ในยุคสมัยที่ถนนทุกสายมุ่งสู่จีน สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการไทยต้องรู้และหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อจะต้องจ้างลูกจ้างชาวจีน คือ เรื่อง “ประกันสังคม” หรือที่ชาวจีนเรียกกันว่า “อู๋เสี่ยน - 五险” แปลว่า “ประกันสังคม 5 ประเภท” ซึ่งมีกฎระเบียบควบคุมที่ค่อนข้างซับซ้อนและมักจะถูกลูกจ้างชาวจีนถามถึงบ่อยครั้ง
ภาพรวมของระบบประกันสังคมจีน
วัตถุประสงค์หลักของระบบประกันสังคมไม่ว่าจะของประเทศไหนก็ตาม คือ การดูแลและบริหารจัดการความเสี่ยงให้กับลูกจ้าง สำหรับประเทศจีน ระบบประกันสังคมของจีนถือว่าพัฒนาขึ้นค่อนข้างช้ากว่าประเทศอื่นๆ โดยก่อนปี พ.ศ. 2553 จีนยังไม่มีกฎหมายระดับชาติที่กำกับดูแลการประกันสังคม แต่เน้นใช้กฎระเบียบเฉพาะด้านซึ่งทำให้เกิดความซับซ้อนและไม่เป็นมาตรฐานเดียวกันระหว่างมณฑลต่างๆ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2553 จีนได้ประกาศ กฎหมายประกันสังคม ฉบับแรก ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 เป็นต้นมา
“อู๋เสี่ยน” มีประกันอะไรบ้าง
กฎหมายประกันสังคมจีนได้กำหนดประโยชน์ทดแทนจากกองทุนใน 5 กรณี ได้แก่ กรณีชราภาพ กรณีเจ็บป่วย กรณีอุบัติเหตุจากการทำงาน กรณีว่างงาน และกรณีคลอดบุตร
การขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้างทำอย่างไร
ตาม กฎระเบียบว่าด้วยการจัดเก็บเงินสมทบกองทุนประกันสังคมเฉพาะกาล ของจีน บริษัทจีนและต่างชาติควรจะไปขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้างในระบบของสำนักงานประกันสังคมภายใน 30 วันตั้งแต่วันที่จัดตั้งบริษัท และโดยทั่วไปเอกสารที่จำเป็นต้องเตรียมมีดังนี้ (แต่ละพื้นที่อาจจะขอเอกสารไม่เหมือนกัน)
- ใบจดทะเบียนพาณิชย์
- ใบอนุญาตจัดตั้งบริษัททุนต่างชาติ
- ใบแสดงรหัสประจำองค์กร
- ID/Passport นิติบุคคล
- ใบอนุญาตเปิดบัญชีธนาคาร
- แบบทะเบียนนายจ้าง
- แบบทะเบียนลูกจ้าง
- ตราประทับของบริษัท
ประกันสังคมกับอัตราส่วนของเงินเดือน
เงินสมทบกองทุนประกันสังคมของจีนเรียกเก็บมาจาก 3 ฝ่ายคือ นายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล โดยอัตราส่วนที่นายจ้างและลูกจ้างรับผิดชอบมีดังนี้
- อัตราส่วนของประกันแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับทะเบียนบ้านและที่พักอาศัยของลูกจ้าง
- อัตราส่วนของประกันอุบัติเหตุจากการทำงานขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจและการจัดลำดับความเสี่ยงของธุรกิจ
- ในส่วนของการประกันการเจ็บป่วย นอกจากส่วนที่บังคับให้นายจ้างและลูกจ้างต้องจ่ายแล้ว นายจ้างสามารถเลือกจ่ายเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มสวัสดิการให้กับลูกจ้างได้
การคำนวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคม
เงินสมทบกองทุนประกันสังคม = เงินเดือนของลูกจ้าง × อัตราประกันสังคม
ในแต่ละปี จีนจะประกาศฐานเงินเดือนขั้นต่ำในการคำนวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคม โดยเงินเดือนของลูกจ้างที่บริษัทรายงานให้สำนักประกันสังคมไม่ควรต่ำกว่าฐานเงินเดือนขั้นต่ำที่กำหนด เช่น ในปี 2557 กรุงปักกิ่งได้กำหนดเงินเดือนขั้นต่ำในการคำนวณค่าประกันสังคมประเภทชราภาพและว่างงานไว้ไม่ต่ำกว่า 2,317 หยวน และเงินเดือนขั้นต่ำในการคำนวณค่าประกันสังคมประเภทเจ็บป่วย อุบัติเหตุจากการทำงานและคลอดบุตรไม่ต่ำกว่า 3,476 หยวน

หมายเหตุ ฐานเงินเดือนขั้นต่ำในการคำนวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคมจะเปลี่ยนแปลงตามเงินเดือนเฉลี่ยที่แต่ละเมืองประกาศในทุกปี
ทั้งนี้ ในกรณีของปักกิ่ง จะเห็นได้ว่า จากตารางคำนวณดังกล่าว ลูกจ้างทุกคนจะต้องจ่าย ค่าประกันชราภาพและประกันว่างงานในอัตราราวร้อยละ 8 ของเงินเดือน ซึ่งสำหรับลูกจ้างที่มีทะเบียนบ้านอยู่ต่างมณฑล นอกจากจะไม่ได้รับผลประโยชน์เทียบเท่ากับลูกจ้างที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในปักกิ่งแล้ว ยังจะต้องจ่ายค่าประกันสังคมจากฐานเงินเดือนที่สูงกว่าหากเทียบกับหลายมณฑลอื่นๆ ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นหนึ่งในข้อควรคำนึงถึงสำหรับผู้ประกอบการว่าลูกจ้างต่างมณฑลอาจจะไม่มีแรงบันดาลใจในการทำงานในระยะยาวในพื้นที่ต่างมณฑล
การชำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคม
โดยทั่วไปสำนักประกันสังคมในท้องถิ่นจะเรียกเก็บเงินสมทบกองทุนประกันสังคมจากบริษัทเป็นรายเดือน โดยบริษัทสามารถชำระค่าประกันสังคมผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
- ชำระเป็นเงินสด
- ชำระเป็น check
- ลงนามสัญญาชำระค่าประกันสังคมกับธนาคารที่บริษัทเปิดบัญชี โดยสำนักประกันสังคมจะเรียกเก็บจากบัญชีของบริษัทเป็นรายเดือน (เป็นวิธีที่บริษัทส่วนใหญ่นิยม มีความสะดวกและปลอดภัยที่สุด)
จะบริหารจัดการระบบประกันสังคมของบริษัทอย่างไร
ปัจจุบัน สำนักประกันสังคมส่วนใหญ่ในเมืองต่างๆ ได้จัดทำโปรแกรมบริหารจัดการระบบประกันสังคม หรือ เว็บไซต์ให้บริการทางด้านประกันสังคม ซึ่งบริษัทต่างๆ สามารถแก้ไขข้อมูล
เกี่ยวกับลูกจ้าง เช่น การจ้างลูกจ้างใหม่ การปรับลดจำนวนลูกจ้าง การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับลูกจ้าง ปรับเปลี่ยนข้อมูลของบริษัทหรือลูกจ้าง การพิมพ์ใบรับรองการจ่ายประกันสังคม รวททั้งการคำนวณค่าประกันสังคมอัตโนมัติ เป็นต้น ซึ่งบริษัทสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมและคู่มือการใช้งานจากเว็บไซต์ทางการของสำนักประกันสังคมในท้องถิ่นได้
บทสรุป
จากการแนะนำอย่างคร่าวๆ ในข้างต้นนี้ ท่านคงทราบแล้วว่าต้นทุนด้านประกันสังคมเป็นส่วนประกอบสำคัญของต้นทุนแรงงานในจีน ซึ่งนอกจากเงินเดือนแล้ว นายจ้างยังจะต้องคำนึงถึงค่าประกันสังคมซึ่งนายจ้างจะต้องจ่ายในอัตราร้อยละ 23 - 38 ของเงินเดือนลูกจ้าง ซึ่งนับว่าเป็นอัตราที่สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ สำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจมาประกอบธุรกิจในจีน ขอให้ศึกษาข้อมูลและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการจ้างลูกจ้างอย่างถี่ถ้วนเพื่อความสำเร็จของธุรกิจท่าน
แหล่งข้อมูล:
กฎหมายว่าด้วยประกันสังคมของจีน
กฎระเบียบว่าด้วยการจัดเก็บเงินสมทบกองทุนประกันสังคมเฉพาะกาลของจีนhttp://www.bjld.gov.cn/csibiz(เว็บไซต์ให้บริการด้านประกันสังคมของกรุงปักกิ่ง)
http://finance.chinanews.com/cj/2014/06-12/6270840.shtml(中新网)
จัดทำโดย: นายคุณากร เหวิน ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ กรุงปักกิ่ง วันที่ 7 กรกฎาคม 2557
