี้

ผลการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลในปี 2556

Ø เศรษฐกิจมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง GDP เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.7 จากปี 2555 มีอัตราการว่างงานในเขตเมืองอยู่ที่ร้อยละ 4.1 ยอดส่งออกประมาณ 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐรายได้ของประชาชนในเขตเมืองเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 รายได้ของประชาชนในชนบทเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.3ประชากรยากจนในชนบทลดลง 16.5 ล้านคนผลกำไรของวิสาหกิจอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.2 และรายรับการคลังเพิ่มขึ้นร้อยละ10.1

Ø การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจประสบความสำเร็จมากธุรกิจภาคบริการมีมูลค่าเพิ่ม ของสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 46.1 ซึ่งสูงกว่าธุรกิจอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรก ยอดมวลรวมผลิตภัณฑ์ของพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันตกมีอัตราส่วนเพิ่มขึ้น

นโยบายการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจในปี 2557

Ø รัฐบาลตั้งเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ร้อยละ 7.5 โดยมีอัตราการขยายตัวของราคาผู้บริโภคควบคุมอยู่ที่ร้อยละ 3.5

Ø มีมาตรการป้องกันภาวะเงินเฟ้อไม่ให้เกินเพดานร้อยละ 3.5 มีการควบคุมตัวเลขการขาดดุลทางการคลังเพื่อรักษาเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจทั้งหมด

Ø สร้างระบบปฏิรูปทางเศรษฐกิจใหม่ที่เปิดเสรี สนับสนุนการเปิดธุรกิจการบริการ มีการปฏิรูปและปรับโครงสร้างสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจให้มีความเสมอภาคเท่าเทียม เพื่อให้จีนเป็นเป้าหมายของนักลงทุนต่างชาติ ทั้งนี้เมื่อปี 2556 การปฏิรูปหน่วยงานของรัฐบาลโดยยกเลิกหรือปล่อยอำนาจในการตรวจสอบแก่หน่วยงาน ชั้นล่างเพื่อลดกิจการจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ทำให้ตลาดมีความเสรีมากขึ้น มีจำนวนนักลงทุนจากภาครัฐวิสาหกิจและเอกชนเพิ่มขึ้น

Ø การปฏิรูปด้านการเงินและการจัดเก็บภาษี โครงการนำร่องเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากเดิมที่เป็นภาษีประกอบการ การเก็บภาษีแทนการเก็บค่าธรรมเนียม ให้อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามกลไกตลาด สถาบันการเงินมีความอำนาจกำหนดอัตราดอกเบี้ยด้วยตนเองมากขึ้น

Ø พัฒนาความเป็นอยู่ภายในประเทศ ทั้งทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน ที่อยู่อาศัยและสาธารณสุขไปสู่เมืองต่างๆ จากฝั่งตะวันออกสู่ฝั่งตะวันตก เช่น โครงการจัดสรรที่อยู่อาศัยให้แก่กลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางและต่ำ โครงการชลประทาน เป็นต้น

มุมมองของนักวิเคราะห์

ผู้ เชี่ยวชาญจากสถาบันการเงินจีนให้ความเห็นว่าความเป็นไปได้ในการบรรลุเป้า หมายการเติบโตทางเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับการวางรูปแบบทางเศรษฐกิจที่มาจากพื้น ฐานของการลงทุนและการส่งออกจาก3ปัจจัยดังต่อไปนี้

1. การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน จากการวางแผนการพัฒนาเขตพื้นที่ให้เป็นรูปแบบเมืองมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยของ ของประชาชนชั้นกลางและล่าง ควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเขตอุตสาหกรรม การรวมตัวเป็นของชุมชนทำให้เกิดการพัฒนาในรูปแบบสังคมเมือง ซึ่งปัจจุบันมีการกระจายตัวอยู่ของประชากรโดยเฉพาะตอนกลางและตะวันตกของ ประเทศ ทำให้การเข้าถึงของภาครัฐ สาธารณูปโภค และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

2. ส่งเสริมการลงทุนภาคการบริการมากขึ้น เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมส่งออกอาศัยพึ่งพาการซื้อขายของภาวะเศรษฐกิจโลก แต่การพัฒนาภาคบริการจะเป็นการส่งเสริมอุปสงค์และอุปทานภายในประเทศ ทั้งเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน เช่น การสร้างระบบการให้บริการด้านสุขอนามัย การรักษาพยาบาล โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีอัตราส่วนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและจะเป็นอัตราส่วน ใหญ่ของประชากรทั้งประเทศในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบการขนส่งเชื่อมโยงระหว่างประเทศ และระบบสื่อสารโดยเฉพาะระบบการเชื่อมโยงอินเตอร์เน็ต ที่มีแนวโน้มผู้ใช้เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการพัฒนาด้านธุรกิจออนไลน์ที่มีบทบาทสำคัญมากในขณะนี้

3. การเน้นการส่งออกสินค้าที่มีมูลค่า เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ เพื่อการพัฒนามูลค่าสินค้าการส่งออกและการส่งเสริมการพัฒนาแรงงานมีฝีมือ นอกจากนี้ยังเป็นการถ่ายทอดความรู้จากวิทยาการสมัยใหม่ให้แก่ชนชั้นแรงงาน การส่งเสริมการยกระดับความรู้ความสามารถของสถาบันการศึกษาในการป้อนบัณฑิตจบ ใหม่ในสาขาผู้เชี่ยวชาญ ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ จากคนรุ่นใหม่ที่ชอบการทำงานแบบอิสรเสรีและต้องการมีเจ้าของกิจการเป็นของตน เอง

โอกาส/ความท้าทายของนักธุรกิจไทยกับนโยบาย

นโยบายการพัฒนาของจีน อาจส่งผลกระทบต่อไทยในด้านธุรกิจการส่งออกจาก สถิติในปี 2556 จีนเป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย สินค้าที่ไทยส่งออกส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ทางด้านการเกษตร และ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและแผงวงจรไฟฟ้าอาจมีผลกระทบโดยตรงกับนโยบายใหม่นี้ เนื่องจากจีนจะมุ่งเน้นการส่งเสริมอุปสงค์อุปทานภายในประเทศ เน้นส่งเสริมการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมประเภทที่มีมูลค่าสูงและการใช้ เทคโนโลยีใหม่ๆ

แนวโน้มการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ เช่นการพัฒนาเขตพื้นที่เมืองและเขตอุตสาหกรรมที่ต้องการยกระดับความเป็นอยู่ ประชากรจากชนชั้นล่างให้เป็นชนชั้นกลางจะส่งผลให้กลุ่ม ประชากรชนชั้นกลางมีจำนวนเพิ่มขึ้นและเป็นอัตราส่วนใหญ่ของประเทศ ที่จะเป็นกำลังตัวขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ต่อไป

การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจจะสอดคล้องกับการ ส่งเสริมนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน และการพัฒนาเขตทดลองการค้าเสรีที่ให้สิทธิพิเศษต่างๆ ประเทศไทยมีโอกาสขยายฐานการผลิตที่จีนเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่มีจำนวน มาก หลายหลายประเภทและมีกำลังการซื้อสูง และในขณะเดียวกันไทยอาจมีช่องทางการส่งเสริมความเชื่อมโยงทางด้านโครงสร้างพื้นฐานของจีน- อาเซียน ที่จะมีการขนส่งสินค้าไปยังประเทศต่างๆ โดยอาศัยความได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ของประเทศ ในการเชื่อมโยงระบบขนส่งในรูปแบบต่างๆ

การตอบสนองทางสังคมและวัฒนธรรมกับการพัฒนา การใช้จุดเด่นของในด้านการให้บริการของไทย การดูแล-รักษาพยาบาล สมุนไพรพื้นบ้าน อาหารเพื่อสุขภาพสปา เพื่อตอบโจทย์ของสังคมผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 40 ของประชากรทั้งประเทศในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และการให้ความสนใจคนจีนที่มีต่อประเทศไทยในด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมการบันเทิง ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่อง จากประเทศไทยมีศักยภาพ และความสัมพันธ์ที่ดีต่อจีน ดังนั้นอัตราส่วนประชากรที่มีรายได้เพิ่มมากขึ้นจะส่งผลให้ไทยมีกลุ่มนัก ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ไทยควรมีการวางแผนและเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับแนวโน้มการพัฒนาในไม่อีกกี่ ปีข้างหน้านี้

อินเตอร์เน็ตเป็นปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของคนจีนจากอดีต จาก การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตและโซเชียลมี เดีย ที่ทำให้การเข้าถึงผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ดังนั้น ธุรกิจไทยที่ต้องการเจาะตลาดผู้บริโภคจีนต้องมีการศึกษา วางแผนการรองรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคแบบใหม่ และยังมีโอกาสการพัฒนาด้านออนไลน์ในอีกหลากหลายรูปแบบ


ที่มา :

1) นสพ. China Daily วันที่ 13 มีนาคม 2557 ในหัวข้อ The 2014 Government Work Report Magnified

2) นสพ. China Daily วันที่ 14มีนาคม 2557 ในหัวข้อ Setting the ToneLeader’s Reform Agenda Pursues Creativity, Justice

3) นสพ. China Daily วันที่ 18 มีนาคม 2557 ในหัวข้อ Nation aims for growth amid changes to the economy

นางสาวอาทิตยา วิชญานุภาพ

ข้าราชการในโครงการพัฒนานักบริหารการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่ รุ่นที่ 6 (นปร.6 )

ปฏิบัติราชการหน่วยงานภาครัฐในต่างประเทศสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง

28 มีนาคม 2557

Back to the list

สาระน่ารู้อื่น ๆ