ญี่ปุ่นออกกฎหมายจริงจัง หวังลดปัญหาขยะเครื่องใช้ไฟฟ้า
  ญี่ปุ่นออกกฎหมายจริงจัง หวังลดปัญหาขยะเครื่องใช้ไฟฟ้า
        เทคโนโลยีที่มาไว ไปเร็วทำให้ผู้บริโภคปรับตัวไวให้ทันกัน ปรากฏการณ์ที่ตามมาคือ การอัพเกรดเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ทันสมัย ตอบสนองวิถีชีวิตและมีประสิทธิภาพมากขึ้นอยู่เสมอ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ตกรุ่นจึงมักจะถูกทิ้งและหลายครั้งไม่มีการนำไปรีไซเคิลให้ถูกวิธี ส่งผลให้เกิดปัญหามลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของคนในชุมชนตามมา

    ปัญหามลภาวะข้างต้นทำให้ญี่ปุ่นปิ๊งไอเดียออกกฎหมายรีไซเคิลเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (Home Appliance Recycling Law) มาตั้งแต่ปี 2554  โดยพุ่งเป้าที่จะบริหารจัดการขยะจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่มีอยู่ปริมาณ 600,000 ตัน/ปี หรือ 80% ของขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดในญี่ปุ่น

    กฎหมายดังกล่าวครอบคลุมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน 4 ชนิด ได้แก่ 1) โทรทัศน์รุ่นเก่าจอ CRT (cathode ray tube : CRT) 2) เครื่องซักผ้า 3) ตู้เย็น และ 4) เครื่องปรับอากาศ และกำหนดให้ผู้ผลิต ร้านค้าปลีก และผู้บริโภค มีส่วนร่วมในการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์  

    กฎหมายการรีไซเคิลเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านกำหนดไว้ ดังนี้
    -  ผู้บริโภคต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรีไซเคิล สำหรับโทรทัศน์เครื่องละ 2,700 เยน (ประมาณ 800 บาท)   เครื่องซักผ้าเครื่องละ 2,400 เยน (ประมาณ 700 บาท) ตู้เย็นเครื่องละ 4,600 เยน (ประมาณ 1,360 บาท) และเครื่องปรับอากาศเครื่องละ 3,500 เยน (ประมาณ 1,035 บาท)
    - ร้านค้าปลีกจะต้องรับคืนผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจากผู้บริโภคและส่งให้โรงงานผู้ผลิตดำเนินการขั้นต่อไป
    - เมื่อได้รับผลิตภัณฑ์จากร้านค้าปลีกแล้ว บริษัทผู้ผลิตจะต้องคัดแยกและนำไปรีไซเคิล

    สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว เห็นว่า “สิ่งสำคัญที่ทำให้ระบบการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ของญี่ปุ่นประสบความสำเร็จคือ การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง การมีส่วนร่วมของผู้ผลิต ผู้ค้าปลีก และผู้บริโภค รวมไปถึงระบบการจัดการ การขนส่ง และการคัดแยกอย่างมีประสิทธิภาพ”

    กฎหมายรีไซเคิลของญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างที่น่าชื่นชม เป็นความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์  ไทยที่กำลังจะเปลี่ยนผ่านจากโทรทัศน์ระบบอะนาล็อกไปสู่ระบบดิจิตอลน่าจะได้ศึกษาแบบอย่างจากญี่ปุ่นในการเร่งออกมาตรการในการรีไซเคิลมารองรับ ก่อนที่ทีวีเก่าจะถูกขจัดกลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์กองโตในอนาคตอันใกล้


ขอบคุณรูปภาพจาก : : www.neric-club.com



2 ตุลาคม 2557

Back to the list

สาระน่ารู้อื่น ๆ