พัฒนาเกษตรอินทรีย์ไทยไปกับผู้เชี่ยวชาญเนเธอร์แลนด์

“เนเธอร์แลนด์” ประสบความสำเร็จด้านเกษตรอินทรีย์และการปลูกพืชในโรงเรือน เกษตรกรเนเธอร์แลนด์สามารถปลูกพืชได้ทั้งปีและได้ผลผลิตจำนวนมากจากการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรเข้ามาช่วย ไม่น่าแปลกใจที่เนเธอร์แลนด์จะกลายเป็นผู้นำการส่งออกสินค้าเกษตรของโลก โดยเฉพาะสินค้าเกษตรอินทรีย์
มองกลับมาที่ประเทศไทย เอกชนไทยกำลังพัฒนาประสิทธิภาพด้านกระบวนการปลูกพืช และนวัตกรรมการเกษตรอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ภาครัฐก็พร้อมส่งเสริมเกษตรกรไทยให้เป็นเกษตรกรที่มีศักยภาพ สามารถผลิตสินค้าตอบสนองความต้องการของตลาดโลกได้ สิ่งนี้ สะท้อนจากการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการต่างประเทศ และศูนย์วิจัยการเกษตรหลวง
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศได้ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร จัดงานสัมมนา “การเผยแพร่องค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของเนเธอร์แลนด์ด้านการปลูกพืชโรงเรือนและเกษตรอินทรีย์” ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยนำผู้เชี่ยวชาญจากประเทศเนเธอร์แลนด์จาก “PUM Netherland” ซึ่งเป็นองค์กรที่มีชื่อเสียงและความเชี่ยวชาญ ทำหน้าที่ให้คำแนะนำในการทำเกษตรทั้งในเนเธอร์แลนด์เอง และต่างประเทศ ประกอบด้วย อดีตผู้อำนวยการแผนกพันธุ์พืชของมหาวิทยาลัย Wageningen (นาย Martinus A. Beek) อดีตประธานกลุ่มสหกรณ์ Nautilus องค์กรดูแลการตลาดพืชอินทรีย์ในเนเธอร์แลนด์ (นาย Anthonius E.M.van Vilsteren) อดีตกรรมการผู้จัดการบริษัท Nedalpac บริษัทนำเข้า-ส่งออกพืชผักชั้นนำของเนเธอร์แลนด์ (นาย Hendrikus L.M. Surminski) และผู้จัดการบริษัท Demokwekerijk Westland ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องการจัดตั้งโรงเรือนสาธิต และมีความสนใจลงทุนจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมด้านการปลูกพืชเรือนกระจกในประเทศไทย โดยผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ได้ลงพื้นที่สำรวจตลาดเกษตรอินทรีย์ไทย และเยี่ยมชมโรงเรือนของเกษตรกรต้นแบบ หรือ “Smart Farmer” ณ ศูนย์วิจัยการเกษตรหลวงเชียงใหม่ ตลอดจนได้บรรยายให้ความรู้แก่กลุ่มเกษตรกร กลุ่มธุรกิจ ภาควิชาการ และผู้สนใจทั่วไปในพื้นที่
จากงานสัมมนาฯ ผู้เชี่ยวชาญให้ข้อเสนอแนะทั้งหมด 5 ข้อ ได้แก่ (1) หน่วยงานของรัฐ สถาบันศึกษา สถาบันวิจัย และเกษตรกรต้องร่วมกันแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และพัฒนากระบวนการเพาะปลูกให้ปลอดภัยต่อผู้บริโภค (2) การส่งเสริมเกษตรกรด้านเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจัง ผ่านการทำการเกษตรแบบ Integrated Farming เพื่อผลักดันให้เกิดความยั่งยืนในภาคเกษตรกรรม (3) การใช้เครื่องจักรที่ราคาไม่สูงเข้ามาใช้ในกระบวนการเพาะปลูก เพื่อให้กระบวนการเพาะปลูกมีประสิทธิภาพมากกว่า (4) หน่วยงานรัฐควรควบคุมการใช้สารเคมีอย่างยาฆ่าแมลงและปุ๋ยที่มีสารตกค้าง และ (5) การสร้างค่านิยมการบริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์ในหมู่ผู้บริโภค และยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรไทยให้มีมาตรฐานเทียบเท่ากับประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งฝ่ายเนเธอร์แลนด์พร้อมให้ความร่วมมือในการพัฒนาเกษตรกรไทย
นอกจากนี้ ยังเห็นว่า ไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงในด้านการเกษตรอยู่แล้ว หากไทยหันมาให้ความสำคัญต่อการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีมากขึ้น จะช่วยให้ไทยสามารถนำศักยภาพด้านการเกษตรที่ยังไม่ถูกนำมาใช้ให้เกิดผลประโยชน์อย่างเต็มที่
เพื่อให้เห็นผลความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม ล่าสุด เนเธอร์แลนด์และไทยได้เห็นพ้องที่จะร่วมกันจัดตั้งศูนย์การวิจัยและฝึกอบรม (Training Center) ด้านการปลูกพืชโรงเรือน เพื่อศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีการปลูกพืชโรงเรือนที่เหมาะสมกับสภาพอากาศของไทย รวมถึงเพื่อใช้ฝึกอบรมบุคลากรการเกษตรของไทย นับเป็นโอกาสของเกษตรกรไทยที่จะได้เรียนรู้การปลูกพืชโรงเรือนและเกษตรอินทรีย์จากประเทศกูรูด้านการเกษตรอย่างเนเธอร์แลนด์
เกษตรอินทรีย์เป็นโอกาสที่น่าสนใจของเกษตรกรไทย เพราะกลุ่มผู้บริโภคอาหารสุขภาพขยายขึ้นอย่างต่อเนื่อง และผู้บริโภคยินดีจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าในราคาสูง การเปลี่ยนแปลงภาคเกษตรให้ประสบความสำเร็จอย่างประเทศเนเธอร์แลนด์อาจต้องใช้เวลานาน เพราะเนเธอร์แลนด์เองก็ใช้เวลาเปลี่ยนผ่านถึง 30 ปี แต่หากเริ่มลงมือทำ ณ วันนี้ อนาคตการเกษตรไทยต้องสดใสอย่างแน่นอน
22 กันยายน 2559
แหล่งข้อมูล:
กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
