กระทรวงเกษตรฯ ของเม็กซิโก สั่งห้ามนำเข้ากุ้งกุลาดำและกุ้งขาวแวนนาไมที่มีแหล่งกำเนิดจากเอเชีย รวมถึงประเทศไทยด้วย หลังตรวจพบโรคกุ้งตายก่อนวัยอันควร และโรคอีเอ็มเอส
สำนักงานแห่งชาติด้านสุขอนามัย ความปลอดภัย และคุณภาพของการเกษตรและอาหาร ของเม็กซิโก (SENASICA) แจ้งว่ามีการตรวจพบโรคชนิดใหม่ในกุ้ง ซึ่งเรียกว่า โรคกุ้งตายก่อนวัยอันควร (Early Mortality Syndrome) และโรคอีเอ็มเอส (Acute Hepatic Pancreatic Necrosis Syndrome) ในประเทศจีน เวียดนาม มาเลเซีย และไทย โดยมีการยืนยันการแพร่ระบาดของโรคจากองค์การโรคระบาดระหว่างประเทศ (World Organization for Animal Health)
SENASICA ได้ออกคำสั่งห้ามชั่วคราวมิให้มีการนำเข้ากุ้งกุลาดำ (Penaeus Monodon) และกุ้งขาวแวนนาไม (Litopenaeus Vannamei) ทั้งชนิดเป็น สดดิบ ปรุงสุกแล้ว อบแห้ง หรือปรุงแต่งในรูปแบบใดๆก็ตาม ที่มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศจีน เวียดนาม มาเลเซีย และไทย มายังเม็กซิโก
นอกจากเม็กซิโกจะห้ามนำเข้ากุ้งจากประเทศดังกล่าวแล้ว ยังกำหนดมาตรการให้ผู้ส่งออกกุ้งจากประเทศที่ไม่ได้รับผลจากโรคระบาดนี้ซึ่งต้องการส่งออกกุ้งมายังเม็กซิโกให้ทำการรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าและแหล่งผลิต เพื่อเป็นการยืนยันว่าผลิตจากแหล่งที่ปราศจากเชื้อโรค ทั้งยังขอความร่วมมือจากผู้นำเข้า เพื่อเป็นการปกป้องอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงกุ้งของเม็กซิโกเองด้วย
อย่างไรก็ดี จากสถิติพบว่าเม็กซิโกนำเข้ากุ้งจากประเทศที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้เพียงเก้าพันตันต่อปีเท่านั้น ถือเป็นสัดส่วนที่น้อย เนื่องจากอุตสาหกรรมภายในประเทศสามารถป้อนตลาดทดแทนได้ ปัจจุบันเม็กซิโกมีการเพาะเลี้ยงกุ้งจำนวน ๑,๓๘๒ แห่ง คิดเป็นพื้นที่กว่า ๗๑,๔๔๒ เฮกเตอร์ (ประมาณ ๔๔,๖๐๐ ไร่) เบื้องต้นประเมินว่าสามารถผลิตกุ้งเพาะเลี้ยงได้ประมาณ ๙๙,๑๗๙ ตัน มูลค่าประมาณ ๕,๒๗๑ ล้าน เปโซ (๔๓๑.๒ ล้านเหรียญสหรัฐฯ) โดยในปี ๒๕๕๕ เม็กซิโกนำเข้ากุ้งจากไทยมูลค่า ๐.๕๑๑ ล้านเหรียญสหรัฐฯ
อย่างไรก็ดี สำหรับประเทศไทยที่มีการส่งออกกุ้งมายังเม็กซิโกในระยะนี้นั้น หากอยู่ในรูปแบบของอาหารทะเลแปรรูป (ปรุงสุกแล้ว) จะไม่มีการห้ามการนำเข้าแต่อย่างใด เนื่องจากยังมิได้ออกเป็นกฎระเบียบหรือกฎข้อบังคับอย่างเป็นทางการ โดยจะมีการประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการให้ทราบในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงเม็กซิโกซิตี้ จะเป็นผู้ติดตามความคืบหน้าและรายงานสถานการณ์ให้ทราบต่อไป
โรคอีเอ็มเอสพบครั้งแรกที่ฟาร์มกุ้งทางตอนใต้ของจีน ต่อมาได้แพร่กระจายมายังเวียดนาม มาเลเซีย และไทย โดยอาจทำให้กุ้งในฟาร์มที่เลี้ยงตายได้ทั้งหมด ทั้งนี้กุ้งจะแสดงอาการให้เห็นภายใน ๒๐ – ๓๐ วัน นับตั้งแต่เลี้ยงลงบ่อ
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
