กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ว่า จีนประสบความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเก็บภาษีธุรกิจเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ โดยมีเซี่ยงไฮ้เป็นพื้นที่นำร่อง โดยภาคธุรกิจของเซี่ยงไฮ้สามารถลดภาระทางภาษีในช่วงไตรมาสแรก ของปี ๒๕๕๕ ได้กว่า ๒,๐๐๐ ล้านหยวน เป็นผลให้นายเหวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศนโยบายขยายพื้นที่การจัดเก็บ VAT ในจีนเพิ่มอีก ๑๐ พื้นที่ ได้แก่ เจียงซู เจ้อเจียง อานฮุย ฝูเจี้ยน หูเป่ย ปักกิ่ง เทียนจิน กวางตุ้ง เซี่ยเหมิน และเซินเจิ้น โดยมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๕ เป็นต้นไป
รายงานของสถานกงสลุใหญ่ฯ ระบุว่า ถึงแม้ว่าจะมีความห่วงกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการเก็บ VAT ซึ่งอาจเพิ่มภาระด้านภาษีให้กับภาคธุรกิจและผู้บริโภค อาทิ บริษัทในสาขาธุรกิจขนส่งบางรายซึ่งต้องชำระ VAT ในอัตราร้อยละ ๑๑ จากทีเคยชำระภาษีลักษณะเดิมในอัตราร้อยละ ๓ แต่ฝ่ายสรรพากรของทางการจีนกลับเห็นว่า นโยบายดังกล่าวจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจมหภาคของจีน โดยเฉพาะการขยายตัวของ GDP ในอัตราร้อยละ ๐.๕ ภาคการส่งออกร้อยละ ๐.๗ และมีส่วนเพิ่มจำนวนการจ้างงานกว่า ๗ แสนอัตรา ยิ่งกว่านั้น การนำระบบ VAT มาใช้ยังช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจของจีนในหมู่ผู้ประกอบการชาวต่างชาติ โดยนักวิเคราะห์ด้านภาษีจากบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำของโลกเห็นว่า VAT ช่วยทดแทนระบบการจัดเก็บภาษีแบบเก่าที่ล้าสมัยของจีน เนื่องจากสามารถนำต้นทุนการผลิตมาหักลบจากราคาสินค้าที่ยังไม่รวมภาษี เสร็จแล้วจึงนำมาคิด VAT
อย่างไรก็ดี การดำเนินนโยบายดังกล่าวการจัดเก็บ VAT ดังกล่าว อาจไม่สามารถดำเนินการได้ตามกรอบเวลาที่ทางการจีนกำหนด เนื่องจากการคำนวณ VAT มีความซับซ้อนทางเทคนิคมาก อาจเริ่มใช้ได้ในพื้นที่ที่มีความพร้อมสูงอย่างเช่น ปักกิ่ง เทียนจิน อานฮุย และเจียงซู ก่อน และในกรณีที่การขยายการดำเนินนโยบายนี้ใน ๑๐ พื้นที่ดังกล่าวยังคงประสบความสำเร็จ ก็เป็นไปได้ว่า ทางการจีนจะพิจารณาขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ตลอดจนขยายขอบเขตไปยังธุรกิจสาขาอื่น ๆ เพิ่มเติมภายในปี ๒๕๕๖ นอกเหนือจากสาขาธุรกิจที่เริ่มมีการจัดเก็บ VAT แล้ว ได้แก่ บริการด้านการขนส่งและธุรกิจบริการที่ทันสมัย
จนถึงขณะนี้คงต้องติดตามกันต่อไปว่า นโยบายการจัดเก็บ VAT ของจีนนี้ จะเป็นประโยชน์และมีผลกระทบต่อภาคธุรกิจจีน รวมไปถึงธุรกิจของไทยและประเทศสมาชิกอาเซียนที่ทำการค้าการลงทุนในจีนว่ามีมากน้อยเพียงใด
ท่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหวรายมณฑลของจีนทุกวันได้ที่ www.thaibizchina.com และขอรับ e-news letter ฟรีได้ที่ [email protected]
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
