รู้จักแผนการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจเสรีนำร่องของไต้หวัน
        การจัดตั้งเขตการค้าเสรี (Free Trade Zone) เป็นกระแสโลกในปัจจุบัน ซึ่งไต้หวันก็ได้เริ่มผลักดันแผนการดังกล่าวเมื่อเดือน เม.ย. 2556 สนง. การค้าฯ ขอรายงานสรุปแผนการจัดตั้ง “เขต ศก. เสรีนำร่อง” (Free Economic Pilot Zone-FEPZs) ของไต้หวัน ดังนี้
         แผนการจัดตั้ง “เขต ศก. เสรีนำร่อง” (Free Economic Pilot Zone-FEPZs) ของไต้หวันแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่
         ระยะที่ 1 ขั้นเตรียมการ เริ่มตั้งแต่เดือน ส.ค. 2556 โดยการประชุมหารือกับทุกฝ่ายและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้เตรียมการดังนี้
         - กำหนดพื้นที่ที่จะจัดตั้งขึ้นเป็นเขต ศก. เสรีนำร่องรุ่นแรกจำนวน 8 แห่งได้แก่ (1) ท่าเรือจีหลง (2) ท่าเรือไทเป (3) ท่าเรือไถจง (4) ท่าเรือเกาสง (5) ท่าเรือซูอ้าว (6) ท่าเรือผิงอัน (7) ท่าอากาศยานนานาชาตเถาหยวน และ (8) นิคมเทคโนโลยีชีวภาพการเกษตรผิงตง
         - จัดทำร่าง ก.ม. พิเศษว่าด้วยการจัดตั้งเขต ศก. เสรีนำร่อง (Free Economic Pilot Zone-FEPZs) ซึ่ง ครม. ไต้หวันได้ให้ความเห็นชอบและนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของนิติบัญญัติไต้หวันแล้วเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2556
         - ทิศทางในการผลักดัน “ปฏิรูปกรอบกฎหมายและสร้างกลไกการบริหารอย่างสร้างสรร” ปรับปรุงผ่อนปรนกฎเกณฑ์ทาง ก.ม. สร้างบรรยากาศที่เป็นผลดีต่อการประกอบธุรกิจ และเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้แก่กิจการภาคบริการ ส่งเสริมภาคบริการเป้ฯหลัก โดยมีภาคการผลิตเป็นส่วนเสริม สร้างเงื่อนไขให้ไต้หวันมีความพร้อมที่จะเข้าร่วมในองค์กร ศก. ระหว่างประเทศระดับภูมิภาคต่างๆ เช่น TPP และ RCEP
         - เร่งเสริมการไหลเวียนของทรัพย์สินทางปัญญา สุขภาพระหว่างประเทศ เพิ่มมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตร พัฒนาการบริการด้านการเงินและการศึกษาสร้างสรรค์
         - กำหนดขอบเขตของกิจการที่จะรวมอยู่ในเขต FEPZs ซึ่งในเบื้องต้น แบ่งเป็น 6 ประเภทกิจการสำคัญๆ ได้ดังนี้
         1. ภาคบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High-value-added service Industries)
         2. การขนส่ง (Smart Logistics) เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการขนส่ง เพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า
         3. การรักษาพยาบาลนานาชาติ (International Health Care) โดยจัดตั้งขึ้นเป็น “International Healthcare Industrial Park”
         4. สินค้าเกษตรที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (value-added Agriculture) เช่นกิจการเลี้ยงปลาเพื่อความสวยงาม
         5. การบริการภาคการเงิน (Financial Services : e.g. Wealth and Asset Management) ผ่อนปรนระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ขยายการบริการของสถาบันการเงินในเขต FEPZs ให้กว้างขวางมากขึ้น
         6. การศึกษาสร้างสรรค์ (Education Innovation) สร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาในไต้หวันกับสถาบันการศึกษาชื่อดังในต่างประเทศ โดยผ่อนปรนเงื่อนไขการจัดตั้งวิทยาเขตของสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงระดับโลกในเขต FEPZs ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น และให้สิทธิพิเศษยกเว้นภาษีโรงเรือน การว่าจ้างอาจารย์ชาวต่างชาติ ยกเว้นภาษีนำเข้าอุปกรณ์การศึกษาที่จำเป็น
         - กำหนดสิทธิพิเศษด้านภาษีใน 3 ลักษณะได้แก่
           1. ดึงดูดการลงทุนของนักลงทุนไต้หวันในต่างประเทศ และทุนต่างชาติ โดยยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่กิจการนั้นๆ และผู้ถือหุ้น เป็นเวลา 3 ปี นับตั้งแต่ประกาศใช้ ก.ม. นี้ ส่วนเขต FEPZs ที่จัดตั้งขึ้นใหม่จะให้พิเศษดังกล่าวเป็นเวลา 5 ปีตั้งแต่การประกาศใช้ ก.ม. นี้
           2. ดึงดูดบุคลากรต่างชาติที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น ทนายความ ครู/อาจารย์ และนักการบัญชี จะได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ที่มีรายได้จากการประกอบอาชีพอิสระ ในช่วง 3 ปีแรกที่เข้าไปทำงานในไต้หวัน
           3. ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้บริการโลจิสติกส์ในเขต FEPZs ทั้งทางด้านการจัดเก็บสต็อกและการแปรรูปสินค้าแบบง่ายๆ รายได้ที่เกิดจากสินค้าที่ส่งไปจำหน่ายแก่ลูกค้าในต่างประเทศทั้งหมดจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ ส่วนรายได้จากการจัดจำหน่ายให้แก่ลูกค้าในไต้หวันร้อยละ 10 ของรายได้ทั้งหมดจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้
           - ผลที่คาดว่าจะได้
           - ยกระดับคุณภาพด้านเทคโนโลยีภาคอุตสาหกรรมในไต้หวัน บริหารงานด้วยความคิดสร้างสรรค์
           - สร้างเงื่อนไขให้ไต้หวันเข้าร่วมในเศรษฐกิจระดับภูมิภาค
           - ส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน โดยในปี 2557 จะมีการลงทุนเพิ่มขึ้น 21,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน
           - เพิ่มมูลค่าผลผลิตมวลรวมประชาชาติปี 2557 ประมาณ 30,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน
           - สร้างโอกาสงานไต้หวัน 13,000 ตำแหน่งงาน
           - มูลค่าการค้าของเขต ศก. การค้าเสรีนำร่อวจะเพิ่มขึ้นเป็นเกินกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวันในปี 2558
           - มูลค่าผลผลิตของนิคมเทคโนโลยีชีวภาพการเกษตรผิงติง เพิ่มขึ้นขากมูลค่า 4,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวันในปี 2556 เป็น 18,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวันในปี 2560
           - ผลประกอบการของกิจการภาคธนาคารและหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 70,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวันภายในเวลา 5 ปี
           - ในปี 2559 จะมีมูลค่าผลผลิตของกิจการด้านการแพทย์นานาชาติประมาณ 26,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน
           - การศึกษาแบบสร้างสรรค์จะทำให้สถาบันการศึกษาในไต้หวันมีความร่วมมือกับสถาบันทางการศึกษาต่างชาติจัดอบรมหลักสูตรพิเศษขึ้นภายใน 1 ปี และภายในเวลา 1-3 ปี จะมีการจัดตั้งสถาบันการศึกษาอิสระที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาในไต้หวันกับสถาบันการศึกษาในต่างประเทศจำนวน 5-10 แห่ง และจัดตั้งวิทยาเขตอย่างน้อย 1 แห่งขึ้นภายใน 3 ปี
           ปัจจุบันแผนการดังกล่าวของไต้หวันยังคงอยู่ในขั้นตอนที่ 1 ซึ่ง รบ. จะต้องดำเนินการแก้ไขกฎระเบียบ ก.ม. ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรวม 28 รายการ และจนถึงสิ้นเดือน ก.พ. 2557 ได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ ไปแล้ว 23 รายการ ซึ่งเริ่มต้นจากเขตท่าเรือการค้าเสรีที่มีอยู่ในปัจจุบันรวมกับนิคมอุตสาหกรรมบริเวณใกล้เคียง พร้อมๆ กับการจัดทำร่าง ก.ม. พิเศษว่าด้วยการจัดตั้งเขต ศก. เสรีนำร่อง (FEPZs)
           ระยะที่ 2 เมื่อ ก.ม. “เขต ศก. เสรีนำร่อง” (Free Economic Pilot Zone-FEPZs) ได้รับความเห็นชอบจากสภาฯ แล้วก็จะเข้าสู่ระยะที่ 2 ซึ่งเป็นระยะของการดำเนินการของเขต ศก. เสรีนำร่องอย่างเต็มตัวซึ่งส่วนกลางจะเป็นผู้ระบุเขตที่จะเป็น ศก. เสรีนำร่อง หรือส่วนท้องถิ่นเป็นผู้เสนอแผนการให้ส่วนกลางเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ




แหล่งข้อมูลอ้างอิง :
สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย
21 เมษายน 2557

Back to the list

สาระน่ารู้อื่น ๆ