การจดทะเบียนบริษัทต้องทำอย่างไร

การจัดตั้งธุรกิจ

หากท่านต้องการเข้ามาทำธุรกิจในเยอรมันนี ท่านสามารถตรวจสอบความพร้อมเพื่อการทำธุรกิจโดยผ่านเว็บไซต์ของรัฐบาลเยอรมันนีดังนี้

Checklists and Guides for Starting Business in Germany

การเปิดบริษัทในเยอรมันนีนั้นไม่ใช่เรื่องยากและสามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งหากท่านต้องการขยายสาขาบริษัทที่มีอยู่แล้วในประเทศไทยมายังแคนาดา ท่านสามารถดำเนินการได้โดยการจดทะเบียนการค้าแบบ Extra-Provincial Cooperation ได้ที่รัฐที่ท่านต้องการข้าไปทำธุรกิจหรือเปิดสาขา โดยแต่ละรัฐจะมีกฎระเบียบและค่าธรรมเนียมแตกต่างกันไป ตามลักษณะและรูปแบบของบริษัท มีข้อแม้อยู่ว่าท่านต้องมี Agent of Service ‘’บุกคลชาวเยอรมันนีที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปที่อาศัยอยู่ในรัฐนั้นเป็นผู้ร่วมลงนาม’’ กฎหมายชองรัฐภายในแคนาดาอาจจะแตกต่างกันไป หากท่านต้องการที่จะขยายสาขาธุรกิจของท่านไปรัฐอื่น ๆ ก็สามารถทำได้โดยการไปจดทะเบียนการค้าแบบ Extra-Provincial Cooperation เหมือนขั้นตอนแรก ต่างคือสาขานั้นจะต้องอยู่ภายใต้ความดูแลของรัฐใหม่
หากท่านยังไม่เคยมีบริษัทที่ประเทศไทยมาก่อน แต่ต้องการที่จะเปิดบริษัทใหม่ในเยอรมันนี ก็สามารถทำได้ไม่ต่างจากการขยายสาขามายังเยอรมันนีดังกล่าวข้างต้น โดยหากท่านต้องการเข้ามาอาศัยอยู่ในเยอรมันนีด้วยนั้น ท่านสามารถขอรับการตรวจลงตรา (ตามข้อมูลของ Citizenship and Immigration Canada) แบบนักธุรกิจ Start-up Visa หรือเป็น Self-Employed Persons โดยมีข้อยกเว้นและประโยชน์แตกต่างกันไป ดังนั้นท่านควรตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจ หรือหากท่านไม่ต้องการที่จะย้ายมาอาศัยอยู่ที่เยอรมันนี ท่านสามารถเปิดบริษัทได้โดยมีข้อแม้อยู่ว่าต้องมีชาวแคนาดาร่วมถือหุ้นบริษัทด้วย และเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว การจัดตั้งบริษัทหรือ Partnership ของทั้งสองกรณีข้างต้นนั้น ก็จะต้องเป็นไปตามกฎระเบียบของรัฐที่ท่านต้องการ

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมการจดทะเบียนการค้าได้ที่ http://www.servicecanada.gc.ca/eng/subjects/business/
Start-up visa ดูได้ที่ http://www.cic.gc.ca/english/immigrate/business/start-up/index.asp
Self-employed people ดูได้ที่ http://www.cic.gc.ca/english/immigrate/business/self-employed/index.asp


ขั้นตอนการจัดตั้งบริษัท

ผู้ประกอบการควรเลือกว่าจะเปิดดำเนินธุรกิจในรูปแบบใด ดังนี้

  1. Sole Proprietorship
    ผู้ประกอบการเป็นผู้ดำเนินธุรกิจด้วยตนเอง โดยอาจใช้ชื่อธุรกิจหรือชื่อตนเองในการประกอบการ
  2. Partnership
    ผู้ประกอบการเป็นผู้ดำเนินธุรกิจร่วมกันกับหุ้นส่วนหนึ่งคนหรือมากกว่า
  3. Corporation
    ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจโดยทรัพย์สินต่าง ๆ ของธุรกิจจะแยกจากกันโดยสิ้นเชิงกับทรัพย์สินส่วนบุคคลของผู้ประกอบการ
  4. Society
    ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจโดยไม่หวังผลกำไร และเงินรายได้ต่างๆจะนำไปใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ของสังคม
  5. Co-operative
    เป็นธุรกิจที่หลายคนเป็นเจ้าของร่วมกันและดำเนินการร่วมกันคล้ายสหกรณ์

Back to the list

สาระน่ารู้อื่น ๆ